สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพุธที่ 5 กันยายน 2018 สัปดาห์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา

วันพุธที่ 5 กันยายน 2018 สัปดาห์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา

🌺ประโยชน์สุดเลอค่า
คือ การได้เจอพระคริสตเยซู
ในพระวาจา ในเพื่อนมนุษย์
ได้รัก ได้รับใช้ทุกคน
ด้วยสิ่งที่ตนมี และเป็น
และดำรงตนตามพระวาจาของพระองค์

📚บทอ่านประจำวันพุธที่ 5 กันยายน 2018
สัปดาห์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา
https://youtu.be/IB3kv_wU9Io

🍎ผู้รับใช้
https://youtu.be/1rNxcYGyoSY

🌴🌴🌴🌴🌴🌴🌴🌴🌴🌴

วันพุธที่ 5 กันยายน 2018
สัปดาห์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
1 คร 3:1-9
ลก 4:38-44

เมื่อได้เห็นกิจการที่พระเยซูเจ้าทรงกระทำ
ประชาชนต่างชื่นชม อยากที่จะเหนี่ยวรั้งพระเยซูเจ้า
ให้อยู่กับพวกเขา แต่ด้วยตระหนักว่าทรง
เป็นเพียงผู้ร่วมงานกับพระเจ้า ที่ทำตามหน้าที่ของตน
พระเยซูเจ้ามิได้หยุดอยู่กับคำชื่นชม เชิญชวน
แต่ยังคงทำหน้าที่ของพระองค์ต่อไป

เมื่อธรรมชาติในการทำหน้าที่ของมนุษย์ สะดุด
ด้วยความอิจฉาริษยา ทะเลาะวิวาทกัน
เปาโลจึงแนะนำ ทำให้เห็นว่า
ในฐานะที่แต่ละคนเป็นผู้ร่วมงานกับพระเจ้านั้น
ไม่สำคัญว่าทำหน้าที่อะไร เพราะพระเจ้าจะทรงเป็นผู้บันดาล
ให้งานนั้นพัฒนาเติบโต

หมายเหตุ..
ทำตามหน้าที่แล้วมีปัญหา
ย่อมดีกว่า ปล่อยให้มีปัญหา
เพราะไม่ทำหน้าที่

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพุธที่ 5 กันยายน 2018

สัปดาห์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“พระองค์ทรงก้มลงเหนือนาง และบังคับไข้ นางก็หายไข้ ลุกขึ้นมารับใช้ทุกคนทันที...” (ลก 4:38-44)

ไข้ คือชะตากรรมของมนุษย์ที่ต้องเผชิญ

แต่เมื่อพระเจ้าทรงก้มลงสัมผัสเรา

ที่ที่พระองค์ประทับอยู่

ไม่มีอะไรทำร้ายลูกของพระองค์ได้

แต่เขาจะลุกขึ้น มีกำลังพอ

ที่จะรับใช้ทุกคน

เพราะพระองค์ทรงเป็นพละกำลังของเขา...

โอ้ ความป่วยไข้หรือความยากลำบากใดๆ เล่า

จะทำให้ลูกเลิกรักและหวังในพระองค์...

เพราะผู้ที่คอยท่าพระองค์ จะไม่ได้รับความอับอาย

________________

ผมเดินหน้าต่อในเช้าวันนี้ ถึงสิ่งที่เป็นกำลังใจของชีวิตคริสตชนของผมและของพี่น้องด้วย สิ่งที่เป็นแบบอย่างและกำลังใจของเราจริงๆ เมื่อชีวิตคริสตชนไม่ได้หมายถึงชีวิตที่อยู่เหนือคนอื่นๆ... เมื่อชีวิตคริสตชน ไม่ได้เป็นชีวิตที่แสนสุขสบาย ร่ำรวยเงินทอง ไม่เจ็บไม่ป่วย แต่เป็นชีวิตที่อยู่อย่างมีความสุขในการน้อมรับ และยินดีอยู่กับทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ด้วยความเชื่อ ความหวัง และความวางใจในพระเจ้าผู้ทรงเป็นผู้บันดาลการเจริญเติบโต... เราอาจจะเป็นผู้ที่ปลูก รดน้ำพรวนดิน แต่ความเชื่อที่เติบโตจริงๆ ของเรานั้น คือพระเจ้าผู้ทรงบันดาลให้เกิดขึ้นเท่านั้นเอง (เทียบ บทอ่านที่หนึ่ง 1คร 3:1-9) นั่นก็หมายความว่า “พระเจ้าทรงประทับอยู่” เสมอท่ามกลางชีวิตเรา

พี่น้องที่รักครับ ผมตอกย้ำความคิดนี้เสมอๆ แม้ในท่ามกลางเวลาที่เราบอกว่าพระเจ้าอยู่ไหน ทำไมฉันภาวนาแล้วฉันยังเจ็บป่วย (ผมก็ยังป่วยด้วยเช่นกันครับ) ทำไมฉันภาวนาแล้วยังยากจน... โห พี่น้องครับ เราหวังอะไรจากการภาวนาหรือ เราหวังอะไรจากคุณค่าของความเป็นบิดาของเราหรือ เมื่อไม่ได้สิ่งที่หวังนั้น พ่อก็ไม่เป็นพ่อของลูกอีกแล้วหรือ... หากเป็นเช่นนั้น พระเจ้าก็คงหมดคุณค่า หมดความหมายสำหรับเรา... หากเป็นเช่นนั้น พ่อก็ไม่ได้มีค่าอะไรสำหรับลูกอีก... แต่ลูกที่รักพ่อ ลูกของมั่นใจว่า พ่ออยู่ใกล้ๆ ลูกยังมีพ่ออยู่ที่นี่ เท่านี้ลูกก็มีความสุขแล้วมิใช่หรือ...

พี่น้องที่รักครับ พระเจ้าประทับอยู่ครับ พระองค์อยู่แม้ในความทุกข์ยากลำบากของเรา พระองค์ทรงอยู่เคียงข้างเราเสมอครับ... ความทุกข์ยากต่างๆ นั้น เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงบันดาลให้เป็นไปกับมนุษย์หรือ... คงไม่ใช่แน่ๆ เพราะตั้งแต่ปฐมกาล พระองค์ทรงสร้างเรามาในความบรมสุข ในความดีบริบูรณ์ ด้วยหากพระเจ้าเป็นองค์ความดีบริบูรณ์แล้ว จะมีความทุกข์หรือความเลวร้ายใดๆ อยู่ในพระองค์ไม่ได้เลย แต่เราคงต้องถามตนเอง ไตร่ตรองเองดูดีๆ ว่า ความทุกข์ยากนั้นมาจากไหน... ในยามที่เรากำลังจะบ่นว่าพระเจ้านั้น... ถามตนเองซิว่า พระเจ้าได้อะไรจากเรามนุษย์หรือ... หากเราเป็นคนดี ความเป็นพระเจ้าของพระเจ้ายิ่งใหญ่ขึ้นหรือ... หรือในทางตรงกันข้าม หากเราเป็นคนบาป เราเป็นคนแสนเลว เราทำอะไรให้พระเจ้าตกต่ำลงกระนั้นหรือ... พี่น้องครับ เปล่าเลย พระเจ้าไม่ได้รับผลกระทบอะไรจากชีวิตของเราเลย ไม่ว่าเราจะเป็นคนดีหรือคนเลว... แต่เราไม่ใช่หรือ ท่ามกลางชีวิตที่แสนดี ชีวิตที่สนิทสัมพันธ์กับพระเจ้า นั่นคือชีวิตที่เรายังได้รับพระพรจากพระองค์...

เทียบพระเจ้าในฟ้าสวรรค์ มนุษย์เป็นผู้ใด ที่พระองค์ต้องสนใจตัวข้าฯ (เทียบ สดด 8) แต่พระองค์ไม่เคยทอดทิ้ง และทรงอยู่ไม่ไกล ข้าฯไม่มีผู้ใดนอกจากพระองค์ เมื่อข้าฯ ต้องเดินในทางมืดมิด พระองค์สถิตและนำชีวิตให้ผ่านไป... ไม่ใช่ความดีท้าเคยทำ แต่เป็นความงามในรักพระองค์ ที่ทรงให้ข้าฯเข้ามาในทางพระองค์... ไม่ใช่ความดีที่ข้าต้องทำ แต่ข้าจะดำเนินตามพระองค์ ผู้ทรงเป็นความสมบูรณ์ของตัวข้าฯ...เปลี่ยนแผ่นดินที่เคยแห้งแล้ง พระองค์เทฝนพลัน ทำให้ใจได้พบความชุ่มฉ่ำ... จากเวลาที่เคยขัดสน พระองค์เติมหัวใจ ข้าไม่มีผู้ใดนอกจากพระองค์... บทเพลง “ไม่ใช่ตัวข้าฯ” ที่รวมความรู้สึกดีๆ ไว้ให้ผมได้ไตร่ตรองเสมอ ทุกวันนี้ เพราะพระองค์ทรงประทับอยู่ไม่ใช่หรือ ผมจึงยังพอมีกำลังที่จะทำงาน รับใช้พระเจ้าและพยายามดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระเจ้าเพื่อรักและรับใช้เพื่อนพี่น้อง... บทนำขอบพระคุณที่สี่สำหรับวันธรรมดาให้ความรู้สึกจริงๆ กับผม... เมื่อ... พระองค์ไม่ทรงมีความจำเป็นที่จะต้องรับคำสรรเสริญใดๆ กระนั้นก็ดียังทรงให้ข้าพเจ้าทั้งหลายได้ขอบพระคุณ คำสดุดีไม่ได้เพิ่มพูนพระเกียรติ แต่นำพระหรรษทานมาช่วยข้าพเจ้าทั้งหลายให้รอด... ใช่ครับ ความดีของผมมาจากพระทัยเมตตาของพระองค์ และความดีของผมก็ไม่ได้เพิ่มพูนพระเกียรติอะไรให้พระเจ้าผู้ทรงเป็นความสมบูรณ์อะไรเลย แต่ทว่า นี่คือสิ่งที่นำพระหรรษทานมาสู่ผมต่างหาก จนผมพอมีเรี่ยวแรงพอที่จะทำอะไรดีๆ ได้ไม่น้อยไม่ใช่หรือ... จากหนักเป็นเบา และสิ่งที่พออยู่ได้อย่างมีความสุข หากมั่นใจว่า พระเจ้าประทับอยู่ที่นี่ พระองค์ทรงอยู่ท่ามกลางชีวิตฉัน ทุกอย่างมันแสนลงตัว... เมื่อวานนี้ อยู่ๆเจ้าเครื่องเสียงในวัดก็ไม่ดังเอาดื้อๆซะงั้น แต่ว่า เสียงผมก็เต็มร้อยพอที่จะถวายมิสซาได้แบบไม่ได้รับผลกระทบอะไร... หากว่ามันเป็นเช่นนี้ในวันอาทิตย์ที่ผ่านไป ผมคงแย่ ในเวลาที่ผมไม่มีเสียงทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ ที่ผมต้องพึ่งเครื่องเสียงจริงๆ แต่วันนี้ เรื่องเล็กๆ นี้ ยิ่งใหญ่พอที่จะทำให้ผมรู้ว่า เมื่อพระองค์ทรงประทับอยู่ ทุกอย่างมันแสนลงตัวจริงๆ... พระเจ้าข้า ผู้ที่คอยท่าพระองค์ จะไม่ได้รับความอับอาย (เพลงสร้อยวันนี้)

เราพบสถานการณ์ของชีวิตของพระเยซูในพระวรสารของวันเหล่านี้ ชีวิตที่มีพระจิตเจ้าทรงนำ สถานการณ์ของชีวิตของพระองค์ ที่มีสุขบ้าง ทุกข์บ้าง คนสรรเสริญบ้าง คนมุ่งร้ายบ้าง แต่พระองค์ก็ยังคงมุ่งหน้าในพันธกิจของพระองค์ ความเลวร้าย ความไม่ดีที่เกิดขึ้น การปองร้าย ไม่ได้ทำให้พระองค์สูญเสียกำลังใจ แต่ยังได้เสด็จไปในทุกที่ และเป็นดังพระพรเพื่อทุกคน... พระเยซูเจ้าเสด็จออกจากศาลาธรรมด้วยหลากหลายความรู้สึก ดีและไม่ดีจากผู้คนที่นั่น แต่ก็เสด็จเข้าไปในบ้านของซีโมน พบแม่ยายของท่านป่วยไข้อยู่ พระองค์ก็ทรงรักษาให้หาย... นี่คือภาพที่แสนประทับใจของผมในเช้าวันนี้ ชีวิตที่ไม่ใช่ว่าจะได้รับความสำเร็จทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นชีวิตเพื่อคนอื่น เป็นชีวิตเพื่อทุกคน

“นางก็หาย ลุกขึ้นมารับใช้ทุกคนทันที...” สิ่งนี้นำให้หัวใจผมคิดในเช้านี้จริงๆ โรคภัยไข้เจ็บมาจากพระเจ้าหรือ เปล่าเลย แต่พระเจ้าผู้อยู่เหนือความเจ็บข้านั้น ทรงก้มลงมารับความเจ็บไข้ แบกรับความบาปของมนุษย์ไว้... พระเจ้าได้อะไรจากมนุษย์หรือ พระองค์จำเป็นต้องสร้างเรามาให้เป็นภาระของพระองค์หรือ... แต่นี่ไม่ใช่เพราะความรักที่พระเจ้าทรงแบ่งปันกับเราหรือ เราจึงจะได้มีชีวิตอยู่เพื่อรักและสรรเสริญพระองค์ มีชีวิตอยู่เพื่อกันและกัน เมื่อพระเจ้าทรงรักเราก่อน เราก็ต้องลุกขึ้นและรับใช้ทุกคนทันทีไม่ใช่หรือ...

ข้าแต่พระเจ้า ลูกตอบไม่ได้ว่า กี่ครั้งกี่หน ที่พระองค์ทรงเข้ามามีบทบาทในชีวิตของลูกที่แสนย่ำแย่ แต่เมื่อพระองค์เข้ามายุ่งเกี่ยวและมีบทบาทจริงๆ ชีวิตของลูกก็ดีขึ้นมาก ความเป็นคน ความเป็นลูกของพระองค์ค่อยกลับคืนมา เมื่อพระองค์ทรงสัมผัสชีวิตของลูก เมื่อพระองค์ทรงเข้ามามีบทบาท... สิ่งนี้ มันไม่ใช่สิทธิใดๆ ของลูกที่ลูกสามารถเรียกร้องจากพระองค์เลย แต่ทั้งหมดนี้ คือพระเมตตาของพระองค์ล้วนๆ เลย พระเจ้าข้า ลูกขอบคุณพระองค์

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

https://www.youtube.com/watch?v=tG-eWtZvWbI





วันพุธที่ 5 กันยายน 18 สัปดาห์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน 1คร 3:1-9 / ลก 4:38-44
เมื่อเวลาที่ท่านพบความยุ่งยาก ท่านนำความยุ่งยากนั้นไปบอกใคร? บรรดาสานุศิษย์ของพระเยซูเจ้าได้นำความยุ่งยากของพวกเขา มาให้พระเยซูเจ้า เพราะพวกเขารู้ว่า พระองค์ทรงพร้อมและสามารถเผชิญกับความยุ่งยากทั้งหลาย ความทุกข์ หรือความเจ็บป่วย ที่พวกเขาต้องเผชิญมา เมื่อซีโมน เปโตรได้นำพระเยซูเจ้ไปที่บ้านของตน เพื่อรับประทานอาหารในวันสับบาโต (หลังจากที่พระองค์ได้เทศนาในศาลาธรรมของเมืองคารเปอรนาอุม) พระองค์ได้รักษาแม่ยายของท่านให้หายจากไข้ เพราะพระองค์ได้ยินคำภาวนาของซีโมน พระเยซูเจ้าต้องพบกับฝูงชน ในทุกแห่งที่พระองค์ได้เสด็จไป
ไม่มีใครเลยที่ได้ทูลขอพรเยซูเจ้าแล้ว จะได้รับการปฏิเสธ การบำบัดรักษาโรคจำนวนมาก และการขับไล่ปิศาจ แสดงให้เห็นถึงอำนาจของพระวาจาของพระองค์ ที่เป็นข่าวดีถึงพระราชัยของพระเป็นเจ้า เมื่อพระองค์ทรงรักษา อาการไข้ก็หายไปทันที เมื่อพระองค์ทรงสำทับปิศาจ มันก็ออกไปทันทีเช่นเดียวกัน ทำไมปิศาจจึงมีอาการตัวสั่น เมื่อมันเผชิญหน้ากับพระองค์? เพราะมันรู้ว่า พระองค์เป็นพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเป็นเจ้า และพระองค์ทรงมีอำนาจที่จะทำลายอาณาจักรของมัน โดยช่วยปลดปล่อยคนที่มันสิงอยู่ พระเยซูเจ้าได้เสด็จมา เพื่อช่วยปลดปล่อยเราจากการตกเป็นทาสของบาป และปิศาจ...ท่านได้แสวงหาอิสระภาพจากพระคริสตเจ้ และวางใจในอำนาจของพระองค์ ที่จะช่วยปลดปล่อยท่านให้เป็นอิสระหรือไม่?
เมื่อพระเยซูเจ้าและบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ ได้พบสถานที่สงบ เพื่อรวมต้วกันและพักผ่อน พวกเขาได้พบฝูงชนที่กำลังรอคอยอยู่ พวกเขาเองรู้สึกว่า กำลังถูกรบกวน ในขณะที่กำลังต้องการเวลาส่วนตัว และการผ่อนคลาย ขณะที่พระเยซูเจ้าทรงต้อนรับพวกเขา เพราะพระองค์ถือว่าความต้องการของคนอื่นนั้นสำคัญมากกว่าสิ่งอื่นใด การแสดงความสงสารของพระองค์ แสดงให้เห็นถึงความรักอันลึกซึ้งของพระเป็นเจ้า ต่อทุกคน ที่กำลังต้องการการบำบัดรักษา ทั้งด้านร่างกายและจิตใจจากพระองค์. ผู้ทรงรักทุกคนมากกว่าสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)


view