สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญปอนซีอาโน พระสันตะปาปา นักบุญฮิปโปลิต พระสงฆ์และมรณสักขี

วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญปอนซีอาโน พระสันตะปาปา นักบุญฮิปโปลิต พระสงฆ์และมรณสักขี

🌺 มือที่สวยงาม...ปรนนิบัติรับใช้
เท้าที่สง่างาม...นำข่าวดีไปประกาศ
ใจที่งามผุดผ่อง...ใจที่ถ่อมสุภาพ
ปากที่ทรงพลัง....ปากที่พูดพระวจนะ

📚บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญปอนซีอาโน พระสันตะปาปา
นักบุญฮิปโปลิต พระสงฆ์และมรณสักขี
https://www.youtube.com/watch?v=bEDA2XrZmSU

🌅Morning Has Broken
https://youtu.be/h5D3LEjGF8A

🐳🐳🐳🐳🐳🐳🐳🐳🐳

วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญปอนซีอาโน พระสันตะปาปา
นักบุญฮิปโปลิต พระสงฆ์และมรณสักขี
อ่าน
อสค 1:2-5,24-28ค
มธ 17:22-27

แม้เงื่อนไขสำหรับพระเยซูเจ้าคือ เพื่อจะกลับคืนชีพ
จำเป็นต้องผ่านความทุกข์ทรมาน ส้ินพระชนม์
แต่ศิษย์ที่เคยสัญญา ว่าจะติดตาม อยู่กับพระเยซูเจ้าจนตลอดชีวิต
กลับรู้สึกเป็นทุกข์อย่างมาก เมื่อพระเยซูเจ้าพูดถึงอันตราย
ความท้าทายที่จะต้องพบเจอ

ก่อนที่ประกาศกเอเสเคียล จะได้เห็นความสว่าง สุกใส
ในพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า ท่านจำเป็นต้องผ่าน
ประสบการณ์ ที่น่ากลัวของการได้เห็นพายุ เมฆไฟ
ได้ยินเสียง ฟ้าร้อง มวลน้ำที่น่ากลัว

แม้ในขณะที่ดำเนินชีวิตบนโลกนี้ จะมีความขัดแย้ง
ระหว่างท่านนักบุญปอนซีอาโน และนักบุญฮิปโปลิต
แต่ที่สุดผ่านทางการคืนดี ให้อภัย พระศาสนจักร
ได้ทำการระลึกถึงท่านทั้งสอง ในฐานะนักบุญ
ในวันเดียวกัน

หมายเหตุ..
ใจที่จะเอาชนะ ความกลัวได้
ไม่มัวยึดติดกับ “เงื่อนไข”..

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)
 

“พลังแห่งพระวาจา”

วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม 2018

สัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“แต่เพื่อไม่ให้ใครตำหนิเรา...” (มธ 17:22-27)

คริสตชน ศิษย์พระเยซู ลูกของพระเจ้า

อาจไม่ต้องเสียค่าบำรุงพระวิหาร

แต่เพื่อไม่ให้ใครตำหนิเราได้

เราทำงานด้วยความมานะบากบั่นเหมือนคนอื่น

แต่เราพิเศษกว่าคนอื่น ที่ความเชื่อ ณ กลางใจเรา

นั่นคือการประทับอยู่ของพระเจ้าท่ามกลางชีวิตเรา

เราจึงมีกำลังใจมากมายที่จะแบ่งปัน

และเดินเคียงข้างพี่น้องของเรา.

________________

บนหนทางของการเป็นศิษย์ติดตามพระคริสตเจ้า เราเดินกับพระเจ้าของเรา พระเจ้าผู้เป็นพระเจ้าผู้เรียกเรา ทรงนำเรา และทรงประทับอยู่กับเรา... แต่หลายครั้ง บรรดาศิษย์ของพระเยซู รวมทั้งตัวเราเองด้วย เราก็ไม่เคยเข้าใจพระองค์เลย... วันนี้ พระองค์ตรัสเป็นครั้งที่สอง ถึงพระธรรมชาติของพระแมสซิยาห์ของพระองค์ ที่พระองค์จะต้องถูกมอบในเงื้อมมือของคนทั้งหลาย ถูกประหาร และจะกลับคืนชีพ... นักบุญมัทธิวบันทึกว่า บรรดาศิษย์รู้สึกเป็นทุกข์ยิ่งนัก... ก็เป็นเรื่องที่น่าคิด เพราะพวกเขาเพิ่งผ่านประสบการณ์กับพระเยซูเจ้าบนภูเขาแห่งการจำแลงพระกาย พวกเขาเพิ่งจะพบว่า การมีที่พระเยซูเจ้าไม่ได้ประทับอยู่กับพวกเขานั้น พวกเขาไม่มีความสามารถใดๆ เลย พวกเขาเป็นเหมือนกิ่งก้านที่ไม่ได้ติดอยู่กับลำต้นของพระเยซู พวกเขาไม่มีค่าอะไรเลย พวกเขาไร้ความสามารถสิ้นดีเลย จะขับไล่ปีศาจก็ไม่ได้ แต่ในทางตรงกันข้าม เมื่อมีพระองค์ พวกเขามีหน้ามีตา พวกเขามีทุกอย่าง นี่อาจจะเป็นสิ่งที่บรรดาศิษย์รู้สึกภูมิใจ จนลืมเรื่องพระทรมานครั้งแรกไปแล้วกระมัง แต่พระองค์ วันนี้ตรัสย้ำเป็นครั้งที่สอง และพวกเขาก็เป็นทุกข์หนัก ทำไมจึงทุกข์หนัก เหมือนกับว่า อะไรกันเนี่ย พระองค์ยังไม่เลิกพูดเรื่องเหล่านี้อีกหรือ ทั้งๆ ที่พระองค์กำลังสอนให้พวกเขาเรียนรู้ เตรียมจิตใจให้พวกเขาสามารถน้อมรับสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น และสุดยอดของทุกสิ่งคือการน้อมรับพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า ดังที่พระองค์ได้เจริญชีวิตให้แบบอย่างได้สอนบรรดาภราดาบ่อยๆ ในเรื่องของความสุขแท้หรือความสุขที่สมบูรณ์ คือการสามารถน้อมรับเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิตด้วยมุมมองแบบคริสตชน คือมุมมองที่เราพบได้ในบทอ่านที่หนึ่งวันนี้ (อสค 1:2-5, 24-38 ค) คือการมองด้วยสายตาแห่งความเชื่อ ในสถานการณ์ที่ไม่เข้าใจของมนุษย์ พระเจ้ายังทรงประทับอยู่ และในการประทับอยู่ของพระองค์นี้ ที่เราเชื่อนี้ เราจะได้รับกำลังใจ เราจะมีความมั่นใจ ไม่ว่าชีวิต หรือสถานการณ์ของชีวิตจะเป็นเช่นใด คริสตชน ศิษย์พระเยซูจะไม่เคยท้อถอยและท้อแท้เลย แต่จะสามารถเจริญชีวิตอย่างมีความสุขในทุกสถานการณ์ ด้วยความวางใจว่า พระเจ้าทรงประทับอยู่

เมื่ออยู่กับพระเยซูเจ้า บรรดาศิษย์ของพระองค์มีกำลังใจ มีความหวังมากๆ ในพระองค์ แต่พวกเขากำลังเข้าใจพระองค์ในมุมมองของพวกเขา พวกเขายังไม่ได้เรียนรู้ที่จะเข้าใจในความสุขที่แท้จริงแห่งการน้อมรับพระประสงค์ของพระเจ้าเลย... นักบุญฟรันซิส แห่งอัสซีซี ได้สอนบรรดาภราดาเสมอ ให้วางใจและเชื่อในการประทับอยู่ของพระเจ้าในชีวิตของเรา สิ่งนี้เองจะทำให้เราก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจในพระองค์ และเราจะไม่หวั่นไหว ไม่ว่าสถานการณ์ในชีวิตจะเป็นเช่นใด

ด้วยสำนึกนี้ จะทำให้บรรดาศิษย์ของพระองค์มีความละเอียดอ่อนในมโนธรรมมากพอ ที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่างโดยคิดถึงพี่น้องมากขึ้น แม้ว่าชีวิตอาจจะต้องเป็นเรื่องที่ต้องลงทุนลงแรง หรือคิดอย่างละเอียดอ่อนมากกว่าคนอื่นๆ หลายเท่า... การเป็นที่สะดุดที่พระเยซูเจ้าทรงระวัง และสอนบรรดาศิษย์ในเรื่องนี้... “เพื่อไม่ให้ใครตำหนิเรา...” พระเยซูเจ้าความเป็นพระเจ้าแม้ไม่จำเป็นต้องเสียภาษีในเพื่อบำรุงพระวิหาร เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า นักบุญเปโตรอาจจะตอบเช่นนั้น เพื่อเอาตัวรอด แต่เราเห็นว่า พระเยซูเจ้าทรงทำให้คำตอบของท่านเป็นความจริง ด้วยการทำหน้าที่ของพระองค์ ทั้งๆ ที่พระองค์อาจจะมีสิทธิ์ที่จะไม่ต้องจ่ายค่าบำรุงพระวิหาร เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า แต่ในสถานการณ์แบบนั้น พระองค์ยังทรงทำหน้าที่ของพลเมืองที่ดีของบ้านเมือง ทำหน้าที่ของชาวยิวที่ดี คือเสียค่าบำรุงพระวิหารเหมือนคนอื่นๆ ด้วยเหตุผลที่ว่า จะไม่มีใครตำหนิพระองค์ได้...

พี่น้องที่รักครับ นี่คือแบบอย่างของการรับสภาพมนุษย์ของพระเจ้า นี่คือแบบอย่างของศัพท์คำหนึ่งที่สวยหรูในการอบรมคือ Exposure เราอาจจะแปลว่า “การสัมผัสชีวิต “ ที่บรรดานักศึกษาชอบใช้กัน คือการออกไปสัมผัสชีวิตชาวบ้าน เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน แต่แท้จริงแล้ว ในภาษาของคริสตชน Exposure คือการจุ่มตัวลงร่วมชีวิตกับพี่น้องอย่างเป็นหนึ่งเดียว คือสิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงสอน และเรื่องนี้จึงสำเร็จไปในพระองค์ในศัพท์อีกคำหนึ่ง คือ Incarnation คือ “การรับสภาพมนุษย์” ของพระเยซูเจ้า

บรรดานักบวช พระสงฆ์ วันนี้ เราพบภาพนี้อย่างชัดเจน ชีวิตที่ต้องเป็นประจักษ์พยานถึงความเชื่อในการประทับอยู่ของพระเจ้า ย่อมทำให้เราต้องออกแรงมากกว่าคนอื่น ด้วยพลังจจากพระเจ้าที่เราได้รับมากกว่าคนอื่น... พวกเรามักหนีไม่พ้นคำนี้ คำที่บรรดาฆราวาสบอกพวกเราว่า “คุณพ่อ บราเดอร์ ซิสเตอร์ ไม่เคยมีครอบครัว จะมาเข้าใจความยากลำบากในชีวิตของพวกเราได้อย่างไร” แต่ในความเป็นจริงแล้ว พวกเรากลับต้องเรียนรู้ความรักของพระตรีเอกภาพ ในครอบครัวของพระเจ้า สู่ชีวิตของครอบครัวคริสตชน สู่ชีวิตครอบครัวนักบวช เพื่อเป็นประจักษ์พยานถึงครอบครัวแห่งสวรรค์ ณ แผ่นดินนี้... พี่น้องฆราวาส บอกพวกเราเช่นนี้หลายครั้ง เป็นพระสงฆ์ เป็นนักบวชอ่ะ สบาย ไม่ต้องปวดหัวกับเรื่องทางโลก... แต่พี่น้องครับ หากเป็นเช่นนั้นแล้ว ทำไมกระแสเรียกการเป็นพระสงฆ์ นักบวชเราลดลง ทำไมไม่ค่อยจะมีใครกระโจนเข้ามาใช้ชีวิตแบบนี้ล่ะ หากชีวิตแบบนี้สบายกว่าใครๆ อย่างที่เขาว่ากัน... ไม่หรอกครับ ไม่ใช่แน่ๆ หากชีวิตที่มีความสุขแท้ กลับเป็นชีวิตที่เชื่อมั่นในการประทับอยู่ของพระเจ้าต่างหาก หากพระสงฆ์ นักบวช ไม่เชื่อในการประทับอยู่ของพระองค์เคียงข้างพวกเขาแล้ว ชีวิตก็อาจจะหาความสุขแท้จริงไม่ได้เหมือนกัน และเมื่อไม่อาจสัมผัสความสุขของการประทับอยู่ของพระเจ้าในชีวิตจริงของได้แล้ว เขาจะเอากำลังใจที่ไหนไปห่วงใยมอบให้กับพี่น้องได้เล่า หากชีวิตของพวกเขายังเต็มไปด้วยความท้อแท้ และขาดความมั่นใจในการประทับอยู่ของพระเจ้า...

คงน่าอัศจรรย์ที่ในปากปลามีเงินหนึ่งเหรียญ เพื่อจ่ายค่าบำรุงพระวิหาร แต่นั่นคือการต้องทำงาน คือการต้องออกแรง เพื่อได้เงินมา การที่ต้องไปตกปลา ให้ความหมายของการต้องออกแรงทำงาน คืนน้ำพักน้ำแรง เพื่อไม่ให้ใครตำหนิเรา... นี่คือบทเรียนที่มีคุณค่าจริงๆ แม้ว่าเราจะอยู่กับบุคคลแห่งอัศจรรย์แบบพระเยซูเจ้า ที่พระองค์อาจจะเสกเหรียญเงินให้มาอยู่ตรงหน้าได้ แต่เปล่าเลย การออกไปทำงาน การต้องออกแรง เพื่อทำสิ่งที่สัตบุรุษเขาได้ถวายให้พระเจ้าด้วยน้ำพักน้ำแรงของพวกเขา คือสิ่งเดียวกันที่พระสงฆ์ นักบวช ศิษย์ที่ใกล้ชิดพระเยซูเจ้าต้องกระทำในรูปแบบเดียวกัน เพื่อเป็นประจักษ์พยานชีวิตของผู้ที่เชื่อในพระเจ้า ที่ไม่ใช่หวังเพียงอัศจรรย์จากพระเจ้า แต่คือการออกแรงของชีวิต ด้วยความเชื่อ ความวางใจในการประทับอยู่เคียงข้างของพระองค์... น่าคิดมากนะครับ สำหรับเปโตร เมื่อพระองค์ตรัสสั่ง ไม่มีครั้งใดเลยที่ท่านจะผิดหวัง แม้จากประสบการณ์ตามประสาชาวประมงผู้เชี่ยวชาญ ท่านจับปลาทั้งคืน กลับคว้าน้ำเหลวและไม่ประสบความสำเร็จอะไรเลย... ชาวประมงที่ต้องชำนาญเรื่องการว่ายน้ำ กลับต้องร้องขอความช่วยเหลือจากพระเยซูเจ้า เมื่อกำลังจมลง เพียงเพราะขาดความเชื่อในพระองค์...

โอ้ พระเจ้าข้า ปราศจากพระองค์แล้ว ลูกแทบไม่เหลืออะไรเลย แม้ความสามารถที่เคยมี ก็ไม่อาจเทียบเท่าการประทับอยู่ของพระองค์ ที่สูงค่าในความรักและการรับใช้พระเจ้าและรับใช้กันและกัน

“เสียซิ” ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ชีวิตของพวกลูก ไม่เป็นที่สะดุดกับใครๆ ขออย่าให้ชีวิตของลูก ได้รับการยกเว้นจากความเหนื่อยยาก อดทน มานะบากบั่นเหมือนกับคนอื่นๆ เขา... ขอให้ชีวิตของลูกของพระองค์ เป็นชีวิตที่ดำเนินไปพร้อมกับเพื่อนพี่น้องอย่างมีชีวิตชีวา ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเพื่อนพี่น้องด้วยความเชื่อมั่นว่า พระองค์ทรงเป็น “พระบิดา” พระเจ้าผู้ทรงประทับอยู่ท่ามกลางพวกลูกอย่างแท้จริง เพื่อชีวิตของพวกลูกจะเป็นการเติมเต็มซึ่งสิ่งที่ขาดหายไปของเพื่อนพี่น้องด้วยความรักและความเข้าใจอย่างแท้จริง.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม 18 สัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน อสค 1:2-5,24-28ค / มธ 17:22-27
ในปี 597 ก.ค.ศ.ชาวบาบีโลนได้เข้าโจมตีกรุงเยรูซาเล็ม และได้นำชาวอิสราเอลผู้มีอิทธิพลไปยังกรุงบาบีโลน เอเสเคียลในฐานะเป็นพระสงฆ์ เป็นคนหนึ่งในกลุ่มผู้ถูกนำไปเป็นเชลย ในเวลาสี่ปีต่อมา ขณะที่ท่านอยู่ริมแม่น้ำเคบาร์ของชาวเคลเดีย (อสค 1:3) ท่านได้มองเห็นภาพนิมิตของพระเป็นเจ้า และได้รับการแสเรียกให้เป็นประกาศก ได้มีการกำหนดวันและสถานที่ ที่พระเป็นเจ้าได้เข้ามามีบทบาทในท่ามกลางประชากรของพระองค์
การกำหนดสถานที่ที่ท่านประกาศกเห็นภาพนิมิต เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะในสมัยกษัตริย์ดาวิด ประชากรอิสราเอลถือว่า กรุงเยรูซาเล็มและพระมหาวิหาร เป็นสถานที่ประทับที่ถาวรของพระเป็นเจ้า ในท่ามกลางประชากรของพระองค์ (สดด 132:13-14) เพราะฉะนั้น การที่ประชากรอิสราเอลถูกนำไปยังดินแดนเนรเทศ เป็นการแสดงว่าพวกเขาได้อยู่ห่างไกลจากพระองค์ แต่เอเสเคียลเห็นนพระเป็นเจ้าประทับอยู่บนบังลังก์ที่เคลื่อนที่ กำลังนั่งเป็นประธานในกลางกองไฟ แสดงว่าการเห็นภาพนิมิตที่เกิดขึ้นในกรุงบาบีโลนแสดงว่า พระเป็นเจ้าประทับอยู่ในทุกสถานที่ ไม่ใช่ในสถานที่ใดที่หนึ่ง พระองค์ยังคงประทับอยู่กับประชากรของพระองค์ แม้ในดินแดนเนรเทศ
สิบปีหลังจากกรุงเยรูซาเล็มได้ถูกโจมตี มันได้ถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้ถูกเนรเทศก็ยังได้ยินประกาศกเอเสเคียลพูด ในนามของพระเป็นเจ้า แสดงว่าพระองค์ไม่ได้ลืมพวกเขาแต่อย่างใด แม้พระวิหารที่ประทับของพระองค์ จะถูกทำลายจนหมดสิ้น พระองค์ก็ยังประทับอยู่ใกล้ชิดกับประชากรที่รับเลือกสรรของพระองค์...การนมัสการพระเป็นเจ้ามีขึ้น ไม่ใช่เฉพาะเมื่อเราร้องเพลงสรรเสริญพระองค์ในวันอาทิตย์เข้า แต่ยังขึ้นอยู่กับกิจการแห่งความรักที่เราทำ ระหว่างสัปดาห์ที่เหลือด้วย...ที่ใดมีความเมตตากรุณา ความรัก และความสงสาร พระเป็นเจ้าก็ทรงประทับอยู่ ณ ที่นั้นด้วย...ถ้าข้าพเจ้าต้องทำสิ่งสุดท้ายบนโลกนี้ ข้าพเจ้าจะต้องค้นหาว่า ทำไมพระองค์จึงโปรดให้ข้าพเจ้า มีชีวิตอยู่บนโลกนี้.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view