สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฏาคม 2018 สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา

วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฏาคม 2018 สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา

❤ลูกแกะพระเจ้า ผู้ทรงลบล้างบาปของโลก
ขอทรงพระกรุณาเทอญ
ลูกแกะพระเจ้า ผู้ทรงลบล้างบาปของโลก
ขอทรงประทานสันติเทอญ

📚บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 22 กรกฏาคม 2018
สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=sVFSRECVAxg

🌹The Lord is My Shepherd
https://youtu.be/A-qLa_2GPcM

🎋🎋🎋🎋🎋🎋🎋🎋

วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฏาคม 2018
สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
ยรม 23:1-6
อฟ 2:13-18
มก 6:30-34

ลักษณะการเป็นผู้เลี้ยงที่ดีของพระเยซูเจ้า
แสดงออกในการรับรู้ เข้าใจ ห่วงใย ผู้ที่ทำงานของพระองค์  
ทรงเตือนสติผู้ร่วมงานของพระองค์ 
ให้ได้เข้าใจว่า การทำพันธกิจ งานรับใช้ของพระนั้น
จำเป็นต้องมีการพักผ่อน ฟื้นฟู เพื่อจะอยู่ทำได้นาน ๆ

เสียงของพระเจ้าผ่านทาง ประกาศกเยเรมีย์
“วิบัติ จะเกิดกับผู้เลี้ยงแกะ ที่ไม่ทำหน้าที่
เมื่อพบผู้เลี้ยงที่ไม่เหมาะสม พระเจ้าเอง
จะทรงจัดการ จัดหา ผู้เลี้ยงที่เหมาะ
เพื่อมาทำหน้าที่ดูแล ฝูงแกะของพระองค์

นักบุญเปาโล ย้ำเตือน ให้กำลังใจ
พระเจ้า ทรงเป็น ความสงบสุข สันติ 
สำหรับประชากร ใครท่ีเปิดใจให้พระเจ้า
ก็จะได้รับการพักผ่อนในสันติกับพระองค์

หมายเหตุ..
กฎธรรมชาติ..
เหนื่อยก็พัก  หนักก็วาง
พักบ้าง เพื่อก้าวต่อ...

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฏาคม 2018

สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“ท่านทั้งหลายจงมาพักผ่อนกับเราตามลำพังในที่สงัดระยะหนึ่งเถิด...” (มก 6:30-34)

กิจการที่ได้ทำสำเร็จไปเพื่อพระเกียรติมงคลของพระเจ้า

สิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ดี

แต่วันนี้...

นายชุมพาบาลแสนดี

ผู้ทรงรักเราถึงจิตวิญญาณได้ตรัสถามว่า...

“แล้ววิญญาณของลูกเป็นอย่างไร?”

เพราะที่สุด การเอาใจใส่ด้านจิตวิญญาณของตน

ก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อยเช่นกัน...

________________

เวลานั้น บรรดาอัครสาวกกลับมาเข้าเฝ้าพระเยซูเจ้า และทูลรายงานให้ทรงทราบถึงทุกสิ่งที่เขาได้ทำและได้สอน... แต่ดูเหมือนว่า ท่าทีของพระเยซูเจ้าที่รักและห่วงใยพวกเขาถึงส่วนลึกที่สุดถึงจิตวิญญาณ ดูเหมือนว่าพระองค์ไม่ได้สนพระทัยในความสำเร็จเหล่านั้นเลย แต่ทรงเชื้อเชิญพวกเขา ให้ปลีกตัว เพื่อพักผ่อน เพื่ออยู่กับพระองค์ตามลำพังสักครู่หนึ่งเถิด

สองอาทิตย์ก่อน พระวาจาของพระเจ้าเตือนให้เราคริสตชนได้ตระหนักถึงหน้าที่ของการเป็นประกาศก และสัปดาห์นี้ พระวาจาของพระองค์เตือนให้เราได้ตระหนักถึงหน้าที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือหน้าที่กษัตริย์ หรือหน้าที่ของนายชุมพาบาล ที่ไม่ใช่หมายถึงหน้าที่ของบรรดาพระสงฆ์ นักบวช เท่านั้น แต่หน้าที่ของการเป็นผู้อภิบาล ยังเป็นหน้าที่ของคริสตชนทุกคนด้วย... เป็นหน้าที่แห่งความรัก ที่เราต้องรัก และห่วงใยกันและกัน ดูแลเอาใจใส่ เป็นกำลังใจให้กันและกัน ลึกซึ้งไปจนถึงเรื่องของจิตวิญญาณ เพื่อชีวิตของเราที่เดินมาด้วยกัน เราจะไม่เหนื่อยเปล่า และเป็นการเหนื่อยที่เราเหนื่อยกันมากเกินไป และที่สุด เราก็ไม่สามารถพบความรอดพ้น ไม่สามารถพบความสุขที่แท้จริง

งานมากมายที่บรรดาศิษย์ของพระเยซู หรือพวกเราคริสตชนเองได้ทำตามที่พระองค์ทรงสอน งานพลมารี งานวินเซนฯ งานเซอร์ร่า งานสภาอภิบาล หรืองานในองค์กรต่างๆ ที่เราทำนั้น ล้วนเป็นสิ่งที่ดีทั้งสิ้น เรามีผลงานหลายอย่างเพื่อถวายแด่พระเยซูเมื่อจบวัน แต่ดูเหมือนว่าจะพลาดท่ามากเลยจริงๆ หากวันนี้ เราไม่สนใจคำถามที่ว่า “แล้ววิญญาณของลูกเป็นอย่างไร” ซึ่งเป็นสิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงเชื้อเชิญบรรดาศิษย์ของพระองค์ เพื่อมีเวลาอยู่กับพระองค์บ้าง หลังจากที่ทำงานมากมายแล้ว เวลาเพื่อพักผ่อนและเติมพลังให้กันและกันบ้าง

วันนี้ ผมเองในความเป็นพระสงฆ์ ท่ามกลางงานอภิบาลมากมายที่กำลังทำอยู่ และดูเหมือนจะไม่มีวันจบสิ้น สิ่งเหล่านี้ นำความสำเร็จหลายๆ อย่างที่น่าดีใจ แต่วันนี้ หากผมไม่มีเวลาบ้างเลยที่จะอยู่กับพระเยซูเจ้าจริงๆ... ผมอาจจะนำผู้อื่นกลับมาหาพระเยซูเจ้ามากมาย แต่ตนเองอาจจะห่างไกลจากพระองค์มากขึ้นหรือเปล่า...

บรรดาพระสงฆ์ นักบวช หลายๆ คนได้มีโอกาสในการพักผ่อน เมื่อทำงานอภิบาลมาสักครู่หนึ่ง นั่นเป็นการพักผ่อนเพื่อเติมไฟ เติมพลังให้กับร่างกายและจิตวิญญาณ... จำเป็นครับ ที่เราจะต้องมีเวลาเหล่านี้บ้างจริงๆ ในชีวิต... คำถามนี้น่าไตร่ตรองจริง สำหรับชีวิตนักบวช ชีวิตพระสงฆ์ ชีวิตผู้อภิบาล และแม้แต่สำหรับชีวิตคริสตชนด้วย นั่นคือ เวลาของการอยู่ด้วยกันบ้าง คือการได้อยู่กับพระเยซูเจ้าบ้าง เรามีเวลาเช่นนั้นมาน้อยเพียงใด หรือเรามีบ้างหรือไม่...

พระสงฆ์ นักบวช ผู้อภิบาลวันนี้ หากมัวแต่ทำงานๆ ทำเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า และสุดท้าย เขาอาจจะนำผู้คนมากมายให้พบพระเยซูเจ้า พบความรอดพ้น แต่หากว่าตนเองไม่สามารถเอาตัวรอดได้ ตนเองยิ่งทียิ่งไกลจากพระเยซูเจ้ามากขึ้นทุกที เขาอาจจะทำสิ่งดีๆ มามากมาย แต่เขาเสียท่ามาก ที่ตนเองอาจจะไม่สามารถเอาตัวรอดได้เลย ดังนั้น “วิญญาณของลูกเป็นอย่างไร” นี่คือสิ่งที่เราต้องตระหนักและให้ความสนใจจริงๆ

ครอบครัวคริสตชน ครอบครัวนักบวช เราถูกเรียกมาเพื่ออะไร... และแท้จริงแล้ว สัปดาห์ที่ผ่านไป เราเรียนรู้สิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงสอนเรา เราทุกคนมีภาระให้ต้องแบกหาม แต่ละวัน เราแบกภาระ เราแบกแอกของใคร เรากำลังแบกแอกของโลก หรือแอกของพระเยซู... แอกของโลกที่หลายๆ ครั้งมันทำให้เราเหนื่อยจนเกินไป และทำให้เราอ่อนล้า หมดเรี่ยวแรง แต่แอกของพระเยซูเป็นแอกที่อ่อนนุ่ม ภาระที่แบกก็เบา เป็นแอกที่ต้องรับแบกด้วยหัวใจแบบพระเยซู คือหัวใจที่สุภาพอ่อนโยน...

“หัวใจที่สุภาพอ่อนโยน” คือหัวใจที่ตระหนักถึงการต้องเข้าพึ่งพระเจ้า การรับพลังจากพระองค์ แต่ละวันเราทำงาน ทำงาน ทำงาน เราเหนื่อยกันเกินไปหรือเปล่า และหลายๆ ครั้ง เราก็เหนื่อยจนไม่มีเวลาจะพักผ่อน และอยู่ด้วยกันเลย... อยู่ด้วยกันกับพระเยซู... อยู่ด้วยกันกับสมาชิกในครอบครัว ในหมู่คณะ หนักกว่านั้น บางที เราก็ไม่มีเวลาอยู่กับตนเองเลย เพื่อดูแลเอาใจใส่ตนเองด้านชีวิตทั้งทางด้านร่างกายและจิตวิญญาณด้วย สุดท้าย สิ่งต่างๆ มากมายที่เราทำ ก็จบลงดังในบทอ่านที่หนึ่ง (ยรม 23:1-6) คือเรากอบโกย เราทำงานหนัก เราทำทุกอย่างโดยไร้ค่าไร้ประโยชน์ มันเป็นความสุขภาพนอกที่ไม่ยั่งยืนอะไรเลย และเราก็พลาดพลั้งเสียท่า เพราะเราไม่มีเวลาแม้เพื่อตนเองอย่างแท้จริง เราไม่มีเวลาเพื่อเอาใจใส่ชีวิตจิตวิญญาณของเราอันเป็นนิรันดร

พี่น้องที่รัก วันนี้เราทำงานกันหนักเกินไปหรือเปล่า เรามีเวลาให้พระเยซูเจ้ามากน้อยเพียงใด หรือเรามีเวลาให้กันและกันมาน้อยเพียงใด เวลาเพื่อสมาชิกในครอบครัว สมาชิกในหมู่คณะนักบวชของเรา ที่พระเจ้าทรงประทานมาเพื่อให้เราร่วมชีวิตและเป็นกำลังใจแก่กันและกัน พ่อแม่ลูก ทุกคนต่างมีหน้าที่ของตน... พ่อได้เลื่อนตำแหน่ง แม่มีหน้าที่การงานที่ดีก้าวหน้า ลูกประสบความสำเร็จในการศึกษาเล่าเรียน แต่ไม่มีเวลาพบหน้ากัน ไม่มีเวลาทานอาหารร่วมกัน ไม่มีเวลาที่จะอยู่ด้วยกันจริงๆ แบบครอบครัว... นักบวชที่ทำงานบริหารมากมาย ประสบความสำเร็จหลายอย่าง แต่ไม่มีเวลาสวดภาวนากับหมู่คณะ เวลาทานอาหารกับหมู่คณะก็แทบจะเป็นเวลาที่เร่งรัดเหลือเกิน จนหลายครั้งไม่มีโอกาสได้คุยกันเลย และทุกคนก็เผชิญความเหนื่อยยากของตนเพียงลำพัง ดังนี้ ความสำเร็จมากมายจะช่วยอะไร หากสุดท้าย เราก็ไม่สามารถพบความสุขที่แท้จริง

พี่น้องที่รัก พระเยซูเจ้าทรงเป็นนายชุมพาบาลที่แสนดี พระองค์สนพระทัย และรักเราถึงส่วนลึกที่สุดของเรา คือจิตวิญญาณของเรา... นี่คือแบบฉบับของชีวิตคริสตชน ที่เราต้องให้ความสนใจ เอาใจใส่กันและกัน... คงไม่มีประโยชน์ และเป็นสิ่งที่ไร้ค่า ที่เราอาจจะประสบความสำเร็จมากมาย แม้ในงานอภิบาล งานของพระก็เถอะ แต่สุดท้าย เราก็ปล่อยให้พี่น้องของเรา สมาชิกในครอบครัวของเรา สมาชิกในหมู่คณะนักบวชของเรา พี่น้องที่อยู่ใกล้ตัวเราที่สุด เราก็ปล่อยให้พวกเขาประสบความทุกข์ยาก แบบไม่เคยมีโอกาสได้เอาใจใส่ดูแลกันเลย และที่สุด แม้กระทั้งตัวของเราเอง เราก็ไม่มีโอกาสได้เอาใจใส่ดูแลจิตวิญญาณของตนเองด้วยเช่นกัน... พี่น้องที่รัก... เราเหนื่อยกันมากเกินไปหรือเปล่าในแต่ละวัน และแท้จริงแล้ว พระเจ้าทรงเรียกเรามาเพื่ออะไรกันแน่... พระองค์ทรงเรียกเรามาให้อยู่กับพระองค์ ให้เราได้เรียนรู้จากพระองค์ วันนี้ ฉันเรียนรู้อะไรจากหัวใจของพระเจ้าบ้าง...

ข้าแต่พระเจ้าผู้เอาพระทัยใจจนถึงจิตวิญญาณของลูก แม้ว่าแต่ละวันจะมีอะไรให้ต้องทำมากมาย แม้ว่าลูกจะทำบางอย่างไม่เสร็จ และดูเหมือนว่าต้องรีบเร่งทำให้สำเร็จไป ข้าแต่พระเจ้า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าลูกจะยุ่งวุ่นวายมากมายเพียงใด ขอเพียงพระองค์ช่วยลูก ขออย่าให้ลูกห่างไกลจากพระองค์เลย

สุขสันต์วันพระเจ้า

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฏาคม 18 สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ยรม 23:1-6 / อฟ 2:13-18 / มก 6:30-34
ภาพของผู้เลี้งได้บอกให้เราทราบ ถึงความเอาใจใส่ของพระเป็นเจ้าต่อเราอย่างไร? กระแสเรียกให้เป็นผู้เลี้ยง คือ กระแสเรียกที่เก่าแก่ที่สุดอย่างหนึ่งในประชากรอิสราเอล แม้แต่การทำปศุสัตว์ เนื่องจากประชากรอิสราเอลต้องอพยพย้ายถิ่นตลอดเวลา ต้องพักแรมในกระโจม และต้องนำฝูงสัตว์ไปกินหญ้า ตามทุ่งหญ้าต่างๆ การต้องดูแลฝูงสัตว์นั้น เป็นอาชีพที่ไม่ง่าย เพราะต้องการคนที่มีประสบการณ์ และความกล้าหาญ เนื่องจากฝูงสัตว์ใหญ่ อาจจะมีจำนวนแกะหลายพันหรือเป็นหมื่น และฝูงสัตว์จะต้องอยู่ในทุ่งหญ้าเป็นเวลานาน จึงจำเป็นต้องได้รับความเอาใจใส่เป็นพิเศษ
เมื่อบรรดาสานุศิษย์ของพระเยซูเจ้า ได้กลับมาจากการทำพันธกิจที่ได้รับมอบหมาย พวกเขาได้รายงานให้พระเยซูเจ้าทราบถึงสิ่งที่พวกเขาพูดและทำ ในพระนามของพระองค์ พวกเขาได้ทำตัวเป็นผู้รับใช้ เหมือนกับพระเยซูเจ้า ขณะที่บรรดาสานุศิษย์ได้ทำพันธกิจอยู่นั้น ประชาชนจำนวนมากได้มาหาพวกเขา จนไม่มีเวลารับประทานอาหาร พระเยซูเจ้าผู้ทรงเป็นผู้เลี้ยงที่ดี ทรงทราบว่าผู้ติดตามพระองค์ จะต้องดูแลทั้งร่างกายและจิตใจของผู้ที่ขัดสน พระองค์ยังได้เชิญให้พวกเขาไปอยู่กับพระองค์ตามลำพัง ในที่เปลี่ยว เพื่อจะได้มีเวลาพักผ่อน และเมื่อประชาชนเห็นพระองค์จากไป พวกเขาจึงได้เดินทางไปตามฝั่งทะเลสาบ เพื่อจะพบพระองค์อีกครั้งหนึ่ง และเมื่อพระเยซูเจ้าและบรรดาสานุศิษย์ได้เดินทางมาถึงที่เปลี่ยวทางเรือ ก็ได้พบประชาชนรออยู่ที่นั่นแล้ว แทนที่พระองค์จะรู้สึกว่าถูกรบกวน พระองค์กลับรู้สึกสงสารพวกเขา ที่เปรียบเหมือนฝูงสัตว์ ที่ไม่มีคนดูแล พระองค์ได้ลืมการพักผ่อน “และได้เริ่มสั้งสอนพวกเขาหลายเรื่อง” (มก 6:34)...ท่านยังจำเวลาที่ท่านต้องการพักผ่อน แต่มีคนมาขอร้องให้ท่านช่วยเหลือหรือไม่?...”ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดให้รู้มีจิตสำนึก ที่เห็นความต้องการของบรรดาคน ซึ่งลูกกำลังพันธกิจด้วย...พระองค์เป็นผู้เลี้ยงที่ดี ลูกจึงไม่จำเป็นต้องการผู้เลี้ยงอื่นใดอีกต่อไป...พระองค์ทรงนำลูกให้พักผ่อนในทุ่งหญ้าที่เขียวชอุ่ม และนำลูกไปยังลำธารน้ำที่สงบ.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view