สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม 2018 สัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา

วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม 2018 สัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา

🍞เราเป็นปังทรงชีวิต …
ที่ลงมาจากสวรรค์
ใครที่กินปังนี้ …
จะมีชีวิตอยู่ตลอดไป

📚บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม 2018
สัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=jgdDmwrb38k

🥐ปังทรงชีวิต
http://youtu.be/M6bRNci0FPA

🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹

วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม 2018
สัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
1พกษ 19:4-8
อฟ 4:30-5:2
ยน 6:41-51

ชาวยิว ที่เอาแต่ “บ่น” จนไม่สามารถยอมรับ พระเยซู
พระองค์จำเป็นต้องสอนพวกเขาให้เข้าใจว่า
ทุกคนได้รับคำสอนจากพระบิดาเหมือนกัน
แต่คนที่จะมีชีวิตอยู่กับพระองค์ คือ
คนที่ ฟัง แล้วเรียนรู้

เมื่อประกาศกเอลียาห์ ท้อแท้ ท่านไม่ได้บ่น
แต่เลือกที่จะตัดพ้อต่อพระเจ้า ด้วยการอธิษฐานภาวนา
ที่สุดผ่านทางการฟัง เรียนรู้จาก “ฑูตสวรรค์”
ท่าน “ลุกขึ้น” อีกครั้ง แล้วทำตามคำของฑูตสวรรค์
จนสามารถเดินต่อไปถึงซึ่งเป้าหมาย ปลายทาง

เพื่อเรียนรู้ ที่จะอยู่กับพระเจ้า นักบุญเปาโล แนะนำให้
ขจัดความขมขื่น ขุ่นเคือง โกรธ การขู่ตะคอก
นินทาว่าร้าย และความไม่มีงามทั้งหลาย แล้วจงเพิ่ม...
ความโอบอ้อมอารี มีเมตตาต่อกัน ให้อภัยกัน

หมายเหตุ....
พึงระวัง..
การทำร้ายตนเองด้วย “ความคิด”
และทำร้ายมวลมิตรด้วย “วาจา”

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม 2018

สัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“เราเป็นปังทรงชีวิตที่ลงมาจากสวรรค์...” (ยน 6:41-51)

ลุกขึ้นและกินเถิด เพราะหนทางยังอีกยาวไกล

เพื่อไปถึงภูเขาของพระเจ้า

ลุกขึ้นและรับพลังจากพระเจ้าเถิด

เพื่อจะได้มีพลังเพียงพอในการเดินหน้าต่อไป

เพื่อหนทางข้างหน้าที่มุ่งไปสู่บ้านของพระเจ้านั้น

จะไม่ไกลเกินกำลังของเรา

พระเจ้าข้า โปรดประทานปังนี้แก่ลูกเสมอเถิด

ฉันต้องรับพลังจากพระเจ้า

เป็นพลังของพระเจ้าเท่านั้นเอง

ฉันจึงจะสามารถไปถึงเป้าหมายได้.

________________

เมื่อวานนี้ วันเสาร์ วันธรรมดาๆ วันหนึ่งของชีวิตพ่อเจ้าวัดของผมที่ประจวบฯ ปกติ เป็นวันที่ไม่ค่อยไปไหน เพราะวันนี้คือการเตรียมต้อนรับลูกๆ ที่จะมาวัดวันอาทิตย์ จัดดอกไม้ ทำความสะอาดวัด เตรียมพิธีกรรม เตรียมทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อสุดยอดแห่งวันของสัปดาห์ คือวันของพระเจ้า... แต่เมื่อวานนี้ อาจจะพิเศษหน่อยสำหรับผม เพราะเป็นวันที่ทำงานไม่เสร็จครับ เดี๋ยวหลังการไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้าเช้านี้แล้ว คงต้องรีบไปทำงานต่อ... เมื่อวานนี้ เป็นวันพิเศษจริงๆ สำหรับงานวันเสาร์ของผม ฝนที่ตกพรำๆ มาตลอดสามสัปดาห์แล้ว ทำให้พื้นมีตะไคร่ขึ้นมาก และต้องขัดพื้น มิฉะนั้น เดี๋ยวสัตบุรุษเดินไปห้องน้ำแล้วอาจจะลื่นได้ ลมที่พัดแรงจัดในวันเหล่านี้ ทำให้ฝุ่นเยอะเหลือเกิน กับสถานการณ์เมื่อวานนี้ ผมมีโทรศัพท์สายเรียกเข้าตลอด มากกว่านั้น มีคำถามของพี่น้องสัตบุรุษมากมายที่ต้องตอบทางไลน์ ซึ่งพยายามสุดๆ ตอบคำถามที่เร่งด่วนก่อน และก็รับสายทุกสาย คุยกับทุกคนที่โทรเข้ามา ทั้งนักบวชและฆราวาส... หลายครั้งอยากจะใส่หูฟังและทำความสะอาดวัดไปด้วย แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะระหว่างทำงาน หากมีใครเดินเข้ามาภาวนาในวัด อาจจะรู้สึกไม่ดี และอาจเป็นที่สะดุดได้ ดังนั้น เมื่อโทรศัพท์ ก็ทำงานไม่ได้เท่าไรนัก อยู่ในวัดไม่ได้ ต้องเดินออกมาข้างนอกเพื่อคุยโทรศัพท์ เพื่อฟังสัตบุรุษ เพื่อให้คำแนะนำด้านจิตวิญญาณ... เมื่อวานนี้ สิ่งที่พอทำได้ เพื่อไม่เสียงาน คือการใส่หูฟัง และจัดดอกไม้อยู่นอกวัดครับ... โห พอห้าโมงเย็น... พี่น้องครับ วันนี้ผมรู้สึกว่า มันเร็วเหลือเกิน งานยังไม่เสร็จสักเท่าไรเลย ทำไมวันนี้มันเร็วเหลือเกิน ทำไมวันเสาร์มันเร็วเหลือเกิน... เหนื่อยไหม ก็ต้องบอกว่าเหนื่อยครับ... เคยมีคนถามว่า คุณพ่ออยู่คนเดียวเหงาไหม... ไม่เหงาเลยครับ เพราะไม่มีเวลาเหงาอ่ะครับ... หากจะรู้สึกเหงา คงต้องคิดถึงคำของพ่อวิญญาณของผมครับ ขออนุญาตพ่อประเสริฐ แห่งคณะมหาไถ่ครับ ไม่มีท่าน ผมไม่มีวันนี้จริงๆ ผมไม่เคยลืมคำสั้นๆ ในบรรดาคำแนะนำทั้งหลายของคุณพ่อ... “เป็นพระสงฆ์ หากเหงา ถามตนเองสองอย่าง... ภาวนาไหม... ทำงานอภิบาลไหม...” จริงครับพี่น้อง แค่ภาวนา และทำงานอภิบาล เท่านี้ ไม่มีเวลาเหงาแล้วครับ ผมอยู่ประจวบฯ คนเดียวสามปี เป็นทุกอย่าง ตั้งแต่พ่อบ้าน พ่อครัว พ่อเจ้าวัดและคนงาน เคยเหนื่อยหลายๆ ครั้ง แต่ไม่เคยเหงาครับ เพราะไม่มีเวลาเหงาจริงๆ อ่ะครับ

ทำไมเช้านี้ผมคิดถึงเรื่องนี้... บทอ่านที่หนึ่ง บรรยากาศชีวิตของประกาศกเอลียาห์ครับ เมื่อท่านคิดอยากตาย และอธิษฐานว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า เพียงเท่านี้ก็พอแล้ว โปรดเอาชีวิตของข้าพเจ้าไปเถิด ข้าพเจ้าไม่ดีกว่าบรรพบุรุษของข้าพเจ้าเลย” (เทียบบทอ่านที่หนึ่ง 1พกษ 19:4-8)... ผมสารภาพนะครับ หลายครั้งที่ผมเหนื่อยและท้อแท้แบบเอลียาห์ อยากจะให้พระรับผมไปเถอะ พอแล้ว... แต่ดูเหมือนว่ายังไม่พอ ผมยังต้องทำงานของพระองค์ต่อไป แต่เหนื่อยแล้ว จะทำอย่างไร เมื่อคืน ผมพักเร็วกว่าปกตินิดหน่อย เพื่อจะตื่นมาทำงานต่อในเช้าวันอาทิตย์นี้ครับ... พี่น้องที่รัก จริงๆ แล้ว หากเราอ่านเรื่องราวของเอลียาห์ก่อนหน้านี้สักหน่อย ท่านทำงานหนักครับ ท่านประกาศพระวาจาของพระเจ้าหนักทีเดียว และงานของพระเจ้าก็เดินไปด้วยดี สิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นกำลังใจของท่านได้บ้าง แต่เวลานี้ ท่านเหนื่อยครับ ท่านภาวนา ท่านเข้าบ่นพึมพำกับพระเจ้า และพระองค์ทรงเสริมกำลังท่าน เมื่อทรงมีพระประสงค์ให้ท่านทำงานของพระองค์ต่อไป ... กินและดื่มอาหารที่พระเจ้าประทานให้ เพื่อเดินไปยังภูเขาโฮเรบ ภูเขาของพระเจ้า... พี่น้องที่รักครับ คือการรับพระพรของพระเจ้า เพื่อเดินหน้าไปภูเขาของพระองค์ บ้านของพระองค์ครับ นี่คือเป้าหมายของชีวิตคริสตชน พลังของเรามาจากอาหารจากสวรรค์เท่านั้นเอง มิฉะนั้น หนทางอาจไกลเกินไปที่เราจะไปถึง ทูตสวรรค์ของพระเจ้าบอกเอลียาห์ และบอกเราด้วย หนทางยังอีกไกล กินและดื่มเถิด จะได้มีแรงเดินทางต่อไปยังภูเขาของพระเจ้า... ชีวิตคริสตชน หากไม่มีพลังจากสวรรค์แล้ว บนหนทางที่ลูกที่แสนดีของพระเจ้าจะเดินไปมันก็เกินกำลังครับ ยาก และหมดแรง เหนื่อย และไม่อยากจะเดินต่อไปแล้ว... เมื่อต้องเผชิญหน้า และเจอความขมขื่น ความขุ่นเคือง ความโกรธ การขู่ตะคอก การนินทาว่าร้าย และความไม่ดีไม่งามทั้งหลาย ด้วยอาวุธฝ่ายจิตที่มีแต่โอบอ้อมอารี มีเมตตาต่อกัน ให้อภัยกัน... (เทียบบทอ่านที่สอง อฟ 4:30-5:2) ยากครับ... แล้วเราจะรับพลังชีวิตมาจากไหน...

เมื่อวาน แม้ว่าผมเขียนบทไตร่ตรองของวันสมโภชนักบุญกลารา ตั้งใจจะเขียนของวันธรรมดาด้วย แต่ทว่า การไตร่ตรองพระวาจาของผมทั้งสองส่วน ทำให้ผมเขียนไปครบแล้วในรอบเดียว ไม่ต้องเขียนภาคสอง อย่างที่ที่ตั้งใจไว้... ชีวิตที่ติดกับพระคริสตเจ้าดังเถาองุ่น (พระวรสารวันสมโภชนักบุญกลารา) กับชีวิตของบรรดาศิษย์สามคนที่ขึ้นไปบนภูเขาแห่งการจำแลงพระกาย ที่มีพระคริสตเจ้าอยู่ด้วยนั้น แสนสุขจริง ตรงกันข้ามกับชีวิตของศิษย์อีกเก้าคนข้างล่าง ที่ขับไล่ปีศาจไม่ได้ เพราะไม่มีพระคริสตเจ้า พวกเขาไร้ความสามารถจริงๆ (พระวรสารประจำวัน) มาวันนี้ พระวาจาของพระเจ้าก็ชวนให้เราไตร่ตรองมากยิ่งไปกว่าอีก... แล้วพลัง ความสามารถของเราคริสตชนมาจากไหนล่ะ... ก็ต้องตอบว่า มาจากพระคริสตเจ้าเท่านั้นเองครับ มาจากสวรรค์เท่านั้นเองจริงๆ

วันนี้ พระเยซูเจ้าได้ตรัสกับเรา พระองค์ทรงเป็นปังที่ลงมาจากสวรรค์ พระองค์ทรงเป็นพลังของพระเจ้าที่เสริมกำลังเรา ให้เราเดินหน้าต่อไปอย่างมีแรงและมีพลัง ชีวิตคริสตชนคงยากลำบากเกินไปแน่ๆ บนมาตรฐานที่สูงกว่าคนอื่นๆ เขา ไม่ง่ายจริงๆ หากปราศจากพลังจากสวรรค์ หากเรารับอาหารฝ่ายร่างกายเท่านั้น และไม่รับอาหารฝ่ายจิตจากสวรรค์ คือรับชีวิตของพระองค์ไว้ในชีวิตของเรา เป็นพลังชีวิตของเรา เพื่อเดินหน้าไปบนหนทางที่ยาวไกล แต่ด้วยพลังของพระเจ้า เราจะไปถึงภูเขาของพระองค์ คือบ้านแท้นิรันดรของพระเจ้าที่พระองค์จะทรงเปิดประตูต้อนรับเรา...

ในวันของพระเจ้า ให้เราขอบคุณพระองค์ ที่ในวันของพระองค์ พระองค์ทรงเรียกเรากลับมาที่พระวิหารของพระองค์ รับพระพร รับพลังชีวิต คือพระวาจาและปังสวรรค์ที่พระองค์ทรงประทานให้ คือชีวิตของพระองค์ในชีวิตของเรา คือพลังของพระเจ้าในชีวิตเรา ที่เราจะมีกำลังกาย กำลังใจมุ่งหน้าต่อไปสู่เป้าหมายของเรา และเมื่อมีพระองค์ ก็ไม่มีอะไรเกินกำลัง

ข้าแต่พระเจ้า โปรดประทานปังนี้แก่พวกลูกเสมอเถิด เพื่อหนทางจะไม่ยาวไกลเกินกว่ากำลังของลูกที่จะไปถึง

สุขสันต์วันพระเจ้าครับ สุขสันต์วันแม่สำหรับคุณแม่ของเราด้วยครับ...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม 18 สัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน 1พกษ 19:4-8 / อฟ 4:30-5:2 / ยน 6:41-51
พวกประชาชนอ้างว่า พวกเขารู้จักแหล่งกำเนิดตามธรรมชาติของพระองค์ แต่พวกเขาไม่รู้จักแหล่งกำเนิดเหนือธรรมชาติของพระองค์ เมื่อพระเยซูเจ้าได้ประกาศว่า”เราเป็นปังซื่งมาจากสวรรค์” (ยน 6:41) พวกเขาจึงได้บ่นต่อพระองค์ ในทำนองเดียวกัน บรรพบุรุษของพวกเขาได้ติเตียนโมเสส เมื่อพวกเขาหิวหาอาหาร ในระหว่างที่กำลังเดินทางอยู่ในทะเลทราย และท่านได้ช่วยดับความหิวกระหายของพวกเขา “ด้วยปังจากสวรรค์” (อพย 16:2-8) ปังในทะเลทรายเป็นเพียงการชิมรสชาติของปังที่แท้จริง คือ พระเยซูเจ้า ผู้ซึ่งมาจากพระเป็นเจ้า พระบิดาของพระองค์ ประชากรได้กินมานาในทะเลทราย แต่พวกเขายังเสียชีวิต พระเยซูเจ้าเป็นปังที่ให้ชีวิต ซึ่งช่วยให้ผู้ที่เชื่อในพระองค์ ทุกคนที่ตอบรับพระหรรษทานของพระเป็นเจ้า และเชื่อในพระเยซูเจ้า ก็จะได้รับการเผยแสดงของพระเป็นเจ้า โดยการมีส่วนในปังแห่งชีวิต (ยน 6:51) ประชากรของพระเป็นเจ้าได้รับการเลี้ยงดูจากพระเยซูเจ้า ผู้ซึ่งได้เลี้ยงดูพวกเขา ในขณะที่ดำเนินชีวิต..ท่านมีประสบการณ์ในเรื่องอำนาจของศีลมหาสนิทเมื่อไร?...ข้าแต่พระเยซูเจ้า พระกายและพระโลหิตของพระองค์ ได้มอบพลังของพระองค์แก่ลูก ในการเดินทางในชีวิตนี้.
“ถ้าทูตสวรรค์สามารถอิจฉามนุษย์ คงมีเหตุผลเดียว คือ เรื่องศีลมหาสนิท” (น.แม็กซีมีเลียม กอลเบ)...”พระองค์เสด็จมายังลูก และผูกมัดลูกกับพระองค์อย่างสนิทแน่นแฟ้น ภายใต้รูปของอาหารเลี้ยงวิญญาณ พระโลหิตของพระองค์ ได้เข้ามาในตัวลูก พระวิญญาณของพระองค์ ได้ให้ความกล้าหาญและช่วยสนับสนุนแก่ลูก ช่างเป็นสิ่งอัศจรรย์ และจะมีใครที่คาดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น” (น.แม็กซีมีเลียม กอลเบ)...”พระเยซูเจ้าได้ประทานตัวของพระองค์ให้เป็นอาหารทรงชีวิต เพื่อมอบชีวิตให้แก่เรา พระองค์ได้ประทับอยู่ที่นั่นทั้งกลางวันและกลางคืน ถ้าท่านต้องการเพิ่มพูนความรัก จงกลับมาหาศีลมหาสนิท จงกลับมานมัสการพระองค์” (น.เทเรซา แห่งกัลกัตตา)...”เมื่อพระเยซูเจ้าได้ประทานพระกายของพระองค์ให้แก่บรรดาสานุศิษย์ ได้ตรัสว่า”นี่คือกายของเรา”ไม่มีใครมีส่วนรับพระกาย ถ้าไม่ได้นมัสการก่อน (น.ออกัสติน)

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view