สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันเสาร์ที่ 15 กันยายน 2018 ระลึกถึงแม่พระระทมทุกข์

วันเสาร์ที่ 15 กันยายน 2018 ระลึกถึงแม่พระระทมทุกข์

🍊 ความรักที่อัศจรรย์ของพระเจ้า ...
ยิ่งใหญ่กว่าความรักใดๆในโลก

📚บทอ่านประจำวันเสาร์ที่ 15 กันยายน 2018
ระลึกถึงแม่พระระทมทุกข์
https://www.youtube.com/watch?v=NmDymccryT4&t=22s

🍋นั่น ... แม่ของเจ้า
https://youtu.be/HMN61qnfFew

🐳🐳🐳🐳🐳🐳🐳🐳

วันเสาร์ที่ 15 กันยายน 2018
ระลึกถึงแม่พระระทมทุกข์
อ่าน
ฮบ 5:7-9
ยน 19:25-27

ที่บนกางเขน ท่ามกลางความทุกข์
ต่อหน้าความตาย พระเยซูเจ้าทรงคลายความทุกข์
ให้กับพระแม่มารีย์ และคนใกล้ชิด
ด้วยการย้ำกับ คนที่อยู่ข้างหลัง
ขอให้เป็นกำลังใจดูแล ช่วยเหลือกันและกัน

จดหมายถึงชาวฮีบรู ย้ำเตือน..
แม้พระเยซูเจ้าจะมีสภาพพระเจ้า
แต่ทรงเรียนรู้ ที่จะผ่านความเจ็บปวด
ด้วยความนอบน้อมเชื่อฟัง และที่สุด
พระองค์ทรงสามารถช่วยเหลือ ผู้คนที่ทนทุกข์
ด้วยประสบการณ์ที่ทรงผ่านมา

การระลึกถึงแม่พระระทมทุกข์..
ปลุกเร้าชีวิตคริสตชน...ไม่ว่าจะเป็นคนเช่นไร
ไม่มีใครสามารถหลีกหนีความทุกข์
สำหรับคริสตชนนั้น พระเจ้าประทานพระหรรษทาน
ในการสู้ทน ขึ้นกับแต่ละคนว่าจะสู้ทนอย่างไร

หมายเหตุ..
วิธีที่ทำให้ “ความทุกข์”
ในอดีตเบาบางลง คือ
การพยายามพร่ำบอกตัวเองว่า
… มันผ่านมาแล้ว...

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันเสาร์ที่ 15 กันยายน 2018

สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา

ระลึกถึงแม่พระระทมทุกข์

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“แม่ นี่คือลูกของแม่...” (ยน 3:13-17) 

นี่คือการมอบหมายที่เกินกำลังหรือเปล่า

นี่คือการมอบหมายที่ฉันอยากจะถามว่า...

“มันเป็นหน้าที่อะไรของฉัน...”

“ทำไมต้องมากมายถึงเพียงนั้น...”

ไม่มีคำตอบอะไรดีกว่า

ชีวิตของแม่พระที่ยืนที่เชิงกางเขนของพระคริสตเจ้า

แบบอย่างชีวิตที่เคียงข้างกันและกัน

แม่... นี่คือลูกของแม่...

นี่เธอ... นี่คือพี่น้องของเธอ...

ฉันกล้ามากพอที่จะก้าวออกจากตนเอง

และร่วมชีวิตกับพี่น้องของฉันหรือ...

หรือชีวิตของฉันจะบอกว่า “พอแล้ว”

หรือ “มันเรื่องอะไรของฉันเล่า...”

???

________________

หลังจากการฉลองเทิดทูนไม้กางเขนของพระคริสตเจ้าเมื่อวานนี้ วันนี้เราระลึกถึงแม่พระระทมทุกข์ ที่พระศาสนาจักรเชื้อเชิญให้เราฉลองการมีส่วนร่วมของพระนางมารีย์ในการกอบกู้มนุษยชาติของพระคริสตเจ้า ด้วยชีวิตของพระแม่ที่เคียงข้างพระคริสตเจ้าด้วยความเป็นหนึ่งเดียวในความนอบน้อมเชื่อฟัง อันเป็นหนทางอันนำความรอดพ้นมาสู่มนุษย์ เมื่อครั้งในประวัติศาสตร์ มนุษย์ได้พลาดพลั้งตกในบาป เพราะขาดความนอบน้อมเชื่อฟังต่อพระเจ้า ทำให้มนุษย์ต้องสูญเสียชีวิตพระหรรษทานไป แต่พระบุตรของพระเจ้าก็ทรงกอบกู้สิ่งที่มนุษย์ได้สูญเสียไปนั้นกลับมา ด้วยการนอบน้อมเชื่อฟังของพระองค์ และสิ่งนี้เอง ที่แม่พระได้ร่วมส่วนกับพระเจ้า เพื่อนำความรดพ้นนี้กลับคืนมาสู่มนุษยชาติ

พี่น้องที่รัก บางที ผมก็คิดว่าการระลึกถึงแม่พระระทมทุกข์ในวันนี้ เราต้องยอมรับในความเป็นจริงว่า แท้จริงแล้วแม่พระก้าวไกลกว่าเรามากในเรื่องของความนอบน้อมเชื่อฟังต่อพระประสงค์ของพระเจ้า... ผมย้ำเตือนพี่น้องเสมอว่า พระเจ้าไม่ได้รับอะไรดีจากสิ่งที่เราทำเลย แม้เราจะเป็นนักบุญ หรือแม้ว่าเราจะพลาดพลั้งตกในบาป พรากจากพระองค์ตลอดนิรันดร พระเจ้าก็ยังเหมือนเดิม พระองค์ยังคงเดิมเสมอ แต่สิ่งที่พระเจ้าทรงปรารถนาจริงๆ นั้น กลับเป็นสิ่งที่เรียกว่า เป็นผลประโยชน์กับมนุษย์ทั้งสิ้น เพราะความรักทั้งนั้น...

สิ่งนี้เอง ทำให้ผมคิดและไตร่ตรองในเช้าวันนี้ ถึงสิ่งที่โลกเราอาจจะขาดไปจริงๆ นั่นคือการคิดถึงคนอื่น ชีวิตที่คิดถึงผู้อื่นบ้าง ไม่ใช่ตัวใครตัวมัน... และแท้จริงแล้ว นี่คือกระแสเรียกของการเป็นคริสตชนครับ โลกเราวันนี้ที่ประสบปัญหาและความยุ่งยากต่างๆ มากมาย ไม่ใช่เพราะขาดสิ่งนี้หรอกหรือ นั่นคือการเรียนรู้ที่จะ “คิดถึงผู้อื่น” บ้าง ไม่ใช่ผลประโยชน์ของตนเองฝ่ายเดียว... ด้วยเหตุนี้ ผมจึงคิดและไตร่ตรองวันนี้ว่า แท้จริงแล้ว แม่พระก้าวไกลกว่าเราเยอะมาก ในเรื่องที่พระแม่นอบน้อมต่อพระประสงค์ของพระเจ้า ที่ดูจะเป็นเรื่องที่สูงจนพระแม่ไม่เข้าใจ ว่าพระประสงค์ของพระเจ้านั้นคืออะไร และจะเป็นอย่างไร... แต่สิ่งที่พระแม่กำลังเผชิญจริงๆ นั่นคือ “แม่...นี่คือลูกของแม่...” แม่สมัยนี้เข้าใจครับ ความเป็นมารดาของเรามนุษย์นั้นไม่ยากเกินเข้าใจครับ... ประสบการณ์ของผมเองที่ผมเพียงได้อุทิศตนดูแลเด็กเมื่อครั้งเป็นครูในโรงเรียน มันกลับกลายเป็นการยอมแลกด้วยศักดิ์ศรีของตนเอง เพื่อความรอดพ้นของเด็กในบางสถานการณ์ จนแม้อาจจะทำให้สูญเสียสิ่งที่อาจจะเป็นอนาคตของตนเองไปเลยก็มี... และเมื่อมองดูความรับผิดชอบเยี่ยงบิดามารดาต่อการอบรมเลี้ยงดูลูกสักคนหนึ่งในครอบครัว ผมเคยได้คุยกับพ่อแม่วันนี้ บางที การเลี้ยงดูลูกสักคนหนึ่งในโลกวันนี้ ปีหนึ่ง บางทีเป็นเงินหลักแสน หลักล้านเลยทีเดียว เอาแค่โทรศัพท์มือถือของลูกบางคน ก็ปาเข้าไปครึ่งแสนแล้ว และอีกสักสิบกว่าเดือนข้างหน้าในหนึ่งปี จะมีอะไรอีกมากมายเท่าใดที่จะต้องรับผิดชอบ ดูแลเอาใจใส่ และฟูมฟักกัน

หากวาจานี้... “แม่ นี่คือลูกของแม่” ... แม่ผู้มีลูกเพียงไม่กี่คน แม่จะคิดอย่างไร... หากกำลังระทมทุกข์กับลูกของตน จะเข้าใจหรือไม่เข้าใจยังไม่คุยกัน แต่เวลานั้น ภาระใหม่กำลังเข้ามา เมื่อต้องรับลูกคนอื่น ใครคนอื่น เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบ น้ำพักน้ำแรงของตนเอง... นี่คือการก้าวออกจากตนเองสุดๆ ครับ นี่คือการทำสิ่งที่โลกเราวันนี้ขาดไปจริงๆ “การคิดถึงผู้อื่น” บ้าง

การร่วมทุกข์ของแม่พระกับพระเยซูเจ้าดูจะไม่ต้องอธิบาย เราเข้าใจได้ไม่ยาก เพราะชีวิตที่เราเห็นจากการเป็นประจักษ์พยานของแม่พระที่ได้ร่วมชีวิตกับพระเยซูเจ้า และยังประทับอยู่ท่ามกลางเราในพระศาสนจักรวันนี้ แต่เราอาจจะคิดว่านั่นเป็นความดี ความศักดิ์สิทธิ์ของพระแม่ ที่เราไม่อาจเทียบเคียงได้ ซึ่งก็อาจจะจริง แต่หากว่า เราได้แต่เพียงคิดเท่านั้น และมองเป็นสิ่งที่สูงส่ง “ฉันไม่ใช่แม่พระนี่ จะได้ทำได้ขนาดนั้น” พี่น้องที่รักครับ เราก็ไม่อาจทำอะไรได้เลยจริงๆ แหละ หากเรามัวแต่คิดเพียงเท่านั้น

ในวันเหล่านี้ ผมคลุกคลีกับสัตบุรุษของผมมากๆ ในบรรยากาศของความสูญเสีย ที่มีพี่น้องคนหนึ่งจากไป และฝนเวลาเดียวกันนี้เอง คงไม่เรื่องบังเอิญ ที่มีซิสเตอร์พี่น้องในภราดรภาพอีกท่านหนึ่งที่จากพวกเราไป ซิสเตอร์เอลิซาเบธ สุดใจ ลิ้มศฤงคาร ซิสเตอร์คณะกลารีส กาปูชิน ที่วันนี้เราจะทำพิธีปลงศพ และบรรจุศพของท่านไว้ที่สุสาน... นี่คืออีกหนึ่งประจักษ์พยานที่ให้กัเราในวันนี้ วันที่เราระลึกถึงแม่พระระทมทุกข์... ผมเอง ได้มีโอกาสเยี่ยมเยียนซิสเตอร์ในอารามบ้าง เมื่อครั้งท่านยังมีชีวิตอยู่ บรรยากาศที่ผมอบอุ่น บรรยากาศที่ผมเทศน์สอนที่อารามแห่งนั้น เมื่อครั้งได้ถวายมิสซาที่นั่น คือบรรยากาศที่หมายถึงประจักษ์พยานที่เชิงกางเขนของชีวิตจริงของพี่น้องของเราครับ วานนี้ เมื่อผมเพิ่งจะเป็นประธานปลงศพสัตบุรุษของผมท่านหนึ่งในวันฉลองเทิดทูนไม้กางเขน ศูนย์กลางของการเทศน์ในงานศพวานนี้อยู่ที่พระวาจาของพระเจ้าทั้งสองบทที่ได้อ่าน ทั้งกันดารวิถีและพระวรสารนักบุญยอห์นในวันฉลองเทิดทูนไม้กางเขน เมื่ออิสราแอลมองงูทองนั้น เขาต้องถามตนเองว่า “ฉันได้ทำอะไรลงไป งูจึงเข้ามาในค่าย และทำร้ายพวกเขา”... เมื่อเรามองกางเขน เราอาจจะต้องถามเช่นกันว่า “ฉันได้ทำอะไรลงไป พระเจ้าถึงต้องสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเช่นนี้”... มองที่สถานการณ์วันนั้น มองที่หีบศพที่กลางวัด ผู้ล่วงลับที่อยู่ในนั้น คำถามเดียวกัน “ฉันได้ทำอะไรลงไป ต่อผู้ล่วงลับ พี่น้อง ญาติของเราท่านนี้” แต่เอาเถอะ  ทุกอย่างผ่านไป งูทอง กางเขน หีบศพ เป็นเพียหลักฐานร่องรอยที่อาจจะต้องทำให้เราไตร่ตรอง และถามตนเองว่า “ฉันได้ทำอะไรลงไป” ... เช้านี้ ผมยังอยู่ที่คำถามของการไตร่ตรองเดิมคือ “ฉันได้ทำอะไรลงไป” ... แต่ดูจะเป็นคำตอบที่น่ารักจริงๆ ครับ คำตอบในชีวิตจริง ที่เป็นคสามศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าที่อยู่ท่ามกลางเราครับ เช้านี้ ผมจะกลับเข้าไปที่อาราม ผมจะเห็นร่างของซิสเตอร์เอลีซาเบธที่กลางวัดน้อยของอาราม “ฉันได้ทำอะไรลงไป” คงไม่ใช่สีหน้าที่โศกเศร้าด้วยความเสียดาย เสียโอกาส... แต่คงเป็นใบหน้าที่ยินดีของบรรดาซิสเตอร์ในอาราม หากต้องตอบคำถามว่า “ฉันได้ทำอะไรลงไป” ต่อซิสเตอร์เอลีซาเบธ ฉันได้ทำอะไรลงไป...

เป็นคำตอบ เป็นประจักษ์พยานที่ดีที่สุดครับ ในบรรยากาศที่พ่อแม่ ฝากลูกไว้ที่เนสเซอรี ลูกหลายคนที่นำพ่อแม่ที่อาวุโสไปฝากไว้ที่บ้านผู้สูงอายุ... ด้วยเหตุผลใดไม่ทราบ แต่ แต่ แต่ พี่น้องผู้ถวายตนในอารามแห่งนี้ได้ดูแลซิสเตอร์เอลีซาเบธ แบบไม่เอาท่านไปฝากไว้กับใคร แต่ต้องเป็นพวกเขาเองเท่านั้น ที่ดูแลพี่น้องท่านนี้อย่างดีที่สุด... พี่น้องที่รักครับ ผมมั่นใจที่สุด และนี่เป็นประจักษ์พยานที่พี่น้องไม่เห็นหรอกในอาราม แต่ผมเห็น และอยู่กับบรรดาซิสเตอร์มา... วันนี้ผมประกาศครับ ผมประกาศหัวใจอ่อนโยนนี้ครับ นี่คือหัวใจที่โลกเราวันนี้ต้องมีครับ คือหัวใจที่คิดถึงผู้อื่นบ้าง นี่คือประจักษ์พยานที่น่ารักที่สุดของชีวิตนักบวช ที่เจริญชีวิตเพื่อเป็นประจักษ์พยานถึงครอบครัวแห่งสวรรค์ครับ ผมมั่นใจจริงๆ ว่านอกจากการรักษาของแพทย์แล้ว หากมองที่การเอาใจใส่ดูแลผู้ป่วยแล้ว ผมมั่นใจว่า บรรดาซิสเตอร์ที่นี่ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่จริงๆ ที่พี่น้องสัตบุรุษหลายคนต้องมองเอาไว้เป็นแบบอย่าง นี่คือหัวใจที่เปี่ยมด้วยรักอ่อนโยน หัวใจที่เปี่ยมพระพรของพระเจ้า ประจักษ์พยานที่เห็นได้ในโลกวันนี้... พี่น้องที่รักครับ  แล้วเราจะพูดอะไรล่ะ ฉันไม่ใช่แม่พระนี่ ฉันไม่ใช่ซิสเตอร์นี้ เราจะพูดเช่นนี้หรือ หากเรายังเป็นลูกของพระเจ้า พระบิดาเดียวกัน...

พี่น้องที่รักครับ นี่คือหัวใจของแม่พระที่เราฉลองวันนี้ครับ หัวใจที่คิดถึงผู้อื่น หัวใจที่อุทิศตนเพื่อผู้อื่น หัวใจที่กล้าก้าวออกจากตนเอง เพื่อยืนเคียงข้างผู้อื่น ไม่ใช่พระคริสตเจ้าผู้ถูกตรึงบนไม้กางเขน พระบุตรของพระแม่เท่านั้น แต่เคียงข้างบรรดาศิษย์ เคียงข้างพวกเราทุกคนด้วย แล้วเราจะว่าไง หากเราจะบอกว่า เราเป็นลูกของพระแม่...

ข้าแต่พระเจ้า ลูกขอบคุณแบบอย่างของแม่พระ ขอบคุณแบบอย่างที่เห็นได้จริงในชีวิตของพี่น้องของลูกในหมู่คณะนักบวช... พระเจ้าข้า ขออย่าให้หัวใจของลูกปิดตนเองอยู่เลย ขอให้ลูกกล้าหาญเช่นเดียวกับแม่พระ เพื่อก้าวออกมาและร่วมชีวิตกับผู้อื่น เพราะ ณ หัวใจของพี่น้องของลูก พระคริสตเจ้าประทับอยู่ที่นั่น.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันเสาร์ที่ 15 กันยายน 18 สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา ระลึกถึงแม่พระระทมทุกข์
บทอ่าน ฮบ 5:7-9 / ยน19:25-27 หรือ ลก 2:33-35
เป็นครั้งที่สองในพระวรสารของนักบุญยอห์น ที่พระเยซูเจ้าได้ทรงเรียกพระมารดาของพระองค์ว่า “สตรี”(ให้ดูเหตุการณ์การเปลี่ยนน้ำให้เป็นเหล้าองุ่นที่เมืองกานา ยน 2:4) การใช้นามเรียกที่ไม่ปรกตินี้ ทำให้เราต้องหวลกลับไปยังการสัญญาครั้งแรกของการไถ่กู้ ที่พระเป็นเจ้าได้มอบให้เอว่า “เราจะให้เจ้าและหญิงนี้เป็นศัตรูกัน” (ปฐก 3:15) นักบุญยอห์นได้มองดูพระแม่มารีย์ เป็นเสมือนเอวาคนใหม่ ที่ได้ทำให้การลงโทษแห่งความตาย เพราะบาป ได้หวลกลับมาสู่ที่ดี เพราะความนบนอบของพระแม่ เช่นเดียวกับพระบุตรของพระแม่ เป็นเหมือนอาดัมใหม่ ที่ได้เปิดประตูของความรอดพ้นอีกครั้ง อาศัยการสิ้นพระชนม์ของพระองค์บนเขากัลวารีโอ ปิศาจได้ถูกบดขยี้ อาศัยการสิ้นพระชนม์ของเชื้อสายของพระแม่ เมื่อพระเยซูเจ้าได้ทรงประทานชีวิตของพระองค์ให้แก่เรา พระองค์ก็ทรงมอบพระมารดาของพระองค์ ให้แก่เราด้วย พระแม่มารีย์ได้ยืนอยู่ ณ แทบเชิงไม้กางเขนพร้อมกับยอห์น ศิษย์ที่พระเยซูเจ้าทรงรัก ซึ่งเป็นตัวแทนของบรรดา คริสตชนทุกคน ซึ่งแสวงหาความรอดพ้นในพระเยซูคริสตเจ้า ซีเมออนได้เคยทำนายว่า “ส่วนท่าน ดาบจะแทงทะลุจิตใจของท่าน” (ลก 2:35) และการทำนายนั้นจะเป็นจริงบนเขากัลวารีโอ พระแม่คือพระมารดาผู้ทรงระทมทุกข์ของพระศาสนจักร ที่จะเกิดขึ้นภายหลัง และพระแม่มารีย์ คือ ผู้มีบทบาทเป็นตัวอย่างสำหรับผู้มีความเชื่อทั้งหลาย การเลียนแบบความสุภาพถ่อมตน ความซื่อสัตย์ และการสรรเสริญพระเป็นเจ้า จะช่วยทำให้บรรดาคริสตชนมีความพร้อม ในการทำพันธกิจในพระศาสนจักร
ความศรัทธาต่อความระทมทุกข์เจ็ดประการของพระแม่มารีย์ มีพื้นฐานมาจากพระคัมภีร์ และความศรัทธาของบรรดาคริสตชน ที่ได้เชื่อมโยงพระแม่มารีย์กับพระบุตร ผู้ทรงระทมทุกข์ การระลึกถึงวันฉลองนี้ได้ถูกนำเข้ามาในพระศาสนจักร โดยคณะนักบวช “ผู้รับใช้” เพื่อส่งเสริมเรื่องความศรัทธาต่อความระทมทุกข์ ของพระแม่มารีย์ ในปี 1817 พระสันตะปาปาปีโอที่ 7 ได้รับความช่วยเหลือจากพระแม่มารีย์ ให้พ้นจากการถูกเนรเทศ และพระองค์ได้ขยายวันฉลองนี้ไปทั่วพระศาสนจักร.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

เชิญฟังเสียงคพ.พงศ์เทพ ประมวลพร้อม อธิบายพระคัมภีร์มิสซาวันอาทิตย์นี้ค่ะ

https://youtu.be/yo8DYPhVQrA

view