สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันจันทร์ที่ 10 กันยายน 2018 สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา

วันจันทร์ที่ 10 กันยายน 2018 สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา

🌻ขอบพระคุณ....
สำหรับความรักที่อัศจรรย์ของพระองค์
เพื่อข้าพระองค์และเพื่อคนทั้งหลาย

📚 บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 10 กันยายน 2018
สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา
https://youtu.be/a1LfOwPOR_I

🌼เมื่อลูกได้เชื่อ
http://youtu.be/T1jREr72LsU

🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀

วันจันทร์ที่ 10 กันยายน 2018
สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา
อ่าน :
1คร 5:1-8
ลก 6:6-11

ทั้ง ๆ ที่เป็นวันพระ ธรรมาจารย์และฟาริสี
กลุ่มคนที่ได้ชื่อว่า มีชีวิตใกล้ชิดพระแท่นบูชา
กลับปล่อยให้ความอิจฉา พาใจห่างเหิน
เพลิดเพลินกับการหาเหตุ ที่จะทำลายพระเยซูเจ้า

นักบุญเปาโล ทำให้เห็นว่า ..
แม้ร่างกายของท่านจะอยู่ห่างไกล แต่ใจของท่าน
ยังคงสามารถ ชิดใกล้กับกลุ่มคริสตชนที่ตนดูแล
ด้วยความ เป็นห่วงเป็นใย ใส่ใจในหน้าที่
ยินดีตักเตือน เมื่อพบคนทำผิด

หมายเหตุ..
ตัวที่อยู่ห่างไกล คงไม่เหงา
เท่าใจที่อยู่ห่างกัน..

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันจันทร์ที่ 10 กันยายน 2018

สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ชายมือขวาลีบ..” (ลก 6:6-11)

เขาได้รับการรักษาในวันของพระเจ้า

แต่ในวันของพระเจ้า...

อนิจจา... หากหัวใจของฉันลีบไป

หากหัวใจของฉันเย็นชา ไร้ความรู้สึก

หัวใจของฉันกลับลีบไปในวันของพระองค์

ดังนั้น... หากเป็นเช่นนั้น

ฉันทรยศต่อพระเจ้าหรือเปล่า

วันนี้ หัวใจของฉันด้วยหรือเปล่า

ที่เข้าไปขอรับการรักษา

แม้วันนั้นจะเป็นวันสะบาโตก็ตาม...

________________

วันสะบาโต วันอาทิตย์ วันของพระเจ้า ที่ควรจะเป็นวันแห่งสัมพันธ์ภาพ วันแห่งมิตรภาพและสันติภาพมิใช่หรือ สันติภาพที่เกิดในชีวิตและจิตวิญญาณของเราที่พระเจ้าทรงประทับอยู่เสมอ ดังว่าชีวิตของเราเป็นพระวิหารของพระจิตเจ้า และเมื่อเป็นดังนี้แล้ว สิ่งที่ออกมาจากชีวิตของเรา จึงควรหรือไม่ที่จะเป็นสิ่งที่ดีจากส่วนลึกของจิตใจของเรา... เราเพิ่งผ่านวันอาทิตย์ วันของพระเจ้ามาเมื่อวานนี้เอง พระวาจาของพระเจ้า ที่ผมไตร่ตรองทุกวัน ทีละเล็กทีละน้อย ทำให้ผมรู้สึกอ่อนโยนมากขึ้นเสมอทุกวันโดยไม่ทันสังเกตว่าผมเปลี่ยนไปอย่างไร เหมือนการเติบโตทีละเล็กทีละน้อย จากชีวิตของผมที่อาจจะเคยเป็นคนใจร้อน ใจร้อนมากๆ ด้วย แต่วันนี้ พระวาจาของพระเจ้าที่เตือนผมทุกวัน พระวาจาของพระองค์ที่ผมไตร่ตรองทุกวัน พระเจ้าที่ได้ตรัสทุกวันอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยและไม่เคยหมดหวังในลูกของพระองค์ สิ่งนี้ต้องเกิดผลครับ... มันเป็นสิ่งที่สอนผมอย่างเงียบๆ จริงๆ ว่า เราต้องเพียรทนกับผู้อื่นด้วย พ่อแม่ที่ต้องอบรมสั่งสอนลูกๆ สอนไปเถอะครับ อย่าท้อถอย สิ่งนี้จะเกิดผลแน่ๆ  ไม่มากก็น้อย ไม่ช้าก็เร็ว เพราะแบบอย่างชีวิตที่เพียรอดทนของเรา

เมื่อเช้าวานนี้ เช้าวันอาทิตย์ ระหว่างที่ผมกำลังทำความสะอาดวัดอีกครั้งก่อนที่สัตบุรุษ ลูกๆ ของผมจะมาวัดในวันของพระเจ้า อยู่ๆ ก็มีภาพชายคนหนึ่งปรากฏมาทำอะไรบางอย่าง ที่ทำให้ผมต้องแอบมอง “เอ๊ะ มาทำอะไรในวันอาทิตย์...” เจ้าหน้าที่จดมาตรประปาครับ... เขามาจดมาตรประปา... หลายครั้งแล้ว ที่ผมเห็นจดหมาย เอกสารของผมเปียกหมดเลย จนอ่านไม่ได้ เพราะเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์มาส่งนอกเวลา และเขาก็เสียบไว้ที่ประตูรั่ว ในเวลาที่ฝนตก เอกสารนั้นเปียกหมด ผมคิดไปต่างๆ นานา ที่แฝงไปด้วยความไม่เข้าใจครับ... แต่เช้าวานนี้ ในความไม่เข้าใจ อีกความคิดหนึ่งในวันของพระเจ้า ในเวลาที่กำลังทำความสะอาดบ้านของพระเจ้า วิหารของพระองค์ที่อีกสักครู่ลูกของพระจะมาชุมนุมกันนั้น... วานนี้เอง ผมกลับได้บทไตร่ตรองที่ดีจากภาพที่เห็น ผมสะท้อนภาพมองกลับไปที่ครอบครัวคริสตชนทันทีครับ มองกลับไปที่ชีวิตของชุมชนคริสตชนที่เป็นดังครอบครัวของพระเจ้าครับ... ผมถามตนเองว่า “หัวหน้างานจะรู้ไหมเนี่ย ที่ลูกน้องต้องทำงานในวันอาทิตย์” วันนี้ผมบอกตนเอง ให้เรามองข้ามคำว่าเขาขี้เกียจไป มองข้ามมุมที่ลบไปก่อนได้ไหม แล้วตั้งคำถามบนภาพที่เห็นดีกว่าว่า... “หากเป็นเช่นนี้ หากคนหนึ่งต้องทำงานในวันอาทิตย์ด้วยแล้ว ครอบครัวของเขาจะเป็นเช่นใด” หกวัน ก็ทำงานแล้ว เป็นเวลาที่แทบไม่ได้เห็นหน้ากัน แถมกลับมาบ้าน บางครั้งก็เหนื่อยมากจนไม่อยากจะคุยกัน ไม่มีโอกาสทานอาหารร่วมกัน... ภาพที่ผมเห็นเมื่อวานนี้ ผมไม่ทราบจริงๆ ว่า ความจริงเป็นเช่นใด...แต่ผมกลับสนใจสิ่งที่เกิดขึ้น ที่แม้ว่า ผมอาจจะมองว่า นี่คือความเสียสละ ขยันขันแข็งก็คงเป็นได้ แต่ผมก็ยังมีอีกมุมหนึ่งที่ผมเป็นห่วงสังคมในเซลล์เล็กๆ ที่เรียกว่าครอบครัวที่วันนี้ไม่สู้จะมั่นคงนัก ผมเป็นห่วงเรื่องนั้นจริงๆ หากวันอาทิตย์ พ่อยังต้องทำงานเช่นทุกวัน แล้ววันอาทิตย์จะเป็นวันของครอบครัวได้ไหมหนอ... แต่ก็ นะ... เราไม่ทราบ ชายคนนั้น อาจจะมีอีกบางมุมที่น่ารักกว่าก็ได้ เป็นมุมที่เขาแบ่งปันเวลาให้ครอบครัวในเวลาอื่นๆ แต่ใจของคริสตชนคนหนึ่งเมื่อวาน ผมรู้สึกเป็นห่วงเขาจัง...

พี่น้องที่รักครับ ผมมั่นใจจริงๆ ว่าสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกเป็นห่วงชายคนนั้น มันมาจากผลของพระวาจาของพระเจ้าที่ผมไตร่ตรองทุกวันแน่ๆ ครับ แม้ว่าผมยังไม่เป็นนักบุญหรอก แต่เวลาที่ผมให้กับการไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้านั้นช่างมีค่าเหลือเกิน เพราะนั่นเป็นหนึ่งในการอบรมลูกชายคนนี้ ที่พระเจ้าเพียรอดทนอยู่ตลอดเวลา เพื่อความดีของลูกของพระองค์... สิ่งนี้รักษาหัวใจของผมที่กำลังเย็นชา... “ไม่คิดอะไร” “ไม่รู้สึกอะไร” นั่นคือความเย็นชา มันคืออาการของไวรัสแห่งจิตวิญญาณ ที่ผมพบว่า วันนี้มีผู้ป่วยสองคนในพระวรสารครับ... ชายคนนั้นที่มือขวาลีบ และเขาได้รับการรักษาจากพระเยซูเจ้าในวันสะบาโต วันของพระเจ้า วันที่เขาได้รับพระพรจากพระองค์ พระองค์ที่เป็นบุตรของพระเจ้าและทรงเป็นพระเจ้า... นอกนั้น ผมพบอีกหลายคนครับ ที่ป่วยหนักกว่าคือ พวกเขา “ใจลีบ” ครับ หัวใจของพวกเขาลีบจริงๆ หัวใจของเขาเย็นชาต่อความทุกข์ยากของเพื่อนพี่น้อง เดินตามกฎแบบคนตาบอดหูหนวก...

วันสะบาโต วันของพระเจ้า เป็นวันที่ต้องรักษาอาการเย็นชาของหัวใจที่ลีบๆ นี้ด้วยหรือเปล่า... การไปวัดวันอาทิตย์ของเราทำให้เราได้รับการรักษาจากพระเจ้ามากน้อยเพียงใด หรือในศาลาธรรม ในบ้านของพระเจ้า พี่น้องของเราได้รับการรักษาจากพระเจ้า แต่เราเองกลับออกมาจากวัดด้วยโรค “หัวใจลีบ” และเย็นชาเหลือเกินต่อความทุกข์ยากของเพื่อนพี่น้องในวันของพระเจ้า... 

ผมมั่นใจจริงๆ ในความรู้สึกที่หากผมเป็นชายคนนั้นที่มือขวาลีบคนนั้นที่ได้รับการรักษาจากพระเจ้าในวันของพระองค์ ในวันพระเจ้าวันศักดิ์สิทธิ์นั้น... พี่น้องคิดอย่างผมหรือเปล่า... วันสะบาโตวันนั้น จะเป็นวันที่เข้าไม่ลืมเลย และหลังจากนั้น ทุกวันของเขาจะเป็นวันสะบาโต ทุกวันของเขาจะเป็นวันของพระเจ้าจริงๆ เพราะในวันของพระเจ้านั้น พระองค์ได้ทรงรักษาเขาให้หาย...

ผมคิดถึงช่วงเวลาการทำวัตรจริงๆ ครับ ที่เทววิทยาของพระศาสนจักรบอกเราว่า นั่นเป็นช่วงเวลาที่ศักดิ์สิทธิ์ “การทำวัตรคือการทำให้เวลาศักดิ์สิทธิ์... จริงไหมครับ จริงหรือเปล่า... เราพยายามทำให้เวลาของเราศักดิ์สิทธิ์ด้วยชีวิตที่พระเจ้าประทับอยู่ท่ามกลางเราจริงๆ หรือเปล่า ช่วงเวลาศักดิ์สิทธิ์ หรือในวันศักดิ์สิทธิ์ ที่เราได้รับพระเมตตาจากพระเจ้ามากมาย พระทัยที่ไม่เคยลีบของพระองค์... แต่ละคนไปวัด ไปเพื่อขอบคุณพระเจ้า ขอรับพระพร ขอพระเมตตาจากพระองค์ แล้วเราจะออกมากจากวัดวันอาทิตย์ด้วยหัวใจลีบกับเพื่อนพี่น้องของเราหรือ

พี่น้องที่รักครับ เพียงเราสัมผัสว่า แต่ละวัน คือวันที่เราสามารถพบพระเมตตาของพระเจ้าได้เสมอ ด้วยชีวิตและลมหายใจของเราครับ... วันนี้เรายังไม่ตาย วันนี้เรายังมีชีวิต วันนี้จึงเป็นวันที่พระเจ้าทรงเมตตาเราเหลือเกิน แล้วใยใจเราจะลีบกับเพื่อนพี่น้องละครับ... ทำกันนะ ทำให้แต่ละวันศักดิ์สิทธิ์จริงๆ ด้วยความร้อนรนในความรักต่อพระเจ้าและต่อเพื่อนพี่น้อง เพราะเวลาแห่งพระเมตตา รักษาหัวใจของเราไม่ให้ลีบไป

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ชีวิตของลูกเป็นการภาวนาเสมอเถิด เพื่อหัวใจที่เป็นคำภาวนาของลูกนั้น จะนำพระเมตตาของพระองค์ให้ทำให้เวลาทั้งหมดของชีวิตของลูกเป็นเวลาที่ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อพระพรและพระเมตตาที่พระองค์ทรงริเริ่มแบ่งปันให้ลูกก่อน จะเอ่อล้นไปถึงพี่น้องทุกคนที่ลูกจะพบในแต่ละวันด้วย และดังนี้ พระเจ้าข้า ลูกจะได้ทำให้ทุกวันเป็นวันของพระองค์

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)




วันจันทร์ที่ 10 กันยายน 18 สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน 1คร 5:1-8 / ลก 6:6-11
พระเป็นเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไร ในการถือตามพระบัญญัติของพระองค์? “การถือว่าวันสับบาโตเป็นวันศักดิ์สิทธิ์” (อพย 20:8;ฉธบ 5:12) บรรดาธรรมาจารย์และบรรดาฟาริสี ต้องการที่จะจับผิพระเยซูเจ้า ที่พระองค์ได้ละเมิดวันสับบาโต เพื่อจะกล่าวหาพระองค์ว่า พระองค์ได้ละเมิดพระบัญญัติของพระเป็นเจ้า นักบุญลูกาได้เขียนในพระวรสารว่า พระเยซูเจ้าทรงทราบถึงความคิดของพวกเขา ซึ่งเต็มไปด้วยความโกรธแค้น และได้ดูถูกเหยียดหยามพระเยซูเจ้า เพราะพวกเขาได้นำความถูกและความผิด เหนือกว่าพระเป็นเจ้า พวกเขาได้ถูกกับดัก ในการถือศาสนาด้วยการใช้กฎระเบียบอย่างเคร่งครัด เพราะพวกเขาไม่เข้าใจ หรือเห็นพระประสงค์ของพระเป็นเจ้า พระเยซูเจ้าได้ชี้ให้เห็นความผิดหลงของพวกเขา โดยชี้ให้เห็นพระประสงค์ของพระเป็นเจ้า ในการปฏิบัติตัวในวันสับบาโต “เพื่อทำสิ่งดี และรักษาชีวิต” มากกว่า”เพื่อทำความชั่ว และการทำลายชีวิต” อำนาจในการบำบัดรักษาของพระเยซูเจ้า ได้นำมือและหัวใจขึ้นไปยังเมืองสวรรค์ อะไรคือพระประสงค์ของพระเยซูเจ้า ในการรักษาชายคนนั้น ที่มีมือลีบ? นักบุญอัมโบรส (ค.ศ 337-397) เป็นพระสังฆราชแห่งมิลานในศตวรรษที่ 4 ท่านได้นำนักบุญออกัสตินให้มีความเชื่อ ได้ให้ข้อคิดในการทำอัศจรรย์ครั้งนี้ของพระเยซูเจ้าว่า
“ท่านได้ยินพระวาจาของพระเป็นเจ้า ซึ่งได้ตรัสว่า “จงยื่นมือออกมา” ที่เป็นการรักษาที่ปฏิบัติกันทั่วไป ท่านที่คิดว่า ตัวเองมีมือที่ปรกติ ต้องระวัง อย่าให้มันลีบเพราะความโลภ ด้วยการทำสิ่งไม่ดี จงยื่นมือออกไปยังคนยากจนบ่อยๆ ซึ่งวอนขอท่าน จงยื่นมือออกไปช่วยเหลือเพื่อนบ้าน จงปกป้องหญิงม่าย ด้วยการช่วยให้พ้นภัยอันตราย คือ คนที่ตกเป็นเหยื่อของการถูกดูถูกเหยียดหยาม จงยื่นออกไปหาพระเป็นเจ้า เพราะบาปของท่าน มือจะต้องยื่นออกไป เพื่อมันจะได้รับการบำบัดให้หาย กษัตริย์เยโรโบอัมมีมือลีบ เพราะพระองค์ได้ถวายเครื่องบูชาแด่พระเท็จเทียม แล้วพระองค์ได้ยื่นพระหัตถ์ออกไป เมื่อพระได้วิงวอนของพระเป็นเจ้า (1พกศ 13:4-6)...”ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดเปลี่ยนใจลูก ให้รักพระองค์และคนอื่นเทอญ

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)


view