สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน 2018 ระลึกถึงนักบุญอันดรูว์ กิม เตก็อน พระสงฆ์ นักบุญเปาโล จง ฮาซัง และเพื่อนมรณสักขี ชาวเกาหลี

วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน 2018 ระลึกถึงนักบุญอันดรูว์ กิม เตก็อน พระสงฆ์ นักบุญเปาโล จง ฮาซัง และเพื่อนมรณสักขี ชาวเกาหลี

🍎ทางเดินที่ปลอดภัยที่สุด
คือทางเดินตามพระวจนะของพระเจ้า

📚บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน 2018
ระลึกถึงนักบุญอันดรูว์ กิม เตก็อน พระสงฆ์
นักบุญเปาโล จง ฮาซัง และเพื่อนมรณสักขี ชาวเกาหลี
https://www.youtube.com/watch?v=DZGCVX81vm4

🍐เพราะรักมั่นคง
https://youtu.be/W6kLp-wmjmE

🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓

วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน 2018
ระลึกถึงนักบุญอันดรูว์ กิม เตก็อน พระสงฆ์
นักบุญเปาโล จง ฮาซัง และเพื่อนมรณสักขี ชาวเกาหลี
อ่าน :
รม 8:31ข-35,37-39
ลก 9:23-26

พระเยซูเจ้าทรงเชิญชวนและท้าทาย
ผู้ที่ปรารถนาจะติดตามพระคริสตเจ้า
สิ่งที่พวกเขาจำเป็นต้องตระหนัก คือ
เลิกคิดถึงตัวเอง แบกกางเขนของตนทุกวัน
แล้วตามเรามา

นักบุญเปาโลเป็นพยานยืนยัน
ในการติดตามพระคริสตเจ้านั้น
ความทุกข์ การเบียดเบียนข่มเหง
การขาดอาหาร เครื่องนุ่งห่ม
ภยันตรายต่าง ๆ ไม่สามารถมีอิทธิพล
เหนือศิษย์ของพระคริสตเจ้า
แม้นจะมีความยากลำบากในการเริ่มต้น

พระศาสนจักรในประเทศเกาหลี
แต่ผ่านทางการยืนหยัด ซื่อสัตย์ในความเชื่อของ
นักบุญอันดรูว์ กิมเตก็อน นักบุญเปาโล จง ฮาซัง
และเพื่อนมรณสักขี ชาวเกาหลี ที่ยินดีสละชีวิต
ได้ทำให้พระศาสนจักรในประเทศเกาหลี
เติบโต พัฒนา เจริญรุดหน้าอย่างมาก

หมายเหตุ..
ยิ่งคิดถึงตัวเองมากท่าไหร่..
ความทุกข์ของตนเอง
ก็เป็นเรื่องใหญ่..
ถ้าใจไม่นิ่งพอ

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน 2018

สัปดาห์ที่ 24 เทศกาลธรรมดา

ระลึกถึงนักบุญอันดรูว์ กิม เตก็อน พระสงฆ์ และ เพื่อนมรณสักขีชาวเกาหลี

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“เรามีเรื่องจะพูดกับท่าน... เพราะนางมีความรักมาก...” (เทียบ ลก 7:36-50) 

พระเยซูเจ้าตรัสกับฉันล่ะวันนี้

คนที่ได้รับการยกหนี้ให้ต่างกันนี้

ใครรักเจ้าหนี้มากกว่ากัน

บางทีฉันรับพระพรของพระเจ้าทุกวัน

รับอาหารของพระองค์ทุกวัน

เพียงบางวันไม่ถูกปากหน่อยก็บ่น

บางวันเจ็บไข้บ้างก็บ่น

แต่ฉันเคยขอบคุณพระเจ้าบ้างไหม

สำหรับชีวิตและลมหายใจที่ฉันมีทุกวัน

นั่นเป็นสิทธิ์ของฉัน หรือ เป็นพระเมตตาของพระองค์

________________

พระเยซูเจ้าได้ตรัสกับซีโมน ฟาริสีที่ได้เชิญพระเยซูเจ้าไปทานอาหารที่บ้านของเขาว่า “ซีโมน เรามีเรื่องจะพูดกับท่าน...” แล้วพระองค์ถามเขาว่า ในระหว่างลูกหนี้สองคน คนที่มีหนี้ต่างกัน และได้รับการยกหนี้ ใครที่จะรักเจ้าหนี้มากกว่ากัน และเขาก็ตอบว่า คนที่ได้รับการยกหนี้ให้มากที่สุด...

พี่น้องที่รัก ผมเป็นพระสงฆ์ หลายๆ ครั้ง เมื่อผมต้องให้บริการศีลอภัยบาปสำหรับพี่น้อง ผู้ที่เข้ามาสารภาพบาปมีทุกวัย ผมฟังการสารภาพบาป ที่หลายๆ ครั้ง ผมพบว่าบาปบางบาปที่สัตบุรุษสารภาพนั้นอาจจะดูแปลกๆ สักหน่อย มีบาปบางบาปที่ผมไม่เคยได้ยิน และหลายครั้ง ที่ผมไม่เคยคิดว่านี่เป็นบาปด้วยเช่นกันนะ...  ดังนั้น การเป็นพระสงฆ์ที่บริการศีลอภัยบาป บางครั้ง ที่นั่น เป็นที่ที่พระเจ้ากำลังสอนผมเหมือนที่กำลังสอนซีโมนวันนี้ในพระวรสารไม่มีผิดเลย

พี่น้องที่รักครับ โดยปกติแล้ว พระสงฆ์ผู้ฟังแก้บาป จะไม่บอกพี่น้องหรอกว่า ไอ้นี่บาป ไอ้นี่ไม่บาป พระสงฆ์ไม่มีสิทธิ์ตัดสินในเรื่องนี้ครับ เพราะสิ่งที่สัตบุรุษมาสารภาพนั้น มาตรฐานเดียวที่พวกเขาใช้ตัดสินว่า เขาทำอะไรผิดอย่างไรต่อพระเจ้านั้น คือสิ่งที่นักบุญเปาโลพูดถึงเมื่อวานนี้ คือ “ความรัก” 

“เรามีเรื่องจะพูดกับท่าน” ประโยคนี้สะท้านในผมจริงๆ มันคือประสบการณ์ที่พระเจ้าตรัสกับผมเสมอๆ ในที่ฟังแก้บาปครับ มันคือความตะลึงมากๆ ไม่ใช่หรือ เมื่อสัตบุรุษสารภาพบาป ว่า “ไม่ได้ภาวนาเช้าค่ำ” “วอกแวกในการภาวนา” บาปที่น่าคิดอีกบางบาปของเด็กๆ “หนูเดินผ่านหน้าตู้ศีลมหาสนิทแล้วไม่ได้ไหว้พระเยซู”... บาปของนักบุญดอมินิก ซาวีโอ ครับ “ไม่ได้ทำความดี เมื่อมีโอกาส” นักบุญน้อยๆ แต่รู้สึกว่าสิ่งนี้เป็นบาป และเขาก็ได้สารภาพต่อพระเจ้า ขอโทษพระเจ้า... โอ้ หลายครั้ง ที่ผมลุกจากที่ฟังแก้บาป วันหนึ่งผมถามเพื่อนนักบวชคนหนึ่งว่า หากสัตบุรุษเขาสารภาพว่า เขาขาดการสวดภาวนาเช้าค่ำ แล้วเราล่ะ เราเคยรู้สึกว่าบาปไหม เมื่อเรามีหน้าที่ต้องภาวนาทำวัตรแล้วเราละเลยไม่ได้ทำในบางครั้ง เรามีหน้าที่โดยกฎหมายพระศาสนจักร และธรรมนูญของชีวิตนักบวชอ่ะ เราจะบาปกว่าสัตบุรุษไหม... หากสัตบุรุษรู้สึกว่าการวอกแวกในการภาวนาเป็นบาป... แล้วเราพระสงฆ์นักบวชล่ะ เรายกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปในพิธีกรรม เราวอกแวกมากกว่าไหม แล้วเราบาปไหม... หากเด็กเล็กๆ คนนั้น สารภาพว่า หนูได้เดินผ่านหน้าตู้ศีลโดยไม่ได้ยกมือไหว้พระเยซู แล้วเราพระสงฆ์นักบวชล่ะ เรามีท่าทีในวัดอย่างไร... สัตบรุษคนหนึ่งที่มาสารภาพบาปทุกอาทิตย์ และครั้งหนึ่งขาดวัดวันอาทิตย์ เขาก็มาสารภาพบาปว่าขาดวัดวันอาทิตย์ แต่เสริมอีกบาปหนึ่งด้วยอ่ะครับ คือ “ไม่ได้มาแก้บาป หนึ่งอาทิตย์” อันนี้ สำหรับเขา เขาวางกฎให้ตนเองว่า เขาต้องแก้บาปทุกอาทิตย์ครับ อาทิตย์ไหนไม่ได้ทำสิ่งนี้ เขาถือบาป เขาบาปครับ... พี่น้องครับ ที่นั่น ณ ที่ฟังแก้บาป พระเยซูเจ้าได้ตรัสกับผมจริงๆ ครับ “คุณพ่อ เรามีเรื่องจะพูดกับคุณพ่อ...”

พี่น้องที่รักครับ นี่คือความแตกต่างทางความคิด อะไรบาป อะไรไม่บาป สิ่งที่เป็นเครื่องตัดสินคือ “ความรัก” ครับ คนที่รักมาก เขาย่อมทำมากเพื่อคนที่เขารัก เขาจะพยายามทำทุกอย่าง หากไม่ได้ทำ เขาจะเข้าใจว่านั่นคือการละเลย นั่นคือบาป นั่นคือความผิด นั่นคือการพลาดพลั้ง... ความซื่อๆ น่ารักของเด็กคนนั้นสอนผมมากทีเดียว การเดินผ่านตู้ศีลมหาสนิทโดยไม่ยกมือไหว้พระเยซู บาปนะคุณพ่อ... ไม่สวดภาวนาเช้าค่ำอ่ะ บาปนะคุณพ่อ... ทำให้เกิดความวอกแวกในการภาวนา ในพิธีกรรมเช่นกัน บาปนะคุณพ่อ... นี่ไม่ใช่หรือคำถามของพระเยซู... ใครที่รักเจ้าหนี้มากกว่ากัน ใครที่รักพระเจ้ามากกว่ากัน... บางที ผมกลับรู้สึกว่า เด็กน้อยคนนั้น เขารักพระจริงๆ นะ เขาสัตย์ซื่อต่อพระเจ้าจริงๆ สัตบุรุษเขาสัตย์ซื่อในหน้าที่ของคริสตชนที่ต้องภาวนาจริงๆ นะครับ และนั่นคือบาปที่เขาต้องเข้ามาสารภาพ เมื่อขาดการภาวนาเช้าค่ำ เมื่อวอกแวกในการภาวนา วอกแวกในพิธีกรรม

พี่น้องที่รักครับ บางที เราเอง ที่ได้รับพระพรมากมายจากพระเจ้า เราเองที่เป็นคริสตชน ที่เราอาจจะรู้สึกตรงกันข้ามกับหญิงคนบาปนั้น เราได้รับพระพรจากพระเจ้ามากมายจนเราคุ้นเคยและไม่เคยเห็นค่าความรักที่พระเจ้าทรงประทานให้เราเลย บางครั้งเราก็มองเป็นเรื่องธรรมดาๆ ในชีวิต เป็นเรื่องเล็กน้อย เหมือนซีโมนในบ้านของเขาที่พระเจ้าเสด็จเข้าไปประทับเสวยพระกระยาหารด้วย แต่เขากลับลืมคุณค่าบางอย่าง ที่คนที่เขามองว่าด้อยค่ากว่าเขากลับเป็นผู้กระทำ ด้วยมาตรฐานแห่งความรัก ที่เพราะนางรักพระเยซูเจ้ามาก นางก็ทำสุดความสามารถ ให้พระองค์แบบหมดใจ ด้วยน้ำหอมในขวดหินแห่งหัวใจรักของนางที่นางพร้อมเทหมดใจถวายพระองค์

พี่น้องที่รัก เรื่องที่เรามองว่าธรรมดาๆ ในชีวิตของเรา เช่นนักบุญเปาโลในบทอ่านที่หนึ่งวันนี้ (1คร 15:1-11) และที่เราขับร้องบทสร้อยในวันนี้ “จงขอบพระคุณพระเป็นเจ้า เพราะพระองค์พระทัยดี” นี่ควรเป็นสำนึกของเราด้วยมิใช่หรือ สิ่งที่เรามี สิ่งที่เราเป็นทุกวันนี้ เป็นเพราะพระทัยดีของพระเจ้าที่สุดแล้ว นักบุญเปาโลเองรู้สึกของคุณพระเจ้าที่สุด เพราะพระองค์ทรงประทับอยู่เป็นพลังของท่านผู้ที่ได้เบียดเบียนพระศาสนจักรของพระองค์ ที่ท่านมีทุกวันนี้ ท่านได้ชื่อว่าเป็นอัครสาวก การประกาศพระวาจาของพระเจ้า สิ่งที่ท่านทำทั้งหมด เป็นพระเจ้าทั้งนั้นที่ทรงทำสิ่งนี้ในชีวิตของท่าน... ท่านจึงรู้สึกว่า หากท่านไม่ได้ประกาศข่าวดี ท่านก็สมควรได้รับวิบัติ หากท่านไม่ได้ตอบแทนคุณพระเจ้า ท่านก็เป็นคนที่อกตัญญูที่สุด

พี่น้องที่รัก ผมพร้อมกับพี่น้องด้วย วันนี้ เราลองนั่งลงที่กลางใจเรา วันนี้ ไม่ว่าเราจะรู้สึกอย่างไร สุขหรือทุกข์ ลองนั่งลงที่กลางใจเรา สัมผัสเสียงหายใจของตนเอง ฟังเสียงหัวใจที่เต้น และทำงานอย่างสัตย์ซื่อ สัมผัสชีพจรของเรา ระบบการทำงานของร่างกายที่ยังทำให้เรามีชีวิตอยู่... อะไรคือสิ่งที่เรามี อะไรคือสิ่งที่เราเป็น และสิ่งเหล่านี้ เราเคยรู้สึกบ้างหรือไม่ว่า นี่คือพระเมตตาของพระเจ้าในชีวิตของเราล้วนๆ เลย วันนี้ เราทำอะไรเพื่อพระองค์บ้าง หรือเรายังคงรับพระพรนั้นจากพระเจ้าทุกวันเปล่าๆ และยังไม่ได้ตอบแทนพระองค์เลย... อย่าลืมนะครับ พระเจ้าไม่ได้ต้องการให้เราตอบแทนอะไร เช่นการบนบานของคนหลายคน พระเจ้าไม่ได้ต้องการอะไร พระองค์ทรงเป็นความบริบูรณ์ เราจะเป็นคนดีหรือคนบาป พระเจ้าก็เหมือนเดิม... การตอบแทนพระองค์ คือการกลับใจ สำนึกถึงพระพรที่ได้รับ ขอบคุณพระองค์ และถวายคืนแด่พระองค์ด้วยหัวใจที่รักพระองค์จริงๆ ด้วยชีวิตที่เป็นข่าวดีต่อผู้อื่น ถึงพระกรุณาธิคุณที่พระเจ้าทรงมีต่อเรา และเราก็ได้แบ่งปันสิ่งดีๆ เหล่านั้นแก่พี่น้องของเรา นี่แหละครับ นี่คือการตอบแทนคุณพระเจ้า นี่คือรักที่เราต้องแสดงออกว่าเรารักพระองค์มากแค่ไหน ก็ด้วยกิจการที่เกิดจากความรักผลักดันในใจเรา

ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงรักลูกจริงๆ ทรงรักลูกก่อน และไม่เคยเลิกรักลูกเลย แต่ลูกต่างหาก ที่รับพระพรของพระองค์แบบคุ้นเคย ทานอาหารของพระองค์ทุกวัน ดังกับว่าเป็นสิทธิของลูกในการได้รับสิ่งเหล่านั้น (บางวันไม่ได้รับ บางวันเจ็บป่วยก็บ่นอีก) ซึ่งแท้จริงแล้ว ลูกไม่มีสิทธิ์อะไรในสิ่งดีๆ เหล่านั้นเลย... สิ่งดีๆ มากมายนั้น ชีวิตที่ยังมีลมหายใจนี้ นี่ก็ดีที่สุดแล้ว และสิ่งเหล่านี้ คือพระเมตตาของพระองค์ต่อลูกทั้งสิ้น... ลูกจะตอบแทนคุณพระได้ไฉน ขอสรรเสริญพระองค์ทุกวันไป... ลูกจะสรรเสริญพระองค์ รักพระองค์ พระองค์ผู้ทรงประทับอยู่ท่ามกลางลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในบรรดาเพื่อนพี่น้องรอบข้างลูกนี่แหละ

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันพฤหัสที่ 20 กันยายน 18 สัปดาห์ที่ 24 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน 1คร 15:1-11 / ลก 7:36-50
ขณะที่พระเยซูเจ้าได้รับประทานอาหารที่บ้านของฟาริสี ( มก 14:3-9) มีผู้หญิงคนหนึ่งได้เดินเข้ามาในบ้าน และได้ชโลมพระองค์ด้วยน้ำมันหอม นางกำลังร้องไห้ด้วยความกตัญญู ที่นางได้รับการอภัยบาปจากพระองค์ ฟาริสีได้ติเตียนพระองค์ เพราะได้อนุญาตให้หญิงคนนี้สัมผัสพระองค์ ทุกคนรู้ว่านางเป็นคนบาป พระเยซูเจ้าได้ทรงเล่าเรื่องของเจ้าหนี้ ที่ให้ลูกหนี้สองคนขอยืมเงิน และได้ยกหนี้ให้ คนที่ได้รับการยกหนี้มาก ย่อมขอบคุณเจ้าของหนี้ มากกว่าคนที่ได้รับการยกหนี้น้อยกว่า พระเยซูเจ้าได้ทรงเตือนเจ้าภาพที่คิดว่าตัวเองเป็นผู้ชอบธรรมว่า เขาไม่ได้ต้อนรับพระองค์เป็นพิเศษแต่อย่างใด ตรงกันข้าม หญิงคนนี้ได้จูบเท้าพระองค์ และได้แสดงความรักต่อพระองค์ ด้วยการใช้น้ำหอมชโลมพระองค์ และเพราะว่านางได้รับการอภัยบาป นางจึงได้แสดงการขอบคุณเป็นการตอบแทน การกระทำของนาง คือ เครื่องหมายของบทบาทของพระเยซูเจ้า ในฐานะเป็นพระเมสสิยาห์ การกระทำของนางยังเป็นเหมือนการตระเตรียม เพื่อการสิ้นพระชนม์และการฝังพระศพของพระเยซูเจ้า
วันนี้ พระศาสนจักรระลึกถึงนักบุญอันดรูว์ กิมเตก๊อน พระสงฆ์และมรณสักขี นักบุญเปาโลจง ฮาซัง และเพื่อนมรณสักขี ชาวเกาหลี ในระหว่างศตวรรษที่ 19 อันดรูว์ กิมเตก๊อต เป็นพระสงฆ์ชาวพื้นเมืองคนแรกชาวเกาหลี และเป็นพระสงฆ์องค์แรก ซึ่งได้เสียชีวิตเพื่อนยืนยันความเชื่อในประเทศเกาหลี ในฐานะเป็นผู้นำของพระศาสนจักร ท่านได้ถูกทรมาน และถูกตัดศีรษะในปี 1846 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลี และผู้ที่ตายเป็นมรณสักขีอีกคนหนึ่ง คือ เปาโลจง ฮา ซัง ในฐานะเป็นฆราวาส ซึ่งเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ก่อตั้งพระศาสนจักร ในประเทศเกาหลี ท่านได้รวบรวมบรรดาคริสตชนคาทอลิกที่กระจัดกระจาย และได้ให้กำลังใจพวกเขาให้มั่นคงในความเชื่อ แม้จะถูกเบียดเบียนก็ตาม ท่านได้ถูกฆ่าตาย ก่อนจะได้รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์ มีทั้งพระสังฆราช พระสงฆ์ และฆราวาส ที่เป็นทั้งแต่งงานและเป็นโสด ได้ตายเป็นมรณสักขี พระสันตะปาปาได้ทรงสถาปนามรณสักขีเหล่านี้เป็นนักบุญ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 1984.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view