สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 28 สิงหาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญออกัสติน พระสังฆราช และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร

วันอังคารที่ 28 สิงหาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญออกัสติน พระสังฆราช  และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร

🌷การรักพระเจ้าคือ ความรักยิ่งใหญ่
การแสวงหาพระองค์คือ การผจญภัยที่ยิ่งใหญ่
การพบพระองค์คือ ความสำเร็จยิ่งใหญ่ของมนุษย์ (*น.ออกัสติน)

📚บทอ่านประจำวันอังคารที่ 28 สิงหาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญออกัสติน พระสังฆราช
และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร
https://www.youtube.com/watch?v=1vR-cqNjyAc

♥Give Thanks
https://youtu.be/1CSyTzpZnOE

🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓

วันอังคารที่ 28 สิงหาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญออกัสติน พระสังฆราช
และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร
อ่าน
2 ธส.2:1-3ก, 14-17
มธ 23:23-26

พระเยซูเจ้าตำหนิ...การปฎิบัติ เพื่อหลอกลวงความใจดีของตนกับผู้อื่น
ด้วยการให้...ในสิ่งที่ไม่มีคุณค่า..โดยตนเองมิได้ลงทุนลงแรง...
แต่จิตใจภายในไร้ซึ่ง..ความยุติธรรม เมตตากรุณา และซื่อสัตย์

เปาโลแนะนำให้กำลังใจ...
เพื่อจะสามารถนำเสนอ กิจการ และวาจาที่ดี อย่างมีคุณค่านั้น
จงยืนหยัด ยึดมั่นในความจริง

นักบุญออกัสติน ผู้ได้ผ่านชีวิตที่เหลวแหลก
แต่ผ่านทางความอดทน และแบบอย่างที่ดี
ของนักบุญมอนิกา ผู้เป็นมารดา
ท่านได้กลับใจ และใช้ชีวิตของตน
เป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับคนอื่น ๆ
ในการยอมรับความผิดพลาดของตน
และปรับปรุง เปลี่ยนแปลง

หมายเหตุ….
ใจจะงดงาม .. เมื่อยามได้ ..รักที่จะ ..
… “ซื่อสัตย์ ต่อความจริง” …

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอังคารที่ 28 สิงหาคม 2018

สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา

ระลึกถึงเอากุสติน พระสังฆราช และนักปราชญ์แห่งพระศาสจักร

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ผู้นำทางตาบอดเอ๋ย ท่านกรองลูกน้ำ แต่กลับกลืนอูฐทั้งตัว...” (มธ 23:23-26)

ชีวิตที่เป็นศิษย์พระเยซูจริงๆ

ไม่จำเป็นต้องมีตราหรือหนังสือรับรองอะไรอีก

เมื่อคนหนึ่งเป็นศิษย์พระเยซูจริงๆ

หากเขาเป็นพ่อแม่ เขาคือพ่อแม่แห่งสวรรค์

หากเขาเป็นพลเมืองของชาติ

เขาก็เป็นพลเมืองแห่งสวรรค์

เขาคือบุคลากรที่แสนดีที่สุดของทุกองค์กร

เขาคือบุคคลตัวอย่างที่ดีที่สุดในหน่วยงานของเขา

เพราะเขาคือคนของพระราชา

เขาคือผู้ที่ได้รับรางวัลพระราชทานจากพระราชา

เขาคือบุคคลพระราชทานของพระราชา

พระองค์คือพระราชาแห่งพระราชาทั้งหลาย

เขาคือคริสตชน...

วันนี้ฉันเป็นใคร... จริงๆ

________________

อีกครั้งหนึ่งที่เราได้ยินพระวาจาที่พระเยซูเจ้าตำหนิความหน้าซื่อใจคดของผู้ที่ถือตามพระบัญญัติของพระเจ้า เพื่อให้ “ดูดี” มากกว่าการเป็นคนดีจริงๆ ที่ต้องดีจากใจ นั่นคือการถือธรรมบัญญัติด้วยหัวใจที่รักความจริง เปี่ยมด้วยความเมตตากรุณา ความยุติธรรมและความซื่อสัตย์

ผมเห็นโพสต์มากมาย เกี่ยวกับโภชนาการ จนบางครั้งทำให้ไม่อยากจะทานอาหารที่ไหนแล้ว ร้านอาหารที่อาจจะดูดี ดูสะอาดแต่ภายนอก และแม้แต่ห้องครัวที่ดูสะอาด อาจจะยังไม่สามารถยืนยันว่า อาหารนั้นสะอาดได้เลย... หากไม่ได้มาจากสิ่งที่ยืนยัน และทำให้มั่นใจว่าความสะอาดนั้นมาจากหัวใจของผู้คนที่นั่น ที่บอกให้เห็นว่า เขารักลูกค้า หรือรักเงินของลูกค้ามากกว่ากัน... การรับรอง ป้ายของหน่วยงานทางโภชนาการ หลายครั้งมันเป็นสิ่งภายนอกครับ ที่ไม่อาจจะยืนยันความสะอาดของอาหารภายในร้านได้เลย... จนบางครั้ง ผมก็เห็นการรับรองที่ภาชนะบ่อยๆ “ของแท้ 100%” ทำไมไม่แท้ด้วยหัวใจของการผลิต “ของปลอม” ที่มีมากมาย จนทำให้เราต้องยืนยันรับรองกัน และหลายครั้งการรับรองนั้น ก็เป็นการซื้อขายมาอีกต่อ และความความเป็นจริง มันไม่มีอะไรเป็นคุณภาพที่เชื่อถือวางใจได้เลยจริงๆ สุดท้ายก็มีการออกมาประกาศห้ามผลิตสิ่งนั้นสิ่งนี้ ???

มีคนถามผมเรื่องเครื่องประหยัดไฟที่โปรโมทขายกันในสื่อออนไลน์... ผมเองก็กำลังศึกษากระบวนการการทำงานของมันครับ... แต่เบื้องต้นแล้วก็ยังไม่เคยคิดจะใช้ เพราะหากมันมีทางออกที่ดีขนาดนั้น คำถามที่ผมสงสัยอยู่กับคือ ทำไมเราต้องเสียเงินแพงๆ กันทำไม อะไรคือสิ่งที่อยู่เบื้องหลังจริงๆ... มันเป็นเหมือนไวรัสที่เกิดมาเพื่อให้ขายโปรแกรมกำจัดไวรัส แล้วสิ่งนี้ครับ สิ่งที่เรียกว่าน้ำใสใจจริงมันคืออะไร... สิ่งที่เรียกว่า “น้ำใสใจจริง” จะพบได้ที่ไหนล่ะ... ผมยังค้างคาใจในเรื่องของจรรยาบรรณข้อที่ 1 ของตัวแทนประกันชีวิตอยู่นะครับ 555 ผมแอบไปสอบ เพื่อรู้ว่าโลกวันนี้สอนอะไร สุดท้าย ผมก็เข้าใจครับ บางทีโลกก็ปลูกฝังสิ่งที่ไร้น้ำใจใจจริงไว้ในบุคลากรของตนตั้งแต่อบรมคน... ที่ Seven Eleven วันนี้ สิ่งที่เรียกว่า “สิทธิ์แลกซื้อนั้น” โห ในความเป็นจริง มันคือกลยุทธการค้าขายครับ...มันคือสิ่งที่เจ้าหน้าที่กดกี่สิทธิ์ก็ได้ครับ เอาไหมล่ะ ใบเสร็จที่ทำเหมือนใส่ในกล่องนั้น... เปล่าเลย ไร้ความหมาย ทำให้ดูดีเท่านั้นเอง ความจริงมันอยู่ที่นิวของเจ้าหน้าที่ต่างหาก...  คำตอบของผมต่อสัตบุรุษท่านนั้น คือ หากผมเป็นพ่อค้า ผมจะคิดอย่างไร และหากผมเป็นพ่อค้าคริสตชน เป็นพ่อค้าแบบพระเยซู ผมจะคิดอย่างไร เพียงเท่านี้ครับ แม้ผมยังไม่มีคำตอบ ผมก็รู้ว่าผมควรปฏิบัติเช่นใดมิใช่หรือ... เราดูกันต่อไปแล้วกันครับ แล้วคริสตชนที่อยู่ในโลกใบนี้ ควรเจริญชีวิตเช่นใด

ที่ห้องซาคริสตี (ห้องสักการภัณฑ์) ในวัดของผมครั้งหนึ่ง เมื่อครั้งที่ผมอบรมเณร น้องเณรอาจจะมองว่าผมจุ้จี้ แต่ผมทำเช่นนั้นครับ ผมสอนเขา เพื่อในอนาคตเขาจะเป็นแบบอย่างของความซื่อสัตย์จากหัวใจที่สัตย์ซื่อ ไม่ใช่หน้าซื่อใจคตแบบที่พระเยซูเจ้าตำหนิวันนี้... ขณะที่ผมนำน้องเณรของผมให้เรียงแผ่นปังในผอบศีล เพื่อใช้ในพิธีบูชาขอบพระคุณ ผมย้ำน้องๆ เสมอว่า ให้ล้างมือให้สะอาดก่อนทำงานนี้ทุกครั้ง ขณะทำงาน หากแผ่นปังบางปผ่นตกลงที่พื้น ไม่ต้องเก็บกลับมาไว้ที่ผอบศีลอีก เก็บกินเอง หรือทิ้งไปเลยก็ได้... น้องถามว่า แล้วหากพระสงฆ์ทำแผ่นปังที่เสกแล้วตกล่ะ ผมบอกว่า หากเป็นผม ผมรับเข้าไปเลย ไม่เอามาวางไว้ในผอบศีลอีก หรือไม่ส่งให้สัตบุรุษอีก แต่ให้แผ่นใหม่กับสัตบรุษ แล้วรับแผ่นนั้นเองครับ... นี่อาจะเป็นเรื่องเล็ก แต่หลายครั้งก็ไม่เล็กกับสัตบุรุษของเรา

ผมย้ำหนักแน่นกับน้องเณรของผมว่า เราต้องฝึกครั้งครับ เราจำเป็นต้องฝึก เราต้องฝึกสิ่งที่หลายครั้งโลกเรากำลังละเลย นั่นคือความจริงใจครับ... เราต้องฝึกรักครับ เราต้องฝึกรักอย่างจริงใจ รักจากน้ำใสใจจริง คำว่า “ไม่เป็นไร” “นิดหน่อย” หรือหนักกว่านั้น “เขาไม่เห็นหรอก” “เขาไม่รู้หรอก” ความคอดแบบนี้ต้องไม่เกิดในพระศาสนจักรของเราใช่ไหม... น้องๆ ครับ เราต้องฝึกที่จะรักสัตบุรุษของเรา ที่เขาจะเป็นสัตบุรุษของน้องในอนาคต น้องๆ จะเป็นดังพ่อของลูกมากมาย ดังนั้น เราต้องฝึกตั้งแต่เวลานี้ครับ ฝึกรักสัตบุรุษของเราแม้ในมุมที่เขามองไม่เห็น และนี่ครับ สิ่งที่เรียกว่ารักจากหัวใจ สิ่งที่เป็นน้ำใสใจจริง... สิ่งที่พระศาสนจักรให้ ไม่จำเป็นต้องติดป้ายบอกว่า “ของแท่ 100%” ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ในชีวิตของพระศาสนจักรครับ แต่ชีวิตของพระศาสนจักรต้องเป็นสิ่งที่เป็นน้ำใสใจจริง และวางใจได้เสมอ

ผมสอนน้องๆ เณรของผมละเอียดอ่อน เพราะเขาจะต้องเทศน์สอนในอนาคต เขาจะต้องเป็นพ่อของลูกๆ เป็นพ่อที่รักสัตบุรุษทั้งต่อหน้าและลับหลัง... “พี่น้องที่รัก” วลีนี้ ต้องไม่ใช่เพียงคำเรียกขานสัตบุรุษเฉพาะในพิธีกรรมเท่านั้น แต่ต้องเป็นชีวิตจริงที่เขาต้องรักสัตบุรุษจริงๆ มีชีวิตสงฆ์ที่อยู่ท่ามกลางสัตบุรุษ ไม่ใช่แยกออกจากสัตบุรุษ และก็ไม่เข้าใจอะไรเลยในชีวิตจริง และก็ไม่สามารถเป็นแบบอย่างอะไรได้เลยในชีวิตจริง

พี่น้องที่รักครับ บางทีการเป็นคริสตชนที่ดี การเป็นศิษย์พระเยซูเจ้าก่อน กลับกลายเป็นสิ่งที่เป็นพื้นฐานของความดีมากมายที่ออกมาจากหัวใจของคนดีจริงๆ... ต้องเป็นความดีที่ไม่เสแสร้าง เป็นความดีที่มาจากน้ำใสใจจริง ไม่ใช่ความหน้าซื่อใจคดที่พระเยซูเจ้าตำหนิ นะ นะ นะ พี่น้องที่รัก ให้เราถือกฎของพระเจ้าด้วยหัวใจรักแบบพระองค์เท่านั้นก็พอครับ จากนั้น ไม่ต้องมีตรารับรองว่าดีร้อยเปอรเซ็น แต่ชีวิตที่สะอาด และบริสุทธ์จากภายในต่างหาก ทำให้เรามั่นใจในสิ่งที่ออกมาสู่ภายนอกได้ และนั่นแหละ เป็นอะไรก็แล้วแต่ หากฉันเป็นคาทอลิก หากฉันเป็นพลมารีย์ หากฉันเป็นสภาภิบาล หากฉันเป็นสมาชิกในหลายๆ องค์กร หรือแม้แต่ฉัน เป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์ แต่หากฉันขาดอย่างหนึ่งคือ “การเป็นศิษย์พระเยซู” คริสตชนที่รักครับ เรายังไม่ได้เป็นอะไรที่แตกต่างกับคนอื่นๆ เขาเลยจริงๆ เพราะการเป็นศิษย์พระเยซูนี่แหละที่ทำให้เราเป็นคุณภาพของชีวิตที่แตกต่างกับใครๆ มากมายในโลกนี้... เป็นจริงๆ เถอะนะครับ เป็นศิษย์พระเยซู

ข้าแต่พระเจ้า ลูกไม่ขอเป็นอะไรมากมาย ลูกไม่ต้องการรางวัลอะไรในโลกนี้ สิ่งเดียวที่ลูกอยากเป็นและต้องการเป็น คือการเป็นศิษย์ของพระองค์อย่างแท้จริง แล้วลูกก็ไม่ต้องรับรางวัลคนดีของโลกหรอก เพราะเท่านั้นก็ยิ่งใหญ่พอแล้วที่ลูกจะเป็นคนดี หากเพียงลูกสามารถเป็นศิษย์ที่แท้จริงของพระองค์เท่านั้น ก็พอแล้ว.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอังคารที่ 28 สิงหาคม 18
สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา ระลึกถึงนักบุญออกัสติน พระสังฆราชและนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร

บทอ่าน 2ธส 2:1-3ก,14-17/ มธ 23:23-26

พระเยซูเจ้าทรงรู้สึกเสียพระทัย ที่พวกธรรมาจารย์และฟาริสีได้แสดงมาตรฐานผิดๆ ในการปฏิบัติแต่ตามตัวอักษรของกฎระเบียบ และปฏิเสธที่จะนบนอบต่อจิตตารมณ์ที่แท้จริง กฏของโมเสสได้สั่งให้ถวายหนึ่งในสิบของผลผลิตของข้าว ของน้ำมัน และของเหล้าองุ่น เพื่อโมทนาคุณพระเป็นเจ้า ที่ได้สร้างประทานพระพรให้ (ฉธบ 14:22-23)

ผู้นำศาสนาเหล่านี้ได้ใช้กฎระเบียบคล้ายกับต้นหญ้าเล็กๆในสวน พวกเขารู้สึกเจ็บปวดในเรื่องที่มีความสำคัญเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในขณะที่ละเลยเรื่องความยุติธรรม ความเมตตากรุณา และความซื่อสัตย์ พระองค์จึงได้ประณามการปฏิบัติพิธีทำความสะอาดภายนอก

ขณะที่ลืมความศักดิ์สิทธิ์ภายใน เพราะว่าพวกเขาตาบอดและไม่ซื่อตรง พวกเขาจึงไม่สามารถนำคนอื่น ไปสู่ความเชื่อได้

วันนี้เราระลึกถึงนักบุญออกัสติน พระสังฆราชและนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร ท่านได้รับอิทธิพลจากแม่ คือ นักบุญมอนีกา ในเรื่องความเชื่อ อย่างไรก็ตาม ท่านได้ละทิ้งความเชื่อ และเจริญชีวิตเสเพล ได้ใช้ชีวิตคู่กับหญิงชาวคาร์เทจ ตั้งแต่อายุ 15 ปี ถึง 30 ปี และได้เป็นบิดาของบุตร ที่ท่านได้ตั้งชื่อว่า “ของขวัญของพระเป็นเจ้า” หลังจากได้ศึกษาและทดลองปรัชญาชีวิตหลายครั้ง ท่านได้ตกลงเป็นสมาชิกของลัทธิมานาเค ซึ่งได้สอนให้เห็นการต่อสู้ ระหว่างความดีและความชั่ว และได้เจริญชีวิตตามจริยธรรมที่หละหลวม ความคิดของท่านปรากฏจากการสารภาพของท่านว่า “พระเป็นเจ้า ทรงประทานความอดกลั้นแก่ข้าพเจ้า ตั้งแต่บัดนี้”

ต่อมาท่านได้ละทิ้งลัทธิมานาเค และได้กลับใจ เพราะการสวดภาวนาของมารดาของท่าน พร้อมกับความช่วยเหลือของนักบุญอัมโบรสแห่งมิลาน ท่านได้รับศีลล้างบาปในวันปัสกา พร้อมกับบุตรชาย ที่ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังความตายของมารดา ท่านได้เดินทางกลับอัฟริกา ได้ขายทุกสิ่งและมอบให้คนยากจน และได้ตั้งอารามฤษีขึ้น

ชีวิตของท่านสรุปได้จากบทเขียนที่ว่า “หัวใจทุกดวงได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อพระองค์ ข้าแต่พระเป็นเจ้า และมันจะไม่พักผ่อน จนกว่าจะได้พักผ่อนในพระองค์”

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view