สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม 2018 วันสื่อมวลชนสากล

วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม 2018 วันสื่อมวลชนสากล

🍞เราเป็นปังทรงชีวิต …
ที่ลงมาจากสวรรค์
ใครที่กินปังนี้ …
จะมีชีวิตอยู่ตลอดไป

📚บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม 2018
สัปดาห์ที่ 18 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=jVZagXP6-7g

🥐ปังทรงชีวิต
http://youtu.be/M6bRNci0FPA

🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม 2018
วันสื่อมวลชนสากล

อ่าน
อพย 16:2-4,12-15
อฟ 4:17,-20-24
ยน 6:24-35

พระพรของสื่อ คือ “คนเห็น แล้วเชื่อ”
เมื่อสมัยพระเยซูเจ้า ประชาชน
ก็เรียกร้องจากพระองค์
อยากที่จะ “เห็น” อัศจรย์ ..เพื่อจะเชื่อ..

ในยุคของการอพยพของอิสราเอล
เพื่อจะรู้ว่า “เกล็ดเล็ก ๆ ลักษณะเหมือนน้ำค้าง
ที่เห็นนั้น เป็นอะไร จำเป็นต้องมีใครสักคน
ที่รู้จริง และยืนยันว่า
นี่คืออาหารที่พระเจ้าประทานให้

เปาโล ย้ำเตือนประชากรของพระเจ้า
เพื่อจะดำเนินชีวิตแยกแยะ ดีชั่ว ตามความจริง
จากสิ่งที่เห็น ได้ยิน ได้ฟัง
จงอย่าดำเนินชีวิตแบบ “ไร้ความคิด”

หมายเหตุ...
สื่อจะดี มีคุณค่า ถ้ามาพร้อมกับ
“ความจริง” (ทั้งหมด) ที่ถูกต้อง

ภาวนาสำหรับผู้ทำงานสื่อสารมวลชนทุกท่าน
เป็นต้น สื่อมวลชนคาทอลิก

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม 2018

สัปดาห์ที่ 18 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“โปรดให้ขนมปังนี้แก่เราเสมอเถิด...” (ยน 6:24-35)

ปังที่ทานแล้วไม่หิวอีกเลย

สิ่งที่ได้มาครอบครองแล้ว ฉันไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว

ฉันอิ่ม และมีความสุขกับสิ่งนี้

นั่นคือ สิ่งที่บุตรแห่งมนุษย์ได้มอบให้

พระองค์คือปังแห่งชีวิตที่ลงมาจากสวรรค์

ผู้ที่มาหาพระองค์จะไม่หิวกระหายอะไรอีกเลย...

เป็นคริสตัง คือการมีพระองค์ไว้เคียงข้างจิตวิญญาณ

รักพระองค์ เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า

ไม่ใช่เพราะพระพรของพระองค์

วันนี้ ฉันรักพระเจ้า หรือรักพระพรของพระเจ้า

วันนี้ฉันรักกัน หรือรักสมบัติของกันและกัน

อะไรกันแน่ ที่ฉันต้องการครอบครองไว้จริงๆ...

________________

“เป็นคริสตัง ไม่ต้องกลัวอดตาย...” สัตบุรุษคนหนึ่งบอกว่า “ผมจำคำนี้ของคุณพ่อได้อย่างดี จำได้เสมอ” ใช่ครับ เพราะผมย้ำมากๆ ย้ำจากหัวใจที่ได้พบและมีประสบการณ์กับพระเจ้าในชีวิตที่ผ่านมา ผมย้ำเสมอ และในการเทศน์หลายๆ ครั้ง ไม่ใช่ว่าผมเทศน์ซ้ำแบบไม่รู้ตัว แต่ทว่า ผมต้องการตอกย้ำเสมอจริงๆ ครับ “เป็นคริสตัง ไม่ต้องกลัวอดตาย” แม้ว่าคำว่าคริสตชนอาจจะเหมาะสมกว่าในภาษาไทย แต่ในความรู้สึกแบบนี้ ผมชอบใช้คำว่า “คริสตัง” ครับ เพราะเป็นคำที่ได้ยินมาตั้งแต่เล็ก ที่เป็นการปลูกฝังความเชื่อมาจากบรรพบุรุษ... ซึ่งทำให้หวนคิดถึงสิ่งที่เป็นประสบการณ์ที่ผ่านไปกับชีวิตคริสตชน การเตรียมฉลอง 350 ปีของพระศาสนจักรไทย การเตรียมฉลอง 50 ปีของสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานีของผม ช่างเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราต้องหวนกลับไปมองอดีตที่ผ่านไป คือหนทางที่เราก้าวผ่านมา ที่เราได้รู้จักกับพระเจ้าพระองค์นี้ พระเจ้าผู้ชี้ทางแห่งความรอดพ้น และพระเจ้าผู้ร่วมทางกับเรา... พระเจ้าผู้ทรงเลี้ยงดูเรา

หลังสืออพยพ... เรื่องราวการเดินทางในถิ่นกันดาร ที่ที่ขัดสน ขาดแคลน ไม่มีหลักแหล่ง ต้องเดินทางไปเรื่อยๆ ปักหลักที่ไหนไม่ได้นาน แต่ทว่า นั่นเป็นหนทางที่พระเจ้าทรงร่วมทางอยู่ด้วย เป็นหนทางที่พระเจ้าทรงประทับอยู่เสมอมา เป็นหนทางที่พระพรและความช่วยเหลือของพระเจ้าเพียงพอเสมอ... แต่นั่นแหละ หลายๆ ครั้ง... ความไม่พอเพียง... การแสวงหาที่ไม่มีวันสิ้นสุด... ความต้องการที่ไม่รู้จักพอ... อิสราแอลก็มาถึงจุดนี้จนได้ จุดที่พวกเขามองชีวิตในแดนทาสที่อียิปต์ว่าดีกว่าที่นี่ ชีวิตในแดนทาส ในแผ่นดินอียิปต์ เมื่อนั่งอยู่รอบหม้อเนื้อและกินอิ่ม ยังดีกว่าในถิ่นกันดารนี้ (เทียบบทอ่านที่หนึ่ง อพย 16:2-4, 12-15)

นี่คือการตัดสินใจที่ผิดหรือ... ที่อิสราแอลได้ติดตามโมเสสออกมาในความช่วยเหลืออันน่าอัศจรรย์ของพระเจ้า และบัดนี้ เมื่อไม่พบสิ่งที่ดีกว่าด้านกายภาพ เขาก็คิดถึงแดนทาส คิดถึงหม้อเนื้อในแดนทาส และเริ่มรู้สึกเสียดายในการตัดสินใจครั้งนั้น...

เป็นคริสตชนล่ะ... ฉันคิดผิดหรือเปล่า... พ่อแม่ บรรพบุรุษที่นำฉันไปรับศีลล้างบาป... แต่ก่อน เด็กเกิดใหม่ได้ไม่นาน พ่อแม่ก็พาไปรับศีลล้างบาป กลัวว่าจะเสียชีวิตก่อนที่จะได้เกิดใหม่เป็นลูกของพระเจ้า... วันนั้นดูเป็นวันที่มีความสุขจัง ฉันเกิดใหม่เป็นลูกพระ ระฆังของวัดดังกังวานต้อนรับสมาชิกใหม่... แต่มาวันนี้... ชีวิตของฉันเป็นอย่างไร ผิดแล้วใช่ไหม ที่ฉันมาเป็นคริสตัง... พลาดแล้วใช่ไหม หนทางสายนี้... แล้วฉันได้อะไรจากการเป็นคริสตเล่า... ที่มาวันนี้ พระสันตะปาปาก็สอนว่า อย่าหวังอะไรจากการมาเป็นคริสตชน นอกจากกางเขนแห่งความรอดพ้น... กางเขนหรือ การเขนอีกแล้วหรือ... ฉันจึงคิดถึงหม้อเนื้อในแดนทาส และที่สุด วันนี้ หลายคนบอกว่า อยากลาออกจากการมาเป็นคริสตังแล้ว ไม่เห็นมีอะไรดีกว่าคนอื่นๆ เขาเลย... คริสตชนคนหนึ่งเรียนคำสอนไม่มาก และก็ได้รับศีลล้างบาปบอกผมว่า “ไหนว่าเป็นคริสตชนมาวัดปีละครั้งในกำหนดปาสกาไง... หากต้องมาทุกวันอาทิตย์ ฉันคงไม่ไหวหรอก ฉันขอลาออกจากการเป็นคริสตชนแล้วกัน...” แล้วพ่อเจ้าวัดอย่างผม วันนี้จะว่าอย่างไรล่ะ... เมื่อเขามองและคาดหวังจากการเป็นลูกพระเพียงเท่านี้

ข้าพเจ้าขอพูดและย้ำเตือนท่านทั้งหลายในองค์พระผู้เป็นเจ้าว่า... อย่าดำเนินชีวิตโดยไร้ความคิดดังที่คนต่างศาสนาเขากระทำกัน... ท่านมิได้มารู้จักพระคริสตเจ้าเช่นนั้น... ท่านจงมีความรู้สกนึดคิดใหม่ สวมใส่สภาพมนุษย์ใหม่... เป็นเหมือนพระองค์... มีความชอบธรรมและความศักดิ์สิทธิ์ที่มาจากความจริง... (เทียบบทอ่านที่สอง อฟ 4:17, 20-24)

พี่น้องที่รักครับ การเป็นคริสตชนนั้นเป็นกระแสเรียกจากพระเจ้าที่พระองค์ทรงเลือกเรา และนี่คือสิ่งที่นักบุญเปาโลย้ำเตือนเราวันนี้ เหมือนที่พระสันตะปาปา ฟรันซิส ย้ำเตือนเรา... เพราะความรู้สึกนึกคิดของเราคริสตชนต้องไม่เหมือนคนอื่นๆ นี่คือความรู้สึกนึกคิดที่เป็นแบบลูกของพระเจ้า เป็นความรัก เป็นความศักดิ์สิทธิ์ที่มาจากความจริง ที่คริสตชนจะต้องมีจิตใจใหม่แบบพระเยซู และก้าวเดินบนหนทางใหม่ ที่แม้จะยากลำบาก ไม่เป็นอย่างที่หวัง แต่เป็นหนทางที่พระเจ้าทรงร่วมทางกับเรา เป็นหนทางที่พระเจ้าทรงก้าวเดินไปเป็นแบบอย่างแก่เรา... วันนี้ฉันเดินตามพระองค์... และความรู้สึกนึกคิดของฉันเป็นอย่างไร ฉันจะกันหลังกลับไปที่เดิมกระนั้นหรือ ฉันรู้สึกเสียดายมากใช่ไหมบนหนทางที่ก้าวผ่านมา...

วันนี้ ในพระวรสาร เราพบว่า บรรดาประชาชนติดตามพระองค์ แสวงหาพระองค์จนพบไม่ว่าพระองค์จะเสด็จไปที่ใด แต่คำถามของพระองค์ สิ่งที่พระองค์ได้ตรัสกับพวกเขา เหมือนได้ตรัสกับเราวันนี้ด้วย... “ท่านแสวงหาเรา มิใช่เพราะได้เห็นเครื่องหมายอัศจรรย์ แต่เพราะได้กินขนมปังจนอิ่ม...” พระองค์ได้ตรัส ได้เตือน ได้ตอกย้ำว่า... “อย่าขวนขวายหาอาหารที่กินแล้วเสื่อมสลายไป แต่จงหาอาหารที่คงอยู่ และนำชีวิตนิรันดรมาให้ อาหารนี้ บุตรแห่งมนุษย์จะประทานให้ท่าน...”

พี่น้องที่รักครับ พอแล้ว ไตร่ตรองแค่ตรงนี้แหละครับ ผมไตร่ตรองและถามตนเองตรงนี้แหละครับ ผมคิดว่าพอแล้วที่จะพิมพ์มายาวเพื่อแบ่งปันกับพี่น้องในเช้าวันอาทิตย์วันพระเจ้า วันของพระองค์... วันนี้ ฉันหวังอะไรบนหนทางที่ก้าวผ่านมาพร้อมกับพระองค์ผู้ทรงประทับอยู่เคียงข้าง บนหนทางสายนี้ ฉันรู้สึกเสียดายบ้างไหมที่มาเป็นคริสตชน ที่ได้ทิ้งทุกอย่างและมาถวายตนเป็นนักบวช ที่ยอมนอบน้อมเชื่อฟังผู้ใหญ่ บวชเป็นพระสงฆ์ และถูกส่งไปที่ไหนก็ได้ที่ผู้ใหญ่เห็นชอบ... อยากย้าย อยากได้ อยากเปลี่ยน... แต่ทุกอย่าง คือการตัดสินใจของผู้ใหญ่ทั้งหมด... จนแม้วันนี้ฉันสับสน ฉันจะเดินต่อไปด้วยความมั่นใจได้ไหม และฉันจะเดินต่อไปอย่างไรดี ฉันไม่สามารถวางแผนอะไรได้เลย นอกจากเดินไปวันๆ ตามพระประสงค์ เก็บอาหาร เก็บพระพรที่พระประทานไว้เพียงวันต่อวัน เป็นพระพรที่ไม่ต้องเก็บไว้เพื่อวันพรุ่งนี้ เพราะวันพรุ่งนี้ พระเจ้าก็จะประทานมาตามความจำเป็นอีก และเป็นเช่นนี้เสมอ... วางใจได้แค่ไหน หรือฉันวางใจแค่ไหน คงต้องถามอย่างนี้ดีกว่า... หรือฉันคิดถึงอดีตที่ผ่านมา ที่ฉันอาจจะรู้สึกว่าดีกว่านี้มากนัก และฉันเริ่มเสียดาย ยนหนทางที่ก้าวผ่านมา... เอาล่ะ แล้วฉันจะเปลี่ยนใจไหมล่ะ ฉันจะลาออกจากการเป็นพระสงฆ์ ฉันจะลาออกจากการเป็นนักบวช กลับไปเจริญชีวิตดังที่ได้ละทิ้งมา และใครจะทราบ ฉันอาจจะลาออกจากการเป็นคริสตชนด้วย เพราะฉันเข้าใจว่า “ฉันคิดผิด และตัดสินใจผิด” ที่เดินทางสายนี้ ติดตามพระเยซูเจ้าไป... ฉันจะทำอย่างไรดี

พี่น้องที่รักครับ วันพระเจ้าวันนี้ ไปวัดวันนี้ ถามตนเองครับ ให้เราถามตนเอง เราไว้วัดทำไม เราเป็นคริสตชนทำไม เราได้อะไรจากการเป็นคริสตชน คือการเป็นศิษย์พระเยซู เราแสวงหาพระองค์เพราะอะไร... คำถามที่คุณพ่อ Canta la Massa คุณพ่อร่วมภราดรภาพของผม ที่ได้ถามพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ในการเทศน์เข้าเงียบให้กับพระองค์ ยังคงเป็นคำถามที่น่าคิดสำหรับผมเสมอด้วย.. “พระสันตะปาปา ขอพระองค์คิด ขอพระองค์ไตร่ตรอง ที่พระคุณเจ้ารักพระเจ้ามากขนาดนี้ พระคุณเจ้ารักพระเจ้ามากเพราะเหตุใด... เพราะพระองค์ทรงประทานพระคุณพระพรมากมายให้พระคุณเจ้า ปกป้องพระคุณเจ้า คุ้มครองดูแลพระคุณเจ้ามาโดยตลอด จนดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปา หรือ หรือ หรือ พระคุณเจ้ารักพระเจ้า เพราะพระองค์เป็นพระเจ้า...”

ยาวแล้วครับ แต่คิดต่อ คงยาวกว่านี้มาก... ไตร่ตรองกันต่อนะครับ ผมเองจะไตร่ตรองต่อไปด้วย วันนี้เราติดตามพระเยซูเจ้าในการเป็นคริสตชน เราหวังอะไร และเราได้อะไรจากการเป็นศิษย์ของพระองค์หรือ... วันนี้กลับบ้าน กลับจากวัดที่เราไปร่วมมิสซา ถามตนเองครับ ให้เราถามตนเอง เรารักพระเจ้าเพราะอะไร เพราะพระองค์ทรงประทานพระพรแก่เรา หรือเพราะพระองค์เป็นพระเจ้าของเรา...

พี่น้องครับ วันนี้ เราจะรักพระเจ้าของเราต่อไปนะครับ พระองค์ผู้ทรงเรียกเรามาเป็นคริสตัง เป็นลูกของพระองค์ กลับบ้านไป เราไม่รักพระองค์น้อยลงเพราะพระเจ้าไม่ประทานพระพรตามที่เราขอ และเราจะไม่รักพระองค์มากขึ้น เพราะขออะไรแล้วก็ได้... แต่เราจะรักพระองค์ เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของเรา...

ข้าแต่พระเจ้า โปรดอนุเคราะห์ช่วยเหลือบรรดาผู้รับใช้ และแสดงพระทัยเมตตาปรานีต่อผู้วอนขอตลอดไป ลูกทั้งหลายภูมิใจที่มีพระองค์เป็นพระเจ้าผู้ชี้ทางและประทับอยู่เคียงข้างร่วมทางกับลูก ขอให้ลูกสามารถรักพระองค์จากส่วนลึกของหัวใจที่มีประสบการณ์กับพระองค์ เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า ไม่ใช่เพราะสิ่งที่ได้รับหรือไม่ได้รับจากพระองค์ แต่เพราะพระองค์คือชีวิตและความสำคัญที่สุดในหัวใจลูก และ ลูกจะต้องการ เพียงพระองค์เท่านั้นจากนั้น คือพระเมตตาในพระองค์...

สุขสันต์วันพระเจ้าแด่พี่น้องทุกคนครับ

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม 18 สัปดาห์ที่ 18 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน อพย 16 :2-4,12-15 / อฟ 4:17,20-24. / ยน 6:24-35
มีอะไรในชีวิต ที่สามารถระงับความหิวโหยที่อยู่ในหัวใจของเราได้บ้าง? หลายคนได้แสวงหาพระเยซูเจ้า เพราะว่าพระองค์ได้ประทานสิ่งที่คนอื่นให้ไม่ได้ นั่นคือ ปังจากสวรรค์ที่พระเป็นเจ้าทรงประทานให้ เมื่อพระองค์ได้ทวีขนมปังห้าก้อนและปลาสองตัว เพื่อเลี้ยงประชสชนจำนวนห้าพันคนที่หิวโหย (ยน 6:1-15) พวกเขาต้องการจะแต่งตั้งพระองค์เป็นกษัตริย์ เพราะพวกเขาต้องการให้พระองค์ประทานอาหารให้พวกเขามากขึ้นกว่าเดิม แต่พระเยซูเจ้าได้เสด็จกลับไปที่คาเปอรนาอุมเงียบๆ เพื่ออยู่กับบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ พวกประชาชนก็ไปพบพระองค์ที่นั่น (ยน 6:24-25) พระองค์จึงได้ถามพวกเขาเพื่อเป็นการทดสอบว่า พวกเขากำลังแสวงหาอาหารฝ่ายร่างกายที่สลายไปได้ หรืออาหารที่ให้ชีวิตนิรันดร?
พระเยซูเจ้าประทานปังจากสวรรค์ ที่ให้ชีวิตฝ่ายจิตแก่เรา ท่านเองหิวโหยอยากได้ปังแห่งชีวิตหรือไม่? ชาวยิวถือว่ามานาในทะเลทราย คือ ปังที่พระเป็นเจ้าประทานให้ (สดด 78:24,อพย 16:15) บรรดารับบีเชื่อว่า เมื่อพระเมสสิยาห์เสด็จมา พระองค์จะประทานมานาจากสวรรค์ให้แก่พวกประชากร ในปัจจุบันนี้ บรรดาผู้นำชาวยิวต้องการให้พระเยซูเจ้าประทานมานาจากสวรรค์ เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่า พระองค์เป็นพระเมสสิยาห์ พระองค์ได้ตอบพวกเขาว่า ไม่ใช่โมเสสที่ได้ให้มานาแก่พวกเขา แต่เป็นพระเป็นเจ้าต่างหาก นอกจากนี้ มานาที่โมเสสให้พวกเขาและประชาชนนั้น ไม่ใช่อาหารที่แท้จริงจากสวรรค์ แต่เป็นเพียงปังทรงชีวิตในอนาคต
เพียงขอได้รักพระองค์เท่านั้น ทรงนำฉันให้พบหนทางใหม่ ทางแห่งชีวิตนิรันดรที่พระทรงชัย เป็นจุดมุ่งหมายในใจของข้าฯทุกวัน สุขใจในรักขององค์พระคริสต์ แต่งเติมชีวิตวิญญาณจนสุดครบครัน
ธารแห่งความรักฉันมาจากแดนสวรรค์ สู่ดวงใจฉันขอรักพระองค์ต่อไป ปังทรงชีวิต ปังทรงชีวิต คือกายาพระคริสต์เพื่อเราทุกคน ประทานความรัก ให้สุขจนล้น ขอน้อมกมล สาธุการ ปังทรงชีวิต ปังทรงชีวิต ดวงฤทัยได้ใกล้ชิดพระองค์ทุกวาร ทรงเสด็จมาประทับในดวงวิญญาณ นำทางให้ผ่านสู่วิมานนิรันดร.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view