สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันศุกร์ที่ 14 กันยายน 2018 ฉลองเทิดทูนไม้กางเขน

วันศุกร์ที่ 14 กันยายน 2018 ฉลองเทิดทูนไม้กางเขน

🍒 อย่าสงสัยในความรักที่พระเจ้ามีต่อคุณ
จงมองไปที่กางเขน...เพราะที่นั่น...
คุณจะได้เห็น ความรักที่ชัดเจนที่สุด...
มากกว่าที่ไหนๆในโลก...พระเจ้ารักคุณ

📚บทอ่านประจำวันศุกร์ที่ 14 กันยายน 2018
ฉลองเทิดทูนไม้กางเขน 
https://www.youtube.com/watch?v=4rGg_w1Q7IY

✝The Old Rugged Cross
https://youtu.be/CltrLsjsQl0

➕ กางเขนนำความรอด
http://youtu.be/dkzsg7CoPu8

🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓

วันศุกร์ที่ 14 กันยายน 2018
ฉลองเทิดทูนไม้กางเขน 
อ่าน
กดว 21:4-9
ยน 3:13-17

ความรักของพระเจ้าต่อโลก แสดงออกอย่างอดทน
ด้วยการยอมมอบ พระบุตรแต่องค์เดียวที่ทรงรัก
เพื่อช่วยโลกให้รอด

ในอดีต ประชากรของพระเจ้าถูกตีสอนด้วยความรัก
ให้ต้องพบกับความทุกข์ เมื่อพวกเขา
พบกับความทุกข์ยาก ลำบาก
แล้วพากันบ่น เบือนหน้าหนีจากพระองค์
แต่เมื่อพวกเขาสำนึกว่าตน เป็นคนบาป 
วอนขอพระเมตตา และการอภัยจากพระเจ้า
ผ่านทางผู้แทนของพระองค์ พวกเขากลับพบความสุขอีกครั้ง

การฉลองเทิดทูนไม้กางเขน เป็นเครื่องหมายยืนยันถึง
ผู้ที่ยอมแบกรับ ความทุกข์ยาก โดยมีกางเขนเป็นรูปแบบ
เมื่อผ่านหนทางแห่งความทุกข์ยาก เขาจะกลับได้พบกับความสุข 

หมายเหตุ..
ภาวนา สำหรับทุกคนที่รักไม้กางเขน
เป็นต้น สำหรับคณะภคิณีรักกางเขน

(จากบทเทศน์ของ คพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันศุกร์ที่ 14 กันยายน 2018

สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา

ฉลองเทิดทูนไม้กางเขน

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“โมเสสยกรูปงูขึ้นในถิ่นทุรกันดารฉันใด บุตรแห่งมนุษย์ก็จะต้องถูกยกขึ้นฉันนั้น เพื่อทุกคนที่เชื่อในพระองค์จะมีชีวิตนิรันดร” (ยน 3:13-17) 

บนหนทางกันดารวิถีของชีวิตประชากรของพระเจ้า

มีงูทองสัมฤทธิ์ที่แขวนบนเสาสูง

เพื่อเตือนสำนึกถึงความผิดที่พวกเขาได้พลาดพลั้งต่อพระเจ้า

บนหนทางกันดารวิถีเดียวกันของคริสตชน

กางเขนของพระคริสตเจ้า

เตือนหัวใจและสำนึกของเรา

“เพราะทรงรักเราถึงเพียงนี้”

แล้วใยใจเราจะยังแข็งกระด้าง ไม่ยอมกลับใจเล่า

เพราะความรอดพ้นทั้งหลาย

ได้หลั่งไหลมาจากไม้กางเขนของพระคริสตเจ้า

อิสราแอลมองดูงูทองบนเสานั้น 

แล้วพวกเขารอดชีวิต

ด้วยสำนึกผิดต่อบาปที่ได้พลาดพลั้ง

คริสตชนอย่างฉันวันนี้

สำนึกอะไรบ้างไหม

เมื่อมองดูองค์ความรักที่ถูกตรึงบนไม้กางเขน

เพื่อจะได้รอดพ้นจากความตายนิรันดร.

________________

บนหนทางของพระเจ้า อิสราแอลเดินทางสู่ดินแดนพระสัญญา พวกเขาเดินทางมุ่งสู่ทะเลต้นกก เพื่อเลี่ยงแผ่นดินเอโดม นั่นอาจจะเป็นทางเลือกบางอย่างบนหนทางของประชากรของพระเจ้า ผมไม่ทราบแน่ชัดว่า ทำไมพวกเขาจึงต้องเลี่ยงแผ่นดินเอโดม แต่กระนั้นก็ดี หนทางของพระเจ้าย่อมมีสิ่งที่เกิดขึ้นแม้สิ่งที่เราไม่เข้าใจ แต่พระเจ้าทรงบันดาลให้เกิดประโยชน์เสมอ... บนหนทางนี้ ที่เราเรียกว่ากันดารวิถี เป็นหนทางที่สุดท้าย ประชากรของพระเจ้าผู้ได้รับการเรียกจากพระองค์ ได้บ่นว่าพระองค์ ประดุจว่า พระองค์ทรงนำให้พวกเขามาตายในถิ่นทุรกันดาร และบาปและผลของการกระทำนี้ พระเจ้าก็ให้มีงูเข้ามาในค่ายของอิสราแอล กัดพวกเขาตายไปเป็นจำนวนมาก จนพวกเขาได้ร้องขอต่อโมเสส ขอให้ทูนองค์พระผู้เป็นเจ้า เพื่อขจัดงูพิษเหล่านี้ออกไปเสีย และพระเจ้าก็ได้ทรงให้โมเสสทำงูโลหะติดไว้บนเสา ผู้ที่ถูกงูกัด และมองดูงูทองสัมฤทธิ์นี้ก็รอดชีวิต... (เทียบ กดว 21:4-9)

พี่น้องที่รัก อีกครั้งหนึ่ง ที่เช้านี้ ในวันฉลองเทิดทูนไม้กางเขน ผมร้องเพลงศักดิ์สิทธิ์ไทยเก่าแก่เพลงหนึ่งของคริสตชนไทย “จงภูมิใจในกางเขนคริสตัง ชีวิตและจิตพลังย่อมไหลหลั่งมาจากกางเขน” อันเป็นสิ่งที่ผมได้ร้องมาทั้งวันเมื่อวานนี้ เมื่อผมเอากางเขนทองเหลืองที่ผมซื้อมาจากกรุงโรมออกมาขัด นานแล้วที่ไม่ได้ขัด น่าจะสามปีพอดีๆ เพราะเมื่อผมอยู่ที่ประจวบฯ ไม่เคยมีโอกาสขัดกางเขนนี้เลย แต่เมื่อวานนี้ คงเป็นโอกาสเหมาะ ที่ผมเอากางเขนที่คริสตชนภูมิใจมาขัดให้สวยงามอีกครั้ง เพื่อฉลองส่วนตัวกับตนเองในวันเทิดทูนไม้กางเขน ที่ผมได้เลือกเอาชื่อ “แห่งไม้กางเขน” เป็นชื่อใหม่เมื่อปฏิญาณตนเป็นนักบวช ขัดทั้งวันเลยครับ เพราะกางเขนดำมาก ขัดยากมาก ขัดไปก็รำพึงไป ไตร่ตรองไปถึงกางเขนที่คริสตชนภูมิใจ วันนี้ผมยังภูมิใจอยู่หรือเปล่า...

พี่น้องที่รัก อย่างไรก็ตาม นี่คือกระแสเรียกครับ หนทางแห่งไม้กางเขนเป็นกระแสเรียกของประชากรของพระเจ้า เป็นกระแสเรียกของลูกของพระองค์ เพื่อมุ่งหน้าสู่ดินแดนพระสัญญา คืออาณาจักรสวรรค์ที่พระองค์ทรงสัญญาไว้กับเรา... เป็นไปดังนั้น ที่หลายครั้งเราเลี่ยงบางสิ่งบางอย่าง เพื่อความสะดวกกว่า สบายกว่า หรือเหตุผลที่ดีกว่า... และก็มีหลายๆ ครั้ง ที่เราก็อาจจะบ่นว่าพระเจ้าเช่นเดียวกับอิสราแอลด้วย นี่หรือชีวิตที่พระองค์ทรงเรียกเราให้เดินทางสู่พระองค์ เป็นหนทางที่แตกต่างจากคนอื่น แต่มันยากลำบากเหลือเกิน เหมือนพระเจ้าหลอกเรามาเป็นคริสตชนกระนั้นแล... เราคงไม่ต่างกับอิสราแอล ประชากรของพระเจ้าในหนังสือกันดารวิถีวันนี้หรอก

น่าสนใจ ทำไมอิสราแอลมองดูงูทองสัมฤทธิ์ที่โมเสสทำขึ้น แล้วได้รับความรอด และสิ่งนี้ ดูเหมือนกับเป็นการเปรียบเปรยกับไม้กางเขนของพระคริสตเจ้าในพระวรสารวันนี้ ที่พระองค์จะต้องถูกยกขึ้น และผู้ที่มองดูพระองค์ด้วยหัวใจเช่นอิสราแอลนั้น ก็จะรอดพ้น... หัวใจเช่นอิสราแอล คือหัวใจอย่างไรครับ... พี่น้องที่รัก เมื่อมีงูพิษเข้ามาในค่ายของอิสราแอล นี่คือเครื่องหมายที่แสดงให้เห็นผลของการกระทำผิดต่อพระเจ้า เมื่อความตายเข้ามาเพราะบาปของมนุษย์ พวกเขาเริ่มลำบากและเข้าพึ่งพระเจ้า แต่ดูเหมือนพระเจ้าทรงนำหัวใจของพวกเขาให้กลับไปมองสิ่งที่ผ่านไป งูทองสัมฤทธ์ไม่ได้ทำให้พวกเขารอดพ้น แต่การมองดูรูปงูทองสัมฤทธิ์นั้น เป็นอนุสรณ์ เป็นการระลึกว่า พวกเขาได้ทำอะไรลงไป พวกเขาได้กระทำผิดต่อพระเจ้า พวกเขาได้ทรยศหักหลังพระเจ้า บ่นว่าพระเจ้าผู้ทรงเรียกเขาออกจากแดนทาส และนี่แหละ การสำนึกนี้เอง ที่นำไปสู่การกลับใจ เปลี่ยนแปลงตนเอง และนำความรอดพ้นมาสู่พวกเขา

ในพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าตรัสกับนิโคเดมัสว่า “โมเสสยกรูปงูขึ้นในถิ่นทุรกันการฉันใด บุตรแห่งมนุษย์ก็จะต้องถูกยกขึ้นฉันนั้น เพื่อทุกคนที่เชื่อในพระองค์จะมีชีวิตนิรันดร” (ยน 3:13-17)... พี่น้องที่รักครับ แท้จริงแล้วคริสตชนเราไม่ได้นมัสการศพของพระเยซูเจ้าบนไม้กางเขน เราไม่ได้สักการะความตายอันเป็นผลของบาป แต่เรานมัสการความรัก เรานมัสการองค์ความรักบนไม้กางเขนต่างหาก “เพราะทรงรักเราถึงเพียงนี้” และเพราะการหักหลัง เพราะผลของบาป ทำให้มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ที่ทำให้พระองค์ความรักถูกตรึงกับไม้กางเขนนี้... วันนี้ คริสตชนอย่างเรา เมื่อมองดูไม้กางเขนนี้ บนหนทางกันดารในโลกนี้ เราคิดอะไร เราเข้าใจอะไรไหม... ทำไมพระเจ้าต้องทำถึงเพียงนี้ ทำไมพระบิดาเจ้าต้องประทานพระบุตรของพระองค์เช่นนี้ ทำไมต้องด้วยวิธีนี้... และเราคิดอะไรได้บ้างไหม เมื่อทรงรักเราถึงเพียงนี้... ชีวิตของเราที่มองดูกางเขนของพระเยซู พี่น้องที่รักครับ มีอะไรเปลี่ยนแปลงในชีวิตเราบ้างไหม ต่อหน้าไม้กางเขนของพระเยซู ที่ความพลาดพลั้งของเราในบาป พระเจ้าจึงต้องรับทรมานถึงเพียงนี้ เรามองดูกางเขนแล้ว ชีวิตของเราเปลี่ยนแปลงไปบ้างไหม เมื่อได้รำลึกถึงความพลาดพลั้งของเรา และนี่แหละ คือหนทางที่เราจะได้รับการรักษา เมื่อความสำนึกผิดทำให้เรากลับใจ เมื่อมองเห็นเครื่องหมายแห่งความรักของพระเจ้าเช่นนี้

พี่น้องที่รัก 350 ปีที่เราเตรียมฉลองพระศาสนจักรในประเทศไทย นี่คือกันดารวิถีครับ บรรดาธรรมทูตเข้ามาในประเทศไทยด้วยไม้กางเขน พวกเขาเสนอความรอดพ้นให้กับเราด้วยไม้กางเขน เราเริ่มชีวิตคริสตชนด้วยการเจิมเป็นรูปกางเขน และชีวิตของเราทั้งชีวิต เราทำสำคัญมหากางเขน เตือนใจเราเสมอถึงความรักของพระเจ้า แม้เราจะพลาดพลั้งอย่างไร พระเจ้าทรงชนะบาปของเราด้วยพลังแห่งไม้กางเขนจริงๆ 

“จงภูมิใจในกางเขนคริสตัง ชีวิตและจิตพลังย่อมไหลหลั่งมาจากกางเขน” วันนี้กางเขนยังเป็นสิ่งที่เราภูมิหรือเปล่า กางเขนเป็นกำลังใจหรือเป็นการบั่นทอนของชีวิตคริสตชนของเรา เมื่อพระเจ้าทรงรับทรมานบนไม้กางเขนเพื่อเรา... ใช่แล้ว กางเขนกลับเป็นเครื่องหมายและเครื่องมือแห่งความรอดพ้นของเรา มองดูกางเขนของพระเยซูเมื่อใด ใจของฉันเป็นอย่างไร เมื่อพระเจ้าทรงรักเราถึงเพียงนี้ และฉันจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างหรือในชีวิตฉัน

ข้าแต่พระเยซูเจ้า กางเขนของพระองค์ ทำให้ลูกได้รับความบรรเทาและได้รับการรักษาจากบาดแผลของบาปและการทรยศหักหลังพระองค์ บนหนทางกันดารวิถีของโลกนี้ มองดูพระองค์ครั้งใด ใจที่ทรยศของลูกต้องชอกช้ำทุกครั้ง ที่พระองค์ทรงรักลูกถึงเพียงนี้ จำเป็นเหลือเกินที่ไม้กางเขนนี้ต้องสอนสำนึกของลูก ให้ต้องเปลี่ยนแปลงตนเองจริงๆ เมื่อได้สัมผัสถึงความรักของพระองค์ถึงเพียงนี้แล้ว ดังนี้เอง กางเขนของพระองค์จึงเป็นที่มาของความรอดพ้น

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)





วันศุกร์ที่ 14 กันยายน 18 ฉลองเทิดทูนไม้กางเขน
บทอ่าน กดว 21:4ข-9 หรือ ฟป 2:6-11 / ยน 3:13-17
ท่านรู้จักอำนาจ แห่งการเปลี่ยนแปลงของไม้กางเขนของพระเยซูเจ้าหรือไม่? พระองค์ได้เสด็จมา เพื่อเชื่อมโยง ระหว่างโลกและเมืองสวรรค์ และช่วยนำมนุษย์บนโลกนี้ เพื่อเข้าไปสู่เกียรติมงคลแห่งพระราชัยสวรรค์ พระองค์ได้อธิบายให้นิโคเดมัส ซึ่งเป็นผู้นำคนหนึ่งของชาวยิวว่า “บุตรแห่งมนุษย์” ซึ่งพระบิดาเจ้าได้ส่งมาจากสวรรค์ เพื่อจะได้กอบกู้ความสัมพันธ์ที่ขาดลงกับพระเป็นเจ้า และจะนำให้กลับสู่สภาพเดิม “บุตรแห่งมนุษย์” เป็นคำที่หนังสือพระธรรมเก่าใช้เรียกพระเมสสิยาห์ ซึ่งเสด็จมาจากสวรรค์ เพื่อสร้างพระอาณาจักรของพระเป็นเจ้า บนแผ่นดินนี้ (ดนล 7:13-14)
โมเสสได้นำประชากรอิสราเอล ให้พ้นจากความตายในทะเลทราย พระเยซูเจ้าทรงหมายความว่าอะไร เมื่อพระองค์ได้กล่าวว่า”บุตรแห่งมนุษย์”จะถูกยกขี้น? พระองค์ได้เชื่อมโยงถ้อยคำนี้ กับโมเสสซึ่งได้ยกรูปงูทองสำริดในทะเลทราย เพื่อจะได้นำการรักษามาให้แก่ประชากรที่ถูกงูกัด เพื่อให้พวกเขามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง ผลร้ายทิ่เกิดขึ้น เนื่องมาจากประชากรของพระเป็นเจ้า ได้ปฏิเสธที่จะเชื่อฟังพระบัญญัติของพระเป็นเจ้า ที่นำพวกเขาไปสู่ความปลอดภัย พระเป็นเจ้าผู้ทรงมีพระทัยเมตตากรุณา ได้สดับฟังคำภาวนาของโมเสส ที่ขอร้องแทนประชากร ให้หลุดพ้นจากกการประสบกับภัยพิบัติ พระเป็นเจ้าได้ทรงแนะนำให้โมเสส “จงทำงูโลหะติดไว้บนเสา ผู้ที่ถูกงูกัดและมองดูงูโลหะนั้น จะรอดชีวิต” (กดว 21:8) โมเสสได้ยกงูทองสำริดขึ้น โดยยึดติดอยู่กับเสา ที่มีลักษณะเหมือนกับไม้กางเขน ผู้ใดที่มีความเชื่อในพระเป็นเจ้า โดยเป็นทุกข์กลับใจ ที่ตัวเองไม่ได้เชื่อฟังพระองค์ ก็จะได้รับการบำบัดรักษา และได้ชีวิตคืนมาอีกครั้งหนึ่ง
เรามักจะมีความโน้มเอียง ในขณะที่ต้องทนทรมาน โดยหันไปหาพระเป็นเจ้า และได้แสดงความโกรธและความขมขื่น พร้อมกับชูกำปั้นขึ้นไปบนท้องฟ้าและพูดว่า “ข้าแต่พระเป็นเจ้า พระองค์ไม่ทราบว่าความทุกข์นั้นเป็นอะไร”แต่ไม้กางเขน คือวิธีการที่พระเป็นเจ้าจะตอบการกล่าวหาต่างๆของเรา และไม้กางเขน ยังเป็นที่พระองค์ทรงหลั่งพระโลหิตบนนั้น และจะตรัสว่า “เราก็มีความทุกข์ไม่น้อยไปกว่าท่าน”

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)


view