สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 24 กรกฏาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญชาร์เบล มาคลุฟ

วันอังคารที่ 24 กรกฏาคม 2018  ระลึกถึงนักบุญชาร์เบล มาคลุฟ

🍒 ทุกหนทางที่เราเดิน ..
ทุกการกระทำที่เราทำ ..
ถ้าเราทำด้วยความเชื่อ
ถ้าเราเดินด้วยความเชื่อฟัง ..
และถ้าเราให้ "พระเจ้า" ทรงนำย่างเท้าของเรา...
เราจะเดินในทางสว่าง...และอยู่บนทางแห่งพระพร

📚บทอ่านประจำวันอังคารที่ 24 กรกฏาคม 2018 
ระลึกถึงนักบุญชาร์เบล มาคลุฟ
https://www.youtube.com/watch?v=4IyyCvCApBo

🌺 เราขอบพระคุณ
http://youtu.be/-0Nzu7URMj0

🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸

วันอังคารที่ 24 กรกฏาคม 2018 
ระลึกถึงนักบุญชาร์เบล มาคลุฟ
อ่าน
มคา 7:14-15, 18-20
มธ 12:46-50

พระเยซูเจ้าทรงย้ำกับศิษย์ของพระองค์
คนที่ดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า
ได้ขื่อว่า เป็นสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน
กับพระองค์

ประกาศกมีคาห์ ป่าวประกาศ สรรเสริญ
ความรักมั่นคงของพระเจ้า 
ในฐานะบิดา พระองค์ไม่ทรงจดจำความผิด
พร้อมที่จะให้อภัย

โดยการดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระเจ้า
ผ่านทางการภาวนา ด้วยใจที่ศรัทธา 
นำท่านนักบุญชาร์เบล มาคลุฟ 
ให้เจริญชีวิตอย่างศักดิ์สิทธิ์  สมถะ เรียบง่าย
เป็นแบบอย่างให้กับผู้คนที่พบเห็น 

หมายเหตุ..
ศรัทธา จะเป็น ดวงตา
ที่ช่วยให้มองเห็น แม้ในที่มืดมิด

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอังคารที่ 24 กรกฏาคม 2018

สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“ผู้ที่ปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์ ผู้นั้นเป็นพี่น้องชายหญิงและเป็นมารดาของเรา” (มธ 12:46-50)

ความเป็นพี่น้อง

และเป็นมารดาในสายสัมพันธ์กับพระเยซูเจ้า

คือการเป็นผู้ที่คิด ปรารถนา และเจริญชีวิตเหมือนกับพระองค์

พระวรสารคือข่าวดีของรูปแบบชีวิตของพระคริสตเจ้า

เป็นดังคู่มือชีวิตคริสตชนของเรา

ที่เราสามารถเรียนรู้และปรับจูนชีวิตของเรา

ให้สอดคล้องกับพระคริสตเจ้า

เมื่อพระคริสตเจ้าทรงชนะบาปและความตาย

เมื่อพระองค์ทรงประสบชัยชนะเหนือบาปและความตาย

ต่อมาก็คือผู้ที่เป็นของพระคริสตเจ้า

วันนี้ เลือดเนื้อของพระคริสตเจ้าอยู่ในชีวิตของฉันมากน้อยเพียงใดเล่า...

________________

เมื่อวานนี้ ผมนำการไตร่ตรองกับพี่น้องเรื่อง ชีวิตคริสตชนที่ต้องเป็นเครื่องหมายสำคัญแก่คนอื่นๆ เพราะเราเป็นคริสตชน เราต้องแตกต่างกับคนอื่นบ้าง และเรามีอะไรที่แตกต่างกับคนอื่น ที่ทำให้คนอื่นๆ เขาเชื่อว่า เราเป็นคริสตชน เราเป็นศิษย์พระคริสตเจ้า เราเป็นลูกของพระเจ้า...เครื่องหมายสำคัญของการเป็นคริสตชน คือการปฏิบัติความยุติธรรมและรักความดีงาม (บทอ่านที่หนึ่งเมื่อวานนี้ มคา 6:1-4, 6-8)

พระเจ้าทรงนำเรามาตลอดช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ของเรา ความพลาดพลั้งทั้งหมดเป็นของเรา ความช่วยเหลือทั้งมวลมาจากพระเจ้า แต่หลายต่อหลายครั้ง เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้นกับเรา ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เราก็มักจะมองพระเจ้าผิดไป เราเข้าใจพระองค์ผิดไป... ในยามนั้น พระองค์อยู่ที่ไหน... ก็ไหนว่า พระองค์จะทรงนำทางและเคียงข้างเราเสมอไง แล้วในยามยากเหล่านั้นในชีวิตฉัน พระองค์อยู่ที่ไหนล่ะ... พี่น้องที่รัก มองกลับไปที่ประวัติศาสตร์ของชีวิตของเราแล้ว เราอาจจะต้องยอมรับว่า ความพลาดพลั้งทั้งหมดนั้นเป็นของเรา แต่ความอุปถัมภ์ของเรามาจากพระเจ้าผู้ทรงสร้างฟ้าดิน ผู้ทรงสร้างทุกสิ่งที่เป็นสิ่งที่ดี เพื่อเรา...

และความพลาดพลั้งของฉันคืออะไร... ทำไมฉันจึงพลาดพลั้งตกในบาปและฉันก็เป็นทาสที่พระเจ้าต้องเข้ามามีบทบาทกอบกู้ฉัน... นั่นคือความสูญเสียชีวิตพระหรรษทานครับ ชีวิตพระเจ้าที่พระองค์ทรงแบ่งปัน และทรงประทานให้ไว้ในชีวิตของเรา เราได้สูญเสียไปสิ้น เมื่อเราเลือกดำเนินชีวิตตามน้ำใจของตนเอง หาใช่เดินตามพระประสงค์ของพระเจ้าผู้ทรงชี้ทางแห่งความรอดพ้น และทรงเป็นผู้เดินเคียงข้างเราไม่ ชีวิตที่ไม่ดำเนินอยู่ในความยุติธรรม รักความจริงและความดีในพระเจ้า นี่คือความสูญเสียในความสัมพันธ์แห่งการเป็นลูกของพระเจ้า ฉันสูญเสียความมีเลือดเนื้อเชื้อไขของพระเจ้าในชีวิตของฉันสิ้น แต่วันนี้ ฉันรับเลือดของใครเข้ามาในชีวิตเล่า... ฉันมีอะไรที่แสดงว่า ฉันเป็นพี่น้องชายหญิงและเป็นมารดาของพระเยซูเจ้าเล่า...

การที่พระเยซูเจ้าตรัสดังนี้ ไม่ได้เป็นการปฏิเสธพระมารดาหรือบรรดาพี่น้อง แต่ชี้ให้เห็นว่า ผู้ที่ดำเนินชีวิตตามคำสั่งสอนของพระองค์ คือเจริญชีวิตที่แสวงหาและปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระบิดาเจ้านั่นแหละ ที่เป็นหมายสำคัญแสดงว่า เราเป็นลูกในความสัมพันธ์กับพระบิดาเจ้า และเราเป็นพี่น้องของพระองค์ ดังนี้เอง แม่พระจึงเป็นผู้ที่รับชีวิตของพระเจ้าและรักษาไว้ในชีวิตของพระแม่อย่างครบครัน พระแม่จึงเป็นทั้งมารดาและศิษย์คนแรกของพระคริสตเจ้า

ศีลกำลังประทานพระคุณของพระจิตเจ้าทั้งเจ็ดประการ ซึ่งรวมอยู่ในสิ่งนี้คือ การคิด ปรารถนา และดำเนินชีวิตเยี่ยงพระคริสตเจ้า... และอัตลักษณ์ของพระคริสตเจ้านั้น เราก็พบได้ในพระวรสารที่บันทึกพระวาจาของพระเจ้า และเป็นคำสอนของพระองค์นั่นเอง... วันนี้ พระวาจาของพระเจ้างอกงามในชีวิตของฉันมากน้อยเพียงใด... วันนี้ ฉันมีความคล้ายคลึงกับพระคริสตเจ้ามากน้อยเพียงใด... บรรทัดฐานที่จะวัดถึงสิ่งนี้คือ... วันนี้ฉันดำเนินชีวิต... ฉันดำเนินชีวิตตามน้ำใจของฉัน หรือตามพระประสงค์ของพระบิดา... สิ่งนี้เท่านั้น ที่เป็นเครื่องวัดว่า ความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้านั้นเป็นเช่นใด เรามีหัวใจของเราละม้ายคล้ายคลึงกับพระคริสตเจ้าเพียงใด และด้วยหัวใจนี้ พี่น้องครับ เราแต่ละคน หากเรามีหัวใจที่อ่อนโยนแบบพระเยซูแล้ว เป็นหัวใจที่เร่าร้อนในความรัก ในความหวังที่มั่นคง และในความเชื่อที่เข้มแข็งแล้ว เราจะเห็นว่า ไม่น้อยทีเดียว ที่เราจะทำสิ่งดีๆ เพื่อกันและกัน แม้เพียงรอยยิ้ม ความรู้สึกดี เราก็บรรเทา และเป็นกำลังใจแก่กันและกัน เราก็ได้ช่วยเหลือแบ่งปันกันไม่น้อยทีเดียว แต่ในทางตรงกันข้าม หากหัวใจของเราเย็นชาลงเมื่อใด เราจะพบว่า เราอาจจะบั่นทอน ทำลายน้ำใจของกันและกันโดยไม่รู้ตัว และนั่นคือการทำร้ายกันและกันเพราะหัวใจที่เย็นชาต่อกัน ไม่สนใจจริงๆ ในความรู้สึกของกันและกัน ผลที่ตามมา คือเราอาจจะฆ่าและทำลายกันและกันอย่างเลือดเย็นเลยทีเดียว

ข้าแต่พระเจ้า โปรดประทานหัวใจที่อ่อนโยนในชีวิตของลูก และรักษาไว้ให้ละม้ายคล้ายคลึงกับพระองค์ สมที่ลูกเป็นผู้ที่มีเลือดเนื้อเชื้อไข เป็นพี่น้อง และเป็นมารดาของพระองค์ ด้วยการเจริญชีวิตในความดีงามซึ่งเป็นพระประสงค์ของพระบิดาของเรา

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอังคาร์ที่ 24 กรกฎาคม 18 สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน มคา 7:14-15,18-20 / มธ 12:46-50
ท่านรักใครมากที่สุด? พระเป็นเจ้ามิได้มีพระประสงค์ให้เรามีชีวิตอยู่คนเดียว แต่ให้มีชีวิตอยู่พร้อมกับคนอื่น พระองค์จึงได้ประทานโอกาสมากมายให้แก่เรา เพื่อให้เราสามารถพัฒนาความสัมพันธ์กับครอบครัว เพื่อนๆ เพื่อนบ้าน และเพื่อนร่วมงาน แต่ทำไมพระองค์จึงดูเหมือนว่า ไม่สนใจญาติๆของพระองค์ เมื่อพวกเขาต้องการที่จะพบพระองค์? พระองค์รักและเคารพพระมารดา และญาติๆของพระองค์ ไม่มีข้อสงสัยใดๆในเรื่องนี้ พระองค์ไม่เคยพลาดโอกาสที่จะสอนบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ ในเรื่องบทเรียนฝ่ายจิตใจและความจริง ในเรื่องเกี่ยวกับพระราชัยของพระเป็นเจ้า ในโอกาสนี้ก็เช่นกัน เมื่อมีผู้คนมากมายมารวมตัวกัน เพื่อฟังพระวาจาของพระองค์ ซึ่งได้ชี้ให้ทุกคนเห็นความสัมพันธ์ที่แท้จริง เรื่องความสัมพันธ์ของเรากับพระเป็นเจ้า และกับบรรดาผู้ที่มีความเชื่อในพระองค์
ศัตรูของพระเยซูเจ้าได้ปฏิเสธไม่ยอมเชื่อพระองค์ เพราะความดื้อรั้นของพวกเขา ในขณะที่พระองค์กำลังปราศรัยกับฝูงชน พระมารดาและพี่น้องได้มาตามหาพระองค์ คำว่า “พี่น้อง” ไม่ได้หมายความว่า พระแม่มารีย์มีลูกอื่นนอกจากพระเยซูเจ้า เพราะจากรากศัพท์ภาษาฮีบรู คำว่า “พี่น้อง”หมายถึง “ญาติ” ซึ่งมีระดับของความผูกพันทางสายโลหิตที่แตกต่างกันออกไป (ปฐก 13:8;ลนต 10:4)และสืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษ จากเผ่าเดียวกัน (กดว 16:10) หรือจากชาติเดียวกัน (ฉธบ 15:12) พระเยซูเจ้าจึงได้ใช้โอกาสนั้นประกาศว่า ใครคือสมาชิกของครอบครัวทางด้านฝ่ายจิตของพระองค์ ไม่ใช่ความผูกพันกันทางด้านร่างกาย ที่ทำให้เกิดความเป็นพี่น้องชายหญิงกัน แต่เกิดจากการปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระเป็นเจ้า พระเยซูเจ้าคือบุตรหัวปีของบรรดาพี่น้อง ซึ่งได้กลายเป็นบุตรของพระเป็นเจ้า โดยอาศัยความเชื่อ (รม 8:20) ในพระวรสารของนักบุญลูกา พระแม่มารีย์ พระมารดาของพระเยซูเจ้า ได้รับการยกย่องว่าเป็นสานุศิษย์ที่แท้จริง ไม่ใช่เพราะความผูกพันทางสายเลือด แต่เพราะพระแม่ได้ฟังพระวาจา และได้เก็บไว้ในใจ (ลก 11:28)

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view