สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญสเตเฟน แห่งประเทศฮังการี

วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญสเตเฟน แห่งประเทศฮังการี

🌺เมื่อข้าพเจ้าเดินไม่ไหว...
พระองค์ทรงแบกข้าพเจ้าไว้บนบ่า
เมื่อข้าพเจ้าหลงทางไกลจากพระอุรา
ทรงตามหาและนำมากอดไว้ในพระทรวง

📚บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญสเตเฟน แห่งประเทศฮังการี
https://www.youtube.com/watch?v=9fegoRVZlpk

🍋เปลี่ยน
https://youtu.be/AjnPKA6rA5Q

🍒🍒🍒🍒🍒🍒🍒🍒🍒🍒

วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญสเตเฟน แห่งประเทศฮังการี
อ่าน
อสค 12:1-12
มธ 18:21-19:1

เมื่อจิตใจ ของศิษย์ ว้าวุ่น
จมอยู่กับ การผูกใจเจ็บ อาฆาต พยาบาท
พระเยซูเจ้าสอนเขา ให้เป็นอิสระ
ด้วยการรู้จักให้... “อภัย”...
ปลดปล่อยหัวใจให้ก้าวไปสู่
แสงสว่างแห่ง... “ความเมตตา”...

เมื่อตระหนักว่าประกาศกอิสราเอล เป็นเครื่องหมาย
แห่งการอภัยของพระเจ้าสำหรับประชากรอิสราเอล
สิ่งเดียวที่จำเป็นสำหรับประชากร เพื่อรับการอภัย
คือ การกลับใจ เปลี่ยนแปลง วิถีทางดำเนินชีวิต

เมื่อท่านนักบุญสเตเฟน แห่งประเทศฮังการี
กล้าที่จะเผชิญหน้ากับความจริง
เพื่อให้ความยุติธรรมกับทุกคน
ท่านประสบความสำเร็จ ในการทำหน้าที่ผู้นำ

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม 2018

สัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ข้าพเจ้าต้องยกโทษให้เขากี่ครั้ง...” (มธ 18:21-19:1)

ในเรือนจำ... ท่านอาจจะบอกว่า

นั่นเป็นที่ของคนบาป คนที่ทำผิด

และฉันไม่อยากจะคบหาสมาคมด้วยเลย...

กระนั้นหรือ...

ไตร่ตรองกันหน่อยเถอะ...

ถ้าท่านไม่ติดคุก ถ้าท่านไม่ได้ตกในบาป

มันก็เป็นเพราะพระเจ้าทรงช่วยท่านไม่ให้ทำบาปมิใช่หรือ

พวกท่านมีที่ว่างในหัวใจให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำบ้างไหม 

พวกท่านสวดภาวนาเพื่อพวกเขา 

เพื่อพระเจ้าจะช่วยพวกเขาให้เปลี่ยนชีวิตตัวเองบ้างหรือเปล่า

ดังนั้น ฉันจะภาวนาได้อย่างไรเล่า...

โปรดประทานอภัยแก่ข้าพเจ้า

เหมือนข้าพเจ้าให้อภัยแก่ผู้อื่น... ???

ดังนี้ โอ้วิญญาณของข้าฯ เอ๋ย

ฉันพลาดพลั้งมากี่ครั้งแล้ว

และฉันควรได้รับการอภัยอย่างไร???

________________

เมื่อครั้งผมเป็นเณรเล็กของสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี พวกเราต้องมีหนังสือศรัทธาอ่านกันคนละเล่มเสมอ ผมจำไม่ได้แล้วว่า อ่านหนังสือเล่มใดไปบ้าง ระหว่างที่เป็นเณรที่สำนักฝึกธรรมฯ ครับ แต่มีประโยคหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกประทับใจเหลือเกิน และผมยังจำมาได้จนทุกวันนี้ ทำให้เมื่อหลายครั้งที่อยากตำหนิผู้อื่น ผมก็ต้องพยายามเป็นเป็นความรักและความเข้าใจ ที่นำไปสู่การยอมรับกันและกัน เพื่อเดินหน้าไปด้วยกันต่อไป ประคับประคองซึ่งกันและกัน ประโยคนั้นคือ...

เมื่อคนหนึ่งได้กระทำความผิดและตกในบาป อีกคนหนึ่งก็ไม่สามารถรอดพ้นจากบาปนั้นได้เลย หากพระเจ้าไม่ได้ประคับประคองช่วยเหลือไว้...

เมื่อวานนี้ พระวรสารพูดถึงเรื่องการตักเตือนเพื่อนพี่น้อง เพื่อจะได้พี่น้องกลับคืนมา... ซึ่งเป็นการขับไล่ปีศาจให้ออกไป และเป็นการรักษาบาดแผลของพี่น้องที่พลาดพลั้งตกในบาปให้มีกำลังลุกขึ้นและเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ เราจะไม่ยอมตกในบาปอีกคนเพราะบาปของอีกคน ซึ่งนั้นเป็นการทวีกำไรของปีศาจที่ได้ทำร้ายพี่น้องของเรา และมันก็ได้เราเป็นเหยื่อไปด้วยอีกคนหนึ่ง

นั่นคือพระทัยของพระเจ้าจริงๆ นั่นคือความอ่อนโยนที่ผมคิดว่า ผมเองก็ต้องวอนขอพระพรสักเศษหนึ่งจากพระทัยอ่อนโยนของพระองค์ เพื่อบรรจุไว้ในหัวใจของผมบ้าง เพื่อผมจะสามารถอ่อนโยน  สามารถที่จะเข้าใจ และยอมรับความอ่อนแอของเพื่อนพี่น้อง และสิ่งที่เหนือกว่าการยกโทษ คือสิ่งที่เราเรียกว่า “การไม่ถือโทษ” แต่เข้าใจ และยอมรับในความอ่อนแอของกันและกัน เพื่อช่วยเหลือประคับประคองกันเสมอไป เพราะทุกคนก็พลาดกันได้ทั้งนั้น...

ผมอดไม่ได้ที่จะนำส่วนหนึ่งของบทเทศน์ของพระสันตะปาปา ฟรันซิส ของเราเมื่อสักสองปีที่แล้วมาแบ่งปันกับพี่น้องสักนิด เมื่อพระองค์ทรงพูดถึงพี่น้องของเราในเรือนจำ ที่ได้พลาดพลั้งทำผิดไป... 

ครั้งนั้น พระสันตะปาปาทรงอธิบายและย้ำหนักแน่นในบทเทศน์ตอนท้ายว่า...คริสตชนควรจะก้าวออกไปหาคนที่ต่ำต้อยกว่าเรา คนที่ยากจนกว่าเรา รวมไปถึงก้าวออกไปพบกับคนที่ถูกจองจำอยู่ในคุกด้วย “หลายคนจะพูดทันทีว่า 'ไม่ล่ะ คนประเภทนี้ ผมไม่อยากสุงสิงด้วย เขาอยู่ในคุกนะ' ... เอาล่ะ ถ้าท่านไม่ติดคุก มันก็เป็นเพราะพระเจ้าทรงช่วยท่านไม่ให้ทำบาป พวกท่านมีที่ว่างในหัวใจให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำบ้างไหม พวกท่านสวดภาวนาเพื่อพวกเขา เพื่อพระเจ้าจะช่วยพวกเขาให้เปลี่ยนชีวิตตัวเองบ้างหรือเปล่า

“ท่านมีที่ว่างในหัวใจให้กับพี่น้องที่พลาดพลั้งบ้างไหม...” น่าคิดจริงๆ ครับ ไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้าวันนี้แล้ว ก่อนที่ผมจะตำหนิใคร วันนี้ ผมอาจจะต้องถามตนเองก่อนว่า... ผมจะตำหนิเขาหรือ ผมจะกล่าวโทษเขาหรือ... ที่ผมไม่ได้พลาดพลั้งในวันนี้ นี่ไม่ใช่เพราะพระเจ้าทรงช่วยเหลือประคับประคองผมไว้มิใช่หรือ... แล้วสิ่งใดเล่าที่ผมควรทำต่อพี่น้องของผมด้วยเช่นกัน การผมเป็นลูกของพระเจ้า หัวใจของผมวันนี้เป็นเช่นใด...

ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทั้งนั้น เป็นพระองค์ทั้งสิ้น ที่ประทับอยู่ที่นี่และอยู่ตรงนี้ ลูกจึงยังสามารถก้าวเดินต่อไปได้ ขอให้ลูกเรียนรู้ประสบการณ์แห่งพระทัยรักของพระองค์นี้ เพื่อลูกจะทำเช่นเดียวกันต่อพี่น้องของลูก... พระเจ้าข้า ขอสักเศษเสี้ยวของความน่ารักและใจดีของพระองค์ วางบนดวงใจของลูกด้วยเถิด วันนี้ ในวันที่ลูกกำลังน้อยใจ กำลังโมโห กำลังไม่พอใจ... พระเจ้าข้า ช่วยลูกด้วย ขออย่าให้ลูกพลาดพลั้งลงไปเพราะความรู้สึกเหล่านี้เลย.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันพฤหัสที่ 16 สิงหาคม 18 สัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน อสค 12:1-12 / มธ 18:21-19:1
พระเยซูเจ้าได้ประทานอำนาของพระเป็นเจ้า ให้แก่พระศาสนจักร ในพระนามของพระองค์ แต่พระศาสนจักรต้องใช้อำนาจนีด้วยความเมตตากรุณา ในฐานะเป็นหัวหน้าของกลุ่มคริสตชน เปโตรได้ถามพระเยซูเจ้าว่า ท่านจะต้องยกโทษให้แก่เพื่อพี่น้องสานุศิษย์กี่ครั้ง ในหนังสือพระธรรมเก่าลาแม็ก ซึ่งเป็นหลานของกาอิน สามารถทำการแก้แค้นได้เจ็ดครั้งเจ็ดสิบหน หรือไม่มีกำหนดครั้ง (ปฐก 4:23-24) ส่วนบรรดารับบีในสมัยพระเยซูเจ้าได้สอนว่า การยกโทษให้แก่คนอื่นนั้น สามารถทำได้สามครั้งด้วยกัน เปโตรได้เพิ่มจำนวนเป็นเจ็ดครั้งด้วยกัน อย่างไรก็ตามพระเยซูเจ้าได้บอกท่านว่า การยกโทษแบบคริสตชน คือ เจ็ดครั้งเจ็ดสิบหน (มธ18:22) แน่นอนพระเยซูเจ้ามิได้ทรงหมายความว่า เป็นจำนวนสี่ร้อยเก้าสิบครั้ง ในพระคัมภีร์จำนวนเจ็ด เป็นเครื่องหมายของความครบบริบูรณ์ เพราะฉะนั้นเจ็ดครั้งเจ็ดสิบหน หมายถึงจำนวนครบบริบูรณ์ และพระเยซูเจ้าได้อธิบายเพิ่มเติม ด้วยการยกตัวอย่างนิทานเปรียบเทียบ เรื่องนายยกหนี้ให้คนใช้ ซึ่งไม่มีความสามารถจะใช้หนี้ได้ แต่คนใช้คนเดียวกันนี้ กลับปฏิเสธไม่ยอมยกหนี้ ให้กับเพื่อนคนใช้ ซึ่งเป็นหนี้เพียงจำนวนเล็กน้อย และเมื่อนายได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้น นายได้สั่งให้ลงโทษคนใช้ที่ไร้ความปราณีคนนี้ จนกว่าจะชำระหนี้ได้ทั้งหมด เช่นเดียวกัน ในวันพิพากษาครั้งสุดท้าย พระเป็นเจ้าจะไม่เมตตาคนใช้ ที่ไม่ยอมยกโทษให้แก่คนอื่น...ท่านได้เคยทำผิดต่อใครบ้าง ท่านเคยขอให้เขายกโทษให้ท่านหรือไม่?...ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดประทานพระหรรษทานแห่งการให้อภัยโทษ ให้แก่ผู้ที่ได้ทำผิดต่อลูก
ในวันนี้ พระศาสนจักรได้ระลึงถึงนักบุญสเทเฟน แห่งฮังการี ซึ่งเป็นกษัตริย์คาทอลิกองค์แรกของประเทศฮังการี ท่านได้ประสูติในปี 975 และสิ้นพระชนม์ในปี 1038 ได้รับศีลล้างบาปในปี 985 ในปี 997 ได้ขึ้นครองราชย์ พระองค์มีพระประสงค์จะให้ประเทศฮังการีกลับใจเป็นคาทอลิก จึงได้ส่งอธิการฤษีไปกรุงโรม เพื่อขออนุญาตจากพระสันตะปาปาซิลแวสเตอร์ที่ 2 ให้อนุญาตให้จัดตั้งตัวแทนสันตะสำนักในประเทศ พระองค์ได้สิ้นพระชนม์ และได้รับการประกาศชื่อเป็นนักบุญ ในปี1083

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view