สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญมอนิกา

วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญมอนิกา

🌼ขอให้ทุกนาทีแห่งชีวิต
เป็นนาทีแรก เป็นนาทีสุดท้าย
และเป็นนาทีเดียวที่ข้าพเจ้า
มอบถวายแด่พระองค์

📚บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญมอนิกา
https://www.youtube.com/watch?v=f841kdM87ZA

🌷 พระสัญญา
https://youtu.be/tv0XbUqKtk

🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠

วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญมอนิกา
อ่าน
2 ธส.1:1-5,11ข-12
มธ 23:13-22

พระเยซูเจ้าตำหนิอย่างแรง …
คนที่ใสเพียงแค่ใบหน้า แต่ภายในจิตใจหยาบกระด้าง
ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ดั่งที่ใจตนต้องการ
ไม่สนว่าใครจะเป็นอย่างไร

คริสตชนที่เมืองเธสะโลนิกา ทำให้นักบุญเปาโลภาคภูมิใจ
เพราะความใสซื่อในจิตใจของพวกเขา
พร้อมกับความเชื่อที่เพิ่มมากขึ้น
แสดงออกในความเติบโตของความรักที่มีต่อกันและกัน
สามารถทนทนทุกข์ท่ามกลางการเบียดเบียน
โดยมีความหวังในพระเจ้าเป็นพลัง

ด้วยความศรัทธา ร้อนรน ในความเชื่อ
ซื่อสัตย์ในการทำหน้าที่ภรรยา และมารดา
ท่านนักบุญมอนิกา สามารถทำให้สามี และบุตรชายได้กลับใจ
อาศัยพลังแห่งคำภาวนา และน้ำตาแห่งความทุกข์

หมายเหตุ….
ต่อหน้าพระเจ้า...
คนจะงาม...งามที่ใจ ใช่ใบหน้า

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม 2018

สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา

ระลึกถึงนักบุญมอนิกา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“หน้าซื่อใจคด...” (มธ 23:13-22)

การพยายามเป็นคนดีนั้นเป็นสิ่งที่ดี

แต่สิ่งที่น่าไตร่ตรอง คือ...

ฉันพยายามเป็นดังนั้น...

ฉันเป็นเพื่อใคร

เพื่อพระเจ้า เพื่อเพื่อนพี่น้อง หรือเพื่อตนเอง...

คนหน้าซื่อใจคด หรือ น้ำใสใจจริง...

ด้วยพระเจ้าทรงล่วงรู้ในใจของทุกคน

ความดีที่ฉันทำนั้น

มันเป็นความดีจริงๆ หรือสิ่งที่เรียกว่า “ดูดี” เท่านั้น.

________________

เร็วๆ นี้ ผมได้ยินข่าวทางเกมธุรกิจที่จบลงที่การฆ่ากัน ทำลายกัน เรียกว่าเอากันให้สิ้นซากไปเลย ทั้งๆ ที่เวลาที่ได้สมาชิกน้องใหม่เข้ามาทำธุรกิจการค้าด้วยกัน เขาก็หวังผลประโยชน์ที่มากขึ้นจากสมาชิกที่เป็นห่วงโซ่ของเขานั้น แต่หลังจากนั้น เมื่อสมาชิกที่ตนหามาได้นั้น กลับเป็นผู้ที่ทำธุรกิจการค้าได้ดีกว่าตน เจริญก้าวหน้ากว่าตน... สิ่งที่ตามมา กลับกลายเป็นการบ่อนทำลายกันและกัน... และไหนล่ะ สิ่งที่ฉันเคยภูมิใจ เมื่อครั้งฉันได้สมาชิกรุ่นน้องเข้ามาร่วมงานกับฉันหลายคน ผลประโยชน์ของฉันจากการหาสมาชิกก็เพิ่มขึ้นด้วย รายได้ของฉันก็เพิ่มขึ้นด้วย อันเป็นผลจากทีมงานที่มีเพิ่มขึ้นนั้น... วันนี้ เขาหมดผลประโยชน์แล้วหรือ วันนี้เขาทำได้ดีกว่าฉัน แล้วฉันก็ไม่พอใจหรือ... สรุป คือ ฉันทำสิ่งต่างๆ เหล่านั้นที่ผ่านมา ฉันทำเพื่อใคร เพื่อน้องๆ หรือเพื่อตนเอง...

“ในพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าเริ่มประณามชีวิตที่ไม่จริงของบรรดาธรรมจารย์และบรรดาฟาริสี ที่เจริญชีวิตตรงกันข้ามกับสิ่งที่พวกเขาสอน... จากพระวาจาในวันก่อนๆ เราพบว่า พระเยซูเจ้าทรงสอนให้บรรดาชาวยิวฟังคำสั่งสอนของบรรดาธรรมาจารย์และฟาริสี ที่เป็นการสอนบทบัญญัติของพระเจ้า แต่อย่าเจริญชีวิตตามแบบอย่างพวกเขา เพราะพวกเขาไม่ได้เจริญชีวิตให้เป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระเจ้า แต่เป็นไปในทางตรงกันข้าม และดูเหมือนว่า หลายๆ ครั้งก็เป็นการหาผลประโยชน์เข้าตัวเองด้วยซ้ำไป 

คำถามที่น่าไตร่ตรองคือ “เขาทำสิ่งต่างๆ เหล่านั้นที่ดูว่าดี... เขาทำเพื่อใคร... เพื่อพระเจ้า เพื่อประชาชน หรือเพื่อตนเอง...” ทองคำในพระวิหาร ขอถวายบทพระแท่นบูชา... สิ่งเหล่านี้คงจัดการได้ง่ายกว่าพระวิหาร และพระแท่นบูชากระมัง...

หมู่คณะของคริสตชน หมู่คณะนักบวช บางทีเราก็ต้องการที่จะมีสมาชิกมากๆ แต่หลายๆ ครั้ง เมื่อเราได้สมาชิกมาแล้ว เราก็ไม่ได้เรียนรู้สิ่งที่มีค่ามากกว่านั้น คือการเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ผลที่ตามมา บางครั้งการสูญเสียสมาชิกไปนั้น มันทำร้ายความมั่นคงของเรามากกว่าหรือเปล่า จำนวนสมาชิกที่มากขึ้นที่ทำให้เราภูมิใจ แต่ในชีวิตจริง เราอาจจะไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวและรักกันมากมายเท่าไรนัก... จำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้น ทำให้เรามีหน้ามีตากระนั้นหรือ

บางทีก็แปลก บางครั้งผมก็มองและคิด... พ่อเจ้าวัดที่มาก่อนหน้าผม โปรดศีลล้างบาปมากมาย แต่ผมอยู่สามปีแล้ว โปรดศีลล้างบาปสองคน มากกว่านั้นคือ มีแต่คนเสียชีวิต ผมถวายมิสซาหน้าศพมากกว่าการโปรดศีลล้างบาป บางคนแซวผมว่า คนอื่นเขามาสร้าง ผมมาเก็บ... คือผมไม่ค่อยจะได้คริสตชนใหม่สักเท่าไร

พี่น้องที่รักครับ การให้ความสำคัญของพ่อเจ้าวัดแต่ละคนอาจจะแตกต่างกัน ผมอาจจะเลือกที่จะสร้างความมั่นคงแห่งความเชื่อสำหรับคริสตชนที่มีอยู่ก่อน ผมอาจจะเลือกปกป้องความเชื่อของบรรดาผู้อาวุโสในวัดของผมก่อน แต่นั่นดูเหมือนเป็นเรื่องเร่งด่วนในสถานการณ์นี้กระมัง หากแบบอย่างของชีวิตแห่งความเชื่อยังไม่เข้มแข็ง เราจะเอาประจักษ์พยานที่ไหนมาทำให้เด็กๆ ยุคนี้เชื่อในพระเจ้า และเจริญชีวิตตามคำสอนของพระองค์เล่า...

องค์กรทางศาสนาองค์กรหนึ่ง สมาชิกบางคนบอกผมว่า “คุณพ่อ ฉันไปเยี่ยม ไปสวดให้บ้านนั้นหลายครั้ง เขาไม่เห็นกลับใจมาเป็นคริสตชนเลย... แต่คนนั้นไปไม่กี่ครั้งก็ได้คนที่กลับใจมาเป็นคริสตชน...” พี่น้องครับ เราเป็นเพียงเครื่องมือ การกลับใจเป็นงานและพระหรรษทานของพระเจ้าครับ หน้าที่ของเราคือเป็นประจักษ์พยาน... ดังนั้น การประเมินผลหน้าที่ของเราไม่ได้อยู่ที่ผลงานของเรา แต่อยู่ที่ชีวิตของเราเป็นอย่างไร เราเจริญชีวิตเป็นประจักษ์พยานที่สัตย์ซื่อมากน้อยเพียงใดต่างหาก เพราะคงไม่มีประโยชน์ที่เราจะเจริญชีวิตเหมือนการล่าอาณานิคม เพื่อให้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นมากๆ มีจำนวนมาก แต่แล้ว เมื่อได้สมาชิกมาแล้ว เราอาจจะกำลังบั่นทอนเขาด้วยหัวใจที่เย็นชา... เราได้ผลประโยชน์ เราได้มีหน้ามีตาแล้ว ที่เราได้สมาชิกมากมาย แต่แล้ว เราก็บั่นทอนกันและกันภายหลังเมื่อไม่มีอะไรที่เป็นผลประโยชน์ของเราแล้ว และนี่แหละ บางที เราก็ทำให้เขาแย่กว่าเดิมหลายเท่า เพราะหัวใจที่ไร้ซึ่งความจริงใจของเรา

จำนวนผู้รับศีลล้างบาปใหม่ ไม่ใช่ความสำเร็จของเรา แต่เพราะพระหรรษทานของพระเจ้า งานของเราคือการทำให้กลุ่มคริสตชนเจริญชีวิตอย่างมีชีวิตชีวา คือการใช้พระพรที่แตกต่างกันนั้น สร้างความเป็นหนึ่งเดียวให้กับหมู่คณะ และกลุ่มคริสตชนของเรา คือการพยายามเจริญชีวิตประคับประคองและปลอบใจเตือนความเชื่อของกันและกัน คุณค่าของชีวิตคริสตชนจึงไม่ได้อยู่ที่สมาชิกที่เพิ่มขึ้น แต่อยู่ที่ความรัก ความสัมพันธ์ และความเป็นหนึ่งเดียวกันในพระศาสนจักร หมู่คณะและชุมชนคริสตชนของเราต่างหาก

คนหน้าซื่อใจคด คริสตชนที่หน้าซื่อใจคด เป็นผู้ที่พระเยซูเจ้าทรงประณาม... คริสตชนที่เจริญชีวิตเป็นคนที่ “ดูดี” ในสังคม ในโลกวันนี้... ผมเองไตร่ตรองเรื่องนี้เป็นพิเศษ เมื่อวานนี้ผมเพิ่งกลับจากการเยี่ยมอภิบาลสัตบุรุษที่อาวุโส ที่เจ็บป่วย นอนติดเตียง สัตบุรุษที่ไปไหนมาไหนไม่ได้ มาวัดวันอาทิตย์ไม่ได้ ผมขับรถไปไกลท่ามกลางสายฝนที่ตกหนัก มองไม่เห็นทาง เพื่อเยี่ยมเยียน อวยพร นำศีลมหาสนิทไปมอบให้พวกเขา ... ผมดีใจลึกๆ ที่งานนี้มีเบื้องหลังมาจากสัตบุรุษบางคนที่เป็นแรงผลักดันผม หมั่นพาผมไปเยี่ยมอภิบาล ทำให้การเยี่ยมอภิบาลของผมเป็นไปในทางที่ดีขึ้น สะดวกขึ้น มากกว่านั้น เป็นภาพที่สวยงามของพระศาสนจักรที่ห่วงใยกันและกัน พระสงฆ์ ฆราวาส บางครั้งมีนักบวชไปด้วย โห สวยงามมากครับ ภาพของชุมชนคริสตชนที่ห่วงใยกัน... และแม้บางครั้งผมจะเหนื่อย ทำงานเหล่านี้มาก หนัก เอาจริงเอาจัง... ผมก็ต้องไม่ลืมถามตนเองเสมอว่า สิ่งเหล่านี้ผมทำเพื่อใคร... หากผมทำงานอภิบาล เพื่อหวังความชื่นชม คำชมเชยจากสัตบุรุษ จากผู้ใหญ่ มากกว่านั้น เพื่อสร้างผลงาน และบางทีก็ทำงานพี่น้องที่ทำงานในรูปแบบเดียวกันในการแข่งขันกันทำผลงาน เราได้รับคำชมเชย อีกฝ่ายหนึ่งถูกด่า... โอ้ สิ่งนั้นอาจจะไม่มีคุณค่าเท่าไรนัก เพราะก่อนที่ผมจะเกิด พระเจ้าก็ทำงานนี้แล้วมิใช่หรือ... แต่หากว่าผมสามารถไปทำงานอภิบาล เพราะเห็นแก่ความรักต่อพระเจ้าและเพื่อนมนุษย์จริงๆ แล้วล่ะก็ นั่นคือสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่า และเป็นการถวายเกียรติแด่พระเจ้าด้วยชีวิตที่เต็มเปี่ยมด้วยน้ำใสใจจริงมากกว่าการเป็นคนหน้าซื่อใจคด... 

ในการทำงานอภิบาล การทำสิ่งดีๆ ด้วยน้ำใสใจจริง หรือ ด้วยความหน้าซื่อใจคดนั้น... ฉันมานะบากบั่น ฉันทำเพื่อใคร เพื่อพระเจ้า เพื่อเพื่อนพี่น้อง หรือเพื่อตนเองฝ่ายเดียวเท่านั้น... เหมือนร้านขายโทรศัพท์มือถือหลายๆ ร้าน “สอบถามได้นะคะ สอบถามได้นะคะ” พอเรากลับไปที่ร้านอีกครั้งจริงๆ บางครั้งสิ่งที่ได้ยินคือ “ส่งเข้าศูนย์เลยค่ะ” โห แล้วที่ทำเป็นเอาใจลูกค้าอ่ะ แล้วที่พยายามแนะนำลูกค้าอ่ะ พยายามขายเต็มกำลัง สุดท้าย จบที่คำว่า “รักตนเองฝ่ายเดียว” เท่านั้นเอง ไหนล่ะ บริการหลังการขายที่แสดงซึ่งน้ำใสใจจริง... พี่น้องครับ นั่นไม่ใช่จิตตารมณ์คริสตชนนะครับ คริสตชนคือคนที่ทำงาน เจริญชีวิตด้วยน้ำใสใจจริง ไม่ใช่แบบคนหน้าซื่อใจคดที่พระเยซูเจ้าประณามวันนี้ เพราะคริสตชน ศิษย์พระเยซู ต้อง “ดีจริงๆ” เพียง “ดูดี” เท่านั้น ... ไม่ได้ครับ

ความสำเร็จในการเป็นมารดาของนักบุญมอนิกาวันนี้ คือการเป็นมารดาเยี่ยงคริสตชนจริงๆ เธอเป็นมารดาที่นำความรอดพ้นมาสู่ลูกชาย Play Boy สุดแสบคนนั้น จนทำให้เขาเป็นคริสตชน เป็นพระสังฆราช เป็นนักปราชญ์ แต่นั่น ยังไม่เรียกว่าเป็นสิ่งที่เธอภูมิใจและทำให้เธอได้ชื่อว่าประสบความสำเร็จในการเป็นมารดาที่ดี แต่ทว่า สิ่งที่เธอภูมิใจและเธอได้ประสบความสำเร็จจริงๆ นั้น คือการนำความรอดพ้นมาสู่ลูกชาย นาม เอากุสติน นักบุญผู้ยิ่งใหญ่... เธอทำเพื่อใครล่ะ หากเธอทำเพื่อตนเอง เธอคงพร้อมที่จะตายไปในความข่มขื่นเพราะลูกเลวๆ คนนี้ แต่บัดนี้ เธอทำเพื่อพระเจ้า เธอทำเพื่อลูก เธอจึงจากโลกนี้ไปด้วยการเป็นนักบุญผู้ทำให้ลูกของเธอเป็นนักบุญด้วย ความยิ่งใหญ่ของเธออยู่ที่น้ำใสใจจริงในความเชื่อต่อพระเจ้านี้เอง

ข้าแต่พระเจ้า ในการทำงานของลูก ขออย่าให้งานของลูก “ดูดี” เท่านั้น แต่ไม่ได้ดีจริงๆ จากน้ำใสใจจริง ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ลูกได้เรียนรู้จากพระองค์ผู้มีพระทัยอ่อนโยน ผู้มีชีวิตเพื่อทุกคน ไม่ใช่เพื่อตนเองฝ่ายเดียว เพื่อลูกจะเป็นศิษย์ของพระองค์อย่างแท้จริง... ลูกเจ็บ หากลูกต้องเป็นคนที่พระองค์บอกลูกว่า “หน้าซื่อใจคต... ลูกไม่ได้ทำอะไรเพื่อพระองค์เลย แต่ทำเพื่อตนเองล้วนๆ”

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันจันทรที่ 27 สิงหาคม 18 สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา ระลึกถึงนักบุญมอนิกา
บทอ่าน 2ธส 1:1-5,11ข-12 / มธ 23:13-22
พระเยซูเจ้าได้ทรงเอ่ยพระวาจาแห่งความวิบัติ ต่อพวกธรรมาจารย์และพวกฟาริสี 7 ครั้งด้วยกัน เพราะพวกเขาเป็นคนหน้าซื่อใจคด พระองค์ได้แสดงความผิดหวัง และได้เตือนพวกเขาว่า จะมีผลที่ตามมาอย่างรุนแรง พระองค์ได้ตำหนิพวกเขา ที่ขัดขวางประชาชน ไม่ให้เข้าสู่พระราชัยแห่งสวรรค์ เป็นต้น การต่อต้านพระเยซูเจ้า ในฐานะเป็นพระเมสสิยาห์ พวกเขายึดถือว่ากฏระเบียบสำคัญกว่าพระวาจาของพระเป็นเจ้า แม้พวกเขาจะพยายามทำให้คนต่างศาสนา กลับใจมานับถือศาสนายิว แต่กลับสอนให้พวกเหล่านั้นยึดถือการถือกฏของโมเสสเท่านั้น พวกเขายังสอนให้ถือคำสาบาน โดยอ้างถึงทองคำในพระวิหาร หรือของถวายบนพระแท่น โดยลืมไปว่า สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือ ความศักดิ์สิทธิ์ของพระเป็นเจ้า ผู้ทรงประทับอยู่ในพระวิหาร
นักบุญมอนีกาเป็นคริสตชนตั้งแต่กำเนิด ท่านได้แต่งงานกับคนต่างศาสนาในทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งมีอายุมากกว่าท่านมาก แม้เขาเป็นคนใจดี แต่มีอารมณ์รุนแรง ที่เป็นเหมือนการท้าทายให้นักบุยมอนีกาต้องอดทนตลอดชีวิต ท่านมีบุตรสามคน คือ ออกัสติน นาวียีอุส และแปร์เปตูอา และด้วยความอดทนและการสวดภาวนาของท่าน จนสามารถทำให้สามีและลูกทั้งสามคนกลับใจเป็นคาทอลิกในปี 370 อีกหนึ่งปีต่อมาสามีของท่านได้เสียชีวิต ส่วนนาวียีอุสและแปร์เปตูอาได้สมัครเข้าเป็นนักบวช ส่วนออกัสตินนั้นสร้างความลำบากใจให้นักยุญมอนีกามาก ท่านต้องสวดภาวนาให้นานถึง 17 ปี ด้วยการขอร้องให้บรรดาพระสงฆ์ช่วยสวดภาวนาให้ และมีพระองค์องค์หนึ่งได้ปลอบใจว่า “เป็นไปไม่ได้ ที่ลูกชายที่ทำให้แม่ต้องเสียน้ำตาเป็นจำนวนมาก จะพินาศไป”ต่อมานักบุญอัมโบรสได้ล้างบาปให้ออกัสตินในปี 387 จากการได้ฟังบทเทศน์ของท่าน ในปีนั้นเอง นักบุญมอนีกาได้เสียชีวิต ท่านเป็นองค์อุปถัมภ์ของคนที่เป็นทาสของการติดสุรา ของเหยื่อที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ของคนที่ประสบความยากลำบากในชีวิตครอบครัว ของคนที่ผิดหวังในเรื่องความประพฤติของลูกๆ และของคนที่ไม่ได้รับความซื่อสัตย์จากคู่ชีวิต.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view