สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพุธที่ 15 สิงหาคม 2018 สัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา

วันพุธที่ 15 สิงหาคม 2018 สัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา

🌻 ไม่ว่าปัญหาของท่านจะหนักปานใด
ก็ยังด้อยกว่าพระอานุภาพของพระเจ้า
จงมอบชีวิตและปัญหาของท่าน
ไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์

📚บทอ่านประจำวันพุธที่ 15 สิงหาคม 2018
สัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=nQO556GudYM

❤Mary, did you know?
https://youtu.be/mN70R-3ao0U

🍏🍏🍏🍏🍏🍏🍏🍏

วันพุธที่ 15 สิงหาคม 2018
สัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
อสค 9:1-7;10:18-22
มธ 18:15-20
 
ในสังคม เมื่อเห็นว่าใครทำผิด
แทนที่จะเอาแต่พูดตำหนิติเตียน นินทาเขา
พระเยซูเจ้าสอนศิษย์ของพระองค์
ให้ตักเตือนกันด้วยความรักพร้อมกับ ภาวนา
ให้แก่ผู้ที่ทำหน้าที่ตักเตือน และผู้ที่ทำผิด
 
เสียงของพระเจ้า มาสู่ประกาศกเอเสเคียล
ให้ท่านได้เรียนรู้ว่า เมื่อประชากรของพระเจ้าทำผิด
ไม่ใช่หน้าที่ของเรา ที่จะคิดลงโทษ เพราะสำหรับพระเจ้า
พระองค์มีผู้ที่ทำหน้าที่เหล่านี้
อย่างไรก็ตามคนที่กลับใจก็จะได้รับการอภัย
 
หมายเหตุ…
บางทีการจะเปลี่ยนคนอื่น ให้เป็นอย่างที่เราคิด คงไม่ใช่เรื่องง่าย
จะเสียเวลามากมายมานั่งคิดให้วุ่นวายยู่ทำไม.......
ถ้าใจถึงพอ ก็สวดขอพระเจ้าเปลี่ยนเรา ให้ยอมรับ ปรับตัวเข้ากับเขา
เวลาเดียวกันขอพระเจ้าเปลี่ยนเขาด้วย

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพุธที่ 15 สิงหาคม 2018

สัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา

สมโภชพระนางมารีย์รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ

(เนื่องจากแม่พระผู้รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ฯ เป็นองค์อุปถัมภ์ของประเทศไทย เราจึงเลื่อนไปฉลองร่วมกันในวันอาทิตย์)

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ท่านจะได้พี่น้องกลับคืนมา...” (มธ 18:15-18)

พระสงฆ์จะไม่ไปสวรรค์หรือไปนรกคนเดียว

แต่จะพาคนมากมายไปด้วย

คริสตชนเช่นกัน

เขาจะไม่ไปสวรรค์คนเดียว

แต่ต้องนำเพื่อนพี่น้องไปกับเขาด้วย

เพราะความรอดพ้นในจิตตารมณ์ของคริสตชน

คือความรอดพ้นของส่วนรวม

ที่ทุกคนควรได้รับความรอดพ้นด้วย

เพราะพระเจ้าคือความรอดพ้นของทุกคน

________________

พ่อเจ้าวัดน้อยๆ พ่อเจ้าวัดมือใหม่ ที่ผมยังคิดว่าผมยังใหม่อยู่ เพราะประสบการณ์ของผมในการเป็นพระสงฆ์เพียงสามปีเศษๆ เท่านั้น และเกือบทั้งหมดจริงๆ ของชีวิตสงฆ์ของผมก็คือการเป็นพ่อเจ้าวัด ผมเป็นผู้ให้การอบรมเพียงเวลาสั้นๆ เท่านั้น เมื่อคณะสั่งให้ปิดบ้านอบรมของเรา ผมก็กลายเป็นพ่อเจ้าวัดเต็มตัว ที่ไม่เคยมั่นใจเลยว่า ตนจะสามารถเป็นได้อย่างดี เพราะความด้อยประสบการณ์ เพียงแต่ผมโชคดีในความที่เคยเป็นสามเณรของสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานีครับ ทำให้ผมมีเพื่อนๆ ที่ดี พระสงฆ์พื้นเมืองทั้งสังฆมณฑลที่เป็นดังพี่ เป็นดังเพื่อนที่แสนดีที่สุดของผม เมื่อหนักใจอะไรในเรื่องการทำงานอภิบาล พวกท่านเป็นที่ปรึกษาที่ดีที่สุดของผมจริงๆ นี่คือสิ่งที่ทำให้ผมคลายกังวลมากขึ้น เมื่อต้องเป็นพ่อเจ้าวัดแบบไม่เคยเป็นมาก่อน อีกทั้งไม่เคยมีปลัด และไม่เคยเป็นปลัดใคร เรียกว่าด้อยประสบการณ์จริงๆ... และอีกสิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกขอบคุณครับ คือสิ่งดีๆ ที่ได้รับจากการทำงานอภิบาลที่วัดพระวิสุทธิวงส์ (ชื่อวัดลำไทรเขียนแบบนี้จริงๆ นะครับ ครูภาษาไทยอย่าว่าผมนะครับ นี่คือความน่ารักของบรรดาธรรมทูต) ที่นั่น พ่อเจ้าวัดทุกองค์ที่ผมร่วมงานด้วยเป็นดังบิดาจริงๆ พ่อปลัดทุกองค์ เป็นเหมือนพี่ชายครับ ที่สอน แนะนำ ตักเตือนผม จนทำให้ผมเดินได้ไม่ยากนักในวันนี้... และผมได้เลือกปฏิญาณตนตลอดชีพ บวชเป็นพระสงฆ์ และมิสซาแรกจริงๆ ในชีวิตสงฆ์ของผม ผมทำที่ลำไทรทั้งหมด ดังบ้านเกิดของผมเลยจริงๆ ครับ เพราะที่นั่น ชื่อ “พระวิสุทธิวงส์” และความรู้สึกน่าประทับใจที่นั่นคือ สิ่งที่คณะฟรันซิสกันของผมเรียกว่า “ภราดรภาพ” ครับ ต้องบอกว่า ผมเรียนรู้มากจริงๆ ที่ลำไทรครับ ความเป็นพี่น้องที่แสนน่ารัก...

อาจารย์ภาษาไทยของผมคงบอกว่า ผมเขียนบทนำยาวอีกแล้ว ฮิฮิ... เอาล่ะ เข้าเรื่องครับ... จริงๆ คือความเป็นพี่น้องนี่แหละครับ... “ภราดรภาพ” นี่แหละครับ ที่ผมไตร่ตรองในเช้านี้ ธรรมชาติของพระศาสนจักร ธรรมชาติของคริสตชน คือธรรมชาติของความเป็นพี่น้องที่ไม่ทิ้งกันครับ ในพิธีกรรม พระสงฆ์กล่าวคำนี้บ่อยๆ “พี่น้องที่รัก” ที่ทำให้ผมต้องบอกตนเองว่า เราต้องรักกันและกันจริงๆ เราต้องเป็นพี่น้องกันจริงๆ ครับ และเราเป็นเช่นนั้นหรือยัง... พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ทำให้เราต้องทบทวนไตร่ตรองจริงๆ ภาพการลงโทษในบทอ่านที่หนึ่ง แท้จริงแล้ว ไม่ใช่การลงโทษ แต่เป็นพระพรที่ขาดหายไป นั่นคือภาพที่คนดีต้องสะเทือนใจครับ นั่นคือภาพที่ไม่ใช่การฉลองของนักบุญ แต่เป็นความรู้สึกสะเทือนใจ ในความสูญเสียพี่น้องของตนไปครับ คริสตชนไม่อาจภูมิใจในความพินาศของพี่น้องได้นะครับ

กลับมาที่ประสบการณ์น้อยๆ ของการเป็นพ่อเจ้าวัดของผมนิดหน่อย ที่ผมเพิ่งได้มองเห็นความจริงอีกบางมุมมองในการเป็นพ่อเจ้าวัดปีสุดท้ายนี้ครับ เมื่อกำลังจะต้องลาจากวัดประจวบฯ ไป เมื่อเจ้าคณะแขวงเกาหลี ซึ่งดูแลหมุ่คณะในประเทศไทย ได้มีดำริให้คืนพันธกิจงานอภิบาลให้สังฆมณฑลสุราษฎร์ธานีแล้ว นี่คือประสบการณ์ในปีสุดท้ายจริงๆ ครับ ... พี่น้องที่รักครับ เรื่องความเชื่อของเราคริสตชนนี่แหละครับ ที่ผมมองเห็นและอยากเล่าให้ฟัง โดยเฉพาะผู้อาวุโสครับ ผมทราบ ว่าหลายคนท้อแท้ในการอบรมความเชื่อให้กับลูกหลาน ยากครับ ยากจริงๆ ในโลกวันนี้ สุดท้าย บางคนก็จบที่คำว่า “ช่างมัน” “ช่างหัวมัน” อาจจะจบเหมือนนักบุญเปาโลก็ได้ “ท่านจะรอดหรือไม่รอด ข้าพเจ้าไม่สนใจแล้ว ข้าพเจ้าทำหน้าที่ของข้าพเจ้าอย่างดีที่สุดแล้ว” พี่น้องครับ แท้จริงแล้ว มันไม่จบเพียงเท่านั้นซิครับ... ผมเห็นความเชื่อของบรรดาผู้อาวุโสหลายท่านถูกทำร้ายในบั้นปลาย หากความเชื่อนั้นมั่นคงยืนหยัดก็ไม่มีปัญหา แต่หลายครั้ง ความเชื่อนั้น กลับเป็นการตำหนิพระเจ้า ท้อแท้ ท้อถอยไปในที่สุด... และที่แน่ๆ บรรดาผู้อาวุโสเหล่านั้น ก็ต้องอยู่ความความเชื่อที่ได้รับมา ด้วยความมานะอดทน อดกลั้น รักษาความเชื่อที่กำลังถูกทำร้ายไว้ให้ได้... เมื่อวันนั้นมาถึง เมื่อลูกหลานไม่มีความเชื่อที่มั่นคงเช่นเดียวกับท่าน ท่านจะไม่มีโอกาสไปวัด เพราะไม่มีใครไปส่งท่าน เมื่อท่านเดินไม่ได้ ขับรถไม่ไหวแล้ว ลูกหลานจะมีข้ออ้างมากมาย เมื่อพวกเขาไม่ให้ความสำคัญในการเป็นคริสตชน เขาจะไม่พาท่านไปวัดครับ และหนักกว่านั้น ท่านอาจจะนอนติดเตียงที่บ้าน โดยไม่มีลูกหลานคนใด เชิญพระสงฆ์มาดูแลวิญญาณของท่านด้วย เพราะพวกเขาไม่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ซะแล้ว และหลายครั้ง ท่านก็ตายไป จากไปแบบที่พระศาสนจักรไม่รับรู้เลยก็มี ลูกหลานเอาไปเผาซะงั้น ไม่รับรู้ความเชื่ออะไรของท่านเลย...  นี่แหละครับ นี่คือบทเรียนในชีวิตของการเป็นผู้อภิบาลของผม หากบรรดาผู้สูงอายุ ผู้อาวุโส หากว่า พวกท่านไม่สามารถปลูกฝังความเชื่อที่มั่นคงในวิญญาณของลูกหลานของท่านแล้ว ท่านอาจจะต้องทนทุกข์บนความเชื่อของท่านเมื่อท่านสูงอายุขึ้นไปครับ ลองไตร่ตรองดูนะครับ...

“ท่านจะได้พี่น้องกลับคืนมา” ผมชอบพระวาจาตอนนี้จัง... คริสตชนต้องห่วงใยความรอดพ้นของกันและกันครับ คริสตังไปสวรรค์คนเดียวนั้นยังไม่คุ้มที่เป็นลูกของพระเจ้าครับ ยังไม่คุ้มในพระพรของพระองค์เลย แต่เราต้องนำพี่น้องของเราไปสวรรค์ด้วยครับ จึงจะคุ้มที่เราเป็นคริสตังครับ... พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ทำให้หัวใจเราห่วงกังวลบ้างไหม ถึงความรอดพ้นของพี่น้องของเรา... การเป็นคนดีของเราไม่อาจสมบูรณ์ได้เลย หากว่าเราไม่คิดห่วงใยความรอดพ้นของเพื่อนพี่น้อง นั่นคือเราต้องหมั่นเพียร ตักเตือนความเชื่อของกันและกันครับ... ท่านต้องไม่ยอมสูญเสียพี่น้องไป... “ท่านจะได้พี่น้องกลับคืนมา...

ยาวแล้ว... ขออีกนิด สิ่งที่ฝากไว้ตอนท้ายครับ แนวคิดของนักบุญฟรันซิสแห่งอัสซีซีครับ เมื่อพี่น้องของเราทำผิด เราต้องตักเตือนและนำเขากลับมาครับ... ท่านจะได้พี่น้องกลับมา พร้อมกับขับไล่ปีศาจออกไปด้วยเลย กำไรสองต่อครับ... 

เมื่อพี่น้องของท่านทำผิด ท่านจงอย่าขุ่นเคือง โกรธและทิ้งเขาไปเสีย แต่ท่านจงตักเตือนและให้กำลังใจเขา และท่านจะได้เขากลับคืนมา... เพราะหากท่านโมโหโกรธเคืองเขา ท่านก็ได้ทวีกำไรให้งานของปีศาจ เพราะมันทำให้พี่น้องท่านตกในบาป และมันก็ทำให้ท่านตกในบาปของพี่น้องด้วยอีกคนหนึ่ง... แต่หากท่านเข้าไปหาพี่น้องด้วยความรักและความเข้าใจ ท่านจะได้เขากลับคืนมา ท่านจะทำให้เขามีกำลังใจ และเวลานั้น ปีศาจก็ไม่อาจอยู่ตรงนั้นได้ เพราะมันพ่ายแพ้อย่างย่อยยับไปเลย... นะ นะ นะ ขอให้เราเข้มแข็ง และเป็นกำลังใจประคับประคอง ปลอบโยน บรรเทาความเชื่อของกันและกันตลอดไปนะครับ

ข้าแต่พระเจ้า พระทัยอ่อนโยนเช่นนี้ คือพระทัยพระองค์ พระเจ้าและพระบิดาของลูก ขอให้ลูกของพระองค์ได้เรียนรู้ และเลียนแบบ เพื่อมีหัวใจแบบพระองค์เช่นนี้เถิด

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันพุธที่ 15 สิงหาคม 18 สัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน อสค 9:1-7และ10:18-22 / มธ 18:15-20
พระเป็นเจ้าไม่ได้ใช้บรรดาประกาศก เพื่อทำนายถึงอนาคตเท่านั้น แต่เพื่อให้กำลังใจประชาชน ให้กลับมาสร้างความสัมพันธ์อันถูกต้องกับพระองค์ บรรดาประกาศกจะพูดเกี่ยวกับเรื่องที่จะเกิดขึ้น ถ้าประชาชนไม่ยอมกลับมาหาพระเป็นเจ้า และเป็นประชากรเอง ที่จะกำหนดอนาคตของตนเอง และความสัมพันธ์อันดีกับพระเป็นเจ้า และด้วยพระเมตตาอันล้นพ้นของพระเป็นเจ้า พระองค์จะไม่ตัดสินลงโทษ เพื่อให้กำลังใจประชากรอิสราเอล ให้กลับมาหาพระองค์ และบัดนี้ เวลาดังกล่าวได้มาถึงแล้ว
เรื่องทำนองเดียวกันจะเกิดขึ้นกับเราเหมือนกัน พระเป็นเจ้าได้ส่งบรรดาประกาศกและครูมาให้เรา พระองค์ได้ตรัสกับเรา ผ่านทางพิธีกรรม และผ่านทางผู้นำฝ่ายจิตใจของเรา เช่น ผ่านทางพระสันตะปาปา และบรรดาพระสังฆราช ซึ่งได้ประกาศพระวาจาให้เราฟัง ผ่านทางการสวดภาวนา พระองค์ได้นำจิตใจของเรามาสู่แสงสว่าง และนำเราไปสู่การกลับใจ ในส่วนของพระเป็นเจ้านั้น พระองค์จะนำเราให้กลับมาสู่การกลับใจ และการมีความสัมพันธ์อันดีกับพระองค์ และพระองค์จะต้อนรับเราด้วยความยินดี
ในส่วนของเรานั้น เรามักจะมีความโน้มเอียงว่า พระเป็นเจ้าทรงประทับอยู่ห่างจากเรา บางครั้ง เรามีความรู้สึกว่า บาปของเรานั้นใหญ่มาก และสิ่งต่างๆที่เราทำนั้น เป็นสิ่งที่เลวร้ายมาก จนทำให้เราคิดว่า เราไม่สามารถจะกลับมาหาพระองค์ ถ้าเป็นเช่นนี้ เราต้องปลอบใจตนเองว่า พระเป็นเจ้ากำลังแสวงหาผู้มีน้ำใจดี ที่อยากติดตามพระองค์
พระเป็นเจ้ามิทรงต้องการให้เราต้องดำเนินชีวิตเป็นแบบนักบุญ ที่ไม่เคยมีรอยด่างพร้อยในอดีต พระองค์เพียงแต่ต้องการให้เราฟังเสียงของพระองค์ และติดตามพระองค์ไปให้ดีที่สุด เท่าที่เราจะทำได้ พระองค์ทรงต้องการอุ้มชูเรา แต่เราต้องยินดีปล่อยให้พระองค์ยกเราขึ้น พระองค์จะไม่บังคับให้เราตอบรับ”ด้วยความยินดี” ขอเพียงแต่ให้เราแสวงหาการประทับอยู่ของพระองค์ในวันนี้ เพื่อเราจะได้พบชีวิตที่สดชื่นในพระองค์ ไม่ว่าในสถานการณ์ใดก็ตาม

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)


 

view