สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม 18 สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา

วันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม 18 สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา

อย่าให้ความกลัวในสิ่งใดๆ...ทำให้ใจเธอหวั่น
อย่าให้อุปสรรคใดๆทำให้เธอขาดความเชื่อ
เพราะพระองค์ทรงตรัสไว้อย่างชัดเจนว่า..
"ถ้าเจ้าเชื่อ เจ้าจะเห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า"

📚บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม 2018
สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา
อ่าน : ยรม 13 : 1-11
มธ 13 : 31-35
https://www.youtube.com/watch?v=obKJsxd9ANw

🌺 I Walk By Faith
http://youtu.be/WxIOvc-EKN8

🎋🎋🎋🎋🎋🎋🎋🎋🎋

“พลังแห่งพระวาจา”

วันจันทร์ที่ 30 กรกฏาคม 2018

สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“เมล็ดเล็กกว่าเมล็ดทั้งหลาย แต่เมื่องอกงามขึ้นเป็นต้นแล้ว กลับมีขนาดใหญ่กว่าต้นผักอื่นๆ และกลายเป็นต้นไม้ จนกระทั่งนกในอากาศมาทำรังอาศัยบนกิ่งได้...” (มธ 13:31-35)

เมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตที่พระเจ้าทรงหว่านไว้ในใจมนุษย์

เป็นการเริ่มต้นต้นเล็กๆ จากความรักยิ่งใหญ่ของพระเจ้า

เป็นการเริ่มต้นอย่างเงียบ และเติบโตอย่างเงียบ

แต่มั่นคงอยู่ในพระองค์

หากลูกของพระเจ้ายังติดสนิทสัมพันธ์กับพระองค์

จากเมล็ดพันธุ์เล็กๆ ที่พระองค์ได้ทรงหว่านไว้นั้น

จะกลายเป็นที่พึ่งพิงและความรอดพ้นของคนมากมาย

เชื้อของความเป็นลูกของพระเจ้า บันดาลให้โลกศักดิ์สิทธิ์

ด้วยความดีงามของพระองค์ในชีวิตของคริสตชน

วันนี้ ฉันยังติดสนิทอยู่กับพระองค์หรือเปล่า

________________

อ่านบทอ่านที่หนึ่งแล้วทำให้อดไม่ได้ที่จะคิดถึงสิ่งที่คาดเอวอยู่กับเสื้อขาวยาวที่ผมสวมเสมอเวลาถวายมิสซา (เสื้ออัลบา ไม่ใช่เสื้อหล่อ) เชือกเส้นนั้น หรือสิ่งที่คิดเอวนั้นที่ผูกมัดผ้าห้อยคอ (สโตลา) ผ้าคาดเอว เครื่องหมายของการรักและรับใช้ที่รัดแน่นความหมายของคุณธรรมแห่งความเป็นสงฆ์ที่มีผ้าห้อยคอเป็นเครื่องหมาย ให้แนบชิดกับชีวิตของพระสงฆ์ (บทอ่านที่หนึ่ง ยรม 13:1-11) หากสิ่งสิ่งเหล่านี้ขาดหายไปจากชีวิตสงฆ์คราใด พระสงฆ์อย่างผมก็เหมือนคนทรยศที่ไม่รับใช้พระเจ้า และชีวิตก็ไม่สามารถเกิดผลได้เลย หากพระสงฆ์ทิ้งความหมายของชีวิตในการชิดสนิทกับพระเจ้า ผูกมัดตนเองไว้ในความสัมพันธ์แห่งการรักและรับใช้พระเจ้า ซึ่งไหลรินไปเป็นพันธกิจของความรักและเมตตาที่ต้องผ่านไปถึงทุกคนรอบข้าง

เครื่องหมายน้อยๆ นี้ เหมือนสิ่งเล็กๆ ในบรรดาเครื่องหมายหลายๆ อย่างของอาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์ของพระสงฆ์ เมื่อนำมาไตร่ตรองวันนี้แล้ว นี่คือสิ่งที่ทำให้ผมต้องหันกลับมาทบทวนชีวิตของคริสตชนคนนี้ ที่ถวายตัวเป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์ คุณธรรมแห่งลูกของพระเจ้า ที่ต้องชิดสนิทกับพระองค์จนกลายเป็นชีวิตที่ซึมซับความรักและเมตตาจากพระเจ้า เพื่อมอบแก่ประชากรของพระองค์นั้น บัดนี้ซ่อนอยู่ที่ใด สิ่งนี้ยังติดได้รับการรักษาไว้อย่างดีแนบชิดชีวิตสงฆ์ของผมหรือเปล่า... หากไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว มันจะมีค่าอะไรเล่า

ชีวิตคริสตชนที่ติดอยู่กับพระเจ้าเท่านั้น ผูกมัดไว้ในความรัก ความวางใจ และความหวังในพระองค์เท่านั้น ที่จะสามารถเกิดผล แม้สิ่งนี้จะไม่ยิ่งใหญ่ และดูเป็นสิ่งเล็กๆ ก็ตาม แต่หากเป็นสิ่งเล็กที่พระเจ้าเป็นผู้ริเริ่มไว้ในวิญญาณมนุษย์นั้น สิ่งเล็กๆ ของพระเจ้า ย่อมยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใหญ่โตของมนุษย์สักเพียงใด เมื่อมันงอกงามขึ้นจริงๆ ในหัวใจของมนุษย์... แต่คำถามที่ผมไตร่ตรองเป็นพอเศษในเช้านี้คือ อะไรคือผ้าคาดเอวของผมในชีวิตจริง คุณธรรมความดีของพระเจ้า หรือความมีเกียรติตามประสาโลก ผมเอาสิ่งใดมาคาดไว้แนบกายของตนจริงๆ ชีวิตของผมก็จะสะท้อนภาพถึงสิ่งที่ผมยึดติดนั้นไว้

จิตตารมณ์ และความเชื่อของลูกของพระเจ้านั้น เป็นเหมือนเมล็ดพันธุ์ที่พระเจ้าทรงหว่านไว้ในหัวใจและจิตวิญญาณของลูกของพระองค์ เป็นดังเชื้อแป้งแม้เพียงน้อยนิด แต่ทำให้โลก ทำให้ชุมชน และสังคมต้องฟูขึ้นในความศักดิ์สิทธิ์ ความรัก และความดีของพระเจ้า ที่ต้องเปี่ยมล้นในชีวิตคริสตชน... นั่นหมายความว่า ที่ใดที่มีคริสตชนอยู่ที่นั่น ที่นั่นต้องไม่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังที่ไร้ความหวัง ความทุกข์โศกที่ปราศจากความบรรเทา ชีวิตที่ไร้ความหมาย แต่ในทางตรงกันข้าม ที่ใดที่คริสตชนอยู่ ที่นั่นต้องไม่ขาดชีวิตพระหรรษทาน กำลังใจ และความชื่นชมยินดี ความรักเมตตา เป็นสิ่งที่จรรโลงกำลังใจของกันและกัน

มองชีวิตคริสตชน เราเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ในโลกจริงๆ แต่สิ่งเล็กๆ นี้คืออานุภาพของพระเจ้าที่ทรงหว่านไว้ เพื่อให้เราได้เติบโตขึ้นเป็นต้นไม้ใหญ่ เป็นที่พึ่ง เป็นความหวัง เป็นกำลังใจ ของทุกๆ คน เพราะที่ที่คริสตชนอยู่ ที่นั่นต้องไม่สิ้นหวัง ที่นั่นต้องไม่โศกเศร้าร่ำไห้ ที่นั่นต้องไม่ขาดแคลนสิ่งจำเป็นใด ที่นั่นจะเต็มไปด้วยความหวัง ความรัก และวางใจในพระเจ้า พระองค์ผู้ทรงปกป้องคุ้มครองและเลี้ยงดูบรรดาลูกของพระองค์เสมอ แต่สิ่งที่ต้องทบทวนไตร่ตรองคือ วันนี้ สังคมที่ฉันซึ่งเป็นคริสตชน เป็นลูกของพระเจ้า ที่ที่ฉันอยู่นั้น เต็มเปี่ยมไปด้วยความดีงามของพระเจ้าหรือเปล่า ชีวิตของฉันจะสามารถนำสิ่งเหล่านี้ไปสู่พี่น้องได้หรือเปล่า หากผ้าคาดเอวของฉันไม่ใช่คุณธรรมของลูกของพระเจ้า และไม่ได้ผูกมัดฉันไว้ให้แนบชิดกับพระองค์จริงๆ... ฉันเอาอะไรมาผูกมัดไว้กับชีวิตของฉัน อุปสรรคแห่งชีวิตพระหรรษทานคือบาป สิ่งนี้ทำให้ฉันไม่อาจงอกงามเป็นต้นไม้ใหญ่ สิ่งนี้ทำให้ฉันไม่อาจเป็นเชื้อแห่งความดีงามของพระเจ้า หากชีวิตของฉันไกลห่างจากคุณธรรมความดีงามของพระองค์... วันนี้ ลูกของพระเจ้าสวมอาภรณ์ของใคร ผ้าคาดเอวของลูกของพระเจ้า ยังหมายถึงคุณธรรมความดีที่ผูกมัดตนเองไว้แนบชิดกับพระองค์หรือไม่... หากว่าในพระองค์เท่านั้น ฉันจึงจะสามารถเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ เป็นที่อาศัยพึ่งพาของทุกๆ คน ภายใต้พระหรรษทานและคุณธรรมความดีแห่งชีวิตคริสตชน 

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้จิตตารมณ์แห่งชีวิตคริสตชน จิตตารมณ์แห่งการเป็นลูกของพระองค์ เป็นดังผ้าคาดเอวของลูกตลอดเวลาด้วยเถิด เพื่อลูกจะสามารถเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งอาณาจักรสวรรค์ เป็นเชื้อแป้งแห่งความดีงามของพระองค์ และทำให้โลกนี้ฟูขึ้นในความดีงามและความศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ ด้วยชีวิตที่เปี่ยมด้วยรักและเมตตา ที่ผูกมัดไว้กับพระหรรษทานและความช่วยเหลือของพระองค์เทอญ

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม 18 สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ยรม 13:1-11 / มธ 13:31-35
เมล็ดมัสตาร์ดและเขื้อแป้งสอนเรา เกี่ยวกับพระราชัยสวรรค์อย่างไร? เมล็ดมัสตาร์ดเล็กๆ ได้เจริญเติบโตขึ้นเป็นต้นไม้ใหญ่ ที่ดึงดูดบรรดานกจำนวนมาก เพราะพวกมันขอบเมล็ดมัสตาร์ดสีดำ ที่ทำให้เกิดงานในพระราชัยของพระเป็นเจ้า ที่เริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ในหัวใจของมนุษย์ชายและหญิง ซึ่งยินดีรับพระวาจาของพระเป็นเจ้า และมันทำงานที่มองไม่เห็น และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายใน
เชื้อแป้งมีความสามารถในการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ก้อนแป้งทิ้งร่องรอยเดิมของมันไว้ แต่เมื่อใส่เชื้อแป้งเข้าไป จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เมื่อนำไปปิ้ง ก็ทำให้เกิดเป็นขนมปัง ที่ใช้เป็นอาหารบำรุงชีวิต พระเยซูเจ้าได้เผยแสดงรหัสธรรมของพระราชัยของพระเป็นเจ้า ผ่านทางนิทานเปรียบเทียบ ที่”ได้ถูกซ่อนไว้ในการสร้างโลก” (สดด 78:2) พระราชัยของพระเป็นเจ้า ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตัวของผู้ที่ได้รับชีวิตใหม่ ตามที่พระเยซูเจ้าได้เสนอให้ เมื่อเรามอบตัวเราให้แก่พระเยซูคริสตเจ้า และปล่อยให้พระวาจาหยั่งรากลงในหัวใจของเรา เราก็จะได้รับการเปลี่ยนแปลง ที่ทำให้เราเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ ด้วยอำนาจของพระจิตเจ้า ซึ่งประทับอยู่ในตัวเรา นักบุญอัครสาวกเปาโลได้กล่าวว่า “เรามีสมบัตินี้เก็บไว้ในภาชนะดินเผา เพื่อแสดงว่าอานุภาพล้ำเลิศนั้นมาจากพระเป็นเจ้า มิใช่มาจากตัวเรา ” (2คร 4:7)ท่านเชื่อในการเปลี่ยนแปลง ด้วยอำนาจของพระจิตเจ้าหรือไม่?
“ให้เราจำไว้ว่า เราไม่ต้องไปค้นหาพระคัมภีร์ เพื่อจะได้เข้าใกล้พระเป็นเจ้า เราไม่ต้องค้นหาพระคัมภีร์ เพื่อจะพูดคุยกับพระเป็นเจ้า”…พระเยซูเจ้าได้ตรัสว่า “พระราชัยของพระเป็นเจ้า คือ สิ่งที่อยู่ภายในใจเรา และข้าพเจ้าสามารถพูดว่า ข้าพเจ้าได้ยินพระบิดาตรัส และข้าพเจ้าสามารถทำเพียงสิ่งเดียว คือ มองดูพระบิดาเจ้าได้ทรงกระทำอะไร มันเป็นสิ่งที่เราเคยมีประสบการณ์ เคยพูด และเคยทำ พระราชัยของพระเป็นเจ้าอยู่ที่นี่ แต่ยังไม่สมบูรณ์...”พระราชัยของพระเป็นเจ้า ไม่ได้หมายถึงสถานที่ แต่เป็นประชาชน ที่รวมมนุษยชาติทั้งหมด”.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view