สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพฤหัสที่ 13 กันยายน 18 สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา

วันพฤหัสที่ 13 กันยายน 18 สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา


🍄ไม่มีการหยุดพักใด...
ที่จะทำให้เราได้พักสงบอย่างเต็มที่
เท่ากับที่ได้...พักพิงในพระเจ้า

📚บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน 2018
https://youtu.be/EKl6rhiDi-w

❤ Tell the World of His Love
http://youtu.be/KLkt6rPcITY

🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷

วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน 2018
อ่าน :
1คร 8:1ข - 7, 11-13
ลก 6:27-38
 
มาตรฐานของพระเยซูเจ้า
เพื่อจะเป็นคนที่มีใจเมตตากรุณาอย่างแท้จริง
พระองค์สอนให้ ………
“รักศัตรู ทำดีกับคนที่เกลียดเรา ภาวนาให้ ไม่ตอบโต้ด้วยความรุนแรง
ให้กับทุกคนที่ขอ โดยไม่ทวงคืน”
สิ่งเหล่านี้ คงทำได้อย่างไม่อึดอัดใจนัก ถ้าตระหนักว่า...
“ท่านอยากให้เขาทำกับท่านอย่างไร จงทำอย่างนั้นกับเขาก่อน”
 
เปาโล และนำให้ใช้ .. “ใจ”… เพื่อจะรัก
ให้มากกว่าใช้ .. “ปัญญา” …เพื่อจะรู้
เพราะถ้าผู้ใดรักพระเจ้า และเพื่อนพี่น้อง
พระเจ้าก็จะทรงรู้จัก และรักผู้นั้นเช่นกัน
 
หมายเหตุ..
เมื่อ.. “ความรัก”..ชักนำให้ทำทุกสิ่ง
“ความจริง”.จึงปราศจากเงื่อนไข

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)



“พลังแห่งพระวาจา”

วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน 2018

สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา

ระลึกถึงนักบุญยอห์น คริโซสตรม นักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“จงเป็นผู้เมตตากรุณาดังที่พระบิดาของท่านทรงพระเมตตากรุณาเถิด” (ลก 6:27-38)

เป็นคริสตชน

เราต้องเป็นคนดีจริงๆ แบบพระเยซู

เป็นคนดีจริงๆ แบบพระเยซู

คือเป็นเหมือนๆ คนอื่นนั้น คือยังไม่ใช่

แต่เป็นคริสตชน เราต้องเป็นคนพิเศษ

“เหมือนๆ เขา” “ใครๆ เขาก็ทำกัน” 

คือว่า... หากเท่านี้

ไม่ต้องก็ได้ ไม่ต้องเป็นคริสตชนก็ได้

เพราะกระแสเรียกของเราคือเป็น “คนพิเศษ”

คือต้อง “ดีพร้อม” เหมือนพระบิดา

________________

“เราคริสตังไทย ภูมิใจล้นเกล้า เพราะเกียรติของเราคือเป็นคริสตัง... เพราะพ่อของเราคือพระบิดา... เพราะพี่ของเราคือพระเยซู...” ผมคงไม่ได้แก่เกินไปที่จะรู้จักเพลงนี้นะครับ เพลงคริสตังไทยชุดแรกๆ สมัยบรรดาธรรมทูตอ่ะครับ... ร้องเพลงนี้ครั้งใด มันทำให้ผมต้องคิดไตร่ตรองเสมอว่า ผมเป็นใคร ผมกลายพันธุ์มากไปหรือเปล่า ผมยังมีอะไรที่คล้ายพ่อของผม คล้ายพ่อของผมอยุ่ในตัวผมอีกหรือเปล่า...

จากชีวิตของพระเยซูเจ้าที่เราไตร่ตรองในวันเหล่านี้ เพราะพระองค์ไม่เหมือนใคร เพราะพระองค์คือพระบุตรของพระเจ้า พระองค์คือคนพิเศษครับ พิเศษในความดี ความจริง เราพบพระองค์ภาวนา เมื่อกำลังจะเลือกอัครสาวก แต่ดูเหมือนว่าพระองค์ได้อัครสาวกที่ไม่สมใจสักเท่าใดนัก บางคนทรยศ บางคนไม่หนักแน่นพอ บางคนไม่สุภาพ ฯลฯ คือไม่ได้ดีพร้อมดังหวังเลย แต่การภาวนาของพระองค์มาตลอดทั้งคืน นั่นไม่ใช่ความผิดหวัง แต่นั่นเป็นความเชื่อมและประสานความสัมพันธ์ของพระองค์กับพระบิดาไว้อย่างแน่นหนา คือไม่พรากจากกันเลย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ความไม่สมหวังต้องไม่ทำให้ความเป็นคริสตชนต้องมีอะไรสั่นคลอน ไม่มีเลย ตรงกันข้าม เมื่อพระเจ้าทรงประทับอยู่ คือความเข้มแข็งมั่นคง คือพละกำลังและบทเพลงของความชื่นชมยินดี สถานการณ์ของชีวิตจะเป็นเช่นใด เขาจะไม่หวั่นไหว ไม่โทษอะไรใคร แต่เขาจะสามารถอยู่ได้อย่างมีความสุขเสมอ และนี่คือความสุขแท้ ไม่ใช่ความวิบัติ เมื่อความยากจน ความหิวกระหาย ความยากลำบากของการต้องถูกเบียดเบียน กลับเป็นสิ่งที่ทำให้เราเข้าใกล้พระเจ้า มากกว่าความสุข ความอิ่มหนำ เกียรติและความชื่นชมยินดี ที่มีแต่จะทำให้เราออกห่างจากพระเจ้า ลืมพระเจ้า และมากกว่านั้น บางที เราก็ลืมแม้กระทั่งตนเองด้วย

วันนี้ พระวาจาของพระเจ้าชี้นำให้เราไตร่ตรองหนักแน่นมากขึ้นอีก เพราะเราเป็นคริสตชน เราต้องเป็น “คนพิเศษ” จริงๆ คือเหมือนๆ เขา... เท่าๆ เขา... ... ... พี่น้องครับ พูดง่ายๆ คือ ไม่ต้องเป็นคริสตชนก็ได้ครับ ถ้าเรารักแต่คนที่รักเรา ถ้าเราช่วยเหลือคนอื่นโดยหวังผลตอบแทน ถ้าเรายังไม่สามารถแบ่งปันและรักศัตรู เรามีอะไรต่างกับคนอื่นเขาหรือ และหากเราไม่มีอะไรแตกต่างจากใครๆ อะไรคือความพิเศษของการเป็นคริสตชนของเราเล่า

บทอ่านที่หนึ่งนั้น (1คร 8:1ข-7,11-13) คือความพิเศษของความเป็นคริสตชนครับ ไม่ใช่ “ใครๆ เขาก็ทำกัน” ไม่ใช่ “ช่างหัวมัน” ไม่ใช่ “เรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับฉัน” ไม่ครับ ไม่ใช่คริสตชนครับ หากคิดเช่นนั้น ไม่ใช่ศิษย์พระเยซูจริงๆ... เราพบความคิดของมโนธรรมทางศีลธรรมของคริสตชนที่นักบุญเปาโลสอนและให้แบบอย่างจริงๆ ครับ... เรื่องการกินเนื้อที่ถวายแด่รูปเคารพ บาปไหม... พี่น้องครับ เป็นคริสตชน ถามว่า “ผิดไหม” ยังไม่พอ แต่ต้องถามว่า “ควรไหม...” นี่แหละครับ คือความพิเศษของคริสตชน... ในความเชื่อของนักบุญเปาโล ท่านเชื่อว่าไม่มีพระเจ้าอื่น ไม่มีรูปเคารพ ดังนั้น อาหารที่ถวายแด่รูปเคารพก็เป็นอาหารธรรมดา ไม่มีอะไรพิเศษ กินได้ครับ ไม่มีอะไรบาป... แต่ว่า... มันมีอะไรมากกว่านั้นครับ เมื่อท่านสอนต่อไป ในเรื่องของการเคารพมโนธรรมของเพื่อนพี่น้องครับ... นี่คือสิ่งที่เรียกว่า แม้ว่าเราจะคิดว่าไม่ผิด แต่ในความเป็นคริสตชน เราต้องถามต่อว่า มันควรไหม มันเป็นที่สะดุดกับคนอื่นๆ ไหม นั่นคือคนที่ไม่เข้าใจ คนที่เชื่อว่ามีรูปเคารพ มีพระเจ้าอื่น การทานอาหารที่ถวายแด่รูปเคารพอาจจะกลายเป็นที่สะดุดได้... เราจบบทอ่านี่หนึ่งประโยคสุดท้ายที่ความน่ารักของศิษย์พระเยซูเช่นนักบุญเปาโล “ดังนั้น ถ้าอาหารเป็นเหตุให้พี่น้องของข้าพเจ้าตกในบาป ข้าพเจ้าก็จะไม่กินเนื้ออีกเลย ด้วยเกรงว่า ข้าพเจ้าจะเป็นเหตุให้พี่น้องตกในบาป” พี่น้องครับ ดูซิครับ ดูความน่ารักของเปาโล ไม่ใช่ผิดหรือไม่ผิดที่ท่านกำลังตัดสินใจเลือกทำพฤติกรรมของท่าน แต่มากกว่านั้น คือ “ควรหรือไม่ควร” ครับ หากอะไรที่มันเป็นที่สะดุดต่อเพื่อนพี่น้องของเรา พี่น้องครับ เราหลีกเลี่ยงไม่ทำดีกว่าครับ เราจะไม่ทำ ไม่เพียงสิ่งที่ผิดครับ แต่สิ่งที่ไม่ผิด แต่หากมันไม่ควร ไม่เหมาะสม ที่อาจจะเป็นเหตุให้เกิดการเป็นที่ที่สะดุด ตกในบาป เราไม่ทำดีกว่านะครับ... 

คือเป็นคริสตชน เป็นศิษย์พระเยซู เป็นคริสตัง พี่น้องครับ ต้องคิดครับ ต้องคิดมากกว่าคนอื่นๆ ครับ คิดถึงความดีของเพื่อนพี่น้องด้วยครับ หัวใจเราต้องอ่อนโยนเหมือนพระเยซู เหมือนนักบุญเปาโล ไม่ใช่ “เรื่องของฉัน” หรือ “เรื่องของเขา” แต่ความรอดของเพื่อนพี่น้อง ความดีของเพื่อนพี่น้อง คือพันธกิจของเราด้วยเช่นกันครับ ใครจะชั่ว ใครจะดี คริสตังอย่างไร “ช่างหัวมัน” ไม่ได้นะครับ “เรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับฉัน” ไม่ได้ครับ เพราะความรอดของเพื่อนพี่น้อง คือความปรารถนาของเราด้วย เมื่อพระเจ้าทรงเป็นองค์ความดี และทรงดีต่อทุกคน เราจึงถูกเรียกร้องดังนี้ครับ... “จงเป็นผู้เมตตากรุณาดังที่พระบิดา

พี่น้องครับ ครอบครัวคริสตชนของเรา หมู่คณะของเรา แม้แต่ที่ทำงานของเรา สังคมเล็กๆ รอบตัวเรา ที่นั่นต้องพิเศษ น่ารัก และไม่เหมือนที่อื่นมิใช่หรือ... เหตุผลเดียวครับ... เพราะที่นั่นมีคริสตชน มีลูกของพระเจ้าที่นั่น ที่นั่นจึงเปี่ยมรักและเมตตา ที่นั่นจึงต้องดี และต้องน่าอยู่กว่าทุกๆ ที่ไม่ใช่หรือ... วันนี้ ครอบครัวคริสตชนของฉันเป็นอย่างไร หมู่คณะนักบวชของฉันเป็นอย่างไร ที่ที่ฉันทำงานเป็นอย่างไร... กลิ่นไอของความเป็นคริสตชน คือกลิ่นไอของความดี ความรัก ความเมตตา ... ที่นั่น มีความอบอุ่นแห่งรักจริงๆ หรือไม่ หากที่นั่นมีคริสตชน ศิษย์แท้ของพระเยซู

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ลูกของพระองค์อ่อนโยนเหมือนพระองค์เถิด ขอให้ลูกของพระองค์เป็นคนพิเศษกว่าคนอื่นๆ ในเรื่องความรักและความเมตตา ความจริงและความดี สมกับเป็นลูกของพระองค์เถิด

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันพฤหัสที่ 13 กันยายน 18 สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน 1คร 8:1ข-7,11-13 / ลก 6:27-38
“ท่านจงมีใจเมตตากรุณา เหมือนพระบิดาเจ้าทรงมีพระทัยเมตตากรุณา” (ลก 6:36) เพื่อที่จะเข้าใจเรื่องมหาบุญลาภบนพื้นราบของนักบุญลูกา เราจะต้องศึกษาเรื่องมหาบุญลาภบนภูเขาของนักบุญมัทธิวพร้อมกันไป (มธ 5-7) ในพระวรสารของนักบุญลูกา พระเยซูเจ้าทรงเทศนาบนพื้นที่ราบ เพื่อแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ของพระองค์กับบรรดาผู้ที่ติดตามพระองค์ ในขณะที่พระองค์กำลังเผชิญกับระบบการเมืองที่เป็นอริกับพระองค์นั้น พระองค์ได้ให้กำลังใจกับบรรดาผู้ติดตามพระองค์ ให้ทนการเบียดเบียนและความทุกข์ยาก เช่นเดียวกับพระองค์ ลักษณะของพระวรสารของนักยุญลูกานั้น เป็นพระวรสารที่เน้น พระเมตตาของพระเป็นเจ้า มากกว่าการทำตัวเป็นผู้ครบครัน เหมือนกับพระวรสารของนักบุญมัทธิว (มธ 5:48) สำหรับนักบุญลูกา บรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ คือ ลูกของบิดาผู้ใจดี และพวกเขาจะต้องเลียนแบบพระองค์ จุดศูณย์กลางของคำสั่งสอนของพระเยซูเจ้า คือ ความรักต่อเพื่อนบ้าน และการให้อภัยศัตรู ท่านได้กล่าวถึงการปฏิบัติต่อการถูกเบียดเบียนและการถูกทำร้าย คำสั่งของพระเยซูเจ้าขัดเจน คือ ความรัก การให้พร การเป็นผู้ให้ การให้อภัย การไม่ตัดสินผู้ใด และการไม่ประณามคนอื่น พระองค์ได้ให้กำลังใจผู้ที่ติดตามพระองค์ ให้ชนะความเกลียดชัง และการถูกเบียดเบียน ตามแบบอย่างของพระองค์ โดยไม่ใช้อำนาจ แต่ใช้ความใจดี การให้อภัย และความรัก
วันนี่ เราระลึกถึงนักบุญ ยอห์น คริสโซสโตม พระสังฆราชและนักปราชญ์ของพระศาสนจักร ท่านเป็นนักเทศน์ที่เก่งกล้า โดยได้รับสมญานามว่า “คริสโซสโตมลิ้นทอง” ท่านได้อธิบายพระคัมภีร์อย่างชัดเจน ทุกคำพูดที่ตรงจุด บางครั้งท่านใช้เวลาหลายชั่วโมง ท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระสังฆราชที่คอนสแตนตินโนเปิลในปี 398 ได้ต่อต้านคนร่ำรวย ที่ไม่ยอมแบ่งปันทรัพย์สมบัติกับคนยากจน ได้พยายามปฏิรูปชีวิตนักบวช ปรับปรุงพิธีกรรมแบบกรีก เรียกร้องให้มีความซื่อสัตย์ในชีวิตแต่งงาน ท่านได้รับการประกาศเป็นนักปราชญ์ของพระศาสนจักรในปี 451.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view