สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันจันทร์ที่ 3 กันยายน 2018 ระลึกถึงนักบุญเกรโกรี พระสันตะปาปา และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร

วันจันทร์ที่ 3 กันยายน 2018 ระลึกถึงนักบุญเกรโกรี พระสันตะปาปา และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร

🐌 การเพียงแต่ถือกุญแจอยู่ในมือแต่ไม่ยอมเอามาไข..
ก็หาใช่คำตอบไม่....เช่นเดียวกันกับความเชื่อ...
ที่จะมีพลังทุกครั้ง...เมื่อเราได้แสดงออกอย่างที่เราเชื่อ

📚บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 3 กันยายน 2018
ระลึกถึงนักบุญเกรโกรี พระสันตะปาปา
และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร
https://youtu.be/XGxOjoe8e8E

🍁 เวลานี้
https://youtu.be/_dYs-yNQkYQ

🐳🐳🐳🐳🐳🐳🐳🐳🐳

วันจันทร์ที่ 3 กันยายน 2018
ระลึกถึงนักบุญเกรโกรี พระสันตะปาปา
และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร
อ่าน :
1 คร 2:1-5
ลก 4:16-30

เมื่อจิตของพระเจ้าทรงอยู่กับพระเยซูเจ้า
พันธกิจที่พระองค์ทำ ได้รับการหนุนนำ
สร้างความประหลาดใจให้กับใครก็ตาม
ที่ได้สัมผัส มีประสบการณ์ด้วย แต่น่าเสียดาย
ที่บ่อยครั้งคนใกล้ชิด ที่คิดว่ารู้จัก
ความเป็นมนุษย์ของพระเยซูเจ้าดี กลับไปไม่ถึง
สิ่งที่พระเจ้าได้ทำผ่านทางพระเยซูเจ้า

แม้นในกิจการดี ที่เปาโลได้พยายามทำ ด้วยการเทศน์สอน
ท่านพบว่าตนเองยังคงมีความกลัว ความอ่อนแอ
ตามประสามนุษย์ แต่สิ่งที่ เป็นเอกลักษณ์
ทำให้ท่านไม่สะดุด คือ การเทศน์สอน
พูดในเรื่องของพระคริสตเจ้า

จิตตารมณ์แบบคริสตชน พร้อมกับความใจกว้าง
ที่พยายามตอบสนองความต้องการของทุกๆ คน
ทำให้ท่านนักบุญเกรโกรี แม้จะเป็นผู้รักษากฎ
ในการปกครอง แต่ท่านมองการณ์ไกล
ด้วยการใส่ใจทุกคน

หมายเหตุ..
พึงระวัง...การไม่ยอมให้เรื่องจริง เข้าหู
เพราะ เรื่องที่ควรรู้ ก็จะไม่เข้าใจไปด้วย

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันจันทร์ที่ 3 กันยายน 2018

สัปดาห์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา

ระลึกถึงนักบุญเกรโกรี มหาราช พระสันตะปาปา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“พระจิตของพระเจ้าทรงอยู่เหนือข้าพเจ้า...” (มก 7:1-8ก 14-15, 21-28)

ข้อความนี้เป็นความจริงแล้วในพระคริสตเจ้า

คริสตชนคือผู้ได้รับเจิมเช่นพระคริสตเจ้า

วันนี้ข้อความนี้เป็นความจริงมากน้อยเพียงใด

นั่นคือ...

“พระจิตของพระเจ้าทรงอยู่เหนือข้าพเจ้า...”

จิตของพระเจ้าอยู่ในชีวิตของฉันหรือ

หรือฉันรับเอาจิตอะไรเข้ามาไว้ในชีวิตของฉันเล่า...

โลกของฉัน พี่น้องของฉัน คนข้างเคียงฉัน

จึงยังตาบอดอยู่ ถูกจองจำอยู่ ยากจนขาดแคลนอยู่...

________________

อาทิตย์ที่แล้ว พระวาจาของพระเจ้านำให้เราไตร่ตรองถึงชีวิตที่ต้องมานะบากบั่น เพื่อวันสุดท้ายของเราจะเป็นวันที่เราได้เตรียมพร้อม และได้เก็บเกี่ยวผลแห่งการเป็นศิษย์พระเยซู เป็นลูกของพระเจ้า เมื่อชีวิตของเรานั้นแสนดี แสนสัตย์ซื่อในพระองค์... และเมื่อวานวันอาทิตย์ วันพระเจ้าที่ผ่านไป  พระวาจาของพระองค์ ทำให้เราไตร่ตรองเรื่องการเป็นคริสตชนแท้ ที่ถือกฎของพระเจ้าด้วยน้ำใสใจจริง จากการฟังพระวาจาของพระองค์ และเจริญชีวิตตามพระประสงค์ของพระองค์

ลักษณะการเป็นคริสตชนแท้ การเป็นศิษย์พระคริสตเจ้าที่แท้จริง เราถูกตอกย้ำในพระวรสารวันนี้อีกครั้ง เมื่อชีวิตและความศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าอยู่เหนือเรา โดยพระจิตเจ้าที่พระองค์ทรงประทานให้ในจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์เมื่อพระองค์ทรงสร้างเรามา ลมปราณของพระเจ้า จิตของพระเจ้า คือชีวิตพระเจ้าที่บรรจุไว้ในชีวิตเรา...

ชีวิตที่พระจิตเจ้าทรงประทับอยู่นั้นเป็นเช่นใด... คือชีวิตที่พระเจ้าทรงเจิมเราไว้ เพื่อให้ประกาศข่าวดีแก่คนยากจน ประกาศการปลดปล่อยแก่ผู้ถูกจองจำ คืนสายตาให้คนตาบอด ปลดปล่อยผู้ถูกกดขี่ให้เป็นอิสระ ประกาศปีแห่งความโปรดปรานของพระเจ้า... และพระเยซูเจ้าได้ตรัสว่า “ข้อความจากพระคัมภีร์ที่ท่านได้ยินกับหูอยู่นี้เป็นความจริงแล้ว”

พี่น้องที่รัก ปรีชาญาณของพระเจ้าไม่ใช่ความคิดของโลก ความเชื่อของเราในพระเจ้าไม่ใช่ผลของปรีชาญาณของมนุษย์ แต่เป็นผลจากอานุภาพของพระเจ้า (เทียบ บทอ่านที่หนึ่ง 1คร 2:1-5)... พระจิตของพระเจ้าที่ประทับอยู่เหนือเราแต่ละคนนั้น ทำให้เราต้องมีหัวใจของลูกของพระเจ้า และลักษณะของลูกของพระเจ้าคืออะไร เราพบในพระวรสารวันนี้ ที่เป็นอัตลักษณ์ของพระคริสตเจ้า อัตลักษณ์ของคริสตชน คือผู้ปลดปล่อยพี่น้องที่อยู่ในความทุกข์ยาก คืนสายตาให้คนตาบอด ปลดปล่อยผู้ถูกกดขี่ให้เป็นอิสระ

โลกเราวันนี้เป็นเช่นใด สังคมรอบข้างเราวันนี้เป็นเช่นใด พี่น้องของเราวันนี้เป็นอย่างไร สมาชิกในครอบครัวของเรา สมาชิกในหมู่คณะนักบวชของเราเป็นอย่างไรกันบ้าง... สภาพสังคม เศรษฐกิจที่บีดรัดเรา จนทำให้เราเจริญชีวิตอยู่แบบปากกัดตีนถีบ จนหลายๆ ครั้งเรา เพราะชีวิตที่ต้องดิ้นรน หลายครอบครัวไม่มีเวลาให้กัน กลับบ้านด้วยความเหนื่อยอ่อน ไม่มีกำลังใจ ไม่มีเรี่ยวมีแรงที่จะพบหน้ากัน ยิ้มให้กัน ทานอาหารด้วยกัน ต่างพากันพักผ่อน แบบหมดสภาพทุกวัน... หนักที่สุดที่ผมไตร่ตรองในวันนี้คือสิ่งนี้ครับ เพราะชีวิตคริสตชนวันนี้ บางทีปัญหาไม่ได้อยู่ที่เราจะจัดเวลาไปวัดวันอาทิตย์ เพื่อสรรเสริญพระเจ้าผู้ไม่ได้ต้องการอะไรจากเราเลย... แต่ปัญหาหนักกว่านั้น คือ หลายครั้งที่คริสตชนอย่างเราๆ นี่ เราไม่มีเวลาให้พระเจ้าผู้ประทับในครอบครัวของเรา พระเจ้าผู้ประทับในหมู่คณะนักบวชของเรา พระเจ้าผู้ทรงประทับในชีวิตของกันและกัน... คำว่า “ลูกค้าคือพระเจ้า” สำหรับผม ไม่ต่างกัน “สัตบุรุษคือพระเจ้า” ครับ ทุกคนต้องมองเห็นการประทับอยู่ของพระเจ้าในชีวิตของกันและกันไม่ใช่หรือ นั่นมิใช่หรือ ที่พระเจ้าทรงปรารถนาจากเรา หากใช่เครื่องบูชาล้ำค่าใดๆ แต่หัวใจที่อ่อนโยน หัวใจที่รักและเมตตาต่อกันและกัน พระองค์คือพระเจ้าผู้ตรัสว่า “ท่านได้ทำสิ่งใดกับพี่น้องที่ต่ำต้อย ท่านก็ได้ทำสิ่งนั้นต่อเรา” พระองค์ทรงเป็นพระองค์เดียวกันกับผู้ที่ตรัสว่า “นี่คือกายของเรา ที่จะมอบเพื่อท่าน” มิใช่หรือ... และพระองค์คือผู้ที่จะตรัสกับเราว่า... “เชิญมาร่วมยินดีกับนายของเจ้าเถิด ผู้รับใช้ที่ดีและสัตย์ซื่อ”

พระจิตของพระเจ้าทรงอยู่เหนือข้าพเจ้า พระจิตของพระเจ้าทรงประทับอยู่ในชีวิตของข้าพเจ้า... แท้จริงแล้ว นั่นคือชีวิตคริสตชนนั่นเอง ชีวิตที่พระเจ้าทรงประทับอยู่ แต่คำถามที่น่าไตร่ตรองวันนี้คือ จิตอะไรที่เรารับไว้ในชีวิตของเรา เป็นจิตของพระเจ้าหรือเปล่า...

หากเป็นเช่นนั้นแล้ว ยังมีพี่น้องคนใดของฉันหรือ ทั่งขัดสนยากจนและไม่ได้รับการแบ่งปันอะไรเลยจากฉัน มีใครบ้างไหมที่ฉันเองเป็นผู้พันธนาการเขาไว้ เพราะอคติ ความเคียดแค้นพยาบาท การไม่สามารถที่จะให้อภัย และยังมีใครบ้างไหมที่ตาบอดเพราะฉันไม่เคยให้เขามองเห็นความรัก ความเมตตาและกำลังใจที่จะทำให้เขาเห็นความงามของชีวิตที่พระเจ้าทรงประทับอยู่... เป็นฉันหรือเปล่า ที่ได้รับเจิมด้วยพระจิตเจ้าในศีลล้างบาป เป็นฉันมิใช่หรือที่ต้องเป็นเช่นนั้น คือผู้ที่ออกไปประกาศช่วงเวลาแห่งความโปรดปรานของพระเจ้า เวลาแห่งความรัก ความสุขและสันติ... วันนี้ฉันมีเวลาเพื่อแสวงหาการประทับอยู่ของพระเจ้าในชีวิตของกันและกันมากน้อยเพียงใด พระเจ้าผู้ต้องการหัวใจของฉันที่ปลอบโยนพระองค์ ท่ามกลางความทุกข์ยากลำบากและการถูกทอดทิ้งของพระองค์ ฉันจะพอที่จะให้เวลา เพียงมองและสนใจพระองค์บ้างได้ไหม

สำหรับพระเยซูเจ้าผู้ทรงประทับอยู่ท่ามกลางประชากรของพระองค์... ข้อความนี้เป็นความจริงแล้ว... และสำหรับฉันล่ะ... ฉันคือพระคริสตเจ้าอีกองค์หนึ่งที่ได้รับเจิมจากพระจิตเจ้าในวันรับศีลล้างบาป วันนี้ ข้อความนี้ เป็นความจริงในชีวิตของฉันมากน้อยเพียงใด... เครื่องวัดความเป็นจริงนี้อยู่ที่ว่า... วันนี้ พี่น้องของฉันเป็นอย่างไร ยังมีใครที่ขัดสนและขาดกำลังใจ ขาดความรัก ขาดความเมตตา หรือยังไม่เคยเห็นสิ่งดีๆ ที่ควรจะได้รับบ้างเลย... 

ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงประทานพระจิตของพระองค์ในชีวิตของลูก ขออย่าให้ลูกทำให้จิตของพระเจ้าต้องมัวหมองด้วยหัวใจที่เย็นชาต่อกันและกันเลย ขอให้ลูกรักษาไว้ซึ่งจิตของพระคริสตเจ้าในชีวิตของลูกเสมอเถิด

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)




วันจันทร์ที่ 3 กันยายน 18 สัปดาห์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน 1คร 2:1-5 / ลก 4:16-30
มีอะไรที่ทำให้คำเทศนาของพระองค์ถูกปฏิเสธ พระองค์ทรงใช้ประกาศกสองท่าน คือ เอลียาห์และเอลีชา ซึ่งเป็นตัวอย่างในการจากบ้านเกิดเมืองนอนของตน ไปประกาศสั่งสอนในสถานที่อื่น จนทำให้เพื่อนบ้านเดียวกันกับพระองค์โกรธ ประกาศกทั้งสองท่าน เป็นที่ยอมรับจากพระเป็นเจ้า เพราะพวกท่านไม่ได้จำกัดการทำหน้าที่ เฉพาะในเมืองของตนเอง แต่ได้ออกไปเพื่อช่วยเหลือประชาชน ที่ไม่ได้เป็นเพื่อนร่วมชาติ พระเยซูเจ้าทรงต้องการทำเช่นเดียวกัน เพื่อนบ้านไม่ชอบความคิดของพระองค์ พวกเขาได้ใช้ความรุนแรงกับพระองค์
ถ้าเราต้องการที่จะเป็นที่ยอมรับของพระเป็นเจ้า เราต้องทำตามแผนการของพระเป็นเจ้า เราจะต้องไม่พอใจที่จะอยู่แต่ที่บ้าน เพื่อมีความสุขพร้อมกับครอบครัว และญาติพี่น้องเท่านั้น ซึ่งอาจจะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่พระเป็นเจ้าต้องการ ไปสนองความต้องการของพวกเขา ถ้าเราทำตามที่พวกเขาปรารถนา เราก็จะถูกพระเป็นเจ้าปฏิเสธก็ได้
วันนี้ ยังเป็นวันที่พระศาสนจักรระลึกถึงนักบุญเกรโกรี่ พระสันตะปาปา และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร ท่านเป็นบุตรของวุฒิสมาชิกโรมันที่ร่ำรวย ได้รับการศึกษาอย่างดี จากอาจารย์ที่มีชื่อเสียง และได้เป็นประมุขของกรุงโรมนานหนึ่งปี ท่านได้ขายทรัพย์สมบัติทั้งหมด และได้ดัดแปลงบ้าน ให้เป็นอารามของฤษีคณะเบเนดิกติน ยังได้ใช้เงินที่มีซื้ออารามอีกหกแห่งที่เกาะซีซีลี และอีกหนึ่งแห่งในกรุงโรม เมื่อเห็นพวกเด็กๆชาวอังกฤษถูกขายในโรมันฟอรัม ท่านได้ตัดสินใจเป็นมิชชันนารีไปยังประเทศอังกฤษ ท่านได้รับเลือกเป็นพระสันตะปาปาด้วยคะแนนเป็นเอกฉันท์ ในปี 590 เป็นฤษีองค์แรกที่ได้รับเลือกให้เป็นพระสันตะปาปา และได้ส่งนักบุญออกัสติน แห่งแคนเทอเบอร์รีและพรรคพวก ไปเป็นมิชชันนารีในประเทศอังกฤษ สเปน และอัฟริกา ท่านเขียนงานเกี่ยวกับพิธีมิสซา การทำวัตร และบทเพลงต่างๆที่เรารู้จักในชื่อ บทเพลงเกรโกเรียน ท่านเป็นหนึ่งในสี่ของนักปราชญ์ของพระศาสนจักรลาติน.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)


view