สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฏาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญโยอากิม และอันนา

วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฏาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญโยอากิม และอันนา

🍎ขอพระเจ้าทรงสดับคำร้องทูลของท่าน
และขอทรงนำท่านในทางแห่งน้ำพระทัยของพระองค์
เพราะไม่มีทางไหนที่จะดีไปกว่า...
ทางที่พระเจ้าทรงจัดเตรียม

📚บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฏาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญโยอากิม และอันนา
https://www.youtube.com/watch?v=4WwAu4t_yX4

☘The Prayer
https://youtu.be/Yu3o8W5JMuU

🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓

วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฏาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญโยอากิม และอันนา
อ่าน
ยรม 2:1-3, 7-8, 12-13
มธ 13:10-17

พระเยซูเจ้าทรงทำให้บรรดาศิษย์ได้เข้าใจว่า
สำหรับคนที่มีจิตใจแข็งกระด้าง 
มองเท่าไหร่ เขาก็ไม่เห็น
ฟังยังงัย เขาก็ไม่ได้ยิน
สิ่งที่ได้ยิน ก็ไม่เข้าใจ

ประกาศกเยเรมีย์ ย้ำเตือนประชากรอิสราเอล 
ให้พวกเขาได้ตระหนักว่าเมื่อพวกเขามีจิตใจ
ที่ซื่อสัตย์ จงรักภักดี ต่อพระเจ้า พวกเขาได้รับ
พระพรมากมาย แต่ในช่วงเวลา ที่พวกเขา
มีใจแข็งกระด้าง พวกเขาต้องตกอยู่ในความทุกข์ยาก

จิตใจ ที่สุภาพ นอบน้อม ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า
ของท่านนักบุญโยอากิม และอันนา
ทำให้พระเจ้า ทรงสดับฟังคำภาวนา
และความต้องการของพวกท่าน 
และพระเจ้าทรงโปรดปราน ให้ครอบครัวของท่านทั้งสอง 
เป็นผู้ให้กำเนิดมารีย์ ผู้ที่จะทำหน้าที่เป็น
มารดาของพระผู้ไถ่

หมายเหตุ..
ความอ่อนน้อม ถ่อมตน
เป็นเครื่องประดับตน
ให้คนงาม...

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฏาคม 2018

สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา

ระลึกถึงนักบุญโยอากิม และอันนา บิดามารดาของพระนางมารีย์

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“ตาของท่านเป็นสุขที่ได้เห็น หูของท่านเป็นสุขที่ได้ฟัง...” (มธ 13:10-17)

เพราะความแข็งกระด้างของจิตใจ

เขาทำหูวนลม และปิดตาเสีย เพื่อจะได้ไม่เข้าใจ

จะได้ไม่ต้องกลับใจ เราจะได้ไม่ต้องรักษาเขา

เพราะความเชื่อ ความเข้าใจในคำสอนของเยซูเจ้า

เรียกร้องการกลับใจและการเปลี่ยนแปลงตนเอง

แต่ข้อแก้ตัวนี้จะใช้ได้ไหม ...

“ฉันไม่รู้”… “ฉันไม่เข้าใจ”

หากฉันไม่สนใจสิ่งที่พระเจ้าทรงสอน

ไม่อยากได้ยิน ไม่อยากรับรู้

ฉันจึงปิดหูปิดตา เพื่อจะได้ไม่ต้องรู้ และไม่ต้องเข้าใจ

แต่แท้จริงแล้ว...

เพราะฉันไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงตนเองต่างหาก

ฉันไม่ต้องการเปลืองตัวกับการเป็นคริสตชน

ต่อหน้าพระเจ้า ต่อหน้าความจริง ต่อมโนธรรมของฉัน...

ฉันจะว่าอย่างไรเล่า???

________________

วันนี้ พระศาสนจักรระลึกถึงนักบุญโยอากิมและอันนา บิดามารดาของพระนางมารีย์ พระมารดาของพระเยซูเจ้า และมารดาของพวกเราด้วย... วันนี้จึงทำให้ผมคิดถึงบรรดาปู่ย่าตายาย บรรพบุรุษที่ได้อบรม ถ่ายทอดความเชื่อของการเป็นคริสตชนมาสู่ผม แม้ในความเป็นจริง ผมดื้อนะครับในเรื่องของความเชื่อนี่อ่ะ ดูเหมือนผมเดินตามคำสอนของบรรพบุรุษมาระยะหนึ่ง แล้วผมก็มีข้อกังขาว่า ใครพาผมไปรับศีลล้างบาป ผมไมเคยตอบว่า “ข้าพเจ้าเชื่อ” “ข้าพเจ้าละทิ้ง” หรือว่าถามผมสักคำไหม ก่อนที่จะให้ผมรับศีลล้างบาปเป็นคริสตชน... ณ วันนั้น วันที่ผมพอจะคิดได้ ผมถามคำถามเหล่านี้จริงๆ นะครับ ถามด้วยว่า วันนี้ หากผมไม่เป็นคริสตชนจะได้ไหม เพราะผมไม่ได้สมัครใจเป็นคริสตชนสักหน่อย ใครเอาผมไปรับศีลล้างบาปเล่า... 

แต่ใครจะทราบได้ว่า นี่คือการเตรียมการของพระเจ้า ที่นำเด็กคนหนึ่งผ่านร้อนผ่านหนาว จนวันนี้มาเป็นคริสตชนด้วยความสมัครใจอย่างเต็มเปี่ยม เป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์ด้วย และจากความไม่เข้าใจนี้เอง ที่วันนี้ก็ยังไม่เข้าใจอะไรมากนัก มันคงเหลือแต่เพียงความรัก ความวางใจ และความหวังในพระเจ้าจริงๆ เท่านั้น ที่ทำให้เขายังเป็นอย่างที่เป็นอยู่วันนี้

เมื่อเวลาผ่านไป อิสราแอลต้องมองย้อนกลับไปที่ประวัติศาสตร์ที่พวกเขารู้จักพระเจ้า เหมือนเวลาของวัยสาว คือวันที่เขาอ่อนวัย และรู้จักอานุภาพของพระเจ้า ทำให้เขากลับเป็นดังคู่หมั้นของพระเจ้า ที่มอบหัวใจให้พระองค์ ติดตามพระองค์ในถิ่นกันดาร และประกาศความจงรักภักดีต่อพระองค์ (เทียบบทอ่านที่หนึ่งวันนี้ ยรม 2:1-3, 7-8, 12-13) และเมื่อเวลาผ่านไป พอปีกกล้าขาแข็งขึ้นสักนิดเดียว พวกเขาก็มีพระบาอัลเป็นพระเจ้า มีความรุ่งเรือง ความร่ำรวย เข้ามาเป็นสิ่งที่พวกเขาสักการะแทน... ฉันใดก็ฉันนั้น บางที สิ่งที่นักบุญฟรันซิสได้สอนในยุคแรกๆ เมื่อท่านตั้งคณะฟรันซิสกัน หรือคณะผู้กลับใจนั้น ท่านไม่ต้องการให้บรรดาภราดาเรียนมาก เพราะหลายๆ ครั้ง ความรู้ไม่ได้ช่วยให้เราก้าวหน้าอย่างแท้จริง แต่นำความเย่อหยิ่งจองหองเข้ามาแทน แต่ความรักต่างหาก ที่นำมาซึ่งความเชื่อและความวางใจที่ไม่ต้องการความเข้าใจและการอธิบายใดๆ แต่เพราะรักเท่านั้น จึงเชื่อและวางใจ

“รู้มาก” คำนี้ให้ความหมายค่อยข้างคลุมเครือในความเข้าใจ มันอาจจะดูให้ความหมายไปในทางลบมากกว่า...หากเราบอกว่า คนนี้มันรู้มาก... ดูเหมือนว่าไว้ใจไม่ได้ วางใจไม่ได้ “รู้มาก” ความรู้สึกของคนไทยเรา บางที คำนี้ไม่ได้หมายถึงผู้มีความรู้สักเท่าใด แต่มันดูจะเป็นคำที่ประชดประชัน หมายถึงคนที่ฉลาดแกมโกงอย่างนั้นแล... และการรู้มากนี้ หลายครั้ง มันนำไปสู่ความจองหองจริงๆ การยึดเอาน้ำใจและความคิด ความต้องการของตนเองเป็นใหญ่ และสุดท้าย ก็ลงเอยอย่างในพระวรสารวันนี้ ประวัติศาสตร์จะเป็นอย่างไร เขาไม่สนใจ และสิ่งที่เป็นวันนี้คือ... จิตใจของประชาชนพวกนี้แข็งกระด้าง เขาทำหูทวนลม และปิดตาเสีย เพื่อจะได้ไม่ต้องมองด้วยตา ไม่ต้องฟังด้วยหู จะได้ไม่ต้องเข้าใจ... (เจ็บที่สุดคือประโยคต่อจากนี้ครับ) จะได้ไม่ต้องกลับใจ !!! เราจะได้ไม่ต้องรักษาเขา!!!

เป็นคริสตชนที่ทำหูทวนลม ไม่อยากรับรู้คำสอนของพระเจ้า ไม่อยากรับรู้และฟังคำสอนและคำแนะนำของพระศาสนจักร ทำให้ดูเหมือนว่า เข้าใจยาก และไม่อยากเข้าใจ เพราะผลของความเข้าใจนี้ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงตนเอง และการไม่อยากกลับใจ ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงตนเองนี้ เขาก็ทำหูทวนลม... ดังนี้ “คริสตชนที่ไม่แสวงหาความจริงเกี่ยวกับพระเจ้า บาปไหม???” คริสตชนที่ไม่ต้องการแสวงหาความจริง ไม่อยากเรียนรู้ ไม่อยากเข้าใจ ไม่อยากเดินตามพระประสงค์ของพระเจ้า... บาปไหมล่ะ... เราคงมีหลายๆ เหตุผลในการตอบคำถามนี้แน่ๆ แต่... อย่าลืมถามตนเองนะว่า... เราต้องการการรักษาจากพระเจ้าไหมล่ะ หากเราทำหูทวนลม ปิดหู ปิดตา และไม่อยากเข้าใจ เพราะไม่อยากกลับใจ และนั่นคือ การไม่ต้องการการกลับใจ คือเราไม่ต้องการการรักษาจากพระเจ้าครับ...

วันนี้ วันที่พระศาสนจักรระลึกถึงนักบุญที่เป็นบรรพบุรุษของพระเยซูเจ้า นักบุญโยอากิมและอันนา ผู้เป็นบิดามารดาของพระนางพรหมจารีมารีย์ ท่านทั้งสองคือผู้อบรมความเชื่อสำหรับพระมารดา แม่พระในความเป็นเด็ก คงไม่มีอะไรเลยในหัวใจ นอกจากความรักต่อท่านทั้งสอง และนอบน้อมเชื่อฟังคำสั่งสอนของท่านทั้งสอง จนพระแม่มีความสุกงอมในความเป็นลูกของพระเจ้า วางใจในพระเจ้าถึงกับกล้าตอบรับสาสน์ของพระเจ้า แม้จะไม่เข้าใจอะไรเลย เวลานั้น แม่พระก็มีแต่ความวางใจในพระเจ้าที่พระแม่ได้รับการอบรมสั่งสอนมากโดยตลอดจากบิดามารดา

พระศาสนจักร ที่เป็นดังมารดาศักดิ์สิทธิ์ ผู้ถ่ายทอดความเชื่อมาสู่เรา ประสบการณ์ของพระศาสนจักรสอนให้เราเชื่อและรักพระเจ้า... โดยเจริญชีวิตในโลกนี้เช่นลูกของพระองค์ พระศาสนจักรเป็นดังบิดามารดาที่มอบสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อลูกๆ มาโดยตลอด... แต่วันนี้ เราคงต้องถามว่า เรามีความสนใจเชื่อฟังคำสอนของพระศาสนจักรมากน้อยเพียงใด หรือพระวาจาของพระเยซูเจ้าวันนี้เตือนอะไรเราบ้าง... เรามั่นใจมากน้อยเพียงใด

มองที่พระนางมารีย์ ผลงานยิ่งใหญ่แห่งพระหรรษทานของพระเจ้า ที่ทรงเตรียมพระแม่ไว้เพื่อให้กำเนิดองค์ความรอดพ้นนั้น เราคงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า นักบุญโยอากิมและอันนานั้น ย่อมมีส่วนไม่น้อยในการเป็นผู้ที่ถ่ายทอดความเชื่อในพระเจ้าสำหรับพระแม่ และยิ่งใหญ่ที่สุดคือ การที่พระเจ้าทรงประทับอยู่ในประวัติศาสตร์ของประชากรของพระองค์เสมอ เพื่อช่วยให้พวกเขาไม่หลงทาง...

วันนี้ น่าจะเป็นวันที่เราควรจะขอบคุณบรรพบุรุษของเรา ขอบคุณบรรดาพระสงฆ์ นักบวช ครูคำสอน และผู้ที่สอนความเชื่อให้กับเราจริงๆ นี่คือปรีชาญาณ นี่คือสิ่งที่อัศจรรย์ที่สุด ที่พระเยซูเจ้าบอกว่า “ประกาศกและผู้ชอบธรรมเป็นจำนวนมากปรารถนาจะเห็นสิ่งที่ท่านได้เห็นอยู่ แต่ก็ไม่ได้เห็น ปรารถนาจะได้ฟังสิ่งที่ท่านได้ฟังอยู่ แต่ก็ไม่ได้ฟัง” นั่นคือ หนทางแห่งความรอดพ้น

ข้าแต่พระเจ้า ลูกขอบคุณพระองค์ ที่ทรงสอนความเชื่อในพระองค์ไว้ในจิตวิญญาณของลูก ยามที่ลูกไม่เข้าใจอะไร สิ่งที่ช่วยลูกได้มีเพียงการเข้าพึ่งพระองค์ด้วยความวางใจเท่านั้น วันนี้ลูกจึงไม่อยากรู้อะไรมาก นอกจากอยากรู้จักรักพระองค์เท่านั้นก็พอแล้ว พระเจ้าข้า...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันพฤหัสที่ 26 กรกฎาคม 18 สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา ระลึกถึงนักบุญยออากิมและอันนา
บทอ่าน ยรม 2:1-3,7-8,12-13 / มธ 13:10-17
พระเยซูเจ้าทรงเทศนาสั่งสอน โดยใช้นิทานเปรียบเทียบ โดยนำเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เพื่อสั่งสอนบทเรียนเรื่องศีลธรรม การใช้วิธีนี้ส่งเสริมให้ผู้ฟัง ให้ค้นผลความหมายของพระวาจาของพระองค์ มีแต่ผู้ที่เปิดใจต่อรหัสธรรมของพระเป็นเจ้าเท่านั้น จะสามารถเข้าใจแผนการของพระเป็นเจ้า ที่ได้รับการเผยแสดงในพระวาจาของพระเยซูเจ้า คนที่ไม่มีความเชื่อหัวดื้อเปรียบเหมือนคนตาบอด และคนเป็นไบ้ ต่อพระวาจาของพระองค์ พวกเขาได้ทำให้คำทำนายของประกาศอิสยาห์เป็นความจริง “เกรงว่าเขาจะเห็นด้วยตา ของเขา และได้ยินด้วยหูของเขา และเข้าใจด้วยจิตใจของเขา และหันกลับมาได้รับการรักษาให้หาย ” (อสย 6:9) บรรดาสานุศิษย์ได้รับพระพร เพราะว่าพวกเขาได้เชื่อ สิ่งที่พวกเขาเห็นและได้ยิน และความเชื่อของพวกเขาจะทวีขึ้น ในเรื่องพระชัยของพระเป็นเจ้า บรรดาประกาศกและบรรดาผู้ชอบธรรมในพระธรรมเก่าต้องการเห็น สิ่งที่บรรดาสานุศิษย์ของพระเยซูเจ้า ต้องการเป็นผู้มีอภิสิทธิ์ในการเป็นประจักษ์พยาน…ฉันสามารถช่วยผู้อื่นให้เข้าใจพระวาจาของพระเป็นเจ้าหรือไม่?...ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดช่วยลูกให้เข้าใจรหัสธรรม ที่ท่านต้องการรู้
วันนี้เป็นวันระลึกถึงนักบุญยออากิมและนักบุญอันนา บิดามารดาของพระนางพรหมจารีมารีอา นักบุญยออากิมเป็นสามีของนักบุญอันนา บิดาของพระนางพรหมจารีมารีอา และเป็นคุณตาของพระเยซู คริสตเจ้า ไม่มีที่ใดในหนังสือพระธรรมใหม่ที่พูดถึงท่านเลย สิ่งที่เรารู้จากนิทานคาทอลิกและพระวรสารนักบุญยากอบ ที่เขียนขึ้นในศตวรรษที่ 2 ธรรมประเพณีได้เล่าว่า ขณะที่นักบุญยออากิมได้ออกจากบ้าน ท่านและนักบุญอันนาได้รับสารจากเทวดาว่า นางจะตั้งครรภ์ และเชื่อกันว่านักบุญยออากิมและนักบุญอันนา ได้นำพระนางมารีอาไปรับใช้ในพระวิหาร เมื่อพระนางมีอายุเพียง 3 ปี เท่านั้น นักบุญยออากิมและนักบุญอันนาได้มีบทบาทในการเป็นตัวอย่าง สำหรับพ่อแม่และผู้ย่าตายาย และสมควรได้รับเกียรติ ที่มีความศรัทธาต่อพระเป็นเจ้าและพระแม่มารีอา พระมารดาของพระเยซูเจ้า.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view