สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม 2018 สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา

วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม 2018 สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา

🍏 พระวาจาของพระเจ้า
เริ่มมีชีวิตและเจริญเติบโต
ก็ต่อเมื่อเราฟังแล้ว
นำเอาไปปฏิบัติ
นำเอาไปเป็นชีวิตของเรา

📚บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม 2018
สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=Kg7E0nug9A8

🌺Thy Word
https://youtu.be/FS1LAc5DSCU

🍐🍐🍐🍐🍐🍐🍐🍐🍐

วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม 2018
สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
ยชว 24:1-2ก, 15-17,18ข
อฟ 5:21-32
ยน 6:60-69

แม้ศิษย์หลายคน จะเปลี่ยนใจ ละทิ้ง เลิกติดตามพระเยซูเจ้า
เพราะไม่สามารถยอมรับความจริง และไม่ได้ในส่ิงที่ตนต้องการ
แต่สำหรับบรรดาอัครสาวก ความเชื่อที่ว่า
พระเยซูเจ้า มีพระวาจาแห่งชีวิต เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์
ทำให้พวกเขายังคงซื่อสัตย์ ในการติดตามพระเยซูคริสตเจ้า

เมื่อต้องเลือกว่าจะ..ติดตาม หรือ ละทิ้งพระยาเวห์
อิสราเอล ตัดสินใจ ด้วยการพิจารณาความรัก
ที่พระเจ้ามีต่อพวกเขา และบรรพบุรุษ
ในที่สุดพวกเขายังคงเลือกติดตาม..พระยาเวห์

นักบุญเปาโลแนะนำ เพื่อจะอยู่ร่วมกัน กับสิ่งที่ตนเชื่อ
บุคคลที่ตนรักนั้น จำเป็นที่จะต้อง
เคารพ รัก ให้เกียรติ ซึ่งกันและกัน

หมายเหตุ..
ในการติดตามพระคริสตเจ้า
ถ้า...ความท้อแท้..มาทำให้ท้อถอย
ก็ลองเปลี่ยน ความท้อแท้ ให้เป็น
ความท้าทาย..

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

พลังแห่งพระวาจา”

วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม 2018

สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ท่านทั้งหลายจะไปด้วยหรือ...” (ยน 6:60-69)

เลือกเอาเถอะ...

หากการเป็นคริสตชน

หากการดำเนินชีวิตตามคำสอนของพระเยซู

มันเป็น “เรื่องย่ำแย่” หรือเป็นภาระของท่านนัก

ท่านจงเลือกเอาเองเถอะ ว่าท่านจะนับถือ หรือรับใช้พระเจ้าองค์ใด

วันนี้... ฉันขอเลือกรับองค์พระผู้เป็นเจ้า

เป็นพระเจ้าของฉัน...

ฉันจะไม่มีพระเจ้าอื่น...

ความร่ำรวย ความรุ่งเรืองใดๆ

ไม่อาจเทียบกับพระองค์เลย

พระเจ้าข้า ลูกจะไปหาใคร

พระองค์ทรงเป็นชีวิตของลูก.

________________

เช้าวันอาทิตย์นี้ พระวาจาของพระเจ้า พูดถึงเหตุการณ์ที่ให้คุณค่าและความหมายของการเป็นศิษย์พระคริสตเจ้าจริงๆ ศิษย์พระเยซูที่ติดตามพระองค์มาสักระยะหนึ่ง แล้วก็เริ่มเปลี่ยนใจ อิสราแอลที่ให้คำสัญญากับพระเจ้าอย่างมั่นเหมาะ จะมีพระองค์แต่ผู้เดียวเป็นพระเจ้า แล้วก็หันไปมีพระเจ้าอื่น (เทียบบทอ่านที่หนึ่ง ยชว 24:1-2ก, 15-17, 18ข) ในพระวรสารเอง บรรดาศิษย์ของพระเยซูเจ้า เมื่อได้ติดตามพระองค์มาสักระยะหนึ่ง บัดนี้หลายคนเริ่มเปลี่ยนใจ และไม่อยากติดตามพระองค์ต่อไปอีก... (เทียบพระวรสารวันนี้ ยน 6:60-69)  ต่างกันไหม กับชีวิตคริสตชนของเรา... วันนี้ เป็นบรรยากาศเดียวกันกับบรรดาชาวอิสราแอลและบรรดาศิษย์ของพระเยซู... วันนี้เราคงต้องถามว่า ความเป็นคริสตชนของเราเป็นเช่นใด บัดนี้ยังมั่นคงอยู่หรือเปล่า... หรือเราอยากลาออกจากการเป็นลูกของพระแล้วกระนั้นใช่ไหม หรือเราอยากเปลี่ยนใจ จากการนับถือองค์พระผู้เป็นเจ้าของเราไปนับถือพระอื่นๆ เสียแล้ว

หลายสัปดาห์ก่อนที่ผมนำพี่น้องไตร่ตรองถึงชีวิตคริสตชน ที่เราไม่ต่างกับทุกๆ คน คือเราแสวงหาความสุขแท้ ที่หลายครั้ง... ความสุขแท้ของโลกก็หมายถึงชีวิตที่สุขสนุกสะดวกสบาย ไม่ต่างกับชาวยิวในสมัยของพระเยซูเจ้า ที่พวกเขาได้รับพระพร ได้รับอาหาร ขนมปังและปลาที่ได้รับการทวีขึ้นเพื่อเลี้ยงพวกเขากว่าห้าพันคนในถิ่นกันดาร ซึ่งผมได้อธิบายและแบ่งปันกับพี่น้องว่า นั่นคือถิ่กันดารของโลกนี้ ที่เรากำลังเดินทาง และเช่นเดียวกัน เราก็ต้องการเสบียง ต้องการอาหารระหว่างทาง... เวลานั้น พวกเขาได้รับการเลี้ยงจากพระเยซูเจ้า พวกเขามีความสุข และอยากให้พระองค์เป็นกษัตริย์ของพวกเขา แต่พระองค์ทรงเตือนพวกเขา อย่าแสวงหาอาหารที่ทานแล้วก็ตายไป แต่ให้แสวงหาอาหารที่ให้ชีวิต เพราะพวกเขาแสวงหาพระองค์ มิใช่เพราะเชื่อในเครื่องหมายอัศจรรย์ที่พระองค์ทรงแสดงเพื่อสอนให้เขามั่นใจในการเป็นชุมพาบาลแสนดีของพระองค์ผู้ทรงเลี้ยงและดูแลพวกเขา แต่พวกเขากลับแสวงหาพระองค์ เพราะได้ทานอาหารจนอิ่ม ดังแสวงหาความสุขที่ไม่เที่ยงแท้ เป็นการแสวงหาอาหารที่ไม่ได้ให้ชีวิตนิรันดร... 

มาสู่วันนี้ พี่น้องที่รักครับ เมื่ออิสราแอลกำลังจะละทิ้งพระเจ้า ไปนับถือความร่ำรวย เงินทอง คือพระบาอัลนั้น วันนี้โยซูวา ผู้ที่ได้นำพวกเขาให้เดินทางเข้าสู่แผ่นดินพระสัญญาต่อจากโมเสสนั้น บัดนี้ เราพบบรรยากาศที่โยซูวา นำประชาชนอิสราแอลให้ไตร่ตรองอย่างหนักแน่นอีกครั้ง... “ถ้าการรับใช้องค์พระผู้เป็นเจ้าดูเป็นเรื่องย่ำแย่สำหรับพวกท่าน วันนี้พวกท่านจะต้องตัดสินใจว่า พวกท่านต้องการรับใช้พระเจ้าองค์ใด...” คือเอาสักอย่างหนึ่ง จะรับใช้อำนาจ ความร่ำรวย หรือรับใช้พระเจ้าผู้ได้เรียกและเลือกพวกเขาให้เป็นประชากรศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ ผู้มีพระเจ้าเป็นผู้ปกครองดูแล...

เช้านี้ เราอ่านบทอ่านที่หนึ่งจาก ยวช บทที่ 24 ซึ่งในบทที่ 23 นั้นได้พูดถึงสิ่งที่ชาวอิสราแอลพึงกระทำต่อพระเจ้าในฐานะประชากรศักดิ์สิทธิ์ที่พระองค์ทรงเลือกสรร และมาในบทที่ 24 หากเราได้อ่านทั้งหมด เราจะพบว่า โยซูวา ได้นำให้อิสราแอลได้ไตร่ตรองถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาในชีวิตทั้งหมด และจบที่พวกเขาต้อง “ตัดสินใจเลือก” ว่าจะรับใช้พระเจ้าองค์ใด

วาจาของโยซูวาวันนี้หนักแน่นมาก เหมือนพระวาจาของพระเยซูเจ้าในพระวรสารที่ตรัสกับบรรดาศิษย์ไม่ผิดกัน สิ่งที่เราละไว้ในบทอ่านที่หนึ่ง ก็ได้นำมาพูดในบทอ่านที่สอง และในพระวรสารอาทิตย์ที่ผ่านไป ถึงชีวิตศิษย์พระเยซูที่ถูกเรียกร้องให้เจริญชีวิตตามคุณค่าแห่งพระวรสาร คือตามคำสอนของพระองค์ นั่นก็คือจิตตารมณ์คริสตชนนั่นเอง... เมื่อบรรดาศิษย์มาถึงตอนสำคัญ ส่วนที่ยากลำบาก เมื่อต้องเลือกฟังและติดตามพระองค์เป็นอันดับแรก เมื่ออิสราแอลต้องเลือกพระเจ้าเป็นอันดับแรก และนอบน้อมเชื่อฟังพระวาจาของพระองค์...

พี่น้องที่รัก เราจะไป เราจะเปลี่ยนใจด้วยไหม เรายังอยากเป็นคริสตชนอีกไหม ที่เราเริ่มรู้สึกลำบากกับวิถีชีวิตและจิตตารมณ์ของการเป็นคริสตชน กับการเจริญชีวิตบนมาตรฐานที่สูงกว่ามาตรฐานของคนอื่น แต่เราก็มีพระเจ้าทรงเป็นพละกำลังของเราบนหนทางสายนี้ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้นำทางและเดินร่วมทางกับเรา... พี่น้องครับ วันนี้ไตร่ตรองเอาเถิด ไตร่ตรองแบบที่โยซูวาเตือนอิสราแอลเลยก็ได้ครับ... พ่อเจ้าวัด ที่อยู่กับพี่น้อง ผมอยู่กับสัตบุรุษของผมวันนี้ ผมคิดว่า การกระทำของโยซูวาเป็นการแสดงออกอย่างใจกว้างมากๆ และเป็นสิ่งเดียวที่พระเจ้าทรงแสดงออกต่อประชากรของพระองค์ด้วย ผมบอกกับพี่น้องบ่อยๆ ว่า พระเจ้าไม่ได้เดือดร้อนอะไร ในการที่เราจะนับถือพระองค์หรือไม่นับถือพระองค์ แต่พระองค์ทรงวางสองสิ่งไว้ต่อหน้าเรา ทั้งพระพร และสิ่งที่ตรงข้ามกับพระพร ให้เราได้เลือกเอาเอง... พระพรนั้นถูกจัดเตรียมและวางไว้ให้เรา เราจะเลือกหรือไม่เลือกก็ได้ พระเจ้าไม่ได้สูงขึ้นหรือต่ำลงเพราะการตัดสินใจเลือกของเรา แต่เป็นเราเองต่างหากที่จะได้รับชีวิตนิรันดร เป็นความสุขแท้นิรันดร บนหนทางที่พระองค์ทรงเตรียมไว้ให้... ดังนั้น พี่น้องที่รักครับ วันนี้เราที่เป็นคริสตชน ผมเองที่เป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์ วันนี้ให้เราถามตนเองเถิดว่า เราจะเอายังไง เรามาถึงจุดที่เราต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วล่ะครับ เราจะเลือกการมีพระเจ้าหลายๆ องค์ไม่ได้... คิด ไตร่ตรอง และตัดสินใจเถอะ... หากการดำเนินชีวิตตามหนทางที่พระเจ้าทรงนำ หากการเป็นคริสตชนนั้นมันย่ำแย่สำหรับเรานัก เลือกเอาเองเถอะ หากการต้องไปวัดวันอาทิตย์มันเป็นภาระเหลือเกิน หากการต้องรักและรับใช้พระเจ้าและเพื่อนพี่น้องนั้นมันเป็นสิ่งที่หนักหนานัก คำสอนของพระองค์ที่ประทานให้กับเราในโลกของเราวันนี้เป็น “ถ้อยคำที่ขัดหูจริง ใครเล่าจะฟังได้...” พี่น้องครับ คิด ไตร่ตรองและเลือกเอาเถอะครับ พระเจ้าไม่ได้บังคับใครให้มาเป็นคริสตชน พระเจ้าไม่ได้อะไรจากการมาเป็นคริสตชนของเรา พระเจ้าไม่ได้ต้องการเครื่องบูชาอะไรจากเรา ทุกสิ่งเป็นของพระองค์ แต่การยอมรับพระองค์เป็นพระเจ้านั้น พี่น้องครับ เป็นพระพรของเราหรือเปล่า พระองค์ทรงเป็นพระพรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเราหรือไม่ ที่เราต้องให้พระองค์เป็นที่หนึ่ง และมาก่อนในชีวิตของเราเสมอ และจากนั้น เราจะไม่ขาดสิ่งใด...

เอาเถอะครับ... วันอาทิตย์วันพระเจ้า วันนี้กลับไปที่บ้านของพระเจ้า ไตร่ตรองกันอีกครั้ง การนับถือพระองค์เป็นพระเจ้านั้น เป็นเรื่องที่ย่ำแยนักสำหรับเราหรือเปล่า เลือกเอาเองเถอะ วันนี้ เราจะนับถืออะไร หรือนับถือพระเจ้าองค์ใด หรือความร่ำรวยใดๆ ชื่อเสียงหรืออำนาจใดๆ เราต้องเลือกแล้วล่ะครับพี่น้อง เพราะเราจะนับถือพระเจ้าของเราพร้อมกับพระเจ้าอื่นไม่ได้...

ข้าแต่พระเจ้า โปรดให้ลูกของพระองค์รักชอบสิ่งที่พระองค์ทรงบัญชา และปรารถนาสิ่งที่ทรงสัญญาไว้ เพื่อให้ลูกมีจิตใจปักแน่นอยู่ในที่ที่มีความชื่นชมยินดีอย่างแท้จริงท่ามกลางความวุ่นวายของโลกนี้ (เทียบบทภาวนาของประธาน) ขอให้ลูกได้เลือกพระองค์ และเลือกพระองค์ตลอดไป เพราะพระองค์ทรงมีพระวาจาแห่งชีวิตนิรันดร

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม 18 สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ยชว 24:1-2ก,15-17,18ข / อฟ 5:21-32/ ยน 6:60-69
นักศึกษาพระคัมภีร์ได้พยายามศึกษาเรื่อง “วิกฤติของชาวกาลิลี” ในการกระทำหน้าที่ของพระเยซูเจ้า ผู้แต่งพระคัมภีร์ฉบับสหทรรศน์ได้บอกว่า เหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้น ที่เมืองฟิลิปปีแห่วเซซารีอา เมื่อซีมอนเปโตร ได้สารภาพในนามของบรรดาอัครสาวกทั้งสิบสองคนว่า พระเยซูเจ้า คือ “พระเมสสิยาห์ พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต” (มธ 16:16) พระเยซูเจ้าได้ทรงชมเชยว่า ท่านคือผู้ที่มีบุญ แต่พระองค์ได้เตือนว่า พระองค์คือพระเมสสิยาห์ ที่ต้องได้รับความทนทุกข์ทรมาน อย่างแสนสาหัส จะถูกปฏิเสธ และจะต้องสิ้นพระชนม์ เปโตรได้โต้แย้งพระเยซูเจ้า จนพระองค์ต้องสำทับว่า “ท่านเป็นซาตาน”(เทียบ มธ 13:13-23,มก 8:27-33)
ส่วนในพระวรสารของยอห์น “วิกฤติของชาวกาลิลี” ได้เกิดขึ้นในศาลาธรรมที่เมืองกาเปอร์นาอุม เมื่อพระเยซูเจ้าได้เทศนาเรื่องปังแห่งชีวิต เมื่อบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ ได้เข้าไปรวมกับฝูงชน และบ่นเกี่ยวกับพระวาจาของพรเองค์ การบ่นเป็นลักษณะของประชากรอิสราเอล ที่ต่อว่าพระเป็นเจ้าและโมเสสในทะเลทราย ในที่สุดบรรดาสานุศิษย์ได้ตีตนออกห่างจากพระองค์ แต่พระเยซูเจ้าไม่ยอมกลับคำพูดของพระองค์ เพราะมันเป็นความจริง และพระองค์ถามบรรดาสานุศิษย์ว่า “พวกท่านจะไม่จากไปเหมือนพวกเขาหรือ?”เพราะพวกเขามีอิสระอย่างเต็มที่
ในยุคปัจจุบันนี้ เหมือนกับการประกาศยืนยันเรื่องพระเมสิยาห์ว่า พระองค์เป็นพระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต ตามที่ซีมอน เปโตรได้รับการดลใจจากพระบิดาเจ้าสวรรค์ และได้ประกาศว่า “พระอาจารย์ ข้าพเจ้าจะไปหาผู้ใด? เพราะพระองค์มีพระวาจาทรงชีวิต”เราเองมีความมั่นใจว่า พระองค์คือผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระเป็นเจ้า เรามีความเชื่อในพระเยซูเจ้า ในฐานะที่เป็นอาจารย์ของพวกเรา ที่เหมาะสมที่พวกเราจะมีความไว้วางใจ และมีอิสระที่จะตอบคำเชื้อเชิญว่า “พวกท่านจะไม่จากไปเหมือนพวกเขาหรือ?”...ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดช่วยลูกให้เชื่อในพระวาจาของพระองค์.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view