สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 21 สิงหาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญปีโอที่ 10 พระสันตะปาปา

วันอังคารที่ 21 สิงหาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญปีโอที่ 10 พระสันตะปาปา

🍀 ณ ความตกต่ำ พระเจ้าทรงเป็นความหวัง
ณ ความอ่อนแอ พระเจ้าเป็นพละกำลัง..
ณ ความโศกเศร้า พระเจ้าเป็นความอบอุ่นใจ

📚บทอ่านประจำวันอังคารที่ 21 สิงหาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญปีโอที่ 10 พระสันตะปาปา
https://www.youtube.com/watch?v=fTYjKlLjLlc

❤ พระเจ้าดีต่อฉัน
http://youtu.be/_7VTjITn6_U

🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻

วันอังคารที่ 21 สิงหาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญปีโอที่ 10 พระสันตะปาปา
อ่าน
อสค 28:1-10
มธ 19:23-30

พระเยซูเจ้าสอนศิษย์ของพระองค์
“มิใช่เพราะความมั่งมี ที่ทำให้เข้าสู่อาณาจักรสวรรค์ได้ยาก”
แต่เป็นเพราะใจที่ผูกติด กับการแสวงหาทรัพย์สมบัติ เพื่อสร้างความมั่งมี
จนไม่สามารถสละสิ่งสารพัดที่มี เพื่อช่วยเหลือเพื่อนพี่น้องที่ขัดสนกว่า

ความภาคภูมิใจในสติปัญญา ทรัพย์สมบัติ เกียรติยศ ชื่อเสียง ของเจ้าเมืองไทระ
นำใจของท่านให้ถอยห่างจากพระเจ้า คิดว่าตนเป็นเจ้าแห่งอำนาจทั้งปวง
เป็นปรีชาญาณ ความสามารถของตน ที่สร้างความร่ำรวย
ด้วยลืมคิดไปว่าตนไม่ใช่พระเจ้า เพราะมีวันหนึ่งที่จะต้องตาย

ความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้าของนักบุญปีโอที่ 10 พระสันตะปาปา
ได้หล่อหลอม บุคลิกของท่านให้กลายเป็นคนซื่อๆ
แต่แฝงด้วยความจริงจัง ในการทำหน้าที่
ปกครองดูแล อภิบาลสัตบุรุษ ให้ใกล้ชิดพระ

หมายเหตุ…
ใจที่ยึดติดกับอะไร...
สติปัญญา ก็จะใช้ความสามารถทั้งหมดในชีวิตที่มี เพื่อแสวงหาสิ่งนั้น
บางที…การรู้จักหยุดเงียบ ทางความคิด..
เพื่อให้ชีวิต… และ..จิตใจ … ได้สื่อสารกันบ้างก็เป็นการดี

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอังคารที่ 21 สิงหาคม 2018

สัปดาห์ที่ 20 เทศกาลธรรมดา

ระลึกถึงนักบุญปีโอที่ 10 พระสันตะปาปา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“สำหรับมนุษย์เป็นไปไม่ได้ แต่สำหรับพระเจ้า ทุกอย่างเป็นไปได้...” (มธ 19:23-30)

การสละทุกสิ่งทุกอย่าง

ครอบครัว บิดามารดา พี่น้องชายหญิง และทรัพย์สินที่มี

เพื่อเป็นศิษย์ที่แท้จริงของพระคริสตเจ้า

ไม่ใช่การริเริ่มและความสามารถของมนุษย์

แต่เป็นการริเริ่มและความสามารถของพระเจ้าเท่านั้น

การยอมให้พระเจ้าเป็นที่หนึ่งในชีวิต

กลับกลายเป็นสิ่งที่เติมเต็มสิ่งที่มีอยู่แล้วให้บริบูรณ์

ดังนี้เอง นี่จึงเป็นสิ่งที่ดูเป็นไปไม่ได้

แต่สำหรับพระเจ้า ทุกสิ่งเป็นไปได้

และสำเร็จได้ด้วยพระพรและพลังของพระเจ้าทั้งสิ้น.

________________

ในวันเหล่านี้ ผมอยู่ที่บ้านชุมพาบาล สำนักพระสังฆราช และศูนย์งานอภิบาลของสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี บ้านแห่งนี้มีโครงสร้างอาคารคล้ายแขนที่กางออก เพื่อต้อนรับผู้ที่มาเยือน พระคุณเจ้าประพนธ์ได้สร้างอาคารแห่งนี้ และได้ตั้งชื่อว่า “บ้านชุมพาบาล” บ้านของพระสังฆราชที่เป็นชุมพาบาล ที่ต้อนรับลูกๆ ทุกคน ที่นี่มีภาพพระเยซูเจ้าที่ทรงเป็นชุมพาบาลแสนดีหลายๆ แห่ง ทั้งนอกและในอาคาร รวมทั้งในวัดน้อยด้วย เหมือนกับกำลังบอกกับทุกคนที่มาที่นี่ว่า จงอย่าลืมนะว่า นี่คือที่ไหน นี่คือบ้านชุมพาบาล นี่คือบ้านของผู้เลี้ยงแกะที่ดี ที่ต้อนรับสัตบุรุษทุกคนที่เป็นดังลูกแกะของพระเยซูเจ้า ดังลูกๆ ของพระเจ้า ความรัก ความอบอุ่น คือสิ่งที่ไม่ขาดไปจากบ้านนี้เลย... เมื่อวานเย็น ผมได้มีโอกาสร่วมทานอาหารเย็น ร่วมทำวัตรเย็นกับพระสังฆราช และสมาชิกในบ้านแห่งนี้ ภาพที่พบคือ ภาพของความรักและความเป็นหนึ่งเดียวในบ้านของพระเจ้าผู้ทรงเป็นชุมพาบาลแสนดี ในการทำวัตรเย็น ในวัดน้อยนั้น เราร่วมใจกันภาวนาต่อพระเจ้า การภาวนาที่ไม่ใช่กริยาท่าทางหรือวาจาที่เปล่งออกมาเท่านั้น แต่เป็นการภาวนาที่เป็นนามธรรมจริงๆ นั่นคือเป็นชีวิตที่ภาวนา ที่ผมสัมผัสได้จากชีวิตในครอบครัว ในบ้านที่มีพระเจ้าประทับอยู่ ชีวิตที่เป็นการภาวนาครับ เพราะที่นี่ คือบรรยากาศของความรัก ความอ่อนโยน ความเมตตาและการให้อภัย ออกจากวัด จบจากการภาวนา สิ่งที่เกิดขึ้นในใจของเราเป็นสิ่งใหม่เสมอ เราลืมความรู้สึกแย่ๆ ต่างๆ ความเหนื่อยยาก ความเหนื่อยล้ามากมายที่ได้พบ เราถูกแทนที่ในหัวใจด้วยความรักและกำลังใจ จากสิ่งที่ผมเรียกว่า “ชีวิตที่เป็นคำภาวนา” สิ่งนี้เองที่กรุยทางการไตร่ตรองพระวาจาของผมเช้านี้ เพื่อแบ่งปันกับพี่น้อง จากสิ่งที่ถูกหว่านลงในใจของผมและพี่น้องด้วย ในพระวาจาของพระเจ้าเมื่อวานนี้ เมื่อชายหนุ่มผู้มั่งมี เมื่อเขามีความปรารถนาที่จะเป็นคนดีกว่าเดิม คือดียิ่งขึ้น เมื่อเข้ามาพบพระเยซูเจ้า และต้องเดินคอตกกลับไป เพราะไม่สามารถทำตามคำเชื้อเชิญของพระองค์ได้ นั่นคือการละทิ้งทุกสิ่งที่มีและติดตามพระองค์ เป็น “ศิษย์ที่ดีพร้อม” อยู่เหนือคริสตชนธรรมดา ความดีอย่างสมบูรณ์นี้มีความหมายถึงระบบใหม่ซึ่งเรียกร้องความดีอย่างสมบูรณ์สูงกว่าระบบเดิม ทุกคนได้รับเรียกมาในระบบนี้เท่าเทียมกัน กระนั้นก็ดี เพื่อจะก่อตั้งพระอาณาจักร พระเยซูเจ้าทรงต้องการผู้ร่วมงานเต็มเวลา ดังนั้น จึงทรงเรียกร้องให้คนเหล่านี้สละชีวิตครอบครัว และทรัพย์สมบัติ

พระเยซูเจ้าตรัสตอบบรรดาศิษย์ว่า “อูฐจะลอดรูเข็ม ยังง่ายกว่าคนมั่งมีเข้าสู่อาณาจักรสวรรค์” พระวาจานี้ทำให้บรรดาศิษย์เห็นว่านี่คือสิ่งที่ยากเหลือเกิน และทูลถามพระองค์ว่า “แล้วดังนี้ ใครเล่าจะรอดพ้นได้”  พระเยซูเจ้าทอดพระเนตรบรรดาศิษย์ แล้วตรัสว่า “สำหรับมนุษย์เป็นไปไม่ได้ แต่สำหรับพระเจ้า ทุกอย่างเป็นไปได้”...

การเรียกของพระองค์เป็นการเชื้อเชิญผู้ที่ปรารถนาจะติดตามพระองค์ ได้สละละทิ้งทุกสิ่ง ทั้งครอบครัว และทรัพย์สินที่มีทั้งหมด เป็นการเรียกร้องที่ไม่ได้หมายถึงความอกตัญญูต่อบิดามารดา หรือไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่มี หากบรรดาทรัยพ์สินเหล่านั้นก็เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงประทานมาให้เราด้วยเช่นกัน แต่การเรียกร้องนี้ เป็นการเรียกร้องที่จริงจัง เพื่อให้เรามองเห็นคุณค่าของครอบครัว บิดามารดา พี่น้องชายหญิง และทุกสิ่งทุกอย่างที่มี ให้เป็นรองจากคุณค่าแห่งการติดตามพระคริสตเจ้า นั่นหมายความว่า พระองค์ต้องเป็นผู้ที่มาก่อนในชีวิตเรา นอกจากนั้น ก็ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่านั้นอีก... ความคิดเช่นนี้ ดูจะเป็นไปไม่ได้เลย... พระเยซูเจ้าได้ตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า “สำหรับมนุษย์เป็นไปไม่ได้ แต่สำหรับพระเจ้า ทุกอย่างเป็นไปได้”... นั่นหมายความว่า คุณค่าของการเป็นศิษย์ติดตามพระองค์นั้น ไม่ใช่การริเริ่มและความสามารถของมนุษย์เลย แต่ว่า เป็นการริเริ่มและเป็นความสามารถของพระเจ้าที่จะทำให้ทุกสิ่งเป็นไปได้ แม้สิ่งที่ยากที่สุด ก็ตาม

พี่น้องที่รักครับ จากประสบการณ์ในวันเหล่านี้ ที่ฟื้นฟูชีวิตคริสตชนของผม ชีวิตที่เป็นนักบวช ชีวิตที่เป็นพระสงฆ์ จากชีวิตที่มีพระคริสตเจ้าเป็นศูนย์กลางนั้น คือความบริบูรณ์แห่งชีวิตการเป็นศิษย์พระคริสตเจ้า ที่พระองค์ทรงเรียกร้องให้เราเป็นมากกว่าธรรมดาๆ และเราจะเห็นว่า ชีวิตแบบนี้ แม้ว่าเราได้สละละทิ้งทุกสิ่งเพื่อติดตามพระองค์นั้น กลับกลายเป็นการเติมเต็มความหมายแห่งการเป็นศิษย์พระคริสตเจ้าให้บริบูรณ์ด้วยการไม่ขาดสิ่งใดเลย แต่บริบูรณ์ในทุกสิ่งที่จำเป็นจริงๆ สองประสบการณ์ที่พระเจ้าทรงเติมเต็มกำลังใจของเรา ไม่ว่าจะเป็นในชีวิตคริสตชนฆราวาส นักบวช หรือพระสงฆ์ สิ่งที่สำคัญคือชีวิตหมู่คณะ ชีวิตที่เป็นดังครอบครัว ที่มีพระคริสตเจ้าเป็นศูนย์กลาง... สองกิจกรรมที่สำคัญสำหรับคริสตชน ทั้งฆราวาส นักบวช และแม้แต่พระสงฆ์ด้วย ที่ทำให้เราได้รับพลังในชีวิตแห่งการเป็นศิษย์พระเยซูคือ การร่วมทานอาหาร และการภาวนาร่วมกันครับ สองสิ่งนี้ที่วันนี้ เราต้องพิจารณากันจริงๆ ในชีวิตคริสตชนครับ เรายังรักษาสองกิจกรรมนี้ไว้ในครอบครัว ในหมู่คณะของเราหรือเปล่า... ยากเกินไปแน่ๆ ที่จะเป็นคริสตชนที่สมบูรณ์แบบ หากปราศจากสองกิจกรรมนี้ ครอบครัวที่ไม่สามารถภาวนาด้วยกัน ไม่สามารถทานอาหารร่วมกัน ยิ่งนักบวช พระสงฆ์ที่ไม่มีสองกิจกรรมนี้ในชีวิตแล้ว ผมคิดว่ายากครับ ยากที่เราจะสามารถรักษาชีวิตแห่งการเป็นศิษย์พระเยซูไว้อย่างมั่นคงครบถ้วน... มังกรใหญ่สีแดงครับ สิ่งที่ผมพูดถึงในวันอาทิตย์ที่ผ่านไป เมื่อเราทำการสมโภชพระนางมารีย์ รับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ มังกรใหญ่สีแดง คือเจ้าแห่งโลกนี้ที่คอยเขมือบลูกของพระเจ้าเสมอ มันคือโลกมายา มันคือโลกที่กอบโกย มันคือกระแสของโลกที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์ และความเห็นแก่ตัว ความอยากได้ไม่รู้สิ้นสุด จนสิ่งที่ผมเป็นห่วงที่สุดในชีวิตและประสบการณ์ของการเป็นผู้อภิบาลในฐานะพ่อเจ้าวัดของผม... สภาพสังคม เศรษฐกิจ ที่บีบบังคับให้เราเจริญชีวิต ทำงาน แสวงหาอย่างไม่สิ้นสุดแบบปากกัดตีนถีบ จนสิ่งที่ผมห่วงใยพี่น้องคริสตชน ลูกๆ ของผมมากที่สุด นั่นไม่ใช่พวกเขาไม่มีเวลามาวัดวันอาทิตย์ แต่สิ่งที่ผมห่วงใยมากที่สุดคือ วันนี้ ลูกๆ บางคน อาจจะไม่ใช่เพียงแค่ไม่มีเวลามาวัดวันอาทิตย์เท่านั้น ไม่มีเวลาแก้บาปรับศีล และร่วมพิธีกรรมเท่านั้น แต่หนักกว่านั้นคือ บางครั้ง เราอาจจะไม่มีเวลาให้กันและกันในครอบครัว และในหมู่คณะนักบวชของเราครับ เราทำสิ่งที่โลกกดดันให้เราทำ เราทำงานหนัก แทบไม่มีเวลาพักผ่อน แทบไม่เหลือเวลาให้กันและกัน จนลืมไปเลยว่า คนนี้คือสามีของเรา คนนี้คือภรรยาของเรา เด็กที่วิ่งเล่น ที่อาจจะรบกวนวุ่นวายบ้าง เหล่านี้คือลูกๆ ของเรา คนที่ดูเหมือนกวนใจเราจัง เหล่านี้คือสมาชิกในหมู่คณะของเรา เราลืมสิ่งสำคัญที่สุดเหล่านี้ไปบ้างหรือเปล่า...

ผมคงขอจบที่คำถามเพื่อการไตร่ตรองไว้ตรงนี้ก่อน และเราค่อยหาคำตอบที่ทำให้เรามั่นใจยิ่งขึ้นจากพระวาจาของพระเจ้าในวันต่อไป แต่วันนี้ ขอเรานำสิ่งที่พระเยซูเจ้าได้ตรัสกับเราในวันนี้ไปไตร่ตรองต่อกันครับ “สำหรับมนุษย์เป็นไปไม่ได้ แต่สำหรับพระเจ้า ทุกอย่างเป็นไปได้...” วันนี้ เราให้พระเจ้าเป็นศูนย์กลางในชีวิตการเป็นศิษย์ของพระองค์หรือเปล่า ในครอบครัวของเรา ในหมู่คณะนักบวชของเรา เรายังพบประสบการณ์ของการประทับอยู่ของพระองค์มากน้อยเพียงใด และเรามีเวลาเพื่อพระองค์ผู้ทรงประทับอยู่ท่ามกลางเรา ในชีวิตของกันและกันบ้างหรือเปล่า... กระแสเรียกการเป็นศิษย์ของพระคริสตเจ้า คงไม่ยากจนเกินไป หากพระเจ้าประทับอยู่และเรายอมให้พระองค์เข้ามามีบทบาทในชีวิตเรา

พระเจ้าข้า ยากเช่นนั้นลูกจะรอดพ้นได้อย่างไร แต่นั่นเพราะพลังและความสามารถของพระองค์ผู้ทรงประทับอยู่ที่นี่ ตรงนี้ ใจกลางชีวิตคริสตชน ศูนย์กลางกลุ่มคริสตชน ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปได้... พระเจ้าข้า ลูกเชื่อมั่นและมั่นใจเช่นนั้น ดังนั้น ขอพระองค์ทรงช่วยลูก ให้ชีวิตของลูกเป็นการภาวนาถวายแด่พระองค์เสมอเถิด เพื่อทุกอย่างจะเป็นไปและสำเร็จได้ในพระองค์ พระเจ้าผู้ทรงริเริ่มและเรียกลูกให้เป็นศิษย์แท้ของพระองค์.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอังคารที่ 21 สิงหาคม 18 สัปดาห์ที่ 20 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน อสค 28:1-10 / มธ 19:23-30
ประชากรอิสราเอลที่ตกเป็นเชลย และถูกนำไปยังดินแดนเนรเทศ รู้สึกหมดหวัง เมื่อกรุงเยรูซาเล็มได้ถูกยึดครอง บางคนคิดว่า การที่ชาวเมืองไทระได้ลุกขึ้นต่อต้านชาวบาบีโลน จะทำให้พวกเขาสามารถต่อกรกับชาวบาบีโลนได้ หน้าที่ของเอเสเคียล คือ การเตือนทุกคนว่า ทุกสิ่งจะต้องดำเนินต่อไป ก่อนที่จะถึงวันแห่งความรอดพ้นและพระพร จะตกมาถึงประชากรผู้ได้รับเลือกสรรของพระเป็นเจ้า
เอเสเคียลได้เตือนบรรดาผู้ที่ถูกนำไปยังดินแดนเนรเทศว่า พระเป็นเจ้าแต่ผู้เดียว จะครองราชตลอดไป กษัตริย์แห่งเมืองไทระ ผู้ประสบความสำเร็จในเรื่องธุรกิจคิคว่า ตนเองเป็นพระเจ้า และเพราะความเย่อหยิ่งจองหอง พระองค์จึงคิดว่าตนเองเป็นพระเป็นเจ้า และมีความมั่นคงในด้านเศรษฐกิจ แต่พระเป็นเจ้าจะนำคนต่างชาติมาต่อสู้ กับอาณาจักรของพระองค์ เพื่อแสดงว่า เป็นพระเป็นเจ้าต่างหากที่สามารถควบคุมสถานการณ์
ประวัติศาสตร์ได้สอนว่า เหตุการณ์ดังกล่าวใม่ได้เกิดขึ้นในสมัยโบราณเท่านั้น แต่ทุกยุคทุกสมัย บรรดาผู้นำที่เย่อหยิ่งจองหอง ซึ่งคิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้า และเป็นต้นเหตุทำให้เกิดความทุกข์เข็ญ ต่อประชาชนของตนเอง และต่อประเทศเพื่อนบ้าน พวกเขาจะถูกปราบให้ต่ำลง โดยภัยสงคราม ทำให้ต้องเสียเลือดเนื้อ และต้องสูญเสียทรัพย์สมบัติเป็นจำนวนมาก
พระสันตะปาปาปีโอที่ 11 (1922-1939) ได้ส่งจดหมายไปยังบรรดาพระสังฆราชช่าวเยอรมันในปี 1939 ว่า การที่พวกนาซีได้นำตัวเองไปแทนพระเป็นเจ้า จะนำภัยอันตรายอันใหญ่หลวงมาให้ประเทศ...ข้าแต่พระบิดาเจ้า ลูกวอนขอพระองค์ โปรดให้นานาชาติถ่อมตนต่อหน้าพระองค์ ขอให้ผู้นำประเทศและผู้นำของพระศาสนจักร อย่าได้มีใจเย่อหยิ่งจองหอง และผลักพระองค์ออกไปนอกเส้นทาง ลูกภาวนาสำหรับประชาชนและบรรดาผู้นำ ให้มอบชีวิตแด่พระองค์ และยอมรับว่า พระองค์เป็นพระผู้สร้างแต่ผู้เดียว และเป็นพระเป็นเจ้าแห่งสากลจักรวาล.

แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view