สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฏาคม 2018 สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา

วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฏาคม 2018 สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา

❤จงวางใจ … เพราะพระผู้ทรงเลี้ยง
ทรงอยู่กับเราเสมอ …
จงอิ่มหนำในพระคุณของพระเจ้า
และ สรรเสริญพระองค์ในทุกๆวันเถิด

📚บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 29 กรกฏาคม 2018
สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=YNIb78lZ9Fg

🍓พระเจ้าทรงเลี้ยงดู
https://youtu.be/SqVyXmLe-A0

🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹

วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฏาคม 2018
สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
2 พกษ 4:42 - 44
อฟ 4:1-6
ยน 6:1-15

พระเยซูเจ้าทรงทำให้บรรดาศิษย์ได้เห็นว่า
การให้ แม้เป็นเพียงสิ่งน้อยนิดที่ตนมี
พระเจ้ายินดี ที่จะเปลี่ยนสิ่งน้อยนิดที่มี
ให้ทวีมากขึ้น จนเหลือล้น..

เมื่อเอลีชา ไว้วางใจในพระเจ้า
และสอนคนของท่านให้รู้จัก “การให้”
ท่านสามารถทำในสิ่งที่
ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเป็นไปได้
โดยการเลี้ยงประชากรให้อิ่มหนำ
ด้วยสิ่งที่มีเพียงน้อยนิด

เพื่อจะดำเนินชีวิตให้เหมาะสม 
แสดงออกถึง ความวางใจในพระเจ้า
การมีพระเจ้าประทับอยู่ในชีวิต
นักบุญเปาโลแนะนำ ให้แต่ละคนถ่อมตน
มีความอ่อนโยน พากเพียรอดทนต่อกัน
ด้วยความรัก 

หมายเหตุ..
สิ่งดี ๆ ย่อมบังเกิด
แก่ “ผู้ให้” สิ่งดีดี

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฏาคม 2018

สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“พวกเราจะซื้อขนมปังที่ไหนให้คนเหล่านี้กิน...” (ยน 6:1-15)

คริสตชนไม่เอาตัวรอดคนเดียว

นี่คือหัวใจของศิษย์พระเยซู

คริสตชนไม่ไปสวรรค์คนเดียว

แต่จะนำผู้อื่นไปด้วย

หัวใจของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นศิษย์พระเยซู

คือหัวใจของผู้ที่รักและห่วงใยในความรอดพ้นของเพื่อนพี่น้องด้วย

วันนี้ วิญญาณฉันเป็นอย่างไร 

และพี่น้องของฉันอยู่ที่ไหน

พวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง...

________________

เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว สำหรับพี่น้องที่ร่วมมิสซาวันอาทิตย์เท่านั้น พี่น้องคงยังจำภาพของพระเยซูเจ้าที่เชื้อเชิญบรรดาศิษย์ของพระองค์ เพื่ออยู่กับพระองค์ตามลำพัง พักผ่อนกับพระองค์สักหน่อย คือเวลาที่พระองค์ไม่ได้สนใจความสำเร็จของงานที่ผ่านไปของพวกเขา แต่สนใจว่า พวกเขามีสภาพความเป็นอยู่เป็นอย่างไรบ้าง ชีวิตที่อยู่ห่างไกลพระองค์ ชีวิตที่หากว่าขาดความสนิทสัมพันธ์กับพระเจ้านั้น คืออันตรายที่อาจจะนำไปสู่สิ่งที่เราเรียกว่า EGO สูงเกินไป... พระองค์นำให้พวกเขาลืมความสำเร็จทั้งหมด และกลับมาให้เวลาในการอยู่กับพระองค์ ซึ่งผมทิ้งคำถามของการไตร่ตรองให้กับตนเอง และแบ่งปันกับพี่น้องไว้ว่า... “สิ่งที่ลูกทำนั้นดี สิ่งเหล่านั้นน่าชื่นชม สิ่งเหล่านั้นคือความสำเร็จที่น่ายินดี แต่ แต่ แต่ วิญญาณของลูก วิญญาณของลูกเป็นอย่างไรบ้าง...” นั่นคือช่วงเวลาที่เรา แม้แต่ตัวผมเองในการเป็นผู้อภิบาล หากว่าทำงานอภิบาลหนักมาก แต่แล้วลืมเอาใจใส่ด้านจิตวิญญาณของตนเอง โอ้ ผมอาจนำความรอดพ้นและพระพรไปสู่ทุกคน แต่แล้ว ตัวผมเองกลับไม่พบความรอดพ้นนั้นเลย หากสิ่งเหล่านั้น เป็นเพียง EGO ของตนเองเท่านั้น ที่ทำไปเพื่อตนเอง แต่ขาดจิตวิญญาณที่ชิดสนิทสัมพันธ์กับพระเจ้า และวิญญาณของผมจะเป็นเช่นใดเล่า

อีกภาพหนึ่งของบรรดาศิษย์ของพระองค์ในพระวาจาของพระเจ้าวันนี้ ที่พระองค์ทรงเชื้อเชิญให้เรามีหัวใจเหมือนกับพระองค์ นั่นคือ หัวใจของการรักและห่วงใยต่อความรอดพ้นต่อเพื่อนพี่น้องครับ เพราะคริสตชนจะไม่ไปสวรรค์คนดียว แต่จะนำผู้อื่นไปด้วย... พี่น้องที่ร่วมมิสซา หรืออ่านพระวรสารประจำวันทุกวันด้วย เมื่อวานนี้ พระวาจาของพระเจ้าเรื่องข้าวสาลีและข้าวละมานที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกันในพระเมตตาของพระเจ้า แม้พระองค์ทรงหว่านข้าวพันธุ์ดี และปีศาจแอบมาหว่านข้าวละมานในที่ที่เราเผลอหลับไป ที่สุดข้าวทั้งสองชนิดก็ต้องเติบโตขึ้นมาพร้อมกัน แม้คนของพระเจ้า แม้ข้าวพันธุ์จะเติบโตท่ามกลางวัชพืช ซึ่งไม่ง่ายนัก แต่พระเมตตาของพระเจ้าคือ ให้ลูกของพระองค์เป็นผู้บันดาลความศักดิ์สิทธิ์แก่คนอื่นๆ นำคนอื่นๆ ให้มารับพระพรและความรอดพ้นจากพระเจ้าด้วย โดยการเจริญชีวิตอย่างเพียรทนกับพี่น้อง และมั่นคงในความดีของพระเจ้าจนถึงที่สุด ให้เราดำเนินชีวิตสมกับการที่ได้รับเรียกให้เป็นลูกของพระองค์ ด้วยความถ่อมตนอยู่เสมอ มีความอ่อนโยนพากเพียรอดทนต่อกันด้วยความรัก (เทียบ บทอ่านที่สอง อฟ 4:1-6)

วันนี้ พระเยซูเจ้าทรงถามบรรดาศิษย์ครับ เมื่อเห็นบรรดาประชาชนมากมายติดตามฟังพระวาจาของพระองค์ และพระองค์ไม่ต้องการให้ผู้ที่ฟังพระวาจาของพระองค์ต้องประสบกับความหิวโหยเลย พระองค์ได้ตรัสถามบรรดาศิษย์ว่า “พวกเราจะซื้อขนมปังที่ไหนให้คนเหล่านี้กิน...” (ยน 6:1-15) นี่คือภาพลักษณ์ของผู้อภิบาลที่ดีครับ นี่คือภาพของสะท้อนชีวิตของศิษย์พระเยซูในชีวิตของฉันด้วยหรือเปล่า ผมเองถามตนเองวันนี้ในฐานะผู้อภิบาลด้วย เมื่อพระเยซูเจ้าทรงห่วงใยประชากรของพระองค์เพียงนั้น ผมรู้สึกรักและห่วงในสัตบุรุษของผมมากน้อยเพียงใด นี่คือสิ่งที่ผมต้องถามตนเองอยู่เสมอ... เมื่อผมอยู่กับพระเยซูเจ้า ผมอาจจะเชื่อและมั่นใจว่าผมจะไม่ขาดสิ่งที่จำเป็นอะไร และในความเป็นจริง สัตบุรุษก็ดูแลและเอาใจใส่ผมมากมายเหลือเกิน หัวใจของคนของพระเจ้า หัวใจของประกาศกเอลีชาเป็นเช่นใด... นี่คือบทสอนของผู้อภิบาลอย่างผมจริง... และนี่คือบทสอนจากพระวาจาของพระเจ้าสำหรับเราคริสตชนทุกคนด้วย เมื่อความวางใจในพระเจ้าทำให้เรามั่นใจว่า พระเจ้าจะทรงจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นวำสำหรับเราแล้ว... สิ่งที่ตามมา บัดนี้ คือหัวใจของเราต้องเป็นเหมือนดวงใจของพระเยซูครับ ที่ห่วงใยในความรอดพ้นของผู้อื่นด้วย เพราะฉันรอดคนเดียวนั้นยังไม่พอ นั่นยังไม่ใช่ศิษย์ของพระเยซูที่แท้จริงครับ... วันนี้พี่น้องของฉันเป็นอย่างไรบ้าง สัตบุรุษของฉันเป็นอย่างไร... เราต้องไม่ลืมนะครับว่า ชีวิตคริสตชนของเรา ที่ในวันเหล่านี้ ผมย้ำกับพี่น้องเสมอว่า หากเราจะทำสิ่งใดๆ เพื่อกันและกันได้ โอ้ มีไม่น้อยทีเดียวที่เราจะทำได้อย่างมากมายเพื่อกันและกัน แม้เพียงร้อยยิ้ม การพูดคุยกันดีๆ ความสนใจใยดีต่อกันและกัน น้ำจิตน้ำใจที่คิดถึงและห่วงใยกันและกัน พี่น้องที่รักครับ เราทำได้มากมายครับ ขอเพียงเรามีหัวใจที่มอบให้กับพระเยซูจริงๆ มอบให้แบบหมดใจ แม้เราจะมีเพียงขนมปังเศษ หรือเพียงหัวปลาทูนิดหน่อย แต่หากเรากล้าที่จะมอบให้พระองค์แบบหมดใจ เพื่อให้พระองค์เปลี่ยนหัวใจของเราให้เป็นเหมือนดวงพระทัยของพระองค์ละก็ พี่น้องครับ เราจะมีหลายสิ่งหลายอย่างมากมายเหลือเกินจากหัวใจของเรา ที่จะมอบเพื่อเพื่อนพี่น้องของเราครับ

“จงเก็บขนมปังที่เหลือ อย่าให้สิ่งใดสูญไปเปล่า” และนี่คือคนของพระเจ้า นี่คือศิษย์พระเยซูครับ เมื่อเรากล้ามอบให้พระเจ้าจนหมดหัวใจแล้ว นอกจากเราจะมีมากมายเพื่อแบ่งปันแล้ว สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือ เรามีเหลืออย่างมากมายด้วยเช่นกัน... ฟังครับ ฟังพระวาจาพระเจ้า “จงเก็บขนมปังที่เหลือ อย่าให้สิ่งใดสูญไปเปล่า” เก็บสิ่งที่เหลือไว้ด้วยครับ อย่าทิ้งขว้าง อย่าให้สูญเปล่า อย่าให้เสียพระพรของพระองค์ เหมือนทรงบอกให้เอากลับบ้านไปแบ่งให้คนที่บ้านด้วย เอาความรักและพระเมตตาของพระองค์ไปแจกจ่ายให้พี่น้องที่ไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย... ดูซิ นี่คือพระทัยอ่อนโยนของพระเจ้า รักและเมตตาทุกคนเพียงใด และนี่ต้องเป็นหัวใจของศิษย์ของพระองค์ด้วยไม่ใช่หรือ

พี่น้องที่รักครับ อะไรบ้างที่เรามี ที่เราเป็น นั่นเป็นพระพรของพระเจ้ามิใช่หรือ พระพรที่พระองค์ทรงประทานให้ผู้ที่วางใจในพระองค์ เพื่อจะสามารถอยู่ได้อย่างพอเพียง และยังสามารถแบ่งปันพระพรและพระเมตตาที่ได้รับนี้สำหรับเพื่อนพี่น้องด้วยมิใช่หรือ... วันนี้ พี่น้องของฉันเป็นอย่างไรบ้าง มีใครบ้างที่ไม่มีอะไรกิน คือขาดสิ่งจำเป็นในการดำเนินชีวิต และหัวใจของฉันเป็นอย่างไร ฉันสามารถทำสิ่งใดๆ เพื่อเขาบ้างหรือเปล่า... เริ่มจากสมาชิกในครอบครัวของฉันเลย สมาชิกในหมู่คณะนักบวชของฉัน เพื่อนบ้านใกล้เคียงกับฉัน พวกเขาเป็นอย่างไรกันบ้าง ฉันคิดและห่วงใยเพื่อนพี่น้องของฉันมากน้อยเพียงใด...มีมากมายเลยมิใช่หรือ ไม่น้อยเลยมิใช่หรือ ที่ฉันสามารถทำสิ่งดีๆ เพื่อกันและกัน... ทำเถอะ เริ่มทำเถอะ ฉันทำได้ไม่น้อยเลย เพื่อพี่น้องของฉัน ขอเพียงได้เริ่มสัมผัสหัวใจของกันและกัน และฉันจะรู้ว่า มากมายจริงๆ ที่เราจะทำได้ ด้วยความรักและห่วงใยกัน

ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงคุ้มครองผู้วางใจในพระองค์ ถ้าไม่มีพระองค์แล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดมั่นคง สิ่งใดศักดิ์สิทธิ์ ขอทรงช่วยลูกให้ใช้สิ่งของไม่ยั่งยืนในโลกนี้ โดยมีจิตใจติดอยู่กับสิ่งที่ดำรงอยู่ตลอดไป คือติดอยู่ในความสัมพันธ์กับพระองค์และเพื่อนพี่น้องเสมอไปด้วยเถิด. (เทียบ บทภาวนาของประธานสัปดาห์นี้)

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฏาคม 18 สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน 2พกษ 4 :42-44 / อฟ 4:1-6 / ยน 6:1-15
มีอะไรบ้างบนโลกนี้ ที่สามารถระงับความหิวโหย ที่เราเคยประสบมา เพื่อพระเป็นเจ้า? ประชาชนจำนวนมาก ได้มารวมตัวกัน เพื่อฟังพระวาจาของพระองค์ เพราะว่าพวกเขากำลังกระหายพระวาจาทรงชีวิต บรรดาสานุศิษย์ต้องการจะส่งพวกเขากลับไป เพราะพวกเขาไม่มีอาหารเพียงพอจะเลี้ยงพวกเขา แต่พระเยซูเจ้า ผู้เป็นปังทรงชีวิตได้โมทนาคุณพระเป็นเจ้า ทรงทวีขนมปังห้าก้อนและปลาสองตัว เพื่อเลี้ยงดูพวกเขา และทุกคนได้รับประทานอาหารจนอิ่มหนำ
อัศจรรย์เรื่องการทวีขนมปังถูกบันทึกไว้ในพระวรสารทั้งสี่ (มธ 14:13-21และ 15:32-38;มก 6:31-44 และ 8:1-10;ลก 9:10-17) ที่แสดงให้เห็นความสำคัญเรื่องศีลมหาสนิทในพระศาสนจักรสมัยแรก ในพระวรสารของยอห์น อัศจรรย์เกิดขึ้นใกล้กับวันฉลองปัสกา ที่ตรงกับการฉลองขนมปังไม่มีเชื้อของชาวยิว (อพย 12:8) เมื่อประชากรอิสราเอลกำลังเดินทางในทะเลทราย และพวกเขากำลังจะอดตาย เพราะขาดอาหาร พระเป็นเจ้าได้ทรงเลี้ยงดูพวกเขาด้วยมานา (อพย 16:4)
พระเยซูเจ้าเองได้เคยประกาศว่า พระองค์คือปังที่ลงมาจากสวรรค์ “เพื่อมอบชีวิตให้แก่โลก” (ยน 6:33) พระองค์ได้ใช้ขนมปังบาร์เลย์ ที่เป็นอาหารพื้นๆสำหรับคนจน เหมือนกับประกาศกเอลีชา (2พกษ 4:42-44) พระองค์ได้สวดโมทนาพระคุณ ทรงบิออก และประทานให้แก่ประชาชนที่กำลังหิวโหย ประชาชนได้มีปฏิกิริยา และพูดดว่า “ท่านผู้นี้เป็นประกาศกที่แท้จริง ที่มาในโลกนี้” ที่พวกเขาหมายถึงโมเสสที่เป็นประกาศก (ฉธบ 18:15ม18) ซึ่งจะกลับมาในวันสิ้นโลก อย่างไรก็ตาม ประชาชนกำลังตามหาพระเมสสิยาห์ ที่เป็นกษัตริย์ และผู้พิชิต ซึ่งจะขับไล่ชาวโรมันออกจากแผ่นดิน และเมื่อพระเยซูเจ้าได้รับรู้เรื่องดังกล่าวนี้ ได้เสด็จไปยังภูเขาแต่เพียงลำพัง...ท่านได้จัดเตรียมขนมปังสำหรับคนยากจนหรือไม่?...ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดเพิ่มพลังให้แก่ลูก ด้วยพระกายและพระโลหิตของพระองค์ในศีลมหาสนิท.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view