สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพุธที่ 1 สิงหาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญอัลฟองโซ มารีย์ เด ลิกวอรี พระสังฆราช และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร

วันพุธที่ 1 สิงหาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญอัลฟองโซ มารีย์ เด ลิกวอรี  พระสังฆราช และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร


🍄ความรักต่อโลก....
ทำให้คนยิ่งเหนื่อย ยิ่งล้า
แต่ยิ่งแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า
ก็จะยิ่งมีกำลัง มีพลัง มีชัยชนะ

📚บทอ่านประจำวันพุธที่ 1 สิงหาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญอัลฟองโซ มารีย์ เด ลิกวอรี 
พระสังฆราช และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร
https://m.youtube.com/watch?v=nuuIX5Iy94w&feature=youtu.be

🎋Give Thanks
https://youtu.be/Bk_7wUR2Wdg

🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷

วันพุธที่ 1 สิงหาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญอัลฟองโซ มารีย์ เด ลิกวอรี 
พระสังฆราช และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร
อ่าน
ยรม 15:10,16-21
มธ 13:44-46

เมื่อพบว่าสิ่งใดมีค่าในชีวิต ธรรมชาติมนุษย์
มักคิดทำทุกวิถีทาง เพื่อการได้มา เป็นเจ้าของ ครอบครอง
ไม่ว่าจะต้องออกแรงสักเท่าใดก็ตาม

ประกาศกเยเรมีย์บอกว่า ความชื่นบาน
และความยินดีในจิตใจของท่าน
คือ การได้พบพระวาจา และกลืนกินเข้าไปในชีวิต 
คิดเสมอว่าตน “เป็นของพระเจ้า”

นักบุญอัลฟองโซ ได้ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของท่าน 
จากอาชีพที่มั่นคง สู่การมอบอุทิศชีวิตตน เพื่อพระคริสตเจ้า
โดยอาศัยความเพียรทน เพื่อประกาศพระวรสารแก่คนยากจน
ท่านจึงได้ตั้งคณะนักบวช “พระมหาไถ่” 
เพื่อช่วยทุกคนให้เป็นนักบุญตามสภาพการณ์ของตนเอง

หมายเหตุ…
ภาวนาสำหรับนักบวชคณะพระมหาไถ่ เป็นพิเศษครับ

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา” 

วันพุธที่ 1 สิงหาคม 2018

สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา

ระลึกถึงนักบุญอัลฟอนโซ เดลิโกวรี พระสงฆ์และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“อาณาจักรสวรรค์เปรียบได้กับขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ในทุ่งนา คนที่พบก็ฝังซ่อนสมบัตินั้น และยินดีกลับไปขายทุกสิ่งที่มี นำเงินมาซื้อนาแปลงนั้น...” (มธ 13:44-46)

ในชีวิตของเราแต่ละวัน

เราเผชิญหน้ากับหลายสิ่งหลายอย่าง

แม้เราต้องเลือก และต้องการทำหลายอย่าง

แต่เราก็มี 24 ชั่วโมงเท่ากัน

แต่การเลือกใดจะให้คุณค่าที่สุด

สิ่งที่สำคัญ สิ่งที่สำคัญกว่า และสิ่งที่สำคัญที่สุด

กับสิ่งที่เรียกว่า เป็นพระประสงค์ของพระเจ้า

วันนี้ ฉันรู้จักแยกแยะ และเลือกอย่างไร...

________________

เมื่อวานเราระลึกถึงนักบุญอิกญาซีโอ แห่งโลโยลา ผู้ซึ่งผมมีความประทับใจท่านมากในเรื่อง “การแยกแยะฝ่ายจิต” ครับ และวานนี้ ผมก็ได้มีโอกาสรับการแบ่งปันจากพี่น้องในการคุยกันถึงเรื่องเหล่านี้ครับ พระประสงค์ของพระเจ้า และน้ำใจของตนเอง ฉันจะแยกแยะและเลือกอย่างไร งานมากมายที่ต้องทำในวันเหล่านี้ บางครั้งมันก็มีผลกับชีวิตของฉันไม่น้อยทีเดียว ฉันจะแยกแยะอย่างไร เมื่อฉันมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากับทุกคน... โอ้... และพระวาจาของพระเจ้าเช้านี้ครับ... “ถ้าท่านรู้จักแยกสิ่งประเสริฐจากสิ่งไร้ค่า...” (ยรม 15:10, 16-21) บทอ่านที่หนึ่งในวันนี้นำผมไตร่ตรองหนักจริงๆ ครับ... บทไตร่ตรองที่เพิ่งมีโอกาสมานั่งพิมพ์เมื่อใกล้เที่ยงนี้ คงเป็นงานสุดท้ายก่อนทานอาหารกลางวันของผมในวันนี้... และมากกว่านั้น แท้จริงแล้ว ผมต้องยอมรับว่า พระเจ้าได้นำให้ผมไตร่ตรองพระวาจาของพระองค์วันนี้ตั้งแต่ตีหนึ่งเลยครับ เมื่อผมลุกขึ้นจากที่นอนเร็วกว่าเดิมสักสองชั่วโมง เพื่อทำบางอย่าง...

สองวันจากงานอภิบาลนอกสถานที่ ทำให้ผมกลับมาถึงวัดเมื่อวานนี้ค่อนข้างค่ำ และหลังจากการถวายมิสซาค่ำและภาวนาตามเวลาแล้ว ผมได้มีโอกาสนั่งสงบๆ สักพักในการรำพึงต่ออีกสักนิด และที่สุด ก็ตัดสินใจให้ความยุติธรรมกับร่างกายของตน ด้วยการพักผ่อนเร็วกว่าเดิมสักหน่อย เพื่อจะตื่นเร็วขึ้น และทำสิ่งที่ควรจะทำต่อไปภายหลัง… (ทีแรกคิดจะทำให้เสร็จคืนนี้เลย แต่ดูเหมือนว่าร่างกายกำลังประท้วงอะไรบางอย่างครับ จึงตัดสินใจพักก่อน)

การทำความสะอาดบ้าน การกวาดใบไม้ ซักผ้า รีดผ้า ทำความสะอาดภาชนะศักดิ์สิทธิ์ และงานที่วางแผนไว้ในวันเหล่านี้ สิ่งที่ตั้งใจจะทำในวันเหล่านี้... มันคงไม่อาจจะสำคัญไปกว่าการเตรียมห้องพัก การเตรียมต้อนรับเพื่อนพระสงฆ์ท่านหนึ่งที่จะมาเยี่ยมในเช้าวันนี้แน่ๆ เพราะที่สุด เมื่อตื่นขึ้นมาในเช้าวันนี้ ผมก็รีบไปทำความสะอาดห้องพัก เตรียมอาหาร เพื่อจะออกไปรับเพื่อนที่จะเดินทางมาถึงประจวบฯ โดยรถไฟเช้าตรู่นี้ โดยที่ผมไม่พลาดการเตรียมมิสซา เตรียมสถานที่ในวัดไว้ก่อน ไม่พลาดการทำวัตรแรกของวัน ไม่พลาดการไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้าประจำวันนี้ แต่555 ที่สุด ผมก็พลาดครับ ผมพลาดตรงนี้แหละครับ ตรงที่ไม่มีโอกาสมานั่งพิมพ์ส่งมาแบ่งปันให้พี่น้องในเวลาเช้าตรู่ดังที่เคยส่งทุกๆ เช้าครับ... พอสายๆ แน่นอนครับ ผมคิดไม่ผิดครับ ผมมีคนคอยช่วยผมครับ ยามที่อินเตอร์เน็ตมีปัญหา และเขาคนนั้น ผู้ช่วยของผมบางคนก็แจ้งมาว่า “วันนี้บทไตร่ตรองยังไม่มานะคะ” ใช่ครับ... เพราะที่สุด ผมเพิ่งมีเวลามานั่งพิมพ์และส่งมานี่แหละครับ

พี่น้องที่รักครับ นี่คือความพลาดที่ผมคิดว่าผมเลือกพลาดได้ครับ พลาดในการส่งบทไตร่ตรองผิดเวลา แต่ไม่พลาดการภาวนา การไตร่ตรองพระวาจา และไม่พลาดที่จะต้อนรับเพื่อนพี่น้องที่มาเยี่ยมครับ... ในท่ามกลางงานมากมายในวันเหล่านี้ งานอภิบาลโครงการพระเมตตา งานอภิบาลวันศุกร์ต้นเดือน ที่ต้องเลื่อนเวลาบ้าง การเทศน์เตรียมจิตใจฉลองชุมชนแห่งความเชื่อของวัดแห่งหนึ่ง และการที่ต้องมีโอกาสประสานงาน เพื่อเก็บแนวคิดในการเทศน์ให้สอดคล้องและเป็นหนึ่งเดียวกันกับทีมพระสงฆ์ของสังฆมณฑล ในการเตรียมเตรียมจิตใจสัตบุรุษเพื่อการฉลอง 50 ปีสังฆมณทลสุราษฎร์ธานี พระเจ้าทรงสอนให้ผมเรียนรู้และเลือกจริงๆ ครับ... 

ที่สุด มาถึงพระวรสารประจำวันนี้ครับ... นี่คือบทสรุปจริงๆ... เพราะในชีวิตของเรา ที่เราไม่อาจจะทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ด้วยตัวเราเองทั้งหมด และบางครั้ง เราอาจจะมองเห็นสิ่งที่ต้องละทิ้ง ความพลาดพลั้งบางเรื่องบางอย่างจะเกิดขึ้น แต่ว่า เราเลือกพลาดพลั้งได้ครับหากเราต้องพลาดพลั้งบ้าง เพื่อรักษาความดีงามไว้มากที่สุด... ด้วยว่าในชีวิตของเรา เรามีสิ่งที่ต้องเลือกมากมายจริงๆ ครับ สิ่งที่สำคัญ สิ่งที่สำคัญกว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราต้องเลือกและตัดสินใจเลือก และเมื่อหันกลับมามองสถานการณ์ มองเวลาที่มี มองทรัพยากรที่มี เราก็อาจจะต้องคิดอีกครั้ง คิดดีๆ คิดอย่างรอบคอบ เพื่อจะไม่เสียดาย และเสียใจภายหลังในการตัดสินใจเลือกแต่ละครั้ง

พี่น้องที่รักครับ ผมคิดว่า สภาพชีวิตของผมที่เป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์ กับชีวิตฆราวาสของพี่น้อง เราคงไม่ต่างกันในเรื่องดังกล่าวนี้นักหรอกครับ เราแต่ละคนต้องแข่งขันกับเวลา เราต้องแข่งขันในการงาน เพื่อทำสิ่งที่ดีที่สุด และที่สุด เราก็ต้องเรียนรู้การเลือกที่เหมาะสมในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อทำสิ่งที่ดีที่สุด ความยุ่งๆ วุ่นวายของผมในวันเหล่านี้ กับภาระหน้าที่ของพี่น้องเช่นกัน เราคงมีความห่วงใยในหน้าที่การงานของเราพอๆ กันครับ... แต่สิ่งที่พระวรสารสอนเราในวันนี้ วันที่เราระลึกถึงนักบุญอัลฟอนโซ มารีย์ เดลิโกวรี นักจริยศาสตร์ยุคใหม่ สิ่งนั่นคือ “การเลือก” ครับ ซึ่งผมชอบแนวการสอนของท่านมาก ในเรื่องการเลือกทางศีลธรรม... พี่น้องครับ สิ่งที่พระวรสารสอนเราในวันนี้ ต้องยอมรับว่ามีคุณค่าจริงๆ กับชีวิตคริสตชนและการเลือกของเราในชีวิต... เมื่อคนหนึ่งได้พบขุมทรัพย์มีค่าที่สุดในที่นาผืนหนึ่ง และเขาก็พร้อมยอมขายทุกสิ่งที่ซื้อที่นาแปลงนั้น เพราะสิ่งที่มีอยู่ ไม่อาจมีค่ากว่าสิ่งที่เขาพบ... เฉกเช่นเดียวกับไข่มุกเม็ดงามที่มีค่ามหาศาล เขาก็ย่อมพร้อมที่จะสละทุกสิ่ง เพื่อแลกกับสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดนั้น...

อาณาจักรสวรรค์ ความรอดพ้น ก็เป็นเช่นนี้แหละครับ ... ความรักต่อพระเจ้าและต่อเพื่อนพี่น้อง ทำให้เราต้องเผชิญกับการเลือกที่ต้องใช้สิ่งที่เรียกว่า “ปรีชาญาณ” ที่ต้องวอนขอจากพระเจ้าจริงๆ ครับ เพื่อเราจะเลือกในสิ่งที่มีค่าที่สุด และยอมแลกกับสิ่งที่มีค่าน้อยกว่า หรือไร้ค่าไร้ประโยชน์... บทภาวนาของประธานอาทิตย์นี้มีค่าจริงๆ ครับ ให้เราภาวนาต่อพระเจ้าแบบนี้เสมอๆ นะครับ ภาวนาของนักบุญอิญญาซีโอที่เราระลึกถึงเมื่อวานนี้ ให้ช่วยเราในการรู้จักการแยกแยะฝ่ายจิต และขอนักบุญอัลฟอนโซ ซึ่งเราระลึกถึงวันนี้ด้วย เพื่อให้เราเรียนรู้และเลือกสิ่งที่ดีที่สุด และสิ่งนั้นคือ “พระประสงค์ของพระเจ้า” 

ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงคุ้มครองผู้วางใจในพระองค์ ถ้าไม่มีพระองค์แล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดมั่นคง ไม่มีสิ่งใดศักดิ์สิทธิ์... ขอทรงพระเมตตาช่วยข้าพเจ้าทั้งหลาย ให้ใช้สิ่งของไม่ยั่งยืนในปัจจุบันนี้ โดยมีจิตใจผูกพันกับสิ่งที่ดำรงคงอยู่ตลอดไปด้วยเถิด... (เทียบบทภาวนาของประธานสัปดาห์ที่ 17)

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันพุธที่ 1 สิงหาคม 18 สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ยรม 15:10,16-21 / มธ 13:44-46
พระเยซูเจ้าทรงเล่านิทานเปรียบเทียบ ให้บรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ฟัง เพื่อให้พวกเขาเข้าใจเกี่ยวกับพระราชัยสวรรค์ และเกี่ยวกับความกระตือรือร้น ที่จะต้องสร้าง ในนิทานเปรียบเทียบเรื่องขุมทรัพย์ที่ซ่อนไว้ และคนที่ค้นพบจะมีความยินดีอย่างมาก ที่จะต้องทำให้พวกเขาสละละทุกสิ่ง เพื่อจะนำมาซื้อขุมทรัพย์ สิ่งอื่นๆล้วนไม่มีความสำคัญแต่อย่างใด ขุมทรัพย์ที่ค้นพบอย่างไม่คาดฝันนั้น เกิดขึ้นเมื่อเขากำลังไปทำงานประจำวัน ในนิทานเปรียบเทียบเรื่องไข่มุกล้ำค้าก็เช่นเดียวกัน พระเยซูเจ้าทรงต้องการจะชี้ให้เห็นว่า จะต้องมีความพยายามที่จะได้พระราชัยสวรรค์ เพราะพระราชัยสวรรค์มีคุณค่ามาก จนไม่มีสิ่งใดนำมาเปรียบเทียบได้ บรรดาผู้ที่ติดตามพระเยซูเจ้า จะต้องตีคุณค่าของพระราชัย เหมือนขุมทรัพย์ที่มีค่า ที่จะคงอยู่ตลอดไป เพราะว่าพวกเขาได้ค้นพบคุณค่าที่แท้จริง พวกเขาจะต้องเสียสละทุกสิ่งด้วยความเต็มใจ เพื่อจะได้มันเป็นกรรมสิทธิ์...ท่านแสวงหาขุมทรัพย์ของพระราชัยสวรรค์ หรือความร่ำรวยที่โลกมอบให้ท่าน?...ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดช่วยลูกให้เห็นคุณค่าของพระราชัยสวรรค์ มากกว่าสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น
วันนี้เราระลึกถึงนักบุญอัลฟอนโซ ลีเกวลี พระสังฆราช และนักปราชญ์ของพระศาสนจักร ท่านเกิดที่เมืองมารีอาแนลลา ใกล้กับเนเปิ้ลส์ ในปี 1696 ท่านเป็นนักเทศน์ที่มีวิธีการง่ายๆเรียบๆ และเข้าใจผู้ที่มาแก้บาปกับท่าน ท่านมักจะมีความขัดแย้งกับผู้ใหญ่ของพระศาสนจักร เพราะท่านถูกมองว่าเป็นคนผ่อนผันให้คนบาปมากเกินไป ท่านเป็นผู้ก่อตั้งคณะพระมหาไถ่ ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระสังฆราชในปี 1767 และได้พยายามปฏิรูปชีวิตนักบวช ตลอดจนช่วยทำให้บรรดาฆราวาสเจริญชีวิตที่มีชีวิตชีวามากขึ้น ในสังฆมณทลของท่าน ต่อมาได้สละตำแหน่ง เพราะสุขภาพไม่ดี ในปี 1777 ทางรัฐบาลได้ต่อต้านสมาชิกของคณะพระมหาไถ่ ท่านได้ต่อสู้และป้องกันสมาชิก จนได้รับการรักรองจากกษัตริย์ พระสันตะปาปาปีโอที่ 9 ได้ประกาศให้ท่านเป็นนักปราชญ์ของพระศาสนจักร ในปี 1871...ท่านพูดว่า “จงสร้างนิสัยในการพูดกับพระเป็นเจ้า เหมือนกับว่าท่านอยู่กับพระองค์ตามลำพัง ด้วยความคุ้นเคย ด้วยความรัก เหมือนกับเพื่อนรัก”

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view