สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญยอห์น มารีย์ เวียนเนย์ พระสงฆ์

วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญยอห์น มารีย์ เวียนเนย์ พระสงฆ์

🍓 เมื่อประสบความทุกข์ข์ยาก...
อย่าจดจ้องที่ปัญหาและบ่นว่าหมดหนทาง
เพราะพระเจ้าทรงสามารถสร้างทางขึ้นจากอุปสรรค

📚บทอ่านวันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญยอห์น มารีย์ เวียนเนย์ พระสงฆ์
https://www.youtube.com/watch?v=52tArrLUN1g

❤ เพราะพระองค์รัก
http://youtu.be/OOv14jGUFDI

🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญยอห์น มารีย์ เวียนเนย์ พระสงฆ์
อ่าน
ยรม 26:11-16,24
มธ 14:1-12

เพราะกษัตริย์เฮโรด มิได้ยอมรับ ในความจริง ความถูกต้อง
ที่ได้รับคำตักเตือนจากยอห์นบัปติสต์ เพื่อปรับปรุง
เปลี่ยนแปลงตนเอง แต่เลือกที่จะใช้พลัง อำนาจ
ในทางชั่วร้าย เพื่อปิดบัง ปกป้องตนเอง
ที่สุดแล้ว ท่านต้องเป็นทุกข์เสียใจในสิ่งที่ได้ทำไป
และต้องดำเนินชีวิต โดยปราศจาก “ความสุข”

เมื่อประชากรอิสราเอล ได้ยิน ได้ฟัง
คำตักเตือนของประกาศกเยเรมีย์
แล้วยินดีที่จะปรับปรุง เปลี่ยนแปลงความประพฤติ
พวกเขาได้รับพร และการอภัยจากพระเจ้า

ชีวิตที่ใกล้ชิด ผูกพันกับพระเจ้าของ
ท่านนักบุญยอห์น มารีย์ เวียนเนย์
ทำให้ท่านสามารถนำคนจำนวนมาก
ให้มาใกล้ชิดพระเจ้า ผ่านทางงานศาสนบริการ
ที่ท่านได้อุทิศตน

หมายเหตุ..
เวลาไม่อาจ รักษาทุกสิ่ง
แต่การยอมรับ “ความจริง”..
จะรักษาทุกอย่าง

ภาวนาสำหรับ ..
บรรดาพระสงฆ์ เป็นพิเศษ

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม 2018

สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา

ระลึกถึงนักบุญ ยอห์น มารีย์ เวียนเนย์ พระสงฆ์

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“โปรดประทานศีรษะของยอห์นผู้ทำพิธีล้างใส่ถาดมาให้หม่อมฉันที่นี่เถิด...” (มธ 14:1-12)

ทุกวันนี้ นี่คือใช่ไหม

สิ่งที่เราแต่ละคนอาจจะขอ

เพื่อทำลายให้หมดสิ้นซาก

สิ่งที่เรียกว่า “มโนธรรมของสังคม”

สิ่งที่ลูกของพระเจ้าต้องเป็น

วันนี้ ฉันเป็นเช่นใด

ฉันเป็นแสงสว่างแห่งความจริงหรือเปล่า

เป็นฉันหรือเปล่า ที่อาจจะขอศีรษะของใครบางคน

ให้มันตายๆ ไป จะได้หมดเสียงตักเตือนในใจฉัน

นั่นไม่ใช่ นั่นไม่ใช่ชีวิตคริสตชน 

นั่นไม่ใช่อัตลักษณ์ของคริสตชนเลย...

________________

อีกมุมหนึ่งของชีวิตคริสตชน ที่ใครสักกี่คนจะกล้ามอบตนเพื่อเป็นสิ่งที่เรียกว่า “เป็นมโนธรรมของสังคม”... ผมอ่านพระวรสารที่บันทึกเรื่องราวของนักบุญยอห์น บัปติสต์ ตอนนี้ ครั้งใด รู้สึกประทับใจท่านทุกครั้ง ในสถานการณ์แบบที่ผมไม่เข้าใจหัวใจคนแบบกษัตริย์เฮโรดเลยจริงๆ ที่ได้ทำสิ่งเหล่านี้ในวันมงคลของตนเอง ให้เป็นวันที่เอาชีวิตคนๆ หนึ่ง คนๆ นั้นที่ตักเตือนหัวใจพระองค์... การรักษาสัญญา เพราะกลัวจะน้อยหน้าแขกที่มาร่วมงาน โดยยอมทำสิ่งที่เลวร้ายที่สุด แทนที่จะต้องสอนคนแบบนางคนนี้ ด้วยการปฏิเสธการกระทำที่ชั่วร้ายนี้... วันนี้ เราขออะไรกันจากกันและกัน เพราะสิ่งที่ถูกอ้างว่ารัก และเราสัญญาจะทำทุกสิ่ง แม้สิ่งที่เกินกำลัง และบางครั้งก็ขัดต่อศีลธรรมกระนั้นหรือ... การขอแบบนี้ คือการดูถูกและเหยียดหยามความเป็นกษัตริย์อย่างที่สุดมิใช่หรือ กษัตริย์ที่ควรจะเปี่ยมด้วยความรักและความเมตตา แต่กลับหลงในความผิดจนดวงตามืดบอด และไม่กล้าปฏิเสธสิ่งเลวร้ายนี้ เพียงเพราะได้สัญญาไว้...

แต่บางทีมันจะเป็นไปได้ไหม ที่คนๆ หนึ่งตกเป็นทาสของบาป และบาปต่างหากที่ทำให้คนตาบอด... ไม่ใช่ “ความรักทำให้คนตาบอด” เพราะมิฉะนั้นแล้ว มันไม่ใช่ความรัก แต่เป็นสิ่งที่เรียกว่า “ความหลง” ต่างหาก เขาหลงทาง เขากำลังเพลินอยู่กับชีวิตท่ามกลางความบาปและความเลวร้าย... ผลของบาปและการไม่ยอมรับความจริง ร่วมกับการถวายเกียรติแด่พระแห่งมหาอำนาจ พระเท็จเทียมแห่งเกียรติยศ ที่ทำให้เขายิ่งตาบอด และพร้อมจะทำทุกสิ่งเพื่อเกียรติและอำนาจของตนเอง... แต่วันนั้น คนที่มาร่วมงาน จะประทับใจอะไรหรือ กับการสัตย์ซื่อต่อคำสัญญา ว่าจะให้ทุกสิ่งที่เด็กหญิงคนนั้นขอ แม้กระทั่งยอมทำสิ่งที่เลวร้ายเช่นนี้

หมดกันครับ... หมดกัน เมื่อความเป็นมารดา ผู้ที่ควรเป็นผู้สอนนทางธรรมแก่บุตร บัดนี้ “จงขอศีรษะของยอห์น” ขอความตายของคนดีๆ คนหนึ่ง ที่เพียงเพราะฉันหมั่นไส้เขา และต้องการกำจัดให้สิ้นซาก

นี่หรือคือความกตัญญู นี่หรือคือความเชื่อฟังต่อความเป็นมารดา เมื่อลูกได้รับคำตอบจากมารดาเช่นนี้... นี่แหละ พระเยซูเจ้าจึงสอนว่า “ผู้ที่รักบิดามารดามากกว่าเรา เขาก็ไม่คู่ควรกับเรา...” เพราะในความเป็นจริง คนที่รักพระเจ้า คนที่รักความจริง คนที่ให้คำสอนและศีลธรรมเป็นความดีและความงามของชีวิต เขาก็รู้ว่า เขาควรรักบิดามารดาเช่นใด มิใช่หรือ... พ่อแม่ ก็แน่นอน ท่านเป็นผู้ให้กำเนิด แต่ท่านต้องเป็นผู้ชี้ทางธรรมมิใช่หรือ ไม่ใช่เป็นผู้ทำให้ลูกต้องหลงทางไป...

ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เด็กน้อยที่เรียนรู้คณิตศาสตร์บ้าง และพอจะคิดเลขเป็นบ้าง กล่าวกับยายว่า... “ยาย ยาย พี่เขาทอนเงินเกินมานะยาย...” แต่ยายรีบจูงมือเด็กน้อย บอกว่า “ไป ไป ให้เรารีบไป Big C เขารวยแล้ว ไม่ต้องไปคืนหรอก...”... พี่น้องที่รักครับ น่าเคารพไหมครับ ยายแบบนี้... แต่ใครจะอยากไปทะเลาะกับผู้ใหญ่ล่ะ...

ข้างบ้าน... มีเสียงด่าลูกหลานดังมา... เสียงของผู้ใหญ่... “เออ ! มัวแต่ซื่อสัตย์ สัตย์ซื่ออ่ะ... เดี๋ยวมึงก็อดตายเท่านั้นเอง” ... “ใครๆ เขาก็ทำกัน... โกงนิดโกงหน่อยไม่เป็นไรหรอก” ... โอ้ นี่คือการอบรมสั่งสอนที่เกิดขึ้นจริงในโลกเราวันนี้หรือ... แต่มันก็คือบทพิสูจน์ของหัวใจคนจริงๆ นะครับ แล้วเด็ก อนาคตของเรา อนาคตของชาติ อานาคตของพระศาสนจักรจะเป็นเช่นใด หากคริสตชน ลูกของพระเจ้าไม่ได้ทำหน้าที่เป็นมโนธรรมของสังคมเลย แต่กลับเป็นหมายชี้แนะ และนำไปสู่ความพินาศทางศีลธรรม... แทนที่จะยิ่งเป็นผู้ใหญ่ ยิ่งจะต้องเป็นเสาหลัก เป็นแสงสว่างของหนทางธรรม แต่กลับทำให้เด็กน้อยๆ ต้องหลงทางไป ... ความเป็นกษัตริย์ของเฮโรดอยู่ที่ไหน... ความเป็นมารดาของนางเฮโรเดียสคืออะไร... เช่นนี้ ก็น่าเห็นใจลูกสาวนะ หากไม่ทำตามใจแม่ เดี๋ยวคงไม่ได้กินข้าวกระมัง... แล้วชีวิตเด็กน้อยที่เติบโตมาในครอบครัวเช่นนี้ เธอจะเป็นเช่นใดหนอ...

บทอ่านที่หนึ่งวันนี้ (ยรม 26:11-16, 24) เยเรมีย์กำลังถูกปองร้าย เพราะการที่ท่านได้เป็นเสียงของพระเจ้า เพื่อตักเตือนผู้ที่หลงผิดไปให้กลับมาในทางธรรม นี่คือสิ่งที่เรียกว่า “มโนธรรมของสังคม” ครับ นี่คือสิ่งเดียวกันของผู้ที่ได้รับการเรียกให้เป็นคนของพระเจ้า... พระวาจาของพระเจ้าในวันเหล่านี้ ทำให้เราต้องเข้าใจว่า พระเจ้าทางวางลูกของพระองค์ไว้ท่ามกลางโลก เพื่อนำโลกให้พบความรอด ไม่ใช่เพื่อให้คล้อยตามกระแสของโลก แต่เพื่อช่วยนำพี่น้องคนอื่นๆ ให้พบความรอดพ้นด้วย... การเป็นสิ่งที่เรียกว่า “มโนธรรมของสังคม” เป็นสิ่งที่เป็นอัตลักษณ์ของคริสตชนอย่างแท้จริง คริสตชนต้องเจริญชีวิตเป็นมโนธรรมของสังคม อะไรจริงก็จริง ถูกก็ถูก ผิดก็ผิด เราต้องเจริญชีวิตประกาศความจริง เป็นพยานถึงความดี และนี่แหละคนของพระเจ้า นี่แหละลูกของพระองค์ ศิษย์ของพระเยซู มิใช่หรือ เขาควรเป็นเช่นนั้นมิใช่หรือ

พี่น้องที่รักครับ วันนี้ เราเจริญชีวิตในความเป็นจริงมากน้อยเพียงใด การโกหกที่ทำจนไม่รู้สึกว่าผิด ข้อความที่ขึ้นมาบนโทรศัพท์ของผมเกือบทุกวัน... “... วันนี้วันเดียว... สำหรับคุณเท่านั้น... โปรลับ” ขำ น่าขำจริง บางครั้งก็อยากจะปิด และไม่อยากใช้โทรศัพท์แล้ว มีแต่โกหก โกหก โกหกจนไม่รู้ตัว จนกลายเป็นธรรมชาติของชีวิตไปเสียแล้ว... “วันนี้วันเดียว” ก็เห็นขึ้นมาทุกวัน... “สำหรับคุณเท่านั้น” แต่ก็ส่งไปหาไม่รู้กี่คน.... “โปรลับ...” ก็ไม่เห็นมีอะไรลับเลย... ... ... นี่หรือคือความจริงใจของบริการหลังการขาย... คงหาได้ยากจริงๆ นะครับ... แล้วการบ้านของเราคริสตชนล่ะ มันยิ่งใหญ่นะ ทุกวันนี้ เราอยู่ในโลกเช่นนี้จริงๆ ลูกของพระเจ้า ศิษย์พระเยซูถูกท้าทายจริงๆ และเราจะเจริญชีวิตเช่นใด... ผมคงไม่มีคำตอบหรือคำแนะนำสำเร็จรูป นอกจากการไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้า คือการฟังเสียงแห่งความจริง และเป็นเสียงแห่งความจริง อย่างน้อย ในครอบครัวของเราก่อนเลย พี่น้องครับ สอนเถอะครับ สอนความจริง อย่ากลัวเลย เพื่อให้ลูกหลานของเราเติบโตบนหนทางแห่งความจริงและความดีนะครับ อนาคตของชาติ อนาคตของพระศาสนจักร ดูแลกันและกันนะครับ

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ความจริงของพระองค์ส่องสว่างในใจลูกเสมอเถิด ขอโปรดประทานพละกำลัง และความกล้าหาญ เพื่อให้ลูกสามารถเดินตามหนทางแห่งความจริงและความดีของพระองค์ตลอดไปเทอญ ขอให้ลูกเป็นคริสตังแท้ เป็นคริสตังจริงๆ ไม่ใช่ของเทียบ ของเทียม ของปลอม ของเลียนแบบ แต่เป็น ของจริง เป็นจริงๆ เถิด ขอให้พระสงฆ์เจ้าอาวาสน้อยๆ อย่างลูกนี้ เป็นมโนธรรมของลูกๆ ของสัตบุรุษ และเป็นมโนธรรมของสังคมตลอดไปเถิด

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม 18
สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ยรม 26:11-16,24 / มธ 14:1-12

ขณะที่ชื่อเสียงของพระเยซูเจ้าเป็นที่รู้จักแก่คนทั่วไป เฮโรด อันตีปาส โอรสของกษัตริย์เฮโรดมหาราช และเป็นผู้ปกครองแคว้นกาลิลี ได้ยินเกี่ยวกับกิจการอันน่าพิศวงของพระเยซูเจ้า พระองค์กลัวว่า พระเยซูเจ้าคือยอห์น ผู้กลับเป็นขึ้นมาจากความตาย ซึ่งพระองค์ได้สั่งให้ขังคุกท่านในฐานะเป็นประกาศก ที่กล้าประณามการสมรสที่ไม่ถูกต้องของพระองค์ (ลนต 18:16,20:21) ในโอกาสฉลองวันเกิดของกษัตริย์เฮโรด พระองค์ได้สัญญาจะมอบของขวัญให้แก่นางซาโลเม ตามที่นางต้องการ เพราะนางได้เต้นรำเป็นที่ถูกอกถูกใจพระองค์ และแขกที่ได้รับเชิญมาในงาน และเมื่อนางได้รับการแนะนำจากนางเฮโรเดียส

นางได้ขอศีรษะของยอห์น เป็นรางวัล ยอห์นได้ถูกฆ่าเหมือนบรรดาประกาศกก่อนหน้าท่าน เพราะได้ประกาศความจริงของพระเป็นเจ้า...ในวันนี้ มีเรื่องใดบ้าง ที่ข้าพเจ้าควรจะยึดถือ?..

ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดช่วยลูกให้พูดสิ่งที่ผิดต่อความยุติธรรม ที่ข้าพเจ้าเห็น.

วันนี้เป็นวันที่เราระลึกถึงนักบุญยอห์น มารีย์ เวียนเนย์ ผู้เป็นเจ้าอาวาสผู้ศักดิ์สิทธิ์ ท่านเป็นลูกชาวนา ซึ่งได้สอนเด็กอื่นๆให้สวดภาวนาและเรียนคำสอนในวัยรุ่น ท่านต้องใช้เวลาหลายปีในบ้านเณร ก่อนที่จะรับศีลบวชเป็นพระสงฆ์ เพราะไม่สามารถเรียนภาษาลาติน

หลังการบวชท่านได้ถูกส่งไปทำหน้าที่ที่อาร์ส ที่เป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆใกล้เมืองลียอง ที่สัตบุรุษมีใจเย็นเฉย ท่านได้เริ่มเยี่ยมเยียนชาวบ้าน เป็นต้นคนเจ็บป่วยและคนยากจน และใช้เวลาวันละหลายชั่วโมงในการสวดภาวนา ทำพลีกรรม เพื่อสัตบุรุษของท่าน ท่านมีพรพิเศษในการอ่านจิตใจ ในการพยากรณ์สิ่งที่ซ่อนเร้น ท่านยังได้ถูกปิศาจรบกวนและทรมาน จนมีเวลานอนพักผ่อนเพียงคืนละสองสามชั่วโมงเท่านั้น มีสัตบุรุษจำนวนมากเดินทางมาฟังท่านเทศน์ และรับศีลอภัยบาปจากท่าน นักบุญยอห์น มารีย์ เวียนเนย์ได้เป็นพ่อเจ้าอาวาสนานสี่สิบปี พระสันตะปาปาปีโอที่12 ได้ประกาศให้ท่านเป็นนักบุญในปี 1925 ที่เป็นพระสงฆ์เจ้าอาวาสคนเดียวเท่านั้น ที่ได้รับการประกาศเป็นนักบุญ ท่านเป็นองค์อุปถัมภ์ของพระสงฆ์ทั่วโลก.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

เชิญฟังเสียงคพ.พงศ์เทพ ประมวลพร้อม อธิบายพระคัมภีร์มิสซาวันอาทิตย์นี้ค่ะ

https://youtu.be/XWZ_eyXT7Bg

view