สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพุธที่ 19 กันยายน 2018 ระลึกถึงนักบุญ ยานูอารีโอ พระสังฆราชและมรณสักขี

วันพุธที่ 19 กันยายน 2018 ระลึกถึงนักบุญ ยานูอารีโอ พระสังฆราชและมรณสักขี

💕ท่านที่รักทั้งหลาย เราจงรักกัน
เพราะความรักมาจากพระเจ้า
และทุกคนที่มีความรัก ย่อมบังเกิดจากพระเจ้า
และรู้จักพระองค์
ผู้ไม่มีความรัก ย่อมไม่รู้จักพระเจ้า
เพราะพระเจ้าทรงเป็นความรัก💕

📚บทอ่านประจำวันพุธที่ 19 กันยายน 2018
ระลึกถึงนักบุญ ยานูอารีโอ พระสังฆราชและมรณสักขี
https://youtu.be/TJ3NO3ZHMhI

❤รักในโครินธ์
https://youtu.be/jhsQIxX0c4w

💞💞💞💞💞💞💞💞💞

วันพุธที่ 19 กันยายน 2018
ระลึกถึงนักบุญ ยานูอารีโอ พระสังฆราชและมรณสักขี
อ่าน :
1 คร 12:31-13:1-13
ลก 7:31-35
 
พระเยซูเจ้า เปรียบคนที่ไม่มีความรักในหัวใจ
เขาจะทำสิ่งต่าง ๆ เพียงเพราะเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ หรือทำด้วยจำใจ
แต่คนที่ใส่ความรักในการกระทำ ปรีชาญาณของพระเจ้า
จะนำเขาให้พบความสุขในการกระทำ แม้ในช่วงเวลา
ที่ดูเหมือนกับว่าไม่น่าจะ … “สุข”…สักเท่าไหร่
 
นักบุญเปาโลชี้ให้เห็นความยิ่งใหญ่ของ “ความรัก”..
แม้มนุษย์จะรู้สารพัด จัดการทำได้ทุกอย่าง
ถ้าไม่มี “ความรักชักนำ” ก็ไร้ประโยชน์
ลักษณะของความรัก คือ..
อดทน มีใจเอื้อเฟื้อ ไม่อิจฉา ไม่โอ้อวดตนเอง
ไม่จองหอง ไม่หยาบคาย ไม่เห็นแก่ตัว
ไม่ฉุนเฉียว ไม่จดจำความผิดที่ได้รับ  
ไม่ยินดีในความชั่ว แต่ยินดีในความถูกต้อง
ให้อภัยทุกอย่าง เชื่อทุกอย่างหวังทุกอย่าง

แม้นจะมีการเบียดเบียนศาสนา
แต่ท่านนักบุญยานูอารีโอ
ในฐานะพระสังฆราช ผู้อภิบาล
ปกครองดูแล ท่านไม่กลัว ที่จะเอาใจใส่
ฝูงแกะที่ท่านได้รับมอบหมายให้ดูแล
ด้วยการเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ
 
หมายเหตุ…
เมื่ออานุภาพของ... “ความรัก”...ชักนำ
ไม่ว่ายากสักเพียงใด...ใจคงพร้อมจะฝ่าฟัน
เพื่อยืนยันฝันที่มี

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพุธที่ 19 กันยายน 2018

สัปดาห์ที่ 24 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“เราจะเปรียบคนยุคนี้กับสิ่งใดดี...” (ลก 7:31-35) 

เพราะเขาไม่รู้ไม่ชี้

เขาไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น

นอกจากความสุขของตนเอง

เขาช่างเย็นชาเหลือเกิน...

เขาไม่รู้สึกร้อน

เขาไม่รู้สึกเย็น

แต่เขาพอใจในความอุ่นๆ ของชีวิตที่ไม่สนใจผู้ใด

คริสตชนอย่างฉันวันนี้

หากฉันเป็นเช่นนั้น

ฉันคงควรถูกสำรอกออกจากพระทัยของพระเจ้าหรือเปล่า

หากพระทัยของพระเจ้านั้นแสนอ่อนโยน

แต่ฉันเย็นชาเหลือเกิน...

________________

เมื่อวานนี้ บทอ่านที่หนึ่ง จดหมายนักบุญเปาโลได้กล่าวถึงพระพรในชีวิตของเราแต่ละคนที่แตกต่างกัน แต่เป็นพระพรเพื่อประคับประคองกันและกัน... พระวาจาจบลงที่คำว่า “จงแสวงหาพระพรพิเศษที่ประเสริฐกว่านี้เถิด” คือทำสิ่งที่ดีกว่านี้ ด้วยพระพรที่เราได้รับแตกต่างกัน... เช้าวันนี้ พระวาจาประโยคสุดท้ายจากบทอ่านที่หนึ่งวานนี้ ได้ถูกนำมาวางให้เราอ่านอีกครั้งในบทอ่านที่หนึ่งเช้านี้... จากนั้น สิ่งที่ตามมา สิ่งที่นักบุญเปาโลบอกว่า... “ข้าพเจ้าจะขอชี้ทางที่ดีกว่าให้ท่าน”  และสิ่งนั้นคืออะไร...

นั่นคือบทที่ 13 ที่ท่านพูดถึงครับ พระพรที่แตกต่างนั้นต้องถูกผลักดันด้วยสิ่งที่เรียกว่า “ความรัก” ครับ ความรักคือพระพรที่ประเสริฐสุดกว่าทุกสิ่ง คือพระพรที่ทำให้เราพบแรงผลักดันที่จะทำทุกสิ่ง เพื่อใช้พระพรที่มีอยู่ทั้งหมด เพื่อสิ่งที่ดีที่สุด นั่นคือรักที่ถูกแบ่งปัน คือปังที่ถูกบิที่ผมไตร่ตรองและแบ่งปันการไตร่ตรองกับพี่น้องในวันเหล่านี้นั่นเองครับ

อะไรคืออุปสรรคของพระวาจาของพระเจ้าในพระวรสารวันนี้ “เราจะเปรียบคนยุคนี้กับสิ่งใดดี (ยุคของเรานี่แหละครับ) เขาเหมือนกับสิ่งใด...” 

นั่นคือ “ความเย็นชา” ครับ ไม่รู้ไม่ชี้ ไม่สนใจอะไรเลย “มันเรื่องอะไรของฉัน” “มันไม่เกี่ยวกับฉันสักหน่อย” ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น นอกจากความสุขของตนเองเท่านั้นอ่ะ...

วานนี้ เราพบแบบอย่างของผู้มีความเชื่อในพระเจ้า คือแบบอย่างของพระคริสตเจ้า ผู้มีพระทัยอ่อนโยน ลุกร้อนด้วยไฟรัก เมื่อพระองค์ทรงเห็นสถานการณ์ของโลก สังคมที่พระองค์เจริญชีวิตอยู่ พระองค์ตื่นตัวอยู่เสมอในความร้อนรนต่อความรอดพ้นของพี่น้อง ไตร่ตรองสิ่งที่เกิดขึ้น และลงมือกระทำบางอย่างมากกว่าวาจาแห่งการปลอบโยน แต่เป็นทั้งชีวิตที่ทุ่มลงไปเพื่อปลอบโยนและคืนความหวังแก่คนสิ้นหวัง... แต่ฉันล่ะ ฉันทำอะไรลงไป... อย่าเพิ่งถามว่าฉันจะทำอะไร ฉันจะช่วยอะไรได้ แต่วันนี้ ฉันรับรู้ถึงความทุกข์ยากของพี่น้องของฉันมากน้อยเพียงใด ฉันเย็นชามากเกินไปหรือเปล่า จนฉันไม่รู้สึกทุกข์ร้อนอะไรบ้างเลยต่อความเป็นอยู่ของเพื่อนพี่น้องผู้กำลังทุกข์ยาก เขามีความสุขฉันก็ไม่สนใจ เขามีความทุกข์ยากฉันก็ไม่ใยดี ฉันเฝ้าแต่ดูแลเอาใจใส่ความสุขของฉันเท่านั้น ... วันนี้ฉันเย็นชามากไปหรือเปล่า.. และฉันจะถูกเปรียบกับอะไรเล่า...

“ความรัก” ครับ สิ่งนี้เท่านั้นที่เป็นคำตอบ... พระเจ้าทรงรักโลก จนถึงกับประทานพระบุตรของพระองค์... พระเจ้าทรงเป็นความรัก ในพระองค์ครับ ความเชื่อในพระองค์ที่มีความรักเป็นแรงผลักดันเท่านั้น หัวใจฉันจะลุกร้อนเสมอในความรักต่อพระเจ้าและต่อเพื่อนพี่น้อง ฉันจึงจะสามารถร่วมทุกข์ร่วมสุขกับทุกคน และหัวใจของฉันจะไม่มีวันเย็นชาลงเพราะขาดความรักเลย

พี่น้องที่รักครับ ความเย็นชาต่อกันและกันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยในหัวใจของผู้มีความเชื่อในพระเยซู โลกของเราเป็นอย่างไรบ้าง นี่คงเป็นคำถามที่กว้างเกินไปหน่อยหรือเปล่า... แต่วันนี้ ถามใจตนเองดีกว่า หัวใจของฉันเป็นอย่างไรบ้าง ฉันเย็นชาต่อกันและกันบ้างไหม ต่อสมาชิกในครอบครัวของเรา สมาชิกในหมู่คณะนักบวชของเรา ชุมชนคริสตชนของเรา มีใครบ้างไหมที่แทนที่ฉันจะปลุกให้เขามีกำลังเข้มแข็งขึ้น ฉันกลับไม่สนใจใยดีต่อความทุกข์ยากของเขา... และนี่แหละครับ พี่น้องที่รัก หากเรายังไม่ได้ช่วยเหลือ บรรเทาเขา พี่น้องครับ เรากำลังทำลายเขานะครับ เพราะเป็นคริสตชน ไม่ช่วยคือทำร้าย ไม่ทำดี คือทำบาป... เอาเถอะ หากเราไม่เย็นชาต่อกันและกันซะก่อน โอ้ เรามีหลายสิ่งมิใช่หรือที่สามารถทำได้เพื่อกันและกัน

พี่น้องที่รักครับ... “ไม่รู้ไม่ชี้” “เรื่องของเขา ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน” สิ่งนี้ต้องไม่ใช่สำนึกของศิษย์พระเยซูใช่ไหม...

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ประทานไฟรักที่ลุกร้อนในหัวใจของลูก เพื่อลูกจะไม่เย็นชาต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับเพื่อนพี่น้องในวันเหล่านี้ แต่เพราะความรักของพระองค์ที่ผลักดันอยู่ในจิตวิญญาณของลูก จะทำให้ลูกกล้าที่จะก้าวออกจากตนเอง และเจริญชีวิตแต่ละวัน เพื่อปลอบใจเตือนความเชื่อของกันและกัน เดินหน้าไปด้วยกัน จนถึงวันที่พวกเราจะพร้อมหน้ากันในครอบครัวแห่งสวรรค์เถิด.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันพุธที่ 19 กันยายน 18 สัปดาห์ที่ 24 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน 1คร 12:31-13:1-13 / ลก 7:31-35
พระเยซูเจ้าได้ทรงชมเชยยอห์น บัปติสต์ ซึ่งถูกเฮโรดขับขังคุก เพราะได้ทำตัวเป็นประจักษ์พยานที่ซื่อสัตย์ต่อพระวรสาร (ลก 7:24-28) ทุกคนที่ได้รับประโยชน์จากพันธกิจของยอห์น จะสรรเสริญพระเป็นเจ้า แต่บรรดาผู้นำศาสนา จะปฏิเสธที่จะรับพิธีล้างจากท่านยอห์น ด้วยความดื้อรั้น และไม่ยอมรับกิจการของพระเป็นเจ้า ในชีวิตของพวกเขา พระเยซูเจ้าได้ทรงเปรียบเทียบพวกเขา เหมือนเด็กๆ ที่นั่งตามลานสาธารณะว่า “เราเป่าขลุ่ย เจ้าก็ไม่ฟัง เราร้องเพลงโศกเศร้า เจ้าก็ไม่ร้องไห้” พวกเขาสบประมาทยอห์น เพราะเจริญชีวิตอย่างสมถะ และประกาศข่าวสารของการใช้โทษบาป ในเวลาเดียวกัน พวกเขาเชื่อว่าพระเยซูเจ้าเป็นนักกินและนักดื่ม เพราะพระองค์สมาคมกับพวกคนบาปและคนเก็บภาษี แต่ในที่สุด ทุกคนที่ยอมรับผู้นำข่าวแห่งความรอดของพระเยซูเจ้า จะเป็นผู้ชอบธรรม เพราะปรีชาญาณของพระเป็นเจ้า
วันนี้ เป็นวันที่พระศาสนจักรระลึกถึงนักบุญยานูอารีอุส พระสังฆราชและมรณสักขี ท่านเป็นพระสังฆราชในศตวรรษที่สี่ ของเบเนแวนโต ประเทศอิตาลี ในสมัยการเบียดเบียนของจักรพรรดิ์เดโอเคลเตียน ท่านได้ถูกจับตัว ขณะที่ไปเยี่ยมเยียนสังฆานุกรภายในคุก ซึ่งได้เป็นมรณสักขีพร้อมกับเพื่อนๆในเวลาต่อมา ในปี 304 ที่เมืองเนเปิ้ลส์ ท่านได้ถูกจับโยนไปให้สัตว์ร้าย แต่เมื่อสัตว์ร้ายไม่ยอมทำร้ายท่าน ท่านจึงได้ถูกตัดศีรษะ ร่างของท่านได้ถูกนำมายังเมืองเนเปิ้ลส์ และถูกฝังไว้ในวัด เลือดของท่านได้ถูกบรรจุไว้ในภาชนะใกล้กับศีรษะของท่าน และนับตั้งแต่ปี 1389 เป็นต้นมา มีการเล่าสืบต่อกันมาว่า เลือดของท่านจะกลายเป็นของเหลวในวันฉลองของท่าน
ถ้าท่านต้องการฆ่าคนอื่น เพื่อยืนยันความเชื่อของท่าน ท่านก็กลายเป็นฆาตากร แต่ถ้าท่านต้องการตาย เพื่อยืนยันความเชื่อของท่าน ท่านก็กลายเป็นมรณสักขี...ข้าพเจ้าหวังจะนอนตายบนเตียง ผู้สืบตำแหน่งต่อจากข้าพเจ้าจะตายในคุก และคนที่สืบตำแหน่งต่อจากเขา จะยอมตายเป็นมรณสักขีในที่สาธารณะ.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view