สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2018 สัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา

วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2018 สัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา

🌻ในเวลาของพระคริสต์
ทรงลิขิตชีวิตของข้าตามน้ำพระทัย
ขอโปรดให้ข้าเรียนรู้ว่า
ตราบที่ข้าเดินในมรรคา
ดวงชีวาอยู่ในเวลาของพระองค์

📚บทอ่านประจำวันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2018
สัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=o8ewwdmfAoY

❤รักในโครินธ์
https://youtu.be/jhsQIxX0c4w

🍉Ave Maria (Wedding Song Version)
https://youtu.be/mZmZ8RR7MZI

🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠

วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2018
สัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
อสค 16:59-63
มธ 19:3-12

ในจิตใจของคนดื้อกระด้าง มักอ้างสิ่งสารพัด
เพื่อจะไม่ต้องผูกมัดตนเองกับกฎระเบียบ ข้อบังคับ
แต่สำหรับผู้ที่จะเป็นศิษย์ติดตามพระคริสตเจ้า
การรักษากฎ ระเบียบ คำมั่นสัญญา
เป็นเรื่องสำคัญที่ถูกเรียกร้อง

เสียงของพระเจ้าผ่านทางประกาศกเอเสเคียล
แม้ประชากรของพระเจ้า จะดูหมิ่น ละเมิดสัญญา
แต่พระเจ้ายังคงระลึกถึง พันธสัญญา ด้วยความซื่อสัตย์เสมอ
พร้อมกับให้อภัยทุกสิ่งที่พวกเขาได้ทำ

หมายเหตุ…
คำสัญญาจะไร้ซึ่งราคา ไม่มีค่าให้ใครจดจำ
หากเป็นแต่เพียงถ้อยคำ ที่ไม่ได้เอาไปทำให้เป็นจริง

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2018

สัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“เพื่อจับผิดพระเยซูเจ้า...” (มธ 19:3-12)

หากพระเจ้าทรงเป็นองค์ความรัก

เพื่อจับผิดพระเยซูเจ้า

คือการจับผิดองค์ความรัก

เป็นการเอาความรักเป็นข้ออ้างของการกระทำผิด

ดังนั้น บัดนี้ ความรักก็ถูกทำร้าย

Love is not loved...

เมื่อ องค์ความรักไม่ได้รับความรัก

แต่กลับเป็นการจับผิด และดูถูกความรักเสียเอง.

________________

ผมเพิ่งกลับมาจากการร่วมเป็นกำลังใจให้กับคริสตชนที่แต่งงานสร้างครอบครัวใหม่เมื่อวานนี้ที่กรุงเทพ ผมได้ไปถึงวัดก่อนเวลานิดหน่อย เมื่อได้ทักทายเจ้าภาพแล้ว ก็ได้มีโอกาสเข้าไปนั่งในวัดเพื่อทำวัตรเช้าและภาวนาและรำพึงสักนิดหน่อย และเวลานั้นเอง เมื่อทำวัตรเสร็จ ระหว่างที่กำลังรำพึงสักครู่ นักขับร้องก็ร้องบทเพลงนี้ มีเนื้อหามากมาย จากจดหมายนักบุญเปาโลถึงชาวโครินทร์ “ความรักทำได้ทุกอย่าง...”  ระหว่างนั้น มีวัยรุ่นสองคนข้างหลังผม น่าจะไม่เข้าใจในความหมายของบทเพลงดังกล่าว คนหนึ่งบอกว่า “จริงว่ะ รักทำได้ทุกอย่าง แม้แต่ฆ่าชู้ของแฟน ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เธอมา โดยไม่เห็นแก่หน้าใครทั้งนั้น...” พวกเขาไม่เข้าใจแน่ๆ ถึงความหมายของบทเพลงนี้ ที่นักดนตรีร้องให้ฟัง เป็นเพลงคั่นพระวาจาของพระเจ้า ซึ่งเป็นเหตุให้ผมไตร่ตรองมากๆ ถึงชีวิตคริสตชนที่บอกรักพระเจ้า ชีวิตคริสตชนคนหนึ่งและอีกหลายๆ คนที่รักพระองค์มากจนมอบตนเองเป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์ คือก้าวออกจากครอบครัวของตนเอง เพื่อเป็นของทุกๆ คน เป็นของทุกๆ ครอบครัว... คู่สมรสก็เช่นกัน เมื่อวาน ประธานในมิสซาก็ได้พูดถึง พวกเขาต้องก้าวออกจากครอบครัวของตน ก้าวออกจากตนเอง เพื่อเป็นของกันและกัน ด้วยอาศัยความรักที่เป็นรักแท้ และรักแท้เป็นอย่างไร... ประธานในพิธีก็ได้ให้คำตอบด้วยพระวรสารที่ได้อ่าน “ท่านจงรักกันและกันอย่างที่เรารักท่าน... ไม่มีความรักใดยิ่งใหญ่เท่ากับการพลีชีพของตนเพื่อมิตรสหาย...” และประธานในพิธีได้พูดถึงไม้กางเขนที่มีในวัดทุกวัดของเราทอลิก ที่เป็นประจักษ์พยานของความรักแท้ที่พระเจ้าทรงมอบไว้เป็นแบบอย่าง... เป็นอันหมดคำถามว่า “รักแท้ควรเป็นเช่นใด”

พี่น้องที่รักครับ นักบุญมัทธิวบันทึกว่า พวกเขาเข้ามาถามเพื่อจับผิดพระเยซูเจ้า นั่นคือพวกเขาเข้าใจบริบพของสถานการณ์นั้นๆ ได้ดีมาก ว่าทำไมโมเสสจึงอนุญาตให้ทำหนังสือหย่าแล้ว หย่ากับภรรยาได้ ท่านบันทึกว่า “เพราะใจดื้อหยาบกระด้างของท่าน โมเสส จึงอนญาตให้หย่าร้างได้...”  คำนี้ครับพี่น้อง น่าสนใจ เพราะใจดื้อและหยาบกระด้างของพวกเขา... หมายความว่าอย่างไร...

ในสถานการณ์นั้น หลายครั้งหญิงต้องทนทุกข์ เพราะความไม่เป็นธรรม ความไม่เอาใจใส่ของสามี แต่เพราะการแต่งงาน ทำให้นางเป็นของชายที่เป็นสามีของตน แม้นางจะต้องออกจากบ้านสามีไปเพราะปัญหาหรือความกดดันใดๆ ก็ตาม นางจะไม่สามารถได้รับความช่วยเหลือจากใครเลย เนื่องจากนางเป็นของชายคนหนึ่งแล้ว ดังนั้น เพื่อเป็นความบรรเทาสำหรับฝ่ายหญิง ที่ไม่ได้รับความสนใจจากสามีของเธอ โมเสสจึงเลือกที่จะอนุญาตในกรณีดังกล่าว เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่สตรีนั้น

Back to Origin ครับ การกลับสู่รากเง้าของเรื่องราวนี้ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก พระเยซูเจ้ายืนยันชัดเจนถึงความไม่ถูกต้องของการหย่าร้างระหว่างสามีภรรยาที่ได้แต่งานกันอย่างถูกต้อง เพราะทั้งสองถูกรวมไว้เป็นเนื้อเดียวกันในความสัมพันธ์กับพระเจ้าและพระหรรษทานของพระองค์...

แล้วมันเกี่ยวข้องอะไรกับคริสตชนที่ยังไม่แต่งงาน... เกี่ยวครับ เกี่ยวข้องมากเลยครับ และเกี่ยวข้องกับนักบวช พระสงฆ์อย่างผมด้วย ที่ผมต้องรักพระศาสนจักร อย่างเจ้าบ่าว ตามรูปแบบของพระคริสตเจ้า... คริสตชนก็เช่นกันครับ ลองอ่านบทอ่านที่หนึ่งวันนี้และในวันเหล่านี้ดูครับ (อสค 16 ทั้งบทเลยก็ได้) พระเจ้าไม่เคยเปลี่ยนแปลง พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อต่อพันธสัญญาของพระองค์เสมอ แต่หลายๆ ครั้ง ที่คู่สัญญาของพระองค์ ทอดทิ้งพระองค์ เหมือนมีชู้กับพระอื่น เช่นพระบาอัลแห่งความร่ำรวย ชื่อเสียง ความมีหน้ามีตา และไม่ยอมรับพระเจ้าเป็นดังเจ้าบ่าวของพวกเจาอีกแล้ว

คริสตชนครับ สมมุติว่าเราจะถามว่า ขาดวัดวันอาทิตย์บาปไหม... และในความเป็นจริง พ่อเจ้าวัดของพี่น้องในแต่ละวัดก็สามารถผ่อนผันเรื่องเหล่านี้ได้ด้วย เพื่อไม่ให้พี่น้องต้องตกในบาปของการขาดวัดวันอาทิตย์ แต่วันนี้ เราลองมาถามในทางตรงข้ามกันดีกว่าครับ... “ฉันมาวัดวันอาทิตย์ทำไม...” ฉันที่เป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์ “ฉันสวดทำวัตรทำไม...” “ฉันจำศีลอดอาหารในเทศกาลมหาพรต หรือทุกวันศุกร์นั้น ฉันทำทำไม...” ลองถามเช่นนี้ดีกว่าครับ... และที่สุด เราจะพบว่า แท้จริงแล้ว การถือกฎนั้นไม่ใช่เครื่องบูชาที่พระเจ้าทรงพอพระทัย แต่หัวใจที่ตรมตรอมถ่อมตน รักและเมตตา ให้อภัยต่อผู้อื่นต่างหาก เป็นสิ่งที่แสดงออกว่าเรารักพระเจ้าจริง หาใช่การเจริญชีวิตเป็นคริสตชนที่ไม่เคยขาดวัดวันอาทิตย์ แต่กลับบ้าน ชีวิตก็เหมือนเดิมไหลไปตามกระแสโลก... หาใช่การจำศีลอดอาหารอย่างเคร่งครัด แล้วก็เฝ้ากินเลือดกินเนื้อกันทุกเช้าค่ำ... หาใช่การภาวนาทำวัตรครบทุกเวลา ภาวนาทั้งวันทั้งคืน แต่หลังจากนั้น ก็คุยกับใครไม่รู้เรื่องเลย พระเยซูเจ้าในตัวพี่น้องของฉันต้องถูกฉันด่าตะวาดไปเสมอทุกครั้ง... หากใช่การเดินทางรอบโลก ไปทำบุญทั่วโลก แต่ไม่เคยแบ่งเวลาให้ครอบครัวและพี่น้องในหมู่คณะ ไม่เคยมีเวลาเพื่อสัตบุรุษที่ดูแล ไม่เคยมีเวลาเพื่อสมาชิกในครอบครัวเลย...

นี่คือการกลับไปที่รากเหง้าของความรักที่เป็นพันธสัญญากับพระเจ้าครับ แล้วไตร่ตรองดูอีกครั้งว่า ชีวิตของฉันเดินตามกฎ หรือเจริญชีวิตในความรักต่อพระเจ้ากันแน่ เพราะหากฉันรักพระเจ้าอย่างแท้จริง กฎใจต่างหาก ที่จะบอกฉันว่า ชีวิตของฉันควรเป็นเช่นใด และฉันจะไม่เข้าไปหาพระเยซูเจ้า ถามเพื่อจับผิดพระองค์แน่ๆ 

ผู้ที่เข้าใจได้ ก็จงเข้าใจเถิด... แต่สำหรับผู้ที่ไม่อยากเข้าใจ ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะอธิบายอะไร...

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงช่วยลูกให้เรียนรู้จักรักพระองค์อย่างแท้จริง และดังนั้น กฎใดก็ไม่สำคัญกับลูก เท่ากับการรักพระองค์อย่างแท้จริง... คงน้อยไปที่ลูกจะมาวัดวันอาทิตย์ คงน้อยไป ที่ลูกจะภาวนาทำวัตรตามเวลา คงน้อยไปที่ลูกจะพลีกรรมทำบุญถวายพระองค์ หากลูกยังไม่สามารถเห็นและรักพระองค์ผู้ทรงประทับอยู่ในบรรดาพี่น้องของลูก

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 18 สัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน อสค 16:59-63 / มธ 19:13-15
บรรดาพวกฟาริสีเจตนาที่จะได้นำพระเยซูเจ้า เข้าไปสู่ความขัดแย้ง เพื่อจะได้หาทางจับผิดพระองค์ การหวังจะจับผิดพระองค์ ได้เริ่มขึ้นด้วยการตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องการหย่าร้าง ความจริง พวกฟาริสีได้ถามพระเยซูเจ้าว่า พระองค์ยอมรับความคิดที่เคร่งครัดของสำนักแชมไม ที่ถือว่าผู้ชายจะสามารถภรรยาของตน ถ้าภรรยาของเขาประพฤติตัวไม่เหมาะสม (ฉธบ 24:1) สำนักแชมไมได้ให้ความคิดว่า การประพฤติตัวไม่เหมาะสมหมายถึง การผิดประเวณี ที่เป็นเหตุผลให้สามีแยกกับภรรยาได้ โดยไม่ต้องมีสาเหตุอื่นอีก หรือว่าพระองค์ยอมรับความคิดที่หละหลวมของสำนักฮิลเลล ที่ถือว่ามีการหย่าร้างได้ แม้มีเหตุผลเพียงเล็กน้อยก็ตามใช่หรือไม่? พระเยซูเจ้าได้ตรัสว่า แม้โมเสสจำเป็นต้องอนุญาตให้มีการหย่าร้าง แม้ในบางกรณี แต่ไม่ใช่เป็นพระประสงค์ของพระเป็นเจ้า ตั้งแต่เริ่มแรก เมื่อชายและหญิงได้รวมร่างกายเป็น”กายเดียวกัน” (ปฐก 2:24) สิ่งที่พระเป็นเจ้าได้รวมไว้ จะไม่มีใครสามารถแบ่งแยกได้ บรรดาสานุศิษย์รู้สึกประหลาดใจ ในการแปลความหมายของกฏหมายที่เคร่งครัดจนเกินไป และพวกเขาได้ถามว่า มันเป็นการดีกว่าหรือไม่ที่จะดำเนินชีวิตเป็นโสด พระเยซูเจ้าได้ตอบว่า ไม่ใช่ทุกคนที่ได้รับพระพรพิเศษจากพระเป็นเจ้า (1คร 7:7) ขณะมี่บางคนยินดีเป็นโสด เพื่อพระราชัยสวรรค์ (มธ 19:12) แต่ละคนจึงควรจะรับใช้พระเป็นเจ้า ด้วยการติดตามกระแสเรียกของแต่ละคน...ท่านเจริญชีวิตตามกระแสเรียก ที่เปรียบเหมือนเครื่องหมายของการอุทิศตน เพื่อพระศาสนจักรของพระองค์หรือไม่?...ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดช่วยลูให้ซื่อสัตย์ต่อกระแสเรียกของลูกด้วยเทอญ...”ผู้หญิงคือผู้ที่ทุ่มเทหัวใจให้กับครอบครัว ขอให้เราที่เป็นผู้หญิง ได้มีจิตสำนึกถึง เหตุผลที่เรามีชีวิตอยู่เพื่อรัก และถูกรัก ด้วยความรักเดียวกันนี้ ขอให้เราเป็นเครื่องมือของสันติสุขในโลก” (นักบุญเทเรซา แห่งกัลกัตตา)

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view