สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพุธที่ 25 กรกฏาคม 2018 ฉลองนักบุญยากอบ อัครสาวก

วันพุธที่ 25 กรกฏาคม 2018 ฉลองนักบุญยากอบ อัครสาวก

🌷ข้าแต่ท่าน นักบุญยากอบ
โปรดภาวนาเพื่อเรา 
เราจะได้ยินดี และเต็มใจสละทุกสิ่ง
เพื่อติดตามพระเยซูคริสตเจ้า 
โปรดช่วยเรา .. ให้เหมือนอย่างท่าน
ผู้เป็นเพื่อนใกล้ชิดสนิทกับพระองค์ อาแมน

📚บทอ่านประจำวันพุธที่ 25 กรกฏาคม 2018
ฉลองนักบุญยากอบ อัครสาวก
https://youtu.be/u_gQ5yMESi8

🌴ภาวนา
https://youtu.be/6D90Wp1RL9I

🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹

วันพุธที่ 25 กรกฏาคม 2018
ฉลองนักบุญยากอบ อัครสาวก
อ่าน
2 คร 4 :7-15 
มธ 20:20-28

เมื่อบรรดาอัครสาวก และผู้ติดตามพระเยซูเจ้า
ถกเถียงกันเรื่องอำนาจ เกียรติยศ พระเยซูเจ้า
จำเป็นต้องเตือนสติพวกเขา ให้เข้าใจชัดว่า
ผู้ที่ปรารถนาจะเป็นใหญ่ ต้องทำตนเป็นผู้รับใช้
เพราะบุตรแห่งมนุษย์ มิได้มาเพื่อให้ผู้อื่นรับใช้
แต่มาเพื่อรับใช้ผู้อื่น 

ในการเป็นผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า
นักบุญเปาโล ได้ค้นพบว่า ..
แม้จะต้องทนทุกข์ทรมาน แต่ก็ไม่อับจน
ถึงจนปัญญา ก็ไม่หมดหวัง 
ถูกเบียดเบียน แต่ไม่ถูกทอดทิ้ง
ถูกตีล้มลง แต่ก็ไม่ถึงตาย 

ความยิ่งใหญ่ของนักบุญยากอบ
อยู่ในการสละละทิ้งทุกสิ่ง แล้วติดตามพระเยซูเจ้า
ท่านได้กลายเป็นอัครสาวกองค์แรก
ที่หลั่งโลหิตเพื่อพระคริสตเจ้า โดยการถูกตัดศรีษะ

หมายเหตุ..
ในการรับใช้...
คุณจะได้ในส่ิงที่ดีที่สุด
เมื่อคุณได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดของคุณไป..

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพุธที่ 25 กรกฏาคม 2018

สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“ชายคนหนึ่งออกไปหว่านเมล็ดพืช...” (มธ 13:1-9)

ตั้งแต่ข้าพเจ้าอยู่ในครรภ์มารดา

พระองค์ก็ทรงเป็นที่พึ่งของข้าพเจ้าแล้ว (สดด 71:6-7)

เพื่อจะเป็นดินดี เพื่อให้เมล็ดพันธุ์เกิดผลได้

นั่นคือพระพรของพระเจ้าทั้งนั้น

พระวาจาของพระเจ้าหว่านในหัวใจเรา

เพื่อให้เราเป็นประกาศกทั้งในวาจาและกิจการ

พละกำลังของพระองค์ด้วย

ที่ทำให้หัวใจเราพร้อมเพื่อจะเกิดผล

เพราะแม้ข้าพเจ้าจะเป็นผู้รดน้ำพรวนดิน

แต่พระองค์ทรงบันดาลให้เติบโต...

________________

ชายคนหนึ่งออกไปหว่านเมล็ดพืช ชายคนนั้นคือพระผู้เป็นเจ้าของเรา พระองค์ผู้ทรงเป็นเกษตรกรผู้เชี่ยวชาญในพระองค์เองเสมอ... พระองค์ออกไปท่ามกลางความไม่พร้อมของท้องนา แต่ก็คือพระองค์อีกนั่นแหละ ที่ทรงจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย...

ดินหลายประเภท... สภาพแวดล้อมหลายๆ อย่าง ที่ล้วนมีผลต่อการเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ของเมล็ดพันธุ์ที่หว่านลงไป... นั่นหมายถึงอุปสรรคที่มีเสมอนั่นเอง...

ถามกลับมาว่า ฉันเป็นดินประเภทใด... ฉันก็คงเป็นดินดีบ้าง ไม่ดีบ้าง เพราะหลายครั้งสภาพแวดล้อมก็มีผลไม่น้อยต่อเนื้อดินด้วยเช่นกัน หรือแม้กระนั้น แม้ฉันอาจจะเป็นดินดีแล้ว แต่สภาพแวดล้อมก็ยังมีผลต่อการเจริญเติบโตด้วยเช่นกัน

แม้ฉันจะเป็นดินที่ดี สภาพแวดล้อมก็เหมาะแก่การเจริญเติบโตก็เถอะ แต่ต้นไม้มากมายก็ยังต้องการดินดีเพื่อการเจริญเติบโต... นี่ก็อุปสรรคอีกเช่นกัน เมื่อต้นไม้ที่งอกขึ้นบนดินดีนั้น คงไม่มีเพียงเมล็ดพันธุ์ที่ผู้หว่านได้หว่านไว้เท่านั้น และมากกว่านั้น หลายครั้ง นกก็ยังเป็นผู้นำเมล็ดพันธุ์อื่นๆ มาหว่านอีกด้วย... ลมก็ยังพัดพาเมล็ดพันธุ์ต่างๆ มาตก และงอกงามด้วย... โอ้ แม้ฉันจะเป็นดินดี อุปสรรคก็ยังมีอีกมากจริงๆ หากฉันต้องเติบโตขึ้นท่ามกลางต้นกล้าหลายๆ พันธุ์ หลายๆ ชนิด ที่หลายครั้ง ฉันต้องดิ้นรนเติบโตให้ได้ หลายครั้งอาหารในดินก็ไม่พอ หลายครั้งฉันก็ต้องมานะบากบั่นมากมายเหลือเกิน และหลายๆ ครั้ง นั่นคือสิ่งที่เกินกำลัง เมื่อฉันไม่สามารถรับอาหารได้อย่างเพียงพอ ท่ามกลางวัชพืชหลายๆ อย่าง ที่ก็แย่งชิงอาหารไปจากฉันหมด ที่สุด ฉันแคระแกรน และก็กำลังจะตายไป...

เช้านี้ ผมอ่านพระวรสารเรื่องผู้หว่าน และย้อนกลับไปมองชีวิตของประกาศกเยเรมีย์ที่พระเจ้าทรงเรียกและเลือกท่านให้เป็นประกาศก (ยรม 1:1, 4-10)... ย่อหน้าแรก เล่าถึงสถานภาพของท่านแบบชาวบ้านที่เรียบง่าย ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรท่ามกลางอิสราแอล หัวใจท่านดูเหมือนยังไม่พร้อม แต่พระเจ้าคือผู้ที่ทำให้ท่านมั่นใจ ว่าพระองค์ทรงเตรียมท่านตั้งแต่ในครรภ์มารดาเพื่องานของพระองค์... นั่นก็หมายความว่า พระองค์ทรงเป็นผู้เตรียมดิน... ผมจึงถามตนเองว่า แล้วฉันพร้อมไหม ที่จะเป็นดินในพระหัตถ์ของพระองค์ เพื่อพระองค์จะทรงทำให้เกิดผล... พระวาจาของพระเจ้าได้รับการต้อนรับบนเนื้อดินดี แต่สภาพแวดล้อมต่างๆ อาจจะทำให้ฉันยังขาดความมั่นใจ เพราะสภาพแวดล้อมดังกับฉันต้องถูกแวดล้อมด้วยพงหนาม และฉันจะไปไหนได้ไกล ดินดีของฉันยังอยู่บนหิน แล้วฉันจะหยั่งรากที่มั่นคงได้อย่างไร...

อานุภาพของพระเจ้านั้น ไม่ใช่เพียงทำให้ฉันเป็นดินดีเท่านั้น แต่พระองค์ยังเป็นผู้ช่วยที่สำคัญ เพื่อจัดสภาพแวดล้อมอันเป็นปัจจัยของการเจริญเติบโตของเมล็ดพันธุ์ที่พระองค์ทรงหว่านด้วย นั่นคือพระเจ้าที่เป็นเจ้าของพื้นนาครับ พระองค์ทรงหว่าน และพระองค์ทรงประทับอยู่ พระองค์ทรงดูแลสภาพแวดล้อมของเมล็ดพันธุ์ที่ทรงหว่าน

อุปสรรคมากเหลือเกินนะ ฉันคิด... บทสดุดีที่ 71 ที่เราอ่านในวันนี้ คือคำตอบจริงๆ ครับ... พระเจ้าทรงเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของฉันจริงๆ แม้เพียงฉันจะเป็นดินดี พระองค์ก็เป็นผู้จัดเตรียม... แม้สภาพชีวิตของฉันจะอยู่บนหินที่ไม่ง่ายนัก แต่พระองค์ก็เป็นผู้จัดการ แม้ชีวิตของฉันจะถูกแวดล้อมด้วยขวากหนาม พระองค์ก็ยังทรงประทับอยู่... แม้ว่าจะยากเพียงใด พระองค์ก็ยังเป็นที่พึ่งของฉันเสมอมา...

พี่น้องที่รักครับ เช้านี้ ยิ่งไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้ามากเท่าใด ยิ่งทำให้พวกเราต้องมองเห็นว่า อานุภาพของพระเจ้าทรงเตรียมเราไว้ เพื่อเป็นประกาศกของพระองค์ หมายความว่า การเป็นคริสตชนนั้น พระองค์ทรงเตรียมเราไว้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา แต่นั่นไม่ใช่หมายความว่าชีวิตของเราจะไม่พบกับอุปสรรค แต่พระเจ้าทรงเป็นพละกำลังและบทเพลง อีกทั้งทรงเป็นผู้ช่วยเราให้รอดพ้น (เทียบ เพลงสร้อยที่ 39 ระหว่างบทสดุดีวันนี้) พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ประทับอยู่เคียงข้างครับ... นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ล้มครับ นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ได้รับบาดเจ็บ และไม่มีบาดแผล โอ้ บาดแผลมากมายของผู้ถูกตรึงคงเป็นคำตอบ... แต่ความอบอุ่นอยู่ที่ว่า พระองค์ทรงประทับอยู่ที่นี่ และพระองค์ทรงอยู่ตรงนี้ พระองค์ทรงถูกเบีบดเบียน และได้รับบาดเจ็บพร้อมกับเราด้วย... แต่กระนั้นก็เถอะ สมบัติในดินคือพลังของพระเจ้า เมล็ดพันธุ์ของพระองค์จึงสามารถเจริญเติบโตขึ้นได้เสมอ โดยการประทับอยู่ของพระองค์ และโดยพลังและอานุภาพของพระเจ้าเคียงข้างชีวิตของเรา...

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์อย่าทรงทอดทิ้งข้าพเจ้า จนกว่าจะได้ประกาศถึงพระอานุภาพแก่ชนรุ่นหลัง (สดด 71:16-18ก) ขอพระองค์ทรงประทับอยู่ที่นี่ และอยู่ตรงนี้ ลูกขอเพียงเท่านี้ก็พอ เพื่อแม้สถานการณ์จะเป็นเช่นใด พระองค์คือพลังที่ทำให้เมล็ดพันธุ์ดีนั้นเติบโต... พระองค์เท่านั้น ไม่ใช่ลูกเลย พระเจ้าข้า.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

“พลังแห่งพระวาจา” (ภาคพิเศษ)

วันพุธที่ 25 กรกฏาคม 2018

สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา

ฉลองนักบุญยากอบ อัครสาวก

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“ขอนั่งข้างขวา ข้างซ้าย ในพระอาณาจักรของพระองค์...” (เทียบ มธ 20:20-28)

ฉันคงต้องถามตนเองล่ะว่า

ฉันกำลังขออะไรจากพระเยซู...

ใช่... พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ 

แต่พระบังลังก์ของพระองค์คือไม้กางเขน 

ฉันพร้อมที่จะถูกตรึงพร้อมกับพระองค์หรือเปล่าล่ะ

แม่ครับ... ผมอยากบอกแม่ว่า

ความยิ่งใหญ่ของลูก คือ...

การเป็นมรณสักขีองค์แรกในบรรดาอัครสาวก

แม่รับได้ไหม...  หากนี่คือเกียรติของลูกของแม่...

ความยิ่งใหญ่ของลูกคือ

การที่ลูกต้องถูกฆ่าเป็นบูชาเหมือนพระอาจารย์

แม่รับได้ไหม... 

แท้จริง ลูกก็เกิดมาเพื่อการนี้...

เพื่อร่วมชีวิตกับประชากรของพระเจ้า

ที่พระองค์ทรงมอบให้ลูกดูแล

________________

หลังการทำวัตรเที่ยงระหว่างการเยี่ยมอภิบาล วันนี้ผมสวดทำวัตรจากเทคโนโลยีในมือถือครับ IBreviary ครับ ทำให้ผมทราบว่า ผมสับสนวัน และวันนี้ ผมกำลังจะลืมฉลองนักบุญยากอบ อัครสาวก ครับ แต่ผมต้องไม่ลืม พรุ่งนี้ เนื่องจากเป็นวันธรรมดา ผมจะฉลองท่านย้อนหลังครับ

แต่ความพลาดพลั้งวันนี้ เป็นกำไรชีวิตที่พระทรงสอนให้มองหาโอกาสในวิกฤตครับ ผมไม่ขาดทุนครับ เพราะผมไม่พลาดพระวาจาเรื่องผู้หว่านที่ผมได้ไตร่ตรองไปในความบังเอิญ ซึ่งจะอ่านคำอธิบายของพระเยซูเจ้าในวันศุกร์ และเพราะวันนี้เป็นวันฉลอง ทำให้ผมกลับมาอ่านพระวาจาของพระเจ้าที่พระศาสนจักรเตรียมไว้สำหรับวันฉลองนักบุญยากอบ อัครสาวก... 

การไตร่ตรองพระวาจาเรื่องผู้หว่าน จึงเป็นการกรุยทางอย่างดีสำหรับผม เพื่อไตร่ตรองอีกครั้งในสิ่งที่พระเจ้าได้ตรัสในพระวาจาประจำวัน...

เช้านี้ ผมเขียนบทไตร่ตรองว่า... “แม้เป็นดินดี ก็ใช่ว่าจะไม่มีอุปสรรค... แต่พระเจ้า เจ้าของสวนผู้เชี่ยวชาญต่างหาก จะทรงทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้...” พระเจ้าทรงเตรียมใจผมสองเท่าครับ เพื่อให้อ่านพระวาจาของพระองค์ในบ่ายวันนี้อีกครั้ง... สำหรับผมนั้น ผมคิดว่า นี่คือสุดยอดของความพลาดพลั้งจริงๆ ครับ นี่คือโอกาสที่ผมจะได้คุยและฟังพระเจ้ามากกว่าทุกวันครับ พระองค์ทรงนำให้ผมฟังพระองค์ก่อนในการตรัสกับผมภายใน เมื่อไตร่ตรองพระวาจาเรื่องผู้หว่าน... เช้านี้ แนวคิดของผมที่คิดว่าแม้ผมจะเป็นดินดี แต่หากไม่ใช่ดินที่พระเจ้าทรงใช้แล้ว ผมคงไม่พ้นอุปสรรคมากมายหรอก เพราะในความเป็นจริง อุปสรรคของดินดีประการสำคัญคือ “วัชพืช” ครับ ต้นกล้าที่งอกขึ้น มักต้องเติบโตมาแบบไม่สมบูรณ์นัก เพราะ “วัชพืช” ที่ค่อยแย่งอาหารจากดินดีไปหมด... นั่นหมายความว่า เป็นดินดี เป็นคริสตชนที่ดี เป็นลูกของพระเจ้านั้น ใช่ว่าจะไม่มีอุปสรรค...

นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ผมเดินกลับมาสู่เพื่อนพี่น้อง แล้วได้ยินพระวาจาประจำวันนี้... บทอ่านที่หนึ่งนี้สุดยอดมากครับ เป็นบทอ่านที่สองในวันฉลองนักบุญกลารา มารดาของพวกเรากาปูชิน และครอบครัวฟรันซิสกันด้วย (2คร 4:7-15) ...

เรามีสมบัติเก็บไว้ในภาชนะดินเผา เพื่อแสดงว่าอานุภาพล้ำเลิศนั้นมาจากพระเจ้า... นั่นคือความช่วยเหลือของพระองค์ ในความอ่อนแอของเรามนุษย์ที่เป็นดังดินเผาที่ไม่แข็งแรงอะไรนัก ตกเบาๆ ก็แตกแล้ว แต่อานุภาพในความอ่อนแอของเรานั้นอยู่ที่อานุภาพของพระเจ้า...

เราทนทุกข์ทรมานรอบด้านแต่เราก็ไม่อับจน เราจนปัญญาแต่เราก็ไม่หมดหวัง เราถูกเบียดเบียนแต่เราก็ไม่ถูกทอดทิ้ง เราถูกตีให้ล้มลงแต่ก็ไม่ถึงตาย เราแบกความตายของพระเยซูเจ้าไว้ในร่างกายของเราเสมอ... นี่แหละ ชีวิตคริสตชน... 

ชีวิตคริสตชน ไม่ใช่ชีวิตที่เรียกมาเพื่อความสุขสะดวกสบาย แต่เป็นชีวิตที่ไม่เคยขาดอุปสรรค กระนั้นก็ดี ก็เป็นชีวิตที่ไม่เคยขาดพระหรรษทานด้วย... 

กลับไปอ่านที่พระวรสาร...โห แม่ครับ แม่กำลังจะขออะไรจากพระอาจารย์อ่ะ แม่กำลังขอความสุข สนุกสะดวกสบายให้ลูกหรือ... แม่อยากให้ลูกรับปริญญาเอก มีชีวิตหรูๆ หรือ... แม่คงไม่รู้ว่าแม่กำลังขออะไร... หากวันนี้ ลูกกำลังเดินตามพระเยซูเจ้า พระผู้จะทรงเป็นกษัตริย์... โอ้ แม่ของผม แม่ของพระสงฆ์ฟรันซิสกันต่ำต้อย ขอทานแห่งอัสซีซี แม่สละลูกชายคนนี้ให้พระในความเข้าใจอย่างไร... คงไม่ใช่เกียรติแห่งความเป็นนักบวช เกียรติแห่งความเป็นสงฆ์นะครับ แต่จริงๆ แล้ว ผมได้รับเกียรตินั้นครับ เกียรตินั้นคือ การได้อยู่ข้างซ้ายข้างขวาของพระเยซูเจ้าไงครับ... แล้วแม่จะว่าอย่างไร หากบัลลังก์นั้นคือไม้กางเขน และลูกกำลังต้องถูกตรึงพร้อมกับกษัตริย์พระองค์นี้... เกียรติของลูกอยู่ที่ตรงนี้จริง...

นักบุญยากอบ เป็นมรณะสักขีองค์แรกในบรรดาอัครสาวก นักบุญยอห์น แม้ว่าไม่ได้เป็นมรณะสักขี แต่ชีวิตของท่านก็ประสบความทุกข์ยากลำบากไม่น้อยด้วยเช่นกัน บัดนี้ ท่านทั้งสองได้รับสมใจครับ เมื่อท่านได้ร่วมครองราชย์กับพระองค์ในสวรรค์... ใครอยากได้สิทธิ์นี้อีกไหม พี่น้องครับ อยากอยู่ข้างๆ พระมหากษัตริย์พระองค์นี้อีกไหม...

เก้าอี้สามตัวที่พระแท่นเตือนใจผมเสมอ นั่งที่เก้าอี้นี้ คือการมีชีวิตเหมือนพระกษัตริย์พระองค์นี้ ซึ่งมีบัลลังก์บนไม้กางเขน พระองค์เป็นกษัตริย์ครับ และมีสองคนดังมหาดเล็กข้างๆ พระองค์ เก้าอี้สามตัวที่พระแท่นในวันประจวบฯ ที่ผมถวายมิสซาทุกวัน จึงมีความหมายมากทุกครั้งที่ผมถวายมิสซา ยิ่งหากนั่งตัวกลางเมื่อใด “นี่คือกายของเราที่จะมอบเพื่อท่าน” “นี่คือชีวิตของพ่อเจ้าวัดที่จะมอบเพื่อพี่น้อง” นี่คือการมีส่วนร่วมกับพระทรมานของพระเยซูเจ้า ที่ต้องพร้อมบิชีวิตของตนออกเพื่อประชากรของพระองค์ บิชีวิตของตนออกเพื่อความรอดพ้นของลูกๆ ของบรรดาสัตบุรุษที่ผมดูแลอยู่... โห นี่คือความหมายของการร่วมครองราชย์กับพระเยซูเจ้า... ผมต้องถามตนเองเลยครับ อยากได้สิทธิ์นี้ไหม...

“ท่านจะดื่มถ้วยของเรา...” พระเยซูเจ้าได้ตรัสครับ... บัดนี้ ผมต้องตระหนักไว้ดีๆ ครับ... เป็นคริสตชน ไม่ได้หมายถึงไม่มีอุปสรรค ไม่ได้หมายถึงเกียรติและความยิ่งใหญ่ที่โลกเข้าใจ แต่เป็นเกียรติ และการครองราชย์ร่วมกับพระเยซูเจ้า กษัตริย์ผู้ประทับบนบัลลังก์แห่งไม้กางเขน... ยิ่งเป็นพระสงฆ์ ผมยิ่งต้องพร้อมยอมถูกตรึงมากขึ้นมิใช่หรือ เกียรติของพระสงฆ์ไม่ได้อยู่ที่ความยิ่งใหญ่บนบัลลังก์บุญที่สัตบุรุษถวายให้ แต่อยู่ที่บัลลังก์ที่อีกหนึ่งชีวิตของศิษย์ของพระองค์ที่ได้ทรงอภิเษก เป็นชีวิตที่ได้บิออก และหลั่งโลหิต เพื่อความรอดและความชื่นชมยินดีของสัตบุรุษมิใช่หรือ...

ข้าแต่พระเจ้า “มิใช่ลูกที่ได้เลือกพระองค์ แต่เป็นพระองค์ที่ได้เลือกลูก และมอบภารกิจให้ลูกไปทำจนเกิดผล”... (เทียบ ยน 15:16 บทอัลเลลูยาวันนี้) ลูกได้ดื่มแล้วจากถ้วยของพระองค์ ขอให้ชีวิตของลูกถูกบิออกเพื่อทุกคนเถิด ดังที่พระองค์ทรงให้แบบอย่างเถิด

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันพุธที่ 25 กรกฎาคม 18 ฉลองนักบุญยากอบ อัครสาวก
บทอ่าน 2คร 4:7-15 / มธ 20:20-28
ครั้งนี้เป็นครั้งที่สามแล้วในพระวรสารของนักบุญมัทธิว ที่พระเยซูเจ้าได้ตรัสกับบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ ถึงพระมหาทรมาน การสิ้นพระชนม์ของพระองค์ แต่พวกเขาก็ยังไม่เข้าใจในพระวาจาของพระองค์ ที่มีความหมายที่แท้จริงว่าเป็นอะไร มีผู้หญิงคนหนึ่งได้เข้ามาหาพระเยซูเจ้า และได้ขอร้องให้ ยากอบและยอห์น บุตรชายทั้งสองคนของนาง ให้ได้รับเกียรติพิเศษในพระราชัยสวรรค์ นางเข้าใจว่าพระราชัยของพระเยซูเจ้านั้น คือ พระราชัยบนโลกนี้ ที่เต็มไปด้วยอำนาจฝ่ายโลก ปรากฏว่าบรรดาสานุศิษย์อื่นรู้สึกโกรธคำร้องขอของนาง อาจเป็นไปได้ว่า ทุกคนต่างอยากจะได้ตำแหน่งเป็นที่หนึ่งเช่นเดียวกัน พระเยซูเจ้าทรงใช้โอกาสนั้น อธิบายให้พวกเขาเข้าใจว่า เส้นทางไปสูพระราชัยสวรรค์นั้น ไม่ใช่เป็นเส้นทางที่ไปสู่เกียรติมงคลแต่อย่างใด การเป็นศิษย์ของพระองค์นั้น หมายถึงการยอมรับพระประสงค์ของพระเป็นเจ้า พระเยซูเจ้าเองมิได้เสด็จมาเพื่อให้คนอื่นรับใช้ แต่เพื่อมอบชีวิตของพระองค์เป็นสินไถ่ สำหรับคนที่ตกเป็นทาสของบาป ยากอบได้มีส่วนในพระมหาทรมานของพระเยซูเจ้า ท่านได้รับเกียรติเป็นมรณสักขีองค์แรก หนังสือกิจการอัครสาวกได้บันทึกว่า กษัตริย์เฮโรด อากริปปา ได้สั่งให้ประหารยากอบ พี่ชายของยอห์น ถึงแก่ความตายด้วยดาบ (กจ 12:2)...ท่านยังคงยืนยันความเชื่อ เหมือนบรรดาอัครสาวกที่ได้ยืนยันความเชื่อในสมัยของพวกท่านหรือไม่?...ข้าแต่ท่านนักบุญยากอบ โปรดภาวนาเพื่อเราทุกคน จะได้รับใช้พระคริสตเจ้าด้วยความกล้าหาญ เหมือนอย่างท่านด้วยเทอญ
การแสวงหาพระราชัยสวรรค์ เป็นเรื่องที่สำคัญในการดำเนินชีวิตคริสตชน...ให้เราเน้นการสร้างความรัก ความเมตตากรุณา ความเข้าใจ และสันติภาพ เงินทองจะมาเอง ถ้าเราแสวงหาพระราชัยของพระเป็นเจ้า สิ่งใดที่ขาดเหลือจะตามมาเอง...หน้าที่แรกของความรัก คือ การรู้จักฟัง...สิ่งที่ยิ่งใหญ่ทั้งหลายนั้น เป็นเรื่องธรรมดา และทุกคนสามารถแสดงออกมาด้วยคำเพียงคำเดียว คือ อิสรภาพ ความยุติธรรม เกียรติยศ หน้าที่ ความเมตตากรุณา และความหวัง.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view