สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันเสาร์ที่ 22 กันยายน 2018 สัปดาห์ที่ 24 เทศกาลธรรมดา

วันเสาร์ที่ 22 กันยายน 2018 สัปดาห์ที่ 24 เทศกาลธรรมดา

🍏 พระวาจาของพระเจ้า
เริ่มมีชีวิตและเจริญเติบโต
ก็ต่อเมื่อเราฟังแล้ว
นำเอาไปปฏิบัติ
นำเอาไปเป็นชีวิตของเรา

📚บทอ่านประจำวันเสาร์ที่ 22 กันยายน 2018
https://youtu.be/priF1m5qAcM

🌼 พระวาจาบันดาลชีวิต
http://youtu.be/6dCL-sDCWlo

☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘

วันเสาร์ที่ 22 กันยายน 2018
สัปดาห์ที่ 24 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
1คร 15:35-37,42-49
ลก 8:4-15

เมื่อศิษย์ไม่เข้าใจ ในพระวาจาที่พระเยซูเจ้าตรัสสอน
เป็นอุปมา เรื่องผู้หว่าน พวกเขาขอ..ให้พระองค์ทรงอธิบาย
เมล็ดพืช คือ พระวาจาของพระเจ้า
เมล็ดที่ตกริมทางเดิน หมายถึง ..คนที่ได้ฟัง
แล้วปีศาจมาช่วงชิงไปจากใจของเขา
เมล็ดที่ตกบนหิน หมายถึง ...คนที่ได้ฟัง
แล้วรับไว้ด้วยความยินดี แต่ไม่มีราก เมื่อถูกผจญ จึงเลิกเชื่อ
เมล็ดที่ตกในกอหนาม หมายถึง.. คนที่ได้ฟัง
แล้วปล่อยให้ความกังวล ความสนุกของชีวิต
มาบีบรัด จึงไม่เกิดผล
เมล็ดที่ตกในที่ดินดี หมายถึง..คนที่ได้ฟัง
แล้วยึดพระวาจาไว้ ด้วยความพากเพียร จนเกิดผล

นักบุญเปาโล ตอกย้ำ..ทำให้เห็นว่า
เพื่อจะเกิดผลที่งดงาม จำเป็นที่เมล็ดซึ่งได้รับการหว่าน
จะต้องตายในดิน ย่อยสลาย เปื่อยเน่า แล้วงอกขึ้น..

หมายเหตุ..
เพราะ...มีอดีต..
เราเลยมี ประสบการณ์
เพราะผ่าน..วันวาน
เราจึง “เติบโต”..

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

วันเสาร์ที่ 22 กันยายน 18 สัปดาห์ที่ 24 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน 1คร 15:35-37,42-49 / ลก 8:4-15
ช่างเป็นสิ่งที่ดีงามอย่างยิ่ง ที่ท่านยินดีฟัง เป็นต้นการฟังพระวาจาของพระเป็นเจ้าใช่หรือไม่? พระเป็นเจ้าทรงยินดีตรัสกับเราแต่ละคน และทำให้เราเข้าใจพระวาจาของพระองค์ จุดประสงค์ที่พระเยซูเจ้าทรงเล่านิทานเปรียบเทียบเรื่องผู้หว่าน คือ เพื่อสื่อสารไปยังบรรดาผู้ที่ฟังพระวาจาของพระองค์ว่า มีวิธีการหลากหลายที่จะยอมรับพระวาจาของพระเป็นเจ้า และพระวาจาจะให้ผลผลิตแตกต่างกันไป มีหัวใจที่มีอคติ ที่ปิดตัวเอง บุคคลดังกล่าว คือ คนที่ไม่ยินดีรับการสั่งสอนใดๆ และเป็นคนตาบอดต่อสิ่งที่เกี่ยวกับพระเป็นเจ้า ยังมีหัวใจที่ผิวเผิน ที่ไม่ต้องการคิดถึงเรื่องอะไรทั้งสิ้น หรือคิดให้ทะลุปรุโปร่ง บุคคลดังกล่าวเป็นคนที่ขาดความลึกของด้านจิตใจ เขาอาจจะเริ่มต้น ด้วยการตอบสนองด้วยความรู้สึกพึงพอใจ แต่เมื่อเข้าไปในจิตใจแล้ว เขาก็ไปคิดถึงสิ่งอื่นแทน
ให้ท่านถามตัวเองว่า เมื่อพระวาจาของพระเป็นเจ้าเข้าไปในหูของท่านข้างหนึ่ง มันได้ออกไปทางหูอีกข้างหนึ่งหรือไม่? คนที่ได้ฟังพระวาจาอีกประเภทหนึ่ง คือ คนที่สนใจในเรื่องต่างๆมากมาย แต่ขาดความสามารถที่จะฟังและเข้าใจว่า สิ่งใดเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างแท้จริง บุคคลประเภทดังกล่าว คือ คนที่มีธุระมากมาย จนไม่มีเวลาสวดภาวนา ฟังพระวาจา และรำพึงถึงพระวาจานั้น เพราะเขาปล่อยให้สิ่งอื่น เข้าครอบงำจิตใจของเขา เสียงของใครและข่าวสารอะไร ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดจากท่าน เสียงของโลกนี้ ที่มีสิ่งที่ทำให้วักแวกมากมาย หรือเสียงของพระเป็นเจ้า ที่ทรงต้องการจะตรัสพระวาจาแห่งความรัก และความจริงกับท่านแต่ละคน และในทุกๆวัน
ความจริงพระวาจาของพระเป็นเจ้า มีพลังในการเปลี่ยนเราแต่ละคน ถ้าเรารับมันด้วยความไว้วางใจ และปล่อยให้มันหยั่งรากลึกลงไปในหัวใจ จิตใจ และวิญญาณ พระวาจาของพระเป็นเจ้า เปรียบเหมือนอาหารประจำวันของเรา ที่จะเลี้ยงดูและให้พลังแก่เรา ในขณะที่เราเดินบนเส้นทางแห่งความเชื่อ เพื่อมุ่งสู่พระอาณาจักรนิรันดร ท่านเองมีความหิวกระหายพระวาจาของพระเป็นเจ้าหรือไม่?.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

เชิญฟังเสียงคพ.พงศ์เทพ ประมวลพร้อม อธิบายพระคัมภีร์มิสซาวันอาทิตย์นี้ค่ะ

https://youtu.be/1zxdCvmzHXw

view