สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม 18 ฉลองนักบุญบาร์โธโลมิว อัครสาวก

วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม 18 ฉลองนักบุญบาร์โธโลมิว อัครสาวก

🍐สิ่งที่สำคัญที่สุด..
ในการเป็นลูกของพระเจ้า..
ก็คือ..ใจที่เชื่อฟัง...

📚บทอ่านประจำวันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม 2018
ฉลองนักบุญบาร์โธโลมิว อัครสาวก
https://www.youtube.com/watch?v=nLzjgs5sIXw&t=4s

🍄We Thank Thee
https://youtu.be/8_HfL1QuA5I

🐳🐳🐳🐳🐳🐳🐳🐳

วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม 2018
ฉลองนักบุญบาร์โธโลมิว อัครสาวก
อ่าน
วว 21 : 9ข – 14
ยน1 : 45 - 51

แม้วิวรณ์ จะกล่าวถึง ความงดงามแห่งนครเจ้าสาวลูกแกะของพระเจ้า
(หมายรวม ถึง ประชากรทั้งหมดของพระเจ้า)
ประดับประดา ตกแต่งด้วยสิ่งของที่มองแล้วมีคุณค่ามากมาย
แต่ภายใต้ความงดงามของนครนั้น
มีอัครสาวกเป็นฐานศิลาแห่งความเชื่อ

บาร์โธโลมิว (นาธานาเอล) เชื่อด้วยประสบการณ์ของตนเอง
เพราะความรู้ที่มีมากมายเกี่ยวกับพระเยซูเจ้า.......
ซึ่งได้ยินจากคนอื่นว่า...น่าจะเป็น...คงจะเป็นแบบนั้น...จะมีอะไรดี ?
จึงกล้าพูดอย่างมั่นใจ ตรงไปตรงมา ไม่มีมารยา ชัดเจน ว่า...
"จะมีอะไรดีมาจากนาซาเร็ธ ได้หรือ ???

แต่เมื่อมีประสบการณ์กับพระเยซู ....
ผู้ที่รู้จักเรา...ก่อนที่เราจะรู้จักพระองค์
แล้วยอมปล่อยวางความคิดที่มี เกี่ยวกับ พระเยซูเจ้า
เพื่อมีประสบการณ์ด้วยตนเอง ...ทุกอย่างจึงเปลี่ยนไป

บางที เราจำเป็นต้องมีประสบการณ์ด้วยตนเอง เหมือนกัน
อย่าด่วนตัดสินคนอื่นจากสิ่งที่เห็นเพียงภายนอก.. หรือได้ยินจากคนอื่น....

หมายเหตุ..
ประชากรแท้ของพระเจ้า ....
เป็นคนที่ไม่มีมารยา ตรงไปตรงมา

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม 2018

สัปดาห์ที่ 20 เทศกาลธรรมดา

ฉลองนักบุญบาร์โธโลมิว อัครสาวก

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ก่อนที่ฟิลิปจะเรียกท่าน เราเห็นท่านอยู่ใต้ต้นมะเดื่อ...” (ยน 1:45-51)

ก่อนที่ฉันจะเป็นคริสตัง

ก่อนที่ฉันจะเป็นนักบวช

ก่อนที่ฉันจะเป็นพระสงฆ์

ก่อนที่ฉันจะมาถึงวันนี้...

โอ้... พระเจ้าไม่เคยห่างไกลจริงๆ

พระองค์ทอดพระเนตรมองและเห็นฉันเสมอเลย

วิญญาณข้าพเจ้าประกาศความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า

จิตใจข้าพเจ้าเปรมปรีดิ์ในพระผู้ไถ่กู้ข้าพเจ้า

เพราะพระองค์ได้ทอดพระเนตรผู้รับใช้ต่ำต้อยของพระองค์

ข้าพเจ้าจึงเป็นสุข...

วันนี้ฉันรู้สึกเป็นสุข

ภายใต้การทอดพระเนตรของพระเจ้าหรือเปล่า...

หรือเฝ้าถามว่าอยู่ว่า “พระองค์อยู่ไหน...”

ดังกับว่า พระเจ้าไม่รู้อะไรเลยกระนั้นแล.

________________

พระศาสนจักรในวันนี้ เชื้อเชิญให้เราฉลองอัครสาวกบาร์โธโลมิว หรือ นาธานาแอล ที่เรารู้จักจากพระวรสารนั่นเอง อัครสากวกที่ได้พบและรู้จักพระเยซูเจ้าจากการที่ฟิลิปได้นำท่านไปพบพระเยซู ท่านที่ได้ชื่อว่าอิสราแอลแท้ เป็นคนไม่มีมารยา ท่านเป็นคนจริงจัง แม้บางครั้งจะขาดความมั่นใจในการบอกเล่าของบางคนบ้าง แต่ท่านจะเชื่อเมื่อได้มีประสบการณ์จริงๆ และประสบการณ์จริงที่ท่านได้พบนั้น ความเป็นคนจริงของท่าน ท่านได้ไตร่ตรองด้วยความรวดเร็ว และประกาศความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าในสิ่งที่ท่านเห็น... เมื่อท่านเห็นและมีประสบการณ์กับพระเยซูเจ้าแล้ว ท่านประกาศสิ่งที่ยิ่งใหญ่หลายประการ จากนิยามความรู้ที่ทำให้ท่านหวังและรอคอยพระแมสซิยาห์ วันนี้ เมื่อได้พบ ท่านได้ประกาศความเชื่อในพระองค์... “รับบี พระองค์เป็นพระบุตรของพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ของชนชาติอิสราเอล” ท่านประกาศว่า พระองค์เป็นอาจารย์ (รับบี) พระองค์เป็นพระบุตรของพระเจ้า และพระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ของชนชาติอิสราแอล... นี่คือความเชื่อที่ท่านเชื่อและรอคอย บุคคลโมเสสและบรรดาประกาศกเขียนไว้ในพระคัมภีร์ ท่านไม่สงสัยอีกต่อไป แต่ท่านได้เชื่อและประกาศ และนี่คือสิ่งที่ฟิลิปและบรรดาอัครสาวกที่ได้รับการเรียกข้างต้นยังไม่ได้ประกาศ เพียงแค่ละทิ้งทุกสิ่งและติดตามพระองค์ไปเท่านั้น แต่บาร์โธโลมิว ได้ประกาศความเชื่อ และติดตามพระองค์ไป...

นี่อาจจะเป็นประสบการณ์ครั้งแรกของท่านเท่านั้นเมื่อได้พบพระคริสตเจ้า แต่เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจจริงๆ เมื่อท่านได้ยินพระเยซูเจ้าตรัสว่า “ก่อนที่ฟิลิปจะเรียกท่าน เราเห็นท่านอยู่ใต้ต้นมะเดื่อ...” นักบุญยอห์นชี้ให้เห็นว่า พระองค์ทรงมีความสามารถเหนือธรรมชาติ เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า แต่ทว่าสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ พระองค์ทรงเห็นเราครับ... และที่ใต้ต้นมะเดื่อ พระองค์ทรงเห็นเรา... ผมหลุดคำพูดหนึ่งเป็นภาษาอิตาเลียนโดยไม่รู้ตัว “Sapienza” ต่อหน้าพระคุณเจ้าประธาน เมื่อครั้งได้คุยกับท่าน และท่านได้แบ่งปันการไตร่ตรองเรื่องนาธานาแอลในพระวรสารวันนี้ “Sapienza” แปลว่า ปรีชาญาณ (Wisdom) ครับ เพราะนี่คือสิ่งที่พระคุณเจ้าบอกว่า ไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้ามานาน ก็เพิ่งมามองเห็นมุมนี้แหละครับ ที่ใต้ต้นมะเดือ ภายใต้ร่มเงาของพระเจ้า การฟังพระเจ้า เป็นปรีชาญาณที่ยิ่งใหญ่ และพระเจ้าทรงทอดพระเนตรเห็นและมองดูเรา และตรัสกับเราเสมอ... จริงครับ นาธานาแอลอยู่ที่ใต้ต้นมะเดือ ดังกับการทำ Lectio Divina... ที่พระวาจาของพระเจ้าตรัสกับเราทุกวันจริงๆ พระคุณเจ้านำให้ผมและเพื่อนพระสงฆ์ใช้พระวาจาประจำวันในโอกาสต่างๆ โดยไม่ต้องเลือกพระวาจามาเทียบเคียงเหตุการณ์ แต่นำเหตุการณ์เข้าไปเทียบเคียงกับสิ่งที่พระเจ้าได้ตรัสกับเราในแต่ละวันซึ่งไม่เคยเก่าเลย

เช้าวันนี้ ผมประทับใจประสบการณ์ที่นาธานาแอลได้พบกับพระเยซูเจ้าจริงๆ ครับ “ท่านรู้จักข้าพเจ้าได้อย่างไร...” และพระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “ก่อนที่ฟิลิปจะเรียกท่าน เราเห็นท่านอยู่ใต้ต้นมะเดื่อ...” (ยน 1:45-51)... แหม ถ้าใครมองเห็นเราแบบนี้ เขารู้จักเราก่อนที่จะมาพบเรา เขาเฝ้ามองดูเราก่อนที่จะได้เข้ามาอยู่ใกล้ เราจะรู้สึกอย่างไรครับ... วันนี้ พระเยซูเจ้าตรัสแบบนี้ พระองค์ทรงเห็นเรา มากกว่าที่ใต้ต้นมะเดือ พระองค์ทรงมองดูและรู้จักลูกของพระองค์ ก่อนที่เขาจะเกิดมาด้วยกระมังครับ เพราะพระองค์ทรงทราบทุกสิ่ง พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า... เอาเถอะ พวกเรารู้ว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าครับ คงไม่ใช่จากความสามารถของพระองค์ที่เหนือธรรมชาติเท่านั้น แต่วันนี้ ผมไตร่ตรองสิ่งที่เรียกว่า “สายพระเนตรของพระเจ้า” คิดถึงนามชื่อภูเขาโมรียาห์จังครับ “พระญาณเอื้อาทรของพระเจ้า”... “พระเจ้าทรงมองเห็น”... และสุดๆ ของการไตร่ตรองในเช้านี้คือ... ทำไมพระเจ้าทรงทอดพระเนตรเรา... และดังนี้ เรามีบุญ เราได้รับพระพรจากการทอดพระเนตรผู้รับใช้ต่ำต้อยของพระองค์มิใช่หรือ...

“ก่อนที่ฟิลิปจะเรียกท่าน เราเห็นท่านอยู่ใต้ต้นมะเดื่อ...” (ยน 1:45-51) ... หากเราอ่านพระวาจาของพระเจ้าจากพระวรสารนักบุญยอห์นวันนี้ เราก็พบเหตุการณ์นี้กับเปโตรด้วยเช่นกัน เมื่อพระองค์ทรงเห็นนักบุญเปโตรและตรัสว่า “ท่านคือซีโมน บุตรของยอห์น ท่านจะมีชื่อว่า เคฟาส” แปลว่า “เปโตร” หรือ “ศิลา” ... พี่น้องครับ สิ่งที่ผมไตร่ตรองในเช้านี้และอยากแบ่งปันกับพี่น้องคือตรงนี้จริงๆ ครับ... พระเจ้าทอดพระเนตร และมองดูบรรดาศิษย์ก่อน พระองค์ทรงรู้จักพวกเขาแล้วก่อนที่พวกเขาจะเห็นและรู้จักพระองค์ แล้วทำไมพระองค์ต้องทอดพระเนตรมองดูเรานะซิครับ... คิดถึงสายพระเนตรของพระเยซูเจ้าจังครับ ณ ห้องมืดมิดที่เรามองอะไรไม่เห็น ไม่เห็นหน้ากันและกัน ไม่เห็นอะไรเลย แต่ที่นั่น พระเยซูเจ้าทอดพระเนตรเรา และมองเราทุกคนครับ

พี่น้องที่รักครับ... ไตร่ตรองดูว่าเราเป็นใคร ทำไมพระองค์ต้องทรงทอดพระเนตรมองดูเรา ผมคิดว่า เพียงพอกับการไตร่ตรองพระวาจาของพระองค์เช้านี้แล้วล่ะครับ... เมื่อพระองค์ทรงเรียกและเลือกให้เราเป็นศิษย์ของพระองค์... มั่นใจเถอะครับ พระองค์ได้เรียกและเลือกเราในความรู้จักเราอย่างดี พระองค์ทราบแล้วว่าเราเป็นอย่างไร เราอ่อนแอเช่นใด และพระองค์จะทรงช่วยเหลือเราอย่างไร สิ่งเดียวที่สำคัญมากคือ “ตามเรามาเถิด” พระองค์ตรัสเรียกและเชื้อเชิญให้เราเดินตามพระองค์ ปัญหาต่างๆ ในชีวิตเรา พระองค์ทราบทั้งหมด ทราบก่อนที่เราจะเผชิญหน้ากับปัญหานั้นด้วยต่างหาก...

อิสราแอลรอคอยพระแมสซิยาห์มานาน เหมือนกับพระเจ้าทรงลืมพระสัญญา หรือมาช้าเหลือเกิน... ฉันคงเฝ้าทูลถามพระองค์เสมอเช่นกัน ยามนี้พระองค์อยู่ไหน ยามที่ฉันกำลังวุ่นวายใจ ยามที่ฉันทุกข์กังวล ยามที่ฉันประสบความยากลำบาก พระองค์อยู่ที่ไหน... วันนี้ฉันเข้าใจแล้วว่า พระองค์ทรงอยู่ที่นี่ พระองค์รู้ทุกสิ่ง พระองค์ทราบทุกสิ่ง แต่สิ่งที่สำคัญคือ ฉันต่างหากที่ต้องถามตนเองว่า วันนี้ฉันอยู่ที่ไหน ฉันอยู่ใต้ร่มไม้แห่งสายพระเนตรของพระเจ้า และฉันฟังพระองค์หรือเปล่า

ข้าแต่พระเจ้า ลูกขอบคุณพระองค์ เพราะพระองค์ทรงเฝ้ามองดูลูกทั้งกลางวัน กลางคืน พระองค์ทรงอยู่กับลูก พระองค์ทรงรู้จักลูกถึงเพียงนี้ พระองค์ทรงทราบความไม่ครบครันของเครื่องมือด้อยค่านี้ แต่ในพระหัตถ์พระเจ้าผู้เชี่ยวชาญ ลูกคงไม่มีอะไรให้ต้องกังวล เมื่อพระองค์ได้ตรัสเรียกว่า “ตามเรามาเถิด” 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม 18 ฉลองนักบุญบาร์โธโลมิว อัครสาวก
บทอ่าน วว 21:9ข-14 / ยน 1:45-51
ในพระวรสารของนักบุญยอห์น ไม่มีการเอ่ยชื่อของบาร์โธโลมิว ว่าเป็นหนึ่งในบรรดาอัครสาวกของพระเยซูเจ้า ส่วนในหนังสือพระวรสารสหทรรศ์ ไม่มีการระบุชื่อของนาธานาเอล ซึ่งเป็นคนเดียวกับบาร์โธโลมิว และเป็นเพื่อนสนิทของฟิลิป เพราะมีการใช้ชื่อทั้งสองพร้อมกันในพระวรสารทุกเล่ม และเป็นฟิลิปที่ได้นำบาร์โธโลมิวมาพบพระเยซูเจ้า และหลังจากพระเยซูเจ้าได้ทรงกลับคืนชีพแล้ว ท่านได้กลายเป็นอัครสาวกที่ยืนยันการกลับคืนพระชนม์ชีพของพระองค์ บนชายฝั่งทะเลสาบกาลิลี (ยน 21:2) หลังจากพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์แล้ว ท่านได้เดินทางไปประกาศข่าวดีที่อาร์เมเนีย และได้กลายเป็นมรณสักขี ณ ที่นั้น และขณะที่ยังไม่เสียชีวิต ท่านได้ถูกถลกหนังออกจากร่างกาย ท่านคงจะเขียนพระวรสารเหมือนกัน แต่ได้สูญหายไป ตามที่มีบันทึกไว้ในข้อเขียนอื่นๆในสมัยนั้น ชาวอาร์เมเนียถือว่า ท่านเป็นมรณสักขีของประเทศ…“แม้มีความจริงว่า นักปรัชญาบางท่าน เช่น โซคราติส ได้ทรมานและได้ถูกประหารชีวิต เพื่อยืนยันความถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ที่ใดไม่มีความเชื่อที่แท้จริงหรือความรัก ที่นั่นย่อมไม่มีความถูกต้องที่แท้จริงและถูกต้อง”(น.ออกัสติน)
ต่อไปนี้เป็นบทภาวนาสำหรับนักบุญบาร์โธโลมิว(นาธานาเอล)...ข้าแต่พระเยซูเจ้า นักบุญบาร์โธโลมิวมีความปรารถนาแรงกล้าที่จะรู้ความจริง เมื่อมีคนเล่าเกี่ยวกับพระองค์เป็นครั้งแรกให้ท่านฟัง ปฏิกิริยาของท่านคือ”จะมีอะไรดีมาจากนาซาเร็ธได้รึ?”แต่หลังจากที่ท่านพบพระองค์แล้ว ท่านได้แสดงความประสงค์อยากจะเป็นสานุศิษย์คนหนึ่งของพระองค์ พระองค์จึงตรัสว่า”นี่คือชาวอิสราเอลแท้ เป็นคนไม่มีมายา” ลูกภาวนาขอท่าน โปรดให้ลูกหลีกเลี่ยงความหลอกลวงต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อลูกและคนที่ลูกรู้จัก โปรดช่วยลูกให้เรียนรู้ว่าพระองค์ทรงยอมรับความซื่อตรงของลูก โปรดประทานความกล้าหาญแก่ลูก เพื่อต่อต้านการหลอกหลวงในรูปแบบต่างๆของคนมากมาย เพื่อปกป้องตนเอง และโปรดให้แรงบันดาลใจแก่ลูก ที่จะยอมรับความจริงที่เราได้ยินมา ข้าแต่ท่านนักบุญบาร์โทโลมิว ช่วยวิงวอนเทอญ อาแมน

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view