สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญเบอร์นาร์ด เจ้าอธิการและนักปราชญ์

วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญเบอร์นาร์ด เจ้าอธิการและนักปราชญ์

🌼การไปสวรรค์นั้นไม่ใช่ง่าย
อาจต้องลำบากเหนื่อยใจ
มีบางคนต้องสู้จนตัวตาย
เขาจึงได้ความมีชัย

📚บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญเบอร์นาร์ด เจ้าอธิการและนักปราช
https://m.yo?v=5Mo6w80YMds&feature=youtu.be

https://m.youtube.com/watch?v=5Mo6w80YMds&feature=youtu.be

🍊เมื่อลูกได้เชื่อ
https://youtu.be/T1jREr72LsU

🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁

วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญเบอร์นาร์ด เจ้าอธิการและนักปราชญ์
อ่าน
อสค 24:15-24
มธ 19:16-22

สำหรับคนที่อยากเป็นศิษย์ติดตามคำสอนของพระคริสตเจ้า
เพียงปฎิบัติตามบทบัญญัติ แต่ถ้าใครอยากเป็นสาวกที่สมบูรณ์
ก็จงมอบสิ่งที่มีค่าในชีวิต น้ำพักน้ำแรง สิ่งที่ตนรัก ชอบ
ให้กับคนที่ต้องการมากกว่า แล้วตามพระองค์ไป

ประกาศกเอเสเคียล ทำหน้าที่เทศน์สอน ตักเตือนอย่างมีพลัง
เพราะท่านยอมทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า
ด้วยการสละสิ่งที่ตนรัก หวงแหน ไม่ยึดติดกับสิ่งที่ตนมี

ด้วยความร้อนรน ซื่อสัตย์ในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
อย่างสุภาพ ถ่อมตน โดยยึดหลักการที่ว่า
“ความรักเป็นพลังยิ่งใหญ่ในชีวิต”
ช่วยให้ท่านนักบุญเบอร์นาร์ต ประสบความสำเร็จในหน้าที่ที่ได้รับผิดชอบ
นอกจากนี้ท่านยังได้ตั้งอารามนักบวชถึง 68 แห่ง ในหลายประเทศ
เพื่อเป็นเครื่องหมายถึง ความรัก
และพระเมตตาอันยิ่งใหญ่ในพละกำลังของพระเจ้า

หมายเหตุ…
บางที อาจต้องใช้เวลาทั้งชีวิต เพื่อติดตาม
“สิ่งที่มี” และ “อยากมี”
หากไม่รู้จักคำว่า … “อิสระ” ภายในหัวใจ

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม 2018

สัปดาห์ที่ 20 เทศกาลธรรมดา

ระลึกถึงนักบุญเบอร์นาร์ด เจ้าอธิการ และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ถ้าท่านปรารถนาอยากเป็นคนดีอย่างบริบูรณ์...” (มธ 19:16-22)

การปฏิบัติตามบัญญัติของพระเจ้า

การดำเนินชีวิตตามบัญญัติของพระศาสนจักร

นั่นเป็นชีวิตธรรมดาๆ ของคริสตชนแสนธรรมดา

ที่คนอื่นๆ อาจจะทำได้ด้วยแม้ไม่ต้องเป็นคริสตชน

แต่ชีวิตที่ปรารถนาถึงชีวิตนิรันดรแบบคริสตชนนั้น

คือชีวิตที่มอบตนให้พระเจ้าเข้ามามีบทบาท

และให้พระองค์เป็นขุมทรัพย์ล้ำค่าของตน

คือการเจริญชีวิตเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า

วันนี้ ชีวิตคริสตชนของฉันเป็นอย่างไร

ฉันเจริญชีวิตเป็นเพียงคริสตชนธรรมดาๆ เท่านั้นหรือ

ดังนี้หรือ ฉันจะพบความสุขแท้ในพระเจ้า

หากในโลกนี้ ฉันยังไม่สามารถเรียนรู้ถึงความสุขแท้ของการมีชีวิตในพระองค์.

________________

เมื่อวานนี้ เราสมโภชแม่พระรับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ เราเลื่อนวันสมโภชจากวันที่ 15 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันที่พระศาสนจักรสากลได้ทำฉลอง แต่ในประเทศไทย เนื่องจาก บรรดาธรรมทูตที่นำความเชื่อคริสตชนเข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทย ได้ถวายประเทศไทยแด่พระนางมารีย์ผู้ทรงรับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ... สิ่งที่ผมได้นำพี่น้องไตร่ตรองเมื่อวานนี้  ยังอาจจะต่อเนื่องมาในวันนี้ด้วย ในการให้พระวาจาของพระเจ้าเป็นโอวาท เป็นข้อคิดในแต่ละวันในการเดินทางของคริสตชน ให้พระวาจาของพระองค์เป็นดังเสบียงเดินทาง เป็นเสียงของพระเจ้าผู้เป็นพระเจ้าผู้นำทางและร่วมทางของเราคริสตชน ที่เรากำลังเดินทางผ่านถิ่นกันดารในโลกนี้ สู่บ้านแท้ของเราในสวรรค์ ผมย้ำครับ ว่าเป็นบ้านของเรา ไม่ใช่รางวัลของคนทำดี แต่เป็นบ้านของลูกของพระเจ้า... แต่สิ่งที่เราต้องไตร่ตรองคือ วันนี้ เราเป็นลูกของพระเจ้ามากน้อยเพียงใด สภาพแบบใดที่เราจะเดินกลับบ้าน ที่จะทำให้ชาวสวรรค์ทราบว่า เราคือลูกของพระเจ้า เราเป็นผู้มีบุญ เพราะชีวิตพระเจ้าในชีวิตของเรา

และการเป็นลูกพระเจ้านั้นเป็นเช่นใด... ภาพของเศรษฐีหนุ่มในพระวรสารวันนี้ เป็นภาพที่สอนเราอย่างมาก เขาเข้ามาถามพระเยซูเจ้า พระผู้ทรงความดี เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า... เขาทูลถามพระองค์ครับ  “ต้องทำความดีอะไร เพื่อจะมีชีวิตนิรันดร” คำถามนี้ เป็นคำถามที่น่าสนใจจริงๆ ผมยังคิดถึงพระสมณสาสน์ฉบับหนึ่งของพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่สอง นักบุญน่ารักของเรา คือ Veritatis spendor ครับ “ความรุ่งโรจน์แห่งความจริง” ที่พระองค์ทรงเริ่มต้นพระสมณะสาสน์ของพระองค์ในส่วนของเนื้อหาไตร่ตรองด้วยประโยคนี้ “ต้องทำความดีอะไร เพื่อจะได้ชีวิตนิรันดร”

คำตอบของพระเยซูเจ้าแสนธรรมดาจริงๆ แต่ใช่ว่าจบที่ตรงนั้น... การปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระเจ้าครับ  และเขาตอบว่า เขาปฏิบัติมาตั้งเด็ก... แต่นั่นกลับเป็นเรื่องของการเป็นคริสตชนแสนธรรมดาจริงๆ เพียงได้ชื่อว่าเป็นคริสตชนเท่านั้น แต่คริสตชนแท้นั้น ยังต้องอีกไกล...

เด็กคนหนึ่งบอกว่า “โกหก ไม่มีในพระบัญญัติของพระเจ้าเลย” ... คริสตชนอีกคนหนึ่งบอกว่า ฉันมาวัดวันอาทิตย์ ฉันเจริญชีวิตตามบัญัติของพระเจ้าทุกข้อ ฉันจำศีลอดอาหาร... ฉันยังขาดอะไรอีก...

“ข้าพเจ้าปฎิบัติตามบทบัญญัติเหล่านี้ทุกข้อแล้ว ยังขาดอะไรอีกหรือ...” คำถามนี้ น่าจะเป็นคำถามเพื่อการไตร่ตรองตนเอง และหล่อหลอมมโนธรรมของคริสตชนทุกวันไม่ใช่หรือ... เพราะการเป็นศิษย์พระคริสตเจ้าอย่างแท้จริงนั้น คือชีวิตที่ชิดสนิทและเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์อย่างแท้จริงเท่านั้น นอกนั้น บทบัญญัติใดก็ไม่มีปัญหาสำหรับผู้เป็นคริสตชนครับ... เช่น เมื่อวานนี้ เราไปวัดวันอาทิตย์กัน เราไปกันเพราะอะไร... หากเราไปเพราะเป็นพระบัญญัติของพระเจ้าและบัญญัติของพระศาสนจักรเท่านั้น เราก็เป็นคริสตชนแสนธรรมดาๆ เท่านั้น เหมือนลูกที่เกิดมาเป็นลูกของพ่อแม่ แต่ชีวิตไม่ได้รักและมีความสัมพันธ์กับพ่อแม่เลย เป็นลูกเพราะพ่อแม่ได้ให้กำเนิดมาเท่านั้นเอง แต่ลูกที่แท้จริงของพระเจ้าคงไม่ได้เป็นเพราะการมีชีวิตที่พระเจ้าประทานให้เท่านั้น แต่เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของเรา เราจึงมีความสัมพันธ์กับพระองค์มากกว่าการไปวัดวันอาทิตย์แน่ๆ

เพราะการเจริญชีวิตเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้านั้น เป็นเรื่องที่เหนือกว่าธรรมบัญญัติมาก แต่เพื่อเป็นแนวทาง เพื่อเป็นฐานของการเจริญชีวิตคริสตชน พระเจ้าประทานพระบัญญัติ พระศาสนจักรเสนอแนวทางของวิถีชีวิตคริสตชน ที่เราต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจจากรากเหง้าของชีวิตคริสตชนจริง

การไปวัดวันอาทิตย์ ไม่ใช่ไปเพื่อไม่บาปต่อพระบัญญัติประการที่สามเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องสำคัญอีกมากมายในเรื่องของกลุ่มคริสตชน ที่เราไปพบกันในวันของพระเจ้า... การไม่ขโมย ไม่ได้หมายถึงการไม่เอาของๆ ผู้อื่นเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการร่วมมือร่วมใจรักษาของสาธารณะอีกต่างหาก ด้วยเหตุนี้ การทิ้งอาหารของเราให้เสียหาย จึงหมายถึงการขโมยอาหารของคนจน ที่เป็นความผิดไม่ต่างกัน... การไม่นินทาว่าร้ายหรือการไม่พูดเท็จเท่านั้นยังไม่พอ แต่สำหรับลูกของพระเจ้ายังหมายถึงการเจริญชีวิตบนหนทางแห่งความจริงด้วย การไม่ฆ่าคน อาจยังหมายถึงการเรียนรู้ที่จะทำมากกว่านั้นด้วยเช่น การเรียนรู้ที่จะให้กำลังใจกัน ไม่ทำร้ายน้ำจิตน้ำใจของกันและกัน มิฉะนั้นแล้ว หากเราทำร้ายจิตใจกันทุกวัน หากเราเจริญชีวิตบั่นทอนกันทุกวัน พี่น้องครับ นั่นแหละครับ เรากำลังผิดพระบัญญัติประการที่ 5 เรากำลังฆ่าพี่น้องของเราแบบเลือดเย็นครับ...

ขายทุกสิ่งที่มี คือขายความเป็นตัวของตัวเอง คือขายสิ่งที่เรียกว่า EGO ครับ คือทิ้งสิ่งเหล่านั้นมอบผู้ที่ควรจะแบ่งปันให้ และตามพระเยซูเจ้าครับ นั่นคือชีวิตคริสตชนที่แท้จริง คือชีวิตที่เดินตามพระองค์จริงๆ เป็นศิษย์พระองค์จริง...

ผมเป็นนักบวช ภาวนาทำวัตรตามกิจของนักบวชนั้นธรรมดาจริงๆ นะครับ เพราะวันนี้ ผมปลื้มครับ ประทับใจจริงๆ สัตบุรุษหลายคนภาวนาทำวัตรครับ รวมกลุ่มกันภาวนาในไลน์ด้วย... โห หากเป็นผมเป็นนักบวช ผมภาวนาทำวัตรตามรูปแบบ ตามกฎ โห พี่น้องครับ วันนี้ ต้องบอกว่า ยังขาดอีกเยอะครับ หากว่าการภาวนาที่แท้จริง คือชีวิตที่เป็นการภาวนาครับ ภาวนาในชีวิตที่ร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับเพื่อนพี่น้องครับ หากภาวนาครบทุกเวลา แต่คุยกับใครไม่รู้เรื่อง คงต้องพิจารณาตนเองล่ะครับ เพราะชีวิตที่เดินตามกฎ นั่นไม่ใช่ชีวิตที่เดินตามพระคริสตเจ้า แต่ชีวิตที่เดินตามพระเจ้าผู้ทรงเป็นองค์ความรัก คือชีวิตที่มีรักเต็มเปี่ยมในหัวใจ

พี่น้องครับ พูดดังนี้แล้ว... บางทีเราแต่ละคน รวมทั้งผมเองด้วยก็ได้ เราคงอาจะบอกว่า “เอาเท่านี้ก่อนนะ แค่มาวัดวันอาทิตย์ก่อนนะ แค่ไม่ทำร้ายใคร ไม่เบียดเบียนใคร เอาแค่นี้ก่อนนะ...” หากเป็นเช่นนี้ พี่น้องครับ พระวาจาวันนี้ จะเป็นพระวาจาที่ทำให้เรามีท่าทีแบบชายคนนี้ ที่พระวรสารสหทรรศ์บอกว่า เขาเป็นเศรษฐีหนุ่มคนหนึ่ง เราคงเดินคอตกกลับไปหรือเปล่า... โห เป็นคริสตังอ่ะ ไม่ง่ายเลยนะ เป็นคริสตชนอ่ะ ไม่ง่ายเลยจริง... เช้านี้ เอาแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้ ไตร่ตรองกันใหม่ครับ

ข้าแต่พระเจ้า ต้องอย่างนั้นเลยหรือ ลูกคงเดินคอตกกลับบ้านแน่ๆ เป็นคริสตชน เป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์ ยากอย่างนี้เลยหรือ แต่วันนี้ ลูกเป็นแล้ว... พระเจ้าข้า ขออย่าให้ลูกเพียงแค่เป็นแบบ “พื้นๆ” เท่านั้น แต่ขอให้ลูกเป็นอย่างดี เป็นอย่างครบครันยิ่งขึ้นทุกวันเถิด พระเจ้าข้า

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม 18 สัปดาห์ที่ 20 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน อสค 24:15-24 / มธ 19:16-22
ชายคนหนึ่งได้ถามพระเยซูเจ้าว่า “พระอาจารย์ ข้าพเจ้าต้องทำความดีอะไร เพื่อจะมีชีวิตนิรันดร?” พระองค์ได้ตอบว่า “เหตุใดจึงถามถึงความดี ผู้ทรงความดีมีแต่ผู้เดียวเท่านั้น” ดูเหมือนพระองค์จะตอบว่า พระองค์เองก็ไม่ใช่องค์ความดี (แม้จะมีบางคนเรียกพระองค์ว่า”อาจารย์ที่ดี” (มก 10:17) หรือ ไม่มีชายหรือหญิงคนใด ที่เป็นคนดี พระองค์ต้องการที่จะสอนว่า พระบิดาเจ้า คือ รากฐานของคุณค่าของความดีทั้งหลาย เพราะว่าในพระองค์แต่ผู้เดียวเท่านั้น ที่คุณค่าแห่งความดีมีแหล่งมาจากพระองค์ และจะพบความครบครันในพระองค์
ในความหมายที่กล่าวมานี้ มีความจริงว่า พระเยซูเจ้าเอง คือ องค์ความดี และมีบางคนที่เป็นคนดี ซึ่งล้วนแต่เป็นประจักษ์พยานถึงพระเป็นเจ้า พระเยซูเจ้าเป็นองค์ความดี เพราะพระองค์มีส่วนร่วมในความดีของพระเป็นเจ้า ส่วนชายหญิงที่เป็นคนดีนั้น ล้วนแต่เป็นเหมือนกระจกเงา ของความดีของพระเป็นเจ้า ในการเจริญชีวิตของพวกเขา
พระเป็นเจ้าเป็นองค์ความดี เพราะว่าพระองค์เป็นองค์ความรัก (1ยน 4:8,16) ความดีและความรักเป็นสิ่งเดียวกัน พระเยซูเจ้าได้ท้าทายชายคนนั้น ให้ทำความดี ที่เหนือกว่าการถือตามพระบัญญัติ ด้วยการถือว่า “พระเป็นเจ้าและพระราชัยของพระองค์”เป็นความดีสูงสุด ที่จะให้คำตอบและความสุขที่แท้จริงแก่ชีวิต ทรัพย์สมบัติ ที่เป็นสิ่งที่ดีในตัวมันเอง อาจจะมีคนถือว่า มันเป็นจุดศูณย์กลางและจุดหมายสูงสุดของชีวิต และอาจจะถูกนำมาแทนที่พระเป็นเจ้า ผู้เป็นองค์ความดีที่แท้จริง และจะกลายเป็นพระเท็จเทียม ที่ตรงข้ามกับพระเป็นเจ้า...”เมื่อข้าพเจ้ารู้สึกสิ้นหวัง ข้าพเจ้าจำได้ว่า ตลอดทุกยุคทุกสมัย หนทางแห่งความจริงและความรัก จะเป็นฝ่ายชนะเสมอ เคยมีทรราชและฆาตกรจำนวนมาก ที่ดูเหมือนว่าไม่มีใครต่อกรได้ แต่ผลสุดท้าย พวกเขาก็เป็นฝ่ายแพ้ จงคิดถึงความจริงข้อนี้เสมอไป”...ทุกๆเช้า ขอให้ท่านคิดเสมอว่า ข้าพเจ้าจะไม่กลัวใครบนโลกนี้ ข้าพเจ้าจะกลัวพระเป็นเจ้าแต่ผู้เดียวเท่านั้น.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view