สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันศุกร์ที่ 21 กันยายน 2018 ฉลองนักบุญมัทธิวอัครสาวก ผู้นิพนธ์พระวรสาร

วันศุกร์ที่ 21 กันยายน 2018 ฉลองนักบุญมัทธิวอัครสาวก ผู้นิพนธ์พระวรสาร

🌻เมื่อคนกระหายสิ่งใด เขาให้เวลากับสิ่งนั้น
คนกระหายหาความรู้ ให้เวลาแก่การศึกษาหาความรู้

คนกระหายหาความรัก ให้เวลากับเรื่องของความรัก
คนกระหายหาทรัพย์สมบัติ ให้เวลากับการทำงานหาเงิน

จิตวิญญาณที่กระหายหาพระเจ้า.....
ย่อมให้เวลากับการ "อธิษฐาน"

📚บทอ่านประจำวันศุกร์ที่ 21 กันยายน 2018
ฉลองนักบุญมัทธิวอัครสาวก ผู้นิพนธ์พระวรสาร
https://www.youtube.com/watch?v=156l3k46MMM

🍒You Raise Me Up
https://youtu.be/gR0pZIaCqJk

🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻

วันศุกร์ที่ 21 กันยายน 2018
ฉลองนักบุญมัทธิวอัครสาวก ผู้นิพนธ์พระวรสาร
อ่าน
อฟ 4:1-7,11-13
มธ 9:9-13

ด้วยจิตใจที่แข็งกระด้าง นำฟาริสี ที่ได้ชื่อว่า
มีหน้าที่ ดำเนินชีวิตใกล้ชิดพระเจ้าให้มองไม่เห็น
ท่าทีแห่งความรักของพระเยซูเจ้า ที่มีต่อทุกคน
พระองค์จึงจำเป็นต้องตอกย้ำ...ทำให้เห็นว่า
“เราพอใจความเมตตากรุณา มิใช่เครื่องบูชา”

ในการทำหน้าที่รับใช้ ที่แตกต่างกันนั้น
เพื่อจะมีความเป็นหนึ่งเดียว นักบุญเปาโลแนะนำ..
ให้ดำเนินชีวิตด้วยความถ่อมตน อ่อนโยน
พากเพียร อดทนต่อกันด้วยความรัก
รักษาเอกภาพแห่งพระจิตเจ้าด้วยสายสัมพันธ์แห่งสันติ

เพียงพระเยซูเจ้าตรัสกับมัทธิว ด้วยท่าทีแห่งความรักว่า
“จงตามเรามาเถิด” ท่านเปิดประตูใจ ทิ้งทุกสิ่ง
แล้วตามพระองค์ไปทันที และด้วยความรักพากเพียร อดทน
ในการเฝ้าติดตามพระเยซูเจ้า ด้วยความเป็นหนึ่งเดียว
ท่านจึงกลับกลายเป็นผู้นิพนธ์พระวรสาร ที่มีผลงานยอดเยี่ยม

หมายเหตุ..
จิตที่เมตตา..ย่อมนำมาซึ่งความสุข สงบ..

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันศุกร์ที่ 21 กันยายน 2018

สัปดาห์ที่ 24 เทศกาลธรรมดา

ฉลองนักบุญมัทธิว อัครสาวก และผู้นิพนธ์พระวรสาร

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“มาเพื่อเรียกคนบาป...” (มธ 9:9-13) 

ใช่เลย

ผิดพลาดคือมนุษย์

อภัยไม่สิ้นสุดคือพระเจ้า

อะไรจะเกิดขึ้น หากความรักของฉันเริ่มเย็นชาลง

เมื่อฉันคิดว่าฉันเป็นคนดีแล้ว

แต่นั่นไม่ใช่เพราะพระเจ้าทรงค้ำจุนฉันหรอกหรือ

ใยวันนี้ ฉันจึงจะไม่มีใจให้กับคนอีกมากมาย

ที่ต้องการความรัก ความเข้าใจ และการเห็นอกเห็นใจกัน.

________________

“เรามีเรื่องจะพูดกับท่าน” (เทียบ ลก 7:36-50) ประโยคนี้ในพระวรสารเมื่อวานนี้ เมื่อพระเยซูเจ้าได้ตรัสกับซีโมน ฟาริสีที่ได้เชิญพระองค์ไปทานอาหารที่บ้าน ประโยคนี้ยังคงสะท้านใจผมจริงๆ มันคือประสบการณ์ที่พระเจ้าตรัสกับผมเสมอๆ ในที่ฟังแก้บาปครับ สิ่งที่ผมได้ไตร่ตรองตั้งแต่เมื่อวานนี้ จนวันนี้ วันที่เราฉลองพระเมตตาของพระเจ้าต่อคนที่สังคมตราหน้าว่าเป็นคนบาป และคนไม่ดี ไม่น่าคบหา... หลายคนที่ได้พบกับพระเจ้าจริงๆ คนที่ได้มีประสบการณ์กับความรักและพระเมตตาของพระเจ้าจริงๆ แล้วนั้น พวกเขาเปลี่ยนไปมาก มากจริงๆ... นักบุญเปาโล หรือแม้แต่มัทธิวในพระวรสารวันนี้ ในวันฉลองของท่าน นี่คือผู้ที่มีประสบการณ์กับพระเจ้าที่ท่านทั้งสองได้พบพระองค์ แล้วชีวิตของท่านก็ได้เปลี่ยนแปลงไปมากจริงๆ

สื่อออนไลน์ที่ผมฝึกใช้อยู่ในวันเหล่านี้ แม้ไม่ชอบนัก แต่เหมือนเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ความบังเอิญที่บางคนทำให้ผมต้องใช้ เมื่อเขาอุตส่าห์เปิดให้ สมัครให้ จนผมต้องพยายามเรียนรู้ที่จะใช้... และที่สุด สิ่งที่ผมได้รับจากการใช้สื่อเหล่านี้ หลายครั้งมันทำให้ผมไม่อยากใช้ต่อแล้ว แต่ก็เถอะ สิ่งหนึ่งที่ผมได้รับจากสื่อเหล่านี้คือ... วันนี้ผมกำลังรู้สึกเป็นห่วงสังคมของเราจริงๆ สังคมที่ยิ่งวันยิ่งรุนแรงเหลือเกิน เอาเป็นเอาตายกันเหลือเกิน เฟสบุ๊คกลายเป็นที่ประจานกันและกัน ไม่พอใจอะไรก็ลงประจานกัน ด่ากันด้วยคำหยาบคายที่สุดเท่าที่จะพยายามเลือกเฟ้นมาด่ากัน... แต่อีกทางหนึ่งที่เรายังพบกำลังใจ สิ่งดีๆ ที่พบได้ ก็มีไม่น้อย เมื่อเราพบคนอีกมากมายที่บรรเทาใจกัน คนมากมายที่อ่อนหวานและอ่อนโยน และนั่นคือสื่อที่บันดาลกำลังใจให้คนไม่น้อยเช่นกัน เรายังพบความรู้สึกดีๆ ที่เต็มไปด้วยความรัก ความห่วงใย และความหวังดีต่อกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมของเราต้องการมากๆ ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปไม่น้อย

พระวรสารที่นักบุญมัทธิวบันทึกและเราได้อ่านได้ฟังในวันนี้ ซึ่งเราฉลองพระเมตตาของพระเจ้าในประสบการณ์ของความไม่สมบูรณ์ของมนุษย์ เมื่อได้รับการเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไป ชีวิตของเลวี คนเก็บภาษีคนนี้ เปลี่ยนไปอย่างมากมายเหลือเกิน เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเมื่อท่านมีประสบการณ์กับองค์ความรัก ที่มาเพื่อเรียกคนบาป...

หลายครั้งที่เดียว สิ่งที่น่าไตร่ตรองเมื่อเห็นความไม่ดีของสังคม อะไรคือสาเหตุของความผิดพลั้งเหล่านั้น หลายครั้งเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่ตามมาคือการเหยียบย่ำซ้ำเติมกัน แทนที่จะเป็นความบรรเทา ความหวังและกำลังใจ... โลกเราวันนี้ มีหลายอาชีพนะ ที่หลายคนบอกว่า เริ่มแล้วเลิกไม่ได้หรอก เลิกเมื่อไรคือตายเมื่อนั้น... และอะไรมันคือสิ่งที่อยู่เบื้องหลังของความไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตนเองล่ะ... เขาเหล่านั้นได้พบความรักจริงๆ หรือเปล่า ความรักที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดความเปลี่ยนแปลงตนเอง

“ขอท่านทั้งหลายให้ดำเนินชีวิตสมกับการที่ท่านได้รับเรียก จงถ่อมตนอยู่เสมอ จงมีความอ่อนโยน พากเพียรและอดทนต่อกันด้วยความรัก...” (เทียบบอ่านที่หนึ่ง อฟ 4:1-7, 11-13) สิ่งนี้มิใช่หรือ นี่มิใช่หรือ ที่เป็นหนทางที่พระเยซูเจ้าได้วางไว้เป็นแบบอย่างของเราคริสตชน คริสตชนเราที่ต้องเป็นเกลือ เป็นยารักษาบาดแผลของสังคม แทนที่จะทำให้บาดแผลนั้นระบมมากขึ้น เราคริสตชน ศิษย์พระเยซูมิใช่หรือ ที่เราต้องพยายามเป็นผู้รักษาเยียวยาบาดแผลของเพื่อนพี่น้อง

โลกเราวันนี้ที่เรียนรู้ความรีบเร่ง แต่บางที เราไม่เคยและไม่ค่อยเรียนรู้ที่จะรอคอย... วานนี้ผมขับรถออกไปเยี่ยมอภิบาลสัตบุรุษ ทั้งไปและกลับ บนถนน ผมเห็นแต่ความรีบเร่ง ความไม่ยอมกัน อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเพราะการยึดเอาความต้องการของตนเองเป็นหลัก และก็ไม่สนใจอะไรอะไรอื่นอีก สิ่งที่อาจจะเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย ได้รับความเสียหาย... สิ่งเหล่านี้ หากไม่ได้รับการรักษาด้วยจิตตารมณ์ของพระเยซูเจ้าแล้ว โลกเราในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ในขณะที่วันนี้ หลายคนบอกว่า “สังคมเราวันนี้ อยู่ยากขึ้น” เพราะโลกเรายังขาดรักแท้ เช่นนั้นมิใช่หรือ และใครล่ะ ที่จะนำสิ่งเหล่านั้นไปเติมเต็มสิ่งที่โลกขาดหายไป มิใช่ฉันหรอกหรือ...

พี่น้องที่รักครับ เรามีสังคมที่ไวมากด้วยสื่อต่างๆ วันนี้ เราเห็นไหม เราสัมผัสได้ไหม ซึ่งความน่าห่วงใยต่ออนาคตของลูกหลานของเรา ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ในแต่ละวัน... เมื่อครั้งที่ผมอยู่ในโรงเรียน เคยพูดเล่นๆ แต่ก็แฝงด้วยความหวัง แม้ว่าจะเป็นไปไม่ได้หรอก... ผมบอกเด็กๆ ของผมว่า “หากวันไหนหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับใดก็ได้ ไม่มีข่าวการผิดศีลธรรม ผมจะเลี้ยงไอครีมทั้งโรงเรียนเลย” เด็กๆ ตอบมาแบบไม่ต้องคิดเลยว่า “ไม่มีทาง”... สื่อวันนี้มันไวมากจริงๆ แต่สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ “ความรักของเรากลับเย็นชาลง”

อะไรจะเกิดขึ้น เมื่อ “ความรักของเราเย็นชาลง” เมื่อเราจะไม่ใส่ใจกันและกัน เราจะสนใจต่อความดีของตนเองเท่านั้น เราจะสนใจแสวงหาแต่ความสุขของตนเองเท่านั้น และเราก็มองข้ามพี่น้องของเราไป... เพราะอะไรเขาถึงทำผิด เพราะอะไรเขาต้องเป็นเช่นนั้น... บางที เป็นเราเองด้วยหรือเปล่า ที่ต้องไตร่ตรองจริงๆ หากว่าเราคิดว่า เราจะไม่ให้โอกาสกับใครอีก... บางที อาจจะต้องเป็นเราเองด้วยหรือเปล่า ที่ต้องเรียนรู้ว่า วันนี้ สำหรับเรา คือพระเมตตาของพระเจ้าที่ประคับประคองเรามิใช้หรือ เพื่อเราจะได้ไม่พลาดพลั้ง แล้วทำไม เราจึงจะไม่มีเวลาเพื่อสนใจ เยียวยารักษาบาดแผลของกันและกันเล่า...

พระสันตะปาปาฟรันซิสได้ท้าทายจิตตารมณคริสตชนของเรา เมื่อพระองค์เสด็จเยี่ยมเรือนจำบ่อยๆ ทรงท้าทายให้เราคริสตชนก้าวออกจากตนเอง เพื่อให้กำลังใจพี่น้องของเรา แม้เราแต่ละคนจะบอกว่า “ฉันไม่อยากสุงสิงกับคนพวกนั้น เขาเป็นคนไม่ดีนะ” แต่ แต่ แต่ ... เอาล่ะ ถ้าท่านไม่ติดคุก มันก็เป็นเพราะพระเจ้าทรงช่วยท่านไม่ให้ทำบาป พวกท่านมีที่ว่างในหัวใจให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำบ้างไหม พวกท่านสวดภาวนาเพื่อพวกเขา เพื่อพระเจ้าจะช่วยพวกเขาให้เปลี่ยนชีวิตตัวเองบ้างหรือเปล่า... พระสันตะปาปาฟรันซิสได้ตรัสท้าทายเรา...

แบบอย่างของพระเยซูเจ้าในพระวรสารวันนี้ก็เช่นกัน พระองค์ท้าทายเราคริสตชนมากนะครับ วันนี้ยังมีเลวีอีกมากในสังคมของเรา ใครล่ะ ไหนล่ะ พระเยซูเจ้าอีกองค์หนึ่ง ไหลล่ะ พระองค์อยู่ที่ไหนล่ะ พระองค์ผู้นั้น ที่จะก้าวออกจากตนเอง และลงไปนั่งทานอาหาร และเป็นกำลังใจให้พวกเขา... ไม่ใช่เราคริสตชนหรอกหรือที่ต้องเป็นเขาคนนั้น เป็นพระเยซูที่จะก้าวออกไปหาพี่น้องของเรา และนี่แหละ “ข่าวดี” นี่แหละพระวรสารที่ฉันบันทึกประสบการณ์รักของฉันกับพระ ที่จะเปิดให้ทุกคนได้อ่านและสัมผัส ถึงชีวิตของฉันที่เปลี่ยนแปลงไปมาก เมื่อได้พบพระเยซู

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้หัวใของลูกลุกร้อนอยู่เสมอ ในความรักและความห่วงใยต่อเพื่อนพี่น้อง ขอให้ลูกตระหนักเสมอว่า ความรอดพ้น ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องส่วนลูกจะต้องนำเพื่อนพี่น้องของลูกให้ได้รับความรอดพ้นด้วย เอาเถอะพระองค์ ขออย่าให้หัวใจของลูกเย็นชาลงเลย พระเจ้าข้า...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันศุกร์ที่ 21 กันยายน 18 ฉลองมัทธิว อัครสาวก
บทอ่าน อฟ 4:1-7,11-13 / มธ 9:9-13
กระแสเรียกที่พระเป็นเจ้าทรงเรียกท่านเป็นอะไร? พระเยซูเจ้าได้ทรงเลือกมัทธิว ให้เป็นผู้ติดตามและเป็นเพื่อนของพระองค์ ไม่ใช่เพราะมัทธิวเป็นคนศรัทธาหรือเป็นคนที่มีความรู้ เป็นคนมีชื่อเสียงหรือเป็นนักบุญ มัทธิวไม่ใช่คนที่มีลักษณะดังกล่าว ท่านได้เลือกดำเนินชีวิตที่มีเงินและสะดวกสบาย อาชีพของท่านเป็นอาชีพที่มีการคอร์รัปชั่นมากที่สุด และเป็นที่ดูหมิ่นดูแคลนของทุกคน เพราะว่าคนเก็บภาษี ทำให้ตัวเองร่ำรวย ด้วยการเรียกเก็บภาษีเกินอัตราที่ควรจะเก็บ และได้ข่มขู่ประชาชน ที่ไม่ยอมจ่ายเงินตามที่เรียกร้อง
พระเป็นเจ้าทรงตามหาหัวใจของเรา พระเยซูเจ้าได้ทรงเห็นคุณค่าในตัวของมัทธิว ที่ไม่เหมือนคนอื่นมอง เมืองประกาศกซามูแอลมาที่บ้านของเจสซี เพื่อเจิมผู้สืบตำแหน่งเพื่อทำหน้าที่ในหมู่ประชากรของพระเป็นเจ้า ท่านได้มองข้ามบุตรชายทั้งเจ็ดคนของเจสซี และได้เลือกคนสุดท้าน “อย่ามองดูที่รูปร่างภายนอกหรือความสูงแห่งร่างกายของเขา” (1ซมอ 16:7) หัวใจของดาวิดเหมือนเข็มทิศ ที่ชี้ตรงไปยังทิศเหนือ คือ ชี้ไปหาพระเป็นเจ้า หัวใจของมัทธิวต้องการแสวงหาพระเป็นเจ้า แม้จะไม่กล้าไปแสดงตัวในศาลาธรรม ที่เป็นสถานที่ชาวยิวไปสวดภาวนา และร่ำเรียนหนังสือโตราห์ หรือหนังสือที่บรรจุพระบัญญัติของพระเป็นเจ้า เมื่อพระเยซุเจ้าทอดพระเนตรเห็นมัทธิวกำลังนั่งอยู่ที่ด่านเก็บภาษี เพื่อหารายได้ประจำวัน พระเยซูเจ้าได้ตรัสเพียงสั้นเท่านั้นว่า “จงตามเรามา” แต่เป็นพระวาจาที่เปลี่ยนชีวิตของมัทธิว จากคนที่เคยรับใช้ตัวเอง มาเป็นอัครสาวก ที่ต้องการนำขุมทรัพย์แห่งพระราชัยสวรรค์ ไปมอบให้คนยากจนและขัดสน
นักบุญคริสโซสตม ปิตาจารย์ที่ยิ่งใหญ่ของศตวรรษที่ห้า ได้เขียนเรื่องกระแสเรียกของมัทธิวว่า “ทำไมพระเยซูเจ้าจึงไม่เลือกมัทธิว พร้อมกับเปโตร ยอห์น และอัครสาวกอื่น? เพราะพระองค์ทรงเรียกแต่ละคน ตามเวลาที่เหมาะสมกับคนๆนั้น ที่ยินดีตอบกระแสเรียกของพระองค์ เช่นเดียวกับกระแสเรียกของเปาโล ซึ่งพระองค์ทรงเรียกท่าน ในเวลาที่กำลังบาดเจ็บ พระองค์จึงไม่ทรงเรียกทุกคนพร้อมกัน ในกรณีของมัทธิว พระองค์ทรงเรียกท่าน ในเวลาที่ชื่อเสียงของพระองค์กระจายไป จนทำให้มัทธิวยินยอมตอบรับ”.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view