สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพฤหัสที่ 30 สิงหาคม 18 สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา

วันพฤหัสที่ 30 สิงหาคม 18 สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา

🐠 เมื่อหลงทางไปไกลจากพระเจ้า
การกลับใจ...เป็นหนทาง

📚บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม 2018
สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=bo5DrDu5EDY

🍀 ทุกครั้งที่ฉันเฝ้าภาวนา
http://youtu.be/bYeWeyX1Mo0

🍒🍒🍒🍒🍒🍒🍒🍒🍒🍒🍒

วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม 2018
สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
1คร 1:1-9
มธ 24:42-51

พระเยซูเจ้าสอนศิษย์ของพระองค์เพื่อให้เห็นว่า …
“การเตรียมพร้อม” เป็นสิ่งที่สำคัญ
เพราะไม่มีใครรู้วันเวลาว่า...อนาคตของตนจะเป็นอย่างไร
ผู้ที่ทำดีเสมอต้น เสมอปลาย..เขาไม่กังวลวันข้างหน้า
ด้วยเพราะมั่นใจว่า วันนี้ ทำหน้าที่ของตนอย่างดีที่สุดแล้ว

ด้วยใจที่พร้อม น้อมรับ ให้กับการนำของพระเจ้า
คริสตชนที่เมืองโครินทร์ จึงได้รับพระพร
ที่จำเป็นทุกประการ เพื่อเป็นพยานถึงพระคริสตเจ้าอย่างเข้มแข็งมั่นคง

ด้วยการพยายามเจริญชีวิตในความเชื่อ
ใจที่ใสซื่อ พร้อมในความรักต่อคนยากจน คนป่วย
ทำให้บุคลิกของนักบุญหลุยส์ กษัตริย์แห่งฝรั่งเศส
และดูสง่างาม ด้วยการเป็นผู้นำ แบบผู้รับใช้

หมายเหตุ….
ไม่มีใครรู้วันและเวลาของตนจริง ๆ …
หากเวลานี้มั่นใจว่าทำดีที่สุดแล้ว...ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลถึงวันพรุ่งนี้

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม 2018

สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“จงตื่นเฝ้าระวังเถิด เพราะท่านไม่รู้ว่านายของท่านจะกลับมาเมื่อไร...” (มธ 24:42-51)

ดูแลผู้รับใช้

แจกจ่ายอาหารให้ตามที่กำหนด

หากนายกลับมา จะต้องไม่มีใครหิวโหย

ไม่มีใครเจ็บไข้ ตกระกำลำบาก

วันนี้ ฉันดูแลพี่น้องของฉันอย่างไร

ฉันเตรียมที่ในหัวใจของฉันไว้ต้อนรับพี่น้องของฉันอย่างไร

เพราะในบรรดาบุคคลที่มาเยี่ยมฉัน

พระคริสตเจ้าทรงประทับอยู่ในพวกเขา

ฉันต้องไม่อับอายนะ 

ฉันจะต้องไม่พบความอับอายตลอดนิรันดร

เมื่อน้องสาวมรณาจะมาพบฉัน...

________________

สืบเนื่องจากคณะของผมมีสมาชิกไม่มาก หรืออาจจะต้องบอกว่าขาดแคลนเลยล่ะครับ ทำให้ผมต้องอยู่ที่ประจวบฯ คนเดียวในพื้นที่กว้างใหญ่... บางคนที่มาเยี่ยมถามว่า “เหงาไหม อยู่คนเดียว บ้านใหญ่แบบนี้” ผมก็บอกว่า “ไม่มีเวลาเหงาหรอก ครับ เหนื่อยมากกว่า” เมื่อตกเย็น เมื่อค่ำลง เหนื่อยครับ กับหน้าที่การงานทั้งวัน พักผ่อน ผมนอนหลับง่ายครับ ไม่เคยรู้สึกเหงาเลย...

ผมอ่านพระวาจาของพระเจ้าเช้านี้ ผมเข้าใจจริงๆ ครับ เข้าแบบไม่ต้องคิดถึงเรื่องอนาคต เรื่องการเตรียมตัวตายอย่างดี แต่เป็นเรื่องปัจจุบันที่หลายครั้งผมพบความอับอายในชีวิตจริงวันนี้ครับ ไม่ต้องรอให้เสียทีพลาดท่าเมื่อความตายมาถึงแล้วเราก็ไม่ได้เตรียมตัวให้พร้อม... วันนี้เลยครับ... เพราะสภาพบ้านที่ผมอยู่คนเดียวนี้ วัดที่เป็นที่สาธารณะที่ต้องต้อนรับลูกๆ ทุกคน พ่อเจ้าวัดเองที่ต้องเป็นดังพ่อของลูกๆ ทุกคน 24 ชั่วโมงต้องไม่ใช่เพื่อตนเองอีกต่อไป เพราะความโสดของพ่อเจ้าวัดไม่ได้หมายความว่าตัวคนเดียว แต่พ่อเจ้าวัดมีลูกๆ มากมาย รวมทั้งแขกมากมายที่ต้องพร้อมที่จะต้อนรับเสมอๆ ครับ วันหนึ่งไม่รู้ว่าจะมีใครมาเยี่ยมมาพบบ้าง ไม่รู้เลยจริงๆ เวลาที่มีเช่นพี่น้อง ก็ไม่อาจจะวางแผนอะไรได้ร้อยเปอร์เซ็น แต่ก็ต้องเผื่อไว้เพื่อลูกๆ เพื่อคนอื่นๆ ด้วย แต่ละวันที่มีคนมาเยี่ยมเยียนแบบไม่รู้ตัวล่วงหน้า พระสังฆราชหลายองค์ที่ผ่านมา พระสงฆ์ นักบวช สัตบุรุษทั้งที่เป็นลูกวัดประจวบเอง และมาจากวัดอื่นๆ น้องๆ เณรที่ผ่านมาเยี่ยม บางครั้ง เจอผมในสภาพที่มอมแมมมากเลย ฮิฮิ... พี่น้องครับ หากเตรียมไม่พร้อม หากวัดไม่สะอาด บ้านไม่สะอาด อายเหมือนกันนะครับ ขายหน้าหมดเลย ต่อผู้มาเยี่ยมเยือน

มีสัตบุรุษหลายที่มาเยี่ยมผม เมื่อเห็นผมกวาดใบไม้ ล้างห้องน้ำ ทำความสะอาดห้องอาหาร มีครับ บางคนบอกว่า “คุณพ่อ ไม่ต้องทำสิ่งเหล่านี้ทุกวันหรอก”... จริงๆ ผมก็ไม่ได้ทำทุกวันหรอก แต่พยายามทำทุกวันอ่ะครับ แม้จะไม่สามารถทำได้ทุกวัน... เพราะในความเป็นจริง ผมก็เป็นเจ้าบ้านที่อยากให้ทุกคนที่มาเยี่ยมได้พบความสุข ความสะอาด และความพร้อมที่จะให้การต้อนรับทุกคน... บ้านที่ใหญ่กับการอยู่คนเดียว บางทีผมไม่รู้เลยว่า สัตบุรุษที่มาเพียงหนึ่งคน จะหย่อนก้นนั่งลงที่ไหนในบ้านหรือในวัดของผม หากบังเอิญลูกๆ นั่งลงไปแล้วเจอฝุ่น พ่อเจ้าวัดก็อายแน่ๆ ครับ ดังนั้น สำหรับผม สัตบุรุษมาเยี่ยมหนึ่งคน หรือร้อยคน เตรียมเท่ากันครับ เพราะผมไม่รู้เลยว่า ลูกๆ จะเผลอไปนั่งที่ใด จะเข้าห้องน้ำไหม จะดื่มน้ำ ดื่มกาแฟ หรือต้องการอะไรไหม พ่อก็อยากเตรียมทุกอย่างให้พร้อมเพื่อต้อนรับลูกๆ อ่ะครับ และบางครั้ง ผมมีประสบการณ์ต้องต้อนรับพระสังฆราช ทั้งพระสังฆราชของตนเอง และพระสังฆราชที่รู้จักเมื่อผ่านมา ผมเคยอายมากครับ พระสังฆราชองค์หนึ่งเข้ามาที่วัดของผม เวลานั้น ผมมอมแมม เปียกปอนไปหมด ไม่เรียบร้อยเลย บ้านก็ไม่ค่อยสะอาดเท่าไรนัก... นี่แหละครับ คำตอบ... ไม่ได้หรอก บ้าน วัด ต้องพยายามทำให้พร้อมเสมอครับ ไม่สะอาดไม่ได้หรอก เดี๋ยวลูกๆ มาเยี่ยม เดี๋ยวผู้ใหญ่มาเยี่ยม อายเขาหมด...

พี่น้องที่รักครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ในชีวิตประจำวันของผม ที่ผมต้องมีสถานที่ที่เหมาะสมไว้ต้อนรับลูกๆ ของผม ที่ไม่รู้จะมาเมื่อไร แต่มาเมื่อไร ผมกอยากต้อนรับอย่างดีที่สุดครับ พลาดไป คืออายครับ หากต้อนรับสัตบุรุษ หรือผู้มาเยือนไม่น่าประทับใจ... จนบางที เพราะการอยู่คนเดียว ต้องเลือกให้ที่ส่วนตัวของตนเองรกครับ แต่ให้วัดต้องสะอาดที่สุด ที่ที่ลูกๆ จะต้องใช้ ห้องอาหาร ห้องน้ำ พื้นที่ต่างๆ ที่ลูกๆ เข้ามา ต้องสะอาดครับ “ผู้รับใช้นั้นเป็นสุขเมื่อนายกลับมา”... ผมเป็นสุข เมื่อเห็นลูกๆ ที่มาเยือนนั่งดื่มกาแฟ พักผ่อน เข้าห้องน้ำ และมีความสุขในการต้อนรับในบ้านของพระเจ้า ที่วัดของผม... โอ้ มันคือเรื่องเดียวกันที่ผมเรียนรู้จริงๆ ครับ

พระวาจาที่ผมประทับใจวันนี้ “จงตื่นเฝ้าระวังเถิด เพราะท่านไม่รู้ว่านายของท่านจะกลับมาเมื่อไร...” (มธ 24:42-51) สำหรับผม แทบไม่ต้องอธิบายครับ... เคยอายมาหลายๆ ครั้ง เมื่อผู้มาเยือนนั่งลงไปแล้วเจอฝุ่น อายจริงๆ ครับ แต่ก็ทำเต็มที่แล้วอ่ะครับ... ไม่ต้องพระเจ้าเสด็จมาหรอกครับ แค่ลูกๆ มาเยี่ยมแล้วเจอฝุ่น ผมก็อายสุดๆ แล้วล่ะครับ... ดังนั้น นี่จะเป็นความน่าอายมากกว่านั้นสักเพียงใด หากน้องสาวมรณามาเยี่ยม แล้วผมไม่พร้อมจะต้อนรับ แต่เธอก็มาอยู่ที่ประตูแล้วอ่ะครับ... พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ พระวรสารโดยนักบุญมัทธิววันนี้ เราก้าวเข้ามาในบทที่ 24 แล้ว พระเยซูเจ้าเริ่มพูดถึงเรื่องอาสานกาล เวลาที่เราจะกลับไปหาพระเจ้า เวลาที่พระองค์จะเสด็จมาครั้งที่สอง เราไม่รู้วันและเวลา ดังนั้น การเตรียมพร้อมครับ... คริสตชนต้องเตรียมพร้อม นั่นคือต้องเป็นคนดีเสมอ เป็นคนดีทั้งชีวิตครับ ประมาทไม่ได้... และชีวิตของคนที่เดินบนหนทางของความชอบธรรม ก็ไม่มีสิ่งใดที่น่ากังวล นายจะกลับมาเวลาใด น้องสาวมรณาจะมาเยี่ยมเยือนเมื่อใด เราก็พร้อมที่จะต้อนรับเธอเสมอ

ขออีกสักนิดครับ... “แจกจ่ายอาหารให้ตามกาลเวลา” พี่น้องครับ พระเจ้าทรงแต่งตั้งเราไว้ดังนั้น พระองค์ทรงประทานพระพรไว้ในมือเราแต่ละคน เพื่อแบ่งปันให้พี่น้องตามเวลาครับ คือเวลาที่พี่น้องของเราต้องการความช่วยเหลือ เวลาอาหาร พี่น้องของเราต้องไม่มีใครหิวโหย แต่เราต้องแบ่งปัน และแจกจ่ายให้ในเวลานั้นครับ นี่คือชีวิตคริสตชนในเนื้อแท้ ในธรรมชาติของลูกของพระเจ้า ที่ต้องเจริญชีวิตแต่ละวันอย่างดี เสมอต้นเสมอปลาย การตบตีเพื่อนผู้รับใช้ การดื่มเมามาย ต้องไม่มีในชีวิตเราเลย เพราะเราไม่รู้จริงๆ ว่า นายจะกลับมาเห็นเราในสภาพใด นายจะกลับมาเมื่อไร นั่นคือ... เราต้องเป็นคนดีเสมอจริงๆ ครับ

และก็ต้องบอกว่า ขออีกสักหน่อยครับ... พี่น้องครับ วันนี้เลยครับ ไม่ต้องน้องสาวมรณาหรอกครับ... คนข้างๆ เรานี่แหละครับพี่น้อง... คนนี้ คนที่เป็นสามีของเรา คนนี้ที่เป็นภรรยาของเรา เด็กซนๆ เหล่านี้ที่เป็นลูกของเรา.... บรรดาพี่น้องในคณะนักบวชของเรานี่แหละครับ... เรามีเวลาให้พวกเขามากน้อยเพียงใด เมื่อพวกเขาเข้ามาหาเรา มีเวลาโอบกอดกันและกันบ้างไหม หรือ... “อย่าเพิ่งมายุ่ง ฉันกำลังยุ่ง กำลังทำงาน”... “เหนื่อยแล้ว จะนอนแล้ว อย่ารบกวน” “เอ้า เอาไป อยากได้อะไรเอาไป แล้วไปไกลๆ เลย อย่ามายุ่ง...” ... คุณพ่อครับ คุณแม่ครับ... คุณพ่อเจ้าวัดครับ... คุณแม่อธิการ คุณพ่ออธิการครับ... นั่นคือลูกของเรานะครับ จะไม่จัดสรรเวลาไว้โอบกอดกันในหัวใจเราสักหน่อยหรือครับ และแท้จริงแล้ว เขาเข้ามาหาเราเวลาใด เราก็ต้องพร้อมที่จะต้อนรับอย่างดีที่สุด มิใช่หรือ... วันนี้ภาระงาน หน้าที่ของเรา ภาวะเศรษฐกิจ โลก สังคมวันนี้... พี่น้องครับ อย่าให้มันเข้ามาทำให้เรายุ่งอยู่ตลอดเวลาเลยนะครับ จนเราไม่มีเวลาให้พระเจ้า เราไม่มีเวลาให้กันและกัน และหนักที่สุด เราไม่มีเวลาให้ตนเอง ไม่มีเวลาแม้กระทั่งดูแลตนเองให้พร้อม เพื่อต้อนรับพระคริสตเจ้าเลย เราคงอายที่สุด และมันจะเป็นความอับอายชั่วนิรันดรไหมล่ะ... 

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ลูกรู้จักเตรียมบ้านในหัวใจของลูก เพื่อต้อนรับพระองค์เสมอเถิด ไม่ว่าพระองค์จะเสด็จมาในเวลาใด ขอให้ลูกเรียนรู้ที่จะเตรียมที่พักแสนอบอุ่นไว้ที่กลางใจของลูกเสมอเถิด เพื่อลูกจะไม่ต้องอับอายตลอดนิรันดร เพราะไม่เคยมีที่พร้อมไว้ในใจเสมอ เพื่อต้อนรับพระองค์

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันพฤหัสที่ 30 สิงหาคม 18 สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน 1คร1:1-9 / มธ 24:42-51
ขณะที่เปาโลอยู่ที่เมืองเอเฟซัส ท่านได้รับข่าวการทะเลาะเบาะแว้ง ความแตกแยก และการผิดประเวณีระหว่างพี่น้อง ที่พระศาสนจักรที่เมืองโครินทร์ ท่านจึงได้เขียนจดหมายถึงบรรดาชาวโครินทร์ โดยได้ชี้ให้เห็นปัญหาที่เกิดขึ้น และเปลี่ยนมุมมองของความคิด และเหตุการณ์ โดยมุ่งไปยังพระเยซูเจ้า
สิ่งแรกที่เปาโลได้กระทำ คือ การสร้างจุดยืนของท่าน ในการเขียนจดหมาย คือ ในฐานะเป็นอัครสาวกของพระเยซูเจ้า (1คร 1:1) และจากจุดยืนนี้เอง ที่ท่านได้เรียกพวกเขาว่า “ถึงผู้ศักดิ์สิทธิ์ ในพระคริสตเยซู คือ ได้รับเรียกให้เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ พร้อมกับทุกคนในทุกสถานที่” (1คร 1:2) แม้ว่าพวกชาวโครินทร์จะมีบทบาทในการทำบาปต่างๆ แต่เปาโลคิดว่า พวกเขามีความสำคัญ ไม่น้อยกว่าบรรดาผู้ที่ได้รับเรียก จากพระเป็นเจ้า ให้เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์
และในฐานะเป็นอัครสาวกของพระเยซูเจ้า เปาโลมีความสนใจ ที่จะสร้างพระราชัยของพระเป็นเจ้า แม้บรรดาคริสตชนจะเป็นคนบาป แต่เปาโลได้สร้างแรงบันดาลใจ ให้พวกเขารับรู้ความจริงในพระคริสตเจ้า และศักดิ์ศรีของพวกเขา ท่านได้เตือนให้พวกเขาเห็นความอ่อนแอ ที่พระคริสตเจ้าสามารถเพิ่มพลังให้พวกเขา และสุดท้ายพวกเขาจะได้รับพระพรทุกด้าน และทุกประการ เดชะพระองค์ คือ การประกาศพระวาจา และความรู้ทุกอย่าง
“มีเพียงชีวิตเพื่อผู้อื่นเท่านั้นที่มีคุณค่าแก่การมีชีวิต”(อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์)… “หน้าที่ของมนุษย์ คือการช่วยเหลือบุคคลผู้ที่อ่อนแอกว่าเรา มิใช่เอาเปรียบผู้อื่นที่อ่อนแอกว่า”(ภาษิตตะวันตก)… “ความแค้นที่ไร้เหตุผล เสมือการเผาเรือนตนเพื่อไล่หนูตัวเดียว”(ภาษิตอังกฤษ)... “ผู้สูญเสียความซื่อสัตย์เหมือนสูญเสียแล้วทุกสิ่งทุกอย่าง”(ภาษิตจีน)… “ถ้ามองแต่ความผิดของคนอื่น เธอจะมีแต่ความเกลียด ถ้ามองแต่ความดีของคนอื่น เธอจะมีแต่ความรัก”(ภาษิตตะวันตก).

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view