สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันจันทร์ที่ 17 กันยายน 2018 ระลึกถึงนักบุญโรเบิร์ต แบลลาร์มีโน พระสังฆราช และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร

วันจันทร์ที่ 17 กันยายน 2018 ระลึกถึงนักบุญโรเบิร์ต แบลลาร์มีโน พระสังฆราช  และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร

🍓ทุกครั้งที่ลูกขอบคุณเรา 
นั่นคือ การแสดงถึงการยอมรับว่า 
เราคือพระเจ้า พระผู้สูงสุด
และผู้ประทานทุกสิ่งแก่ลูก

📚บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 17 กันยายน 2018
สัปดาห์ที่ 24 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=MAIFYOLSYz8

🍓 I Know Who Holds Tomorrow
http://youtu.be/2n3iLXHzX9k

☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘

วันจันทร์ที่ 17 กันยายน 2018
ระลึกถึงนักบุญโรเบิร์ต แบลลาร์มีโน พระสังฆราช
และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร
อ่าน :
1คร 11:17-26
ลก 7:1-10

ผลจากความรักของนายร้อย ต่อลูกน้อง
ที่เขาแสดงออก ด้วยการเอาใจใส่
มอบหมายหน้าที่ พร้อมกับมีการดูแลสวัสดิการที่ดี
ในยามที่เขาไม่อยู่ ลูกน้องจึงยังคงซื่อสัตย์
ในการปฎิบัติตามหน้าที่

เปาโล ยอมรับ..ว่ามีความแตกต่างในหมู่สมาชิก
ถ้าความแตกต่างนำไปสู่ความแตกแยกก็เป็นผลเสีย
ท่านจึงแนะนำวิธี..สานสัมพันธ์..อันนำไปสู่
จิตตารมณ์ของความเป็นหนึ่งเดียว
สิ่งใดที่ได้รับมา ก็มอบต่อไป...

ด้วยบุคลิกในการเป็นคนที่ซื่อ ๆ เรียบง่าย
ในชีวิตของท่านนักบุญโรเบิร์ต แบลลาร์มีโน
แม้ว่าจะท่านจะเป็นบุคคลที่เฉลียวฉลาดมีความรู้มาก
บุคลิกนี้ได้ ส่งผลให้ท่านเติบโตเป็นผู้นำ และ
ผู้ร่วมงานที่น่ารักของทุก ๆ คน

หมายเหตุ..
เจ้านายที่ลูกน้องรัก..
มักไม่ใช่คนที่ทำตนเป็นคนเก่ง
ที่แล้งน้ำใจ แต่คือคนธรรมดาทั่วไป
ที่มีน้ำใจ และไม่เห็นแก่ตัว

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันจันทร์ที่ 17 กันยายน 2018

สัปดาห์ที่ 24 เทศกาลธรรมดา

ฉลองรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ของนักบุญฟรันซิส แห่งอัสซีซี

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“นายรักเขามา...” (ลก 7:1-10) 

นั่นคือคนใช้ของฉันเท่านั้น

แต่...นี่คือฉันที่เชื่อในพระเยซู

ความเชื่อในพระเยซูต้องเป็นความเชื่อที่มีชีวิต

เขาคนนั้นที่เจ็บป่วยอยู่

จึงไม่ใช่เพียงคนใช้ของฉัน

แต่เขาคือพระเยซูผู้ประทับอยู่ที่นั่น

และนั่นจึงไม่ใช่เพียงคนใช้

แต่นั่นเป็นพระคริสตเจ้าที่เจ็บป่วย

และนั่นคือพระองค์ที่ฉันต้องรักและห่วงใย

โอ้ ความรักขอพระคริสตเจ้าผลักดันฉัน

ให้ความเชื่อของฉันมีชีวิต

เป็นชีวิตที่บิออกเพื่อทุกคน

________________

วันนี้วันจันทร์ เพียงวันเดียวที่เราได้ผ่านวันพระเจ้าที่เราเฉลิมฉลองเมื่อวานนี้ วันอาทิตย์ที่พระเจ้าทรงเชื้อเชิญให้เราเจริญชีวิตเป็นศิษย์ของพระองค์จริงๆ เดินตามพระองค์ ไม่ใช่ขัดขวางและเป็นอุปสรรคของพระองค์ (เทียบพระวรสารเมื่อวานนี้) เดินตามพระองค์ คือเจริญชีวิตตามแบบอย่างของพระองค์ หัวใจของเราต้องเป็นหัวใจที่สุภาพถ่อมตนเหมือนกับพระองค์ จบมิสซา เรายังมีมิสชั่น นั่นคือเรายังมีพันธกิจครับ ที่เราต้องออกไปเป็นประจักษ์พยานของความเชื่อที่มีชีวิตของเรา (เทียบบทอ่านที่สองเมื่อวานนี้) มิฉะนั้น ความเชื่อของเราก็เป็นความเชื่อที่ตายแล้ว

บทอ่านที่หนึ่งวันนี้ นักบุญเปาโลกเขียนถึงชาวโครินทร์ เรื่องการร่วมในพิธีบิปัง... ผมว่านะครับ... ท่านเขียนถึงผมและถึงพี่น้องด้วยนั่นแหละครับ ท่านรู้สึกเศร้ากับการฉลองวันพระเจ้า กับการร่วมในพิธีบิปังของชาวโครินทร์อย่างไร วันนี้ เราอาจจะต้องถามว่า สิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้นอย่างน่าเศร้าในท่ามกลางพวกเราบ้างหรือไม่...

ชาวโครินทร์ ร่วมพิธีระลึกถึงพระคริสตเจ้า ในการบิปังด้วยหัวใจที่เห็นแก่ตัว มาร่วมพิธีเพื่อตนเองมากกว่า และที่สุด ก็กลายเป็นเรื่องของการกินดื่มที่คิดถึงแต่ตนเอง เมามายไปในขณะที่อีกหลายคนไม่ได้กินและดื่ม นั่นหรือ คือพิธีระลึกถึงพระคริสตเจ้า ที่พระองค์ได้ตรัสว่า “จงทำการนี้เพื่อระลึกถึงเราเถิด” 

พี่น้องที่รักครับ มันคงเป็นเรื่องที่น่าเศร้าเช่นกันหรือเปล่า หากเราไปวัด หากเราเข้าไปหาพระเจ้า แล้วเราก็ภาวนาขอพระพรจากพระเจ้า เราขอพระเมตตาและการอภัยโทษจากพระองค์ เรามีแต่ขอ ขอ ขอ จากพระองค์ และนี่แหละ ชีวิตของเราเป็นขอทานเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าจริงๆ เราขอไม่จบสิ้น เราขอไม่หยุดหย่อน แต่เมื่อเราออกมากจากวัด เราก็เอารัดเอาเปรียบกันและกัน... พี่น้องครับ เราไปวัดวันอาทิตย์ เราไปหาพระเจ้า เราไปเพื่อใครครับ เราทำเพื่อตนเองทั้งนั้น เช่นนั้นหรือเปล่า... แต่พระวาจาที่ว่า “จงทำการนี้เพื่อระลึกถึงเราเถิด” นั่นคือการไปและทำอย่างพระองค์ครับ ซึมซับจากพระองค์ครับ พระองค์ทรฝยกชีวิตของพระองค์ ยกปังของพระองค์ขึ้นตรัสว่า “นี่คือกายของเราที่จะมอบเพื่อท่าน” คือนี่คือชีวิตของพระองค์ที่จะมอบเพื่อเราครับ “จงทำการนี้เพื่อระลึกถึงเราเถิด” นั่นคือจงไปทำมิสซาครับ มิสซาชีวิต มิสชั่น หรือพันธกิจของคริสตชนครับ จงทำการนี้เพื่อระลึกถึงเราเถิด คือการกลับไปและบิชีวิตของเราออก เพื่อกันและกันครับ... ไม่ใช่ทำในสิ่งที่ชาวโครินทร์ถูกนักบุญเปาโลตำหนิในบทอ่านที่หนึ่งวันนี้ ชีวิตเพื่อตนเอง ไม่ใช่ชีวิตของพระคริสตเจ้า แต่ชีวิตของพระคริสตเจ้า คือชีวิตเพื่อกันและกัน และเราที่เป็นศิษย์ของพระองค์ล่ะครับ วันนี้ชีวิตของเรา เพื่อใครจริงๆ เพื่อตนเอง หรือเพื่อคนอื่น... หากเราบอกว่าเราเป็นศิษย์พระเยซู... “งทำการนี้ เพื่อระลึกถึงเราเถิด” ทำการนี้ ทำสิ่งนี้ ที่เป็นที่ระลึกถึงพระองค์ คือการมอบชีวิตเพื่อคนอื่นๆ วันนี้ ฉันทำสิ่งนี้มากน้อยเพียงใด เพื่อระลึกถึงพระองค์...

นายรักเขามาก... เราไม่เคยเคยพบความเชื่อมากเช่นนี้ในอิสราแอลเลย... คือความเชื่อที่แสดงให้เห็นด้วยกิจการ คือความเชื่อที่มีชีวิต ไม่ใช่ความเชื่อที่ตายแล้ว (เทียบบทอ่านที่สองเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา) นายรักเขามาก นายรักคนใช้คนนี้มาก... พี่น้องครับ นี่คือความเชื่อที่มีชีวิตของผู้ที่เชื่อในพระเยซูเจ้า นี่คือความเชื่อที่มีชีวิต นี่คือความเชื่อที่แสนสุภาพถ่อมตน ความเชื่อที่แสดงออกซึ่งกิจการ เขารักคนใช้ของเขามาก... เพียงคนใช้คนหนึ่งที่เขาก็รัก และไม่ทอดทิ้งเลย... คำถามชวนไตร่ตรองง่ายๆ วันนี้ นายร้อยคนนี้วิงวอนพระเยซูเจ้าเพื่อรักษาคนใช้ของเขา คนใช้ที่เขารักมาก... และวันนี้ ฉันภาวนาเพื่อใครบ้างแล้วหรือยัง ฉันยังเย็นชากับใครบางคนหรือเปล่า...

เราไม่เคยเคยพบความเชื่อมากเช่นนี้ในอิสราแอลเลย... แล้วพระเยซูเจ้าจะพบความเชื่อเช่นนี้ในโลกเราวันนี้หรือเปล่า หากความเชื่อของเรายังเป็นความเชื่อที่มีชีวิต วันนี้ ฉันบิปังแห่งชีวิตของฉันออกเพื่อใครบ้างแล้วหรือยัง... พี่น้องที่รัก ฉันเป็นคริสตชนเพื่อใคร ฉันเป็นคริสตชนเพื่อตนเองเท่านั้นหรือเปล่า ฉันไปวัด ฉันภาวนา ฉันขอ ขอ ขอ และก็ขอ ขอตลอด แล้วเมื่อพระคริสตเจ้าทรงบิปังแห่งชีวิตของพระองค์เพื่อฉัน พระองค์ได้ตรัสกับฉันเสมอว่า “จงทำการนี้เพื่อระลึกถึงเราเถิด” พี่น้องที่รักครับ ฉันทำบ้างไหม สิ่งที่พระองค์ตรัสอ่ะ ทำสิ่งนี้เพื่อระลึกถึงพระองค์ คือบิปังแห่งชีวิตของตนเองออกเพื่อกันและกัน นั่นแหละครับคริสตชน... นี่แหละคือความเชื่อที่มีชีวิต ที่ไม่มีใครเคยพบที่ใด นอกจากในชีวิตของศิษย์ของพระเยซู นั่นควรเป็นชีวิตของเรามิใช่หรือ... และฉันเป็นเช่นนั้นหรือยัง วันนี้ ความเชื่อของฉันเป็นเช่นใด

เราเพิ่งผ่านการฉลองเทิดทูนไม้กางเขน ผ่านการฉลองแม่พระระทมทุกข์ นั่นไม่ใช่อะไรอื่นที่เราฉลองในวันเหล่านี้ แต่นี่ต้องคือการฉลองต่อไปในชีวิตของเราด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความเชื่อที่มีชีวิต เป็นพระคริสตเจ้าท่ามกลางพี่น้องที่ยกปังแห่งชีวิตของตนขึ้น บิออกเพื่อทุกคน และนั่นคือภาพลักษณ์ของพระคริสตเจ้าผู้ทรงประทับอยู่ท่ามกลางเพื่อนพี่น้อง นั่นคือภาพการร่วมชีวิตกับพระคริสตเจ้า ที่วันนี้ ครอบครัวฟรันซิสกัน ฉลองรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ของนักบุญฟรันซิส สิ่งที่พระเจ้าทรงจารึกไว้บนร่างกายของฉัน เป็นการประทับตราที่มีชีวิต นี่คือชีวิตของพระคริสตเจ้า ชีวิตเพื่อทุกๆ คน ชีวิตที่ไม่เคยหันหลังให้กับใครๆ เลย

ข้าแต่พระเจ้า นี่คือ Power of the Word นี่คือพลังแห่งพระวาจา ทที่ทำให้ลูกต้องภาวนา และวันนี้ ลูกไม่ขออะไรจากพระองค์ นอกจากความกล้าหาญแท้จริงแห่งการก้าวออกจากตนเอง เพื่อเป็นศิษย์ที่แท้จริงของพระองค์ เพื่อทำตามแบบที่พระองค์ทรงทำ คือชีวิตนี้เพื่อทุกๆ คน

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันจันทร์ที่ 17 กันยายน 18 สัปดาห์ที่ 24 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน 1คร 11:17-26,33 / ลก 7:1-10
นายร้อยเป็นทหารระดับสูงในกองทัพของโรมัน ซึ่งบังคับบัญชาพลทหารประมาณ 100 คน นายร้องผู้นี้รับราชการอยู่ที่เมืองคาเปอร์นาอุม เขาเป็นสมาชิกของกองกำลังรักษาสันติภาพของเฮโรด มากกว่าเป็นสมาชิกของกองทัพของจักรพรรดิ์
เมื่อคนใช้ของเราล้มป่วย เขาได้ส่งผู้อาวุโสชาวยิวที่ดูและศาลาธรรม ไปเชิญให้พระเยซูเจ้า ให้เสด็จมาเพื่อรักษาคนใช้ของเขา พวกยิวมีความกตัญญูต่อนายร้อยผู้นี้ เพราะเขาได้สร้างศาลาธรรมให้ พวกเขาจึงได้ขอร้องให้พระเยซูเจ้า ให้เสด็จมาและรักษาคนใช้ของเขา แต่นายร้อยผู้นี้ได้ส่งคำพูดไปหาพระเยซูเจ้าว่า เขาไม่สมควรที่จะให้พระองค์เสด็จมายังบ้านของเขา (ตามปรกติชาวยิวจะมองดูบ้านของคนต่างศาสนาว่า เป็นสถานที่ไม่บริสุทธิ์) นายร้อยผู้นี้ยังรู้ว่า เขาจะใช้อำนาจที่มีอย่างไร และรู้ว่าพระเยซูเจ้าจะทรงใช้อำนาจอย่างไร เขายังมีความไว้ใจว่า พระเยซูเจ้าจะสามารถรักษาคนใช้ของเขา เพียงแต่พระองค์สั่งแต่เพียงพระวาจาเดียวเท่านั้น พระเยซูเจ้าทรงประหลาดพระทัยในความเชื่อของเขา ที่ตรงข้ามกับความไม่เชื่อของประชากรของพระองค์ และเมื่อผู้นำข่าวของนายร้อยผู้นี้กลับไปรายงาน พวกเขาก็พบว่าคนใช้ของนายร้อยผู้นี้หายป่วย
ในพิธีบูชามิสซา ก่อนการรับศีลมหาสนิท เราจะได้ยินสัตบุรุษสวืดภาวนาว่า “พระเจ้าข้า ข้าพเจ้าไม่สมควรจะรับเสด็จมาประทับอยู่กับข้าพเจ้า โปรดตรัสเพียงพระวาจาเดียว แล้วจิตใจข้าพเจ้าก็จะบริสุทธิ์” เรายอมรับว่า พระเยซูคริสตเจ้าเป็นพระเป็นเจ้า และพระองค์ทรงมีพระวาจาที่มีอำนาจ และศีลมหาสนิทที่เรารับเข้ามาในวิญญาณ จะสามารถรักษาความไม่สมควรของเรา “โปรดตรัสเพียงพระวาจาเดียว แล้วจิตใจข้าพเจ้าจะบริสุทธิ์”...เราได้ใช้อำนาจแห่งการวิงวอนขอ เพื่อช่วยคนที่มีความต้องการหรือใม่..? ข้าแต่พระเยซูเจ้า ขอพระองค์ตรัสเพียงพระวาจาเดียว วิญญาณของข้าพเจ้าก็จะบริสุทธิ์...หัวใจไม่มีไว้เพื่อแตกสลาย แต่เป็นสิ่งที่ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น ท่านต้องผ่านความเจ็บปวด ก่อนจะมีการบำบัดรักษา

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view