สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

เตรียมตัวดี มีพระราชัยไปกว่าครึ่ง

เตรียมตัวดี มีพระราชัยไปกว่าครึ่ง


แบ่งปันโดยคุณพ่อปรีชา ยั่งยืน 
ถอดความและเรียบเรียงโดย ตะเกียง
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2561


พระวาจาในเทศกาลมหาพรต มธ 6:1-6,16-18
1“จงระวัง อย่าทำศาสนกิจเพื่ออวดคนอื่น ถ้าทำอย่างนั้นท่านทั้งหลายจะไม่ได้รับบำเหน็จจากพระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์ 2“เพราะฉะนั้น เมื่อท่าน ทำทาน อย่าเป่าแตรข้างหน้า เหมือนพวกคนหน้าซื่อใจคด ที่ทำในธรรมศาลาและตามถนน เพื่อให้คนสรรเสริญ เราบอกความจริงแก่พวกท่านว่า พวกเขาได้รับบำเหน็จของพวกเขาแล้ว 3แต่ท่านเมื่อทำทาน อย่าให้มือซ้ายรู้การกระทำของมือขวา 4เพื่อว่าทานของท่านจะเป็นทานลับ และพระบิดาของท่านผู้ทอดพระเนตรเห็นในที่ลี้ลับ จะประทานบำเหน็จแก่ท่าน
5“เมื่อท่านทั้งหลาย อธิษฐาน อย่าเป็นเหมือนพวกหน้าซื่อใจคด เพราะพวกเขาชอบยืนอธิษฐานในธรรมศาลาและตามมุมถนนต่างๆ เพื่อจะให้คนทั้งปวงเห็น เราบอกความจริงกับพวกท่านว่าพวกเขาได้รับบำเหน็จของเขาแล้ว 6ส่วนท่านเมื่ออธิษฐานจงเข้าในห้องชั้นใน และเมื่อปิดประตูแล้ว จงอธิษฐานต่อพระบิดาของท่านผู้สถิตในที่ลี้ลับ และพระบิดาของท่านผู้ทอดพระเนตรเห็นในที่ลี้ลับจะประทานบำเหน็จแก่ท่าน 
16“เมื่อท่านทั้งหลายถือ อดอาหาร อย่าทำหน้าเศร้าหมองเหมือนพวกคนหน้าซื่อใจคด เพราะพวกเขาทำหน้าให้มอมแมม เพื่อจะให้คนเห็นว่าเขาถืออดอาหาร เราบอกความจริงแก่พวกท่านว่า พวกเขาได้บำเหน็จของเขาแล้ว 17แต่ท่านเมื่อถืออดอาหาร จงล้างหน้าและเอาน้ำมันชโลมศีรษะ 18เพื่อคนทั้งหลายจะไม่รู้ว่าท่านถืออดอาหาร แต่ให้ปรากฏแก่พระบิดาของท่าน ผู้สถิตในที่ลี้ลับ และพระบิดาของท่าน ผู้ทอดพระเนตรเห็นในที่ลี้ลับจะประทานบำเหน็จแก่ท่าน


พ่อขอสรุปให้ง่ายๆว่าในช่วงเทศกาลมหาพรตและการเตรียมตัวเข้าสู่สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์นั้น พระศาสนจักรอยากให้เรามีสามสิ่งนี้ นั่นคือ 1.ทำทาน 2.อธิษฐานภาวนา 3.จำศีลอดอาหาร และความหมายของทั้งสามสิ่งนี้ก็คือ
1.การให้ทาน
• ให้ในสิ่งที่ตนมี
• ให้ในสิ่งที่เขาต้องการ
• สุขทั้งผู้ให้ และผู้รับ
• ให้เงิน ทอง ข้าวของ เสื้อผ้า
• แรงกาย
• สติปัญญา
• เวลา
• ความบรรเทาใจ
• อภัยทาน (ฟรี)
การให้ทานไม่จำเป็นต้องให้เป็นเงินเท่านั้น คนที่ไม่มีเงินก็สามารถให้อย่างอื่นได้ และสิ่งที่สำคัญในการให้ทานนั้นเราต้องให้ในสิ่งที่เขาต้องการหรืออยากจะได้ และเป็นสิ่งที่เรามี
2.การอธิษฐานภาวนา
• ประตูเข้าหาพระ
• ภาวนามากขึ้นทั้งส่วนตัว ส่วนรวม
• ใกล้ชิดพระมากขึ้น
• สายประคำ
• เดินรูป 14 ภาค
• สวดพระเมตตา
• ฯลฯ
การภาวนาคือการที่เราพูดคุยกับพระอยู่ตลอดเวลา ผู้ที่บอกว่าไม่มีเวลาสวดนั่นเพราะเขายังไม่เข้าใจว่าการสวดภาวนาคืออะไร การภาวนาเหมือนการที่เราขับรถไปคนเดียว และตั้งใจอย่างดีบอกกับพระว่ากำลังขับรถให้พระองค์ รู้ตัวอยู่เสมอว่ากำลังขับรถให้พระเยซูเจ้าและแม่พระนั่งอยู่ด้วย ไม่ใช่พอมีใครขับรถตัดหน้าก็หงุดหงิดด่าเขาแล้ว เราต้องเปลี่ยนความคิดในการสวดภาวนาเสียใหม่ว่าไม่จำเป็นต้องสวดสายประคำจำนวนหลายสาย แต่การภาวนาเป็นการพูดคุย รู้ตัวว่าพระอยู่กับเราตลอดเวลา และอะไรก็ตามที่ทำให้เราสามารถอยู่ใกล้ชิดกับพระเป็นเจ้าได้นั่นแหละคือการสวดภาวนา พระเจ้าไม่เคยบอกให้เราต้องสวดได้วันละหลายๆสาย เป็นมนุษย์เองที่เป็นคนตั้งกฎเกณฑ์ขึ้นมา พระองค์ต้องการให้เรามีความตั้งใจในการภาวนามากกว่า เช่นนักบุญเทเรซาใช้เวลาหนึ่งวันในการสวดบทข้าแต่พระบิดาเพียงบทเดียว เพราะในทุกคำที่สวดท่านจะคิดรำพึงภาวนาไปด้วย การสวดภาวนาจึงไม่ได้วัดกันที่จำนวนปริมาณที่สวด แต่เป็นการมุ่งจดจ่ออยู่กับคำภาวนา และการตั้งใจสวดบทสั้นๆก็ดีกว่าสวดบทยาวๆแต่ไม่มีใจอยู่กับการสวดนั้นเลย การสวดไม่ใช่การแข่งขันว่าใครสวดได้มากกว่ากัน ไม่ใช่การที่ทำเป็นสวดอย่างดีแต่พอมีอะไรขัดใจก็หงุดหงิดยอมไม่ได้แม้เรื่องเล็กน้อย ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในชีวิต การภาวนาจะต้องทำให้มีการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้จิตใจของเราดีขึ้น ถ้ายังโกรธ โมโหง่ายเหมือนเดิมนั่นย่อมไม่ใช่การภาวนา และการสวดภาวนาเป็นเหมือนประตูช่วยเราให้เข้าหา อยู่ใกล้ชิดพระมากขึ้น

3.จำศีลอดอาหาร
• ลด ละ เลิก สิ่งที่ไม่จำเป็น สิ่งฟุ่มเฟือย
• เข้าใจความหิว กระหายของคนยากจน
• ไม่ใช่เพื่อลดความอ้วน
การที่เราทำสิ่งนี้ก็เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น และทำให้เราได้ร่วมในพระทรมานกับพระเยซูเจ้าด้วย 
และนอกจาก3สิ่งข้างต้นนี้แล้วมหาพรตยังเรียกร้องการกลับใจ เสียใจที่เราได้ทำผิดต่อพระ อยากจะกลับคืนดีกับพระองค์
การกลับใจ คือ 
• การกลับใจตรงกับภาษากรีก metanoia (เมตานอยอา) ซึ่งหมายถึง “การเปลี่ยนจิตใจ” นั่นคือ ผู้ที่เคย “รักบาป” ต้องเปลี่ยนเป็น “เกลียดบาป” จึงจะเรียกว่ากลับใจจริง
• ความตั้งใจจริงที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตน
• เป็นความร่วมมือระหว่างเรากับพระเป็นเจ้า
• เรามนุษย์ อ่อนแอ ต้องการพละกำลังจากพระ
บางคนที่ไม่ได้แก้บาปมานานหลายปี เมื่อพ่อเจอกรณีนี้ก็แทบอยากจะเข้าไปกอดเขาด้วยความรักความดีใจที่เขาได้กลับมาหาพระ เราสามารถเลือกคุณพ่อฟังแก้บาปที่คิดว่าเราสบายใจให้คุณพ่อท่านนั้นทำหน้าที่เป็นผู้แทนของพระเยซูเจ้าในการโปรดบาป รักษา เยียวยาให้กับเรา โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีคุณพ่อท่านไหนนำบาปของเราไปบอกต่อ เพราะไม่มีคุณพ่อคนไหนทำเช่นนั้นอย่างแน่นอน มีเรื่องเล่าของพระราชินีองค์หนึ่งที่เค้นความจริงกับบาทหลวงเรื่องที่พระสวามีได้แอบไปมีมเหสีอื่นหรือไม่ บาทหลวงก็ไม่ยอมตอบจนกระทั่งถูกตัดลิ้นตัดคอ คุณพ่อท่านนั้นก็ยอมตายโดยไม่ยอมเปิดปากบอกความลับเพราะถือว่านี่คือบาปหนักที่สุดหากบอกบาปที่ได้ฟังให้กับคนอื่น พระสงฆ์เปรียบเหมือนตัวแทนของพระเจ้า ที่เราสามารถไว้วางใจ และเราต้องแก้บาปด้วยความเชื่อ เมื่อไปแก้บาปเราต้องเชื่อว่าบาปของเราได้รับการอภัยแล้ว การแก้บาปต้องไม่เหมือนอาการของคนโรคจิตที่เขาต้องล้างมือทุก5-10นาทีเพราะกลัวว่าเชื้อโรคยังคงอยู่ แต่การแก้บาปของเราคริสตชนคือการที่เราจะต้องตั้งใจแก้บาปอย่างดี และมีความเชื่อว่าทุกบาปที่เราได้ทำ ไม่ว่าจะหนักขนาดไหน มันไม่มีทางจะใหญ่ไปกว่าความเมตตาของพระ และเราต้องมีความเชื่อและตั้งใจอย่างแท้จริงที่จะกลับใจไม่ทำบาปนั้นอีกด้วย ความถี่ในการแก้บาปขึ้นอยู่กับความรู้สึกไม่สบายใจ หรือเสียงของมโนธรรมที่เตือนว่าไม่ถูกต้อง ไม่จำเป็นต้องกำหนดเป็นระยะเวลาตายตัว และไม่จำเป็นว่าต้องมีบาปหนักถึงจะไปแก้บาปได้ เพราะการที่เราไปแก้บาปก็เพื่อจะได้รับพระหรรษทานมีพลังในการกลับไปสู้กับบาปได้ต่อไป ลักษณะของการกลับใจต้องเป็นการกลับแบบ360องศา คือการเปลี่ยนอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่คิดแล้วไม่ลงมือกระทำ เราทุกคนสามารถที่จะกลับใจได้ถ้าเรามีความตั้งใจจริง ในการกลับใจที่แท้จริงของคริสตชนนั้นเราต้องมี 
1.ความตั้งใจจริง 2.ความร่วมมือกับพระ เพราะสันดานหรือสิ่งที่ไม่ดีต่างๆที่อยู่ในตัวเรา ถ้าเราตั้งใจที่จะนำมันออกไปแล้ว มันก็จะออกไปได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราได้รับพละกำลังความช่วยเหลือจากพระ 
ความหมายการฉลองอาทิตย์ใบลาน คือ
• วันแรกของสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์
• การจำลองเหตุการณ์ที่ชาวอิสราเอลถือใบปาล์มต้อนรับพระเยซูเจ้าเข้าสู่กรุงเยรูซาเล็มอย่างสง่า
• พระเยซูยอมรับทรมาน ถูกตรึงตายบนไม้กางเขน
• การเตรียมจิตใจเข้าสู่ธรรมล้ำลึกปัสกา
การสมโภชปัสกาคือการฉลองยิ่งใหญ่ที่สุด การเตรียมตกแต่งไข่ปัสกาสิ่งต่างๆเป็นเพียงสัญลักษณ์ของการฉลองภายนอก แต่รหัสธรรมปัสกาแท้จริงมีอยู่สามอย่าง คือพระเยซูยอมทนทุกข์ทรมาน พระเยซูสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน และพระเยซูเจ้าทรงกลับเป็นขึ้นมา สามอย่างนี้คือพระธรรมล้ำลึกปัสกาที่เราทำการฉลองกัน
ในการฉลองเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นอาทิตย์ใบลานหรือปัสกา บางคนอาจหลงประเด็นไปให้ความสำคัญกับสิ่งประกอบภายนอกแทนที่จะให้ความสำคัญกับสิ่งที่เป็นสาระสำคัญ เข้าใจผิดว่าเป็นการฉลองใบลานหรือฉลองไข่
ปัสกาแทนที่จะให้ความสำคัญกับการฉลองรหัสธรรมล้ำลึกที่เป็นแก่นแท้ ลืมไปว่าหัวใจของการฉลองนี้คืออะไร คริสตชนเราบางครั้งให้ความสำคัญกับสิ่งที่ไม่จำเป็น ไม่รู้ถึงหัวใจแท้จริงที่เราจะต้องทำการฉลอง เราต้องมีการเตรียมตัวเตรียมใจอย่างดีเพื่อร่วมฉลองปัสกา เพราะหากเรามีการเตรียมตัวมาอย่างดีการสมโภชปัสกาก็จะมีคุณค่า มีความหมายสำหรับเรา การเตรียมตัวของเราให้พร้อมอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ช่วยให้เราสามารถมีส่วนร่วมฉลองพระราชัยร่วมกับพระเป็นเจ้าได้อย่างดี.




ขอเชิญผู้สนใจร่วมกิจกรรมสนทนาธรรม(แบ่งปันโดยคุณพ่อเอกมัย เหลือหลาย) 
โดยกลุ่มฆราวาสแพร่ธรรม(ตามหาลูกแกะหลงทาง) ทุกวันอาทิตย์สัปดาห์ที่สี่ของเดือน ณ ห้องประชุม ชั้นสอง 
ตึกวันทามารี วัดเซนต์หลุยส์ ติดต่อสอบถามได้ที่คุณจอน วิริยะอรรควุธิ โทร. 081 490 9371
สามารถดูบทความแบ่งปันย้อนหลังได้ที่ www.Palungjai.com

view