สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 2 ตุลาคม 2018 ระลึกถึงฑูตสวรรค์ ผู้อารักขา

วันอังคารที่ 2 ตุลาคม 2018 ระลึกถึงฑูตสวรรค์ ผู้อารักขา

😇 " เทวดารักษาตัวเป็นผู้ให้คำแนะนำที่ดี 
ท่านภาวนาวิงวอนพระเจ้าเพื่อเรา 
ท่านช่วยเหลือเราในสิ่งที่เราต้องการ 
ท่านปกปักรักษาเราจากอันตรายและอุบัติเหตุ"
(พระสันตะปาปา ยอห์นที่ 23)

📚 บทอ่านประจำวันอังคารที่ 2 ตุลาคม 2018
ระลึกถึงฑูตสวรรค์ ผู้อารักขา
https://www.youtube.com/watch?v=lyBfAEPbKbI

👼👼 ข้าแต่อารักขเทวดา
http://youtu.be/iveRVadOzpM

🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠

วันอังคารที่ 2 ตุลาคม 2018
ระลึกถึงฑูตสวรรค์ ผู้อารักขา
อ่าน : 
อพย 23:20-23ก 
มธ 18:1-5,10

สำหรับพระเยซูเจ้าแล้ว...แต่ละคน..
มีคุณค่าในสายตาของพระเจ้า 
และพระองค์ทรงส่งฑูตสวรรค์ เฝ้าพิทักษ์รักษาคนของพระองค์ 
พระเยซูเจ้าจึงย้ำกับบรรดาศิษย์ 
ใครที่ต้อนรับเด็กเล็ก ๆ ในนามของเรา คนนั้นได้ต้อนรับเราด้วย

คำมั่นสัญญาที่พระเจ้าทรงให้กับประชากรของพระองค์ 
คือ จะทรงส่งฑูตสวรรค์ เพื่อป้องกัน นำทาง 
ให้เดินในหนทางของพระเจ้า เมื่อพวกเขา
“เชื่อฟัง และ ทำตาม” พระเจ้าก็จะทรงอยู่เคียงข้างเขา

พ่อบอสโก อบรมเยาวชนของท่าน...ด้วยการสอนว่า
ชาวเรามีเทวดาองค์หนึ่ง เป็นดังสหาย ผู้คอยเฝ้าดูแล..
ดังนั้น อย่ากลัวปีศาจ หากตกอยู่ในอันตรายฝ่ายวิญญาณและร่างกาย
จงเรียกหา อารักขเทวดา พ่อรับรองว่า ท่านจะมาคุ้มครอง 
และช่วยเหลือพวกเธอให้พันอันตราย

หมายเหตุ...
“ทูตสวรรค์ของพระเจ้า พระองค์ทรงพระกรุณา
มอบข้าพเจ้าไว้ในความอารักขาของท่าน 
โปรดส่องสว่าง พิทักษ์รักษา คุ้มครอง
และนำทางชีวิตข้าพเจ้า ในวันนี้(คืนนี้) ด้วยเทอญ”

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอังคารที่ 2 ตุลาคม 2018

สัปดาห์ที่ 26 เทศกาลธรรมดา

ระลึกถึงทูตสวรรค์ผู้อารักขา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ทูตสวรรค์ของเขา...” (มธ 18:1-5, 10) 

พระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ

พระองค์ทรงเป็นความบริบูรณ์ทุกประการ

ไม่จำเป็นที่พระองค์จะต้องมีทูตสวรรค์

แต่ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น

ไม่มีเหตุผลอื่น

นอกจากเพราะความรัก

ที่ทรงรักเราถึงเพียงนี้

เมื่อจะทรงรับมนุษย์ให้กลับเป็นบุตรของพระองค์...

________________

เมื่อวันที่ 29 กันยายน เมื่อพระศาสนจักรฉลองอัครทูตสวรรค์ทั้งสามของพระเจ้า ผมได้นำให้พี่น้องไตร่ตรองถึงความรักของพระเจ้า ที่แท้จริงแล้ว พระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ พระองค์ผู้ทรงเป็นความสมบูรณ์ทุกประการ พระองค์ไม่ได้ขาดหรือต้องการสิ่งใดเพิ่งเติม ในพระองค์มีแต่ความรักที่เปี่ยมล้น และไหลรินมาสู่ผู้ที่พระองค์จะทรงเรียกว่าเป็นบุตรของพระองค์ นั่นหมายความว่า พระองค์ไม่ได้มีความจำเป็นต้องการให้ใครมารับใช้พระองค์เลย และแม้แต่ทูตสวรรค์ด้วย แต่ทั้งหมดนี้ คือบทไตร่ตรองถึงสิ่งที่บทภาวนาของประธานในวันนี้ได้กล่าวถึง นั่นคือ “พระญาณเอื้ออาทรสุดจะพรรณนา” ที่ทรงบัญชาให้ทูตสวรรค์มาคอยคุ้มครองป้องกันเรา (เทียบบทภาวนาของประธาน) ผู้ที่ทรงเรียกให้เป็นบุตรของพระองค์... (เทียบบทอ่านที่หนึ่ง อพย 23:20-23ก)

วันนี้ พระศาสนจักรให้เราระลึกถึงความรักของพระเจ้าทรงพระองค์ทรงทอดพระเนตรดูเราเสมอโดยบรรดาทูตสวรรค์ของพระองค์ ผู้อยู่ข้างเคียง คอยปกป้องคุ้มครองและนำทางลูกของพระเจ้าบนหนทางกันดารในโลกนี้

อีกครั้งหนึ่งที่พระเยซูเจ้าทรงสอนบรรดาศิษย์ให้เห็นถึงหนทางแห่งความรอดพ้นที่ต้องเปี่ยมด้วยความน่ารักแบบเด็กๆ นั่นคือธรรมชาติของความต้อนรับพระเจ้า ความนอบน้อมถ่อมตน ไว้วางใจเยี่ยงเด็กเล็กที่ป้องกันตัวเองไม่ได้ แต่เมื่ออยู่กับพ่อแม่ เขาย่อมวางใจ และไม่กลัวสิ่งใดทั้งสิ้น... นั่นคือธรรมชาติของผู้เป็นบุตรของพระเจ้าที่ต้องวางในพระองค์ดังนั้น...

ผมคิดถึงภาพที่เห็นมาตั้งแต่เป็นเด็กครับ เมื่อเด็กน้อยซนๆ สองคนพากันเล่นสนุกสนาน และกำลังขึ้นไปบนสะพานที่อันตราย เมื่อสะพานนั้นเหมือนจะหัก แต่ภาพที่เห็นนั้นติดตาติดใจ เมื่อมีทูตสวรรค์ของพระเจ้าคอยปกป้องคุ้มครองพวกเขาไว้ให้ปลอดภัย นี่คือสิ่งที่เรียกในภาษาดั้งเดิมของเราว่า “พระญาณสอดส่อง” หรือ “พระญาณเอื้อาทร” ของพระเจ้า พระองค์ผู้ทรงทอดพระเนตรเห็นลูกของพระองค์เสมอ และทรงปกป้องคุ้มครองพวกเขาโดยอาศัยทูตสวรรค์ของพระองค์

เมื่อเราไตร่ตรองเรื่องนี้ ผมมองย้อนกลับไปถึงพระธรรมล้ำลึกแห่งการรับสภาพมนุษย์ของพระเยซูเจ้า ซึ่งส่วนหนึ่งของการไตร่ตรอง ทำให้เราควรจะซาบซึ้งในความรักของพระเจ้าไม่ใช่หรือ ที่ในท่ามกลางสิ่งสร้างของพระเจ้า แม้แต่ทูตสวรรค์ด้วย พระองค์ไม่ได้เรียกใครเป็นบุตรของพระองค์เลย นอกจากมนุษย์ที่พระองค์ทรงแบ่งปันความรักของพระองค์มอบให้

สิ่งนี้เอง ที่เป็นหนทางสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า บ้านของผู้เป็นบุตรของพระเจ้า ที่เราแต่ละคนจะกลับไป แต่เราจะต้องกลับไปในความเป็นบุตรของพระเจ้า ในอัตลักษณ์ของการเป็นบุตร นั่นคือสิ่งที่พระวรสารสอนเราในวันนี้ คือความเป็นดังเด็กเล็ก ที่พระเจ้าทรงประทานให้กับเรา แต่หลายครั้งท่ามกลางโลกนี้ เราอาจต้องเผชิญกับสารพัดสถานการณ์บนโลกนี้ จนหนทางของบุตรของพระเจ้าอาจจะยากเกินไป วันนี้ พระศาสนจักรเชื้อเชิญให้เราฉลองความรักแห่งพระญาณเอื้อาทรของพระเจ้าทรงทรงประทานทูตสวรรค์มาเพื่อดูแลลูกของพระองค์ ให้เราฝากการเดินทางของเราบนโลกนี้ไว้ในความคุ้มครองของบรรดาทูตสวรรค์ของพระเจ้า ให้เราเชื่อฟังเสียงของท่าน เพราะท่านจะนำเรากลับบ้านอย่างปลอด...

พี่น้องที่รักครับ เพราะเราเป็นลูกของพระเจ้า และแม้บาปจะทำให้เราเหินห่างจากพระองค์ แต่พระเจ้าไม่อาจทอดทิ้งลูกของพระองค์ไปตามยะถากรรม ทูตสวรรค์ของพระองค์ คือเครื่องหมายของความรักเยี่ยงบิดาของพระเจ้า... นี่แหละ พระเจ้าทรงรักเราถึงเพียงนี้ เพราะบนหนทางสายนี้ พระองค์ไม่ต้องการให้ลูกของพระองค์หลงทางไป

วันนี้ ให้เราไตร่ตรองกันดีๆ เถอะครับ เมื่อพระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ พระองค์ที่เป็นความครบครัน และไม่ขาแคลนสิ่งใด ได้เทรักของพระองค์ลงหัวใจบรรดาบุตรของพระองค์ และทรงปกป้องคุ้มครองลูกของพระองค์ ดังนี้แล้ว รักของเราต้อพระองค์ควรเป็นเช่นใด เราจะยังไม่เชื่อฟังพระองค์อีกหรือ เมื่อในพระองค์เท่านั้น คือความรอดปลอดภัยของจิตวิญญาณ...

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ประทานหัวใจเยี่ยงเด็กเล็กๆ แก่ลูก ในการเรียนรู้ที่จะรักและวางใจในพระญาณเอื้ออาทรของพระองค์ที่ทรงประทานทูตสวรรค์มาดูแลพวกลูก ขอให้ลูกน่ารักเสมอสำหรับบรรดาทูตสวรรค์ของพระองค์ เพื่อท่านจะได้พาลูกกลับบ้าน และลูกจะได้อยู่ในบ้านของพระองค์พร้อมกับท่านตลอดไปเทอญ

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอังคารที่ 2 ตุลาคม 18 สัปดาห์ที่ 26 เทศกาลธรรมดา ระลึกถึงทูตสวรรค์ ผู้อารักขา
บทอ่าน อพย 23:20-23 / มธ 18:1-5,10
วันนี้ เราได้รำพึงถึงเรื่อง ที่ยากอบและยอห์น ได้พูดกับพระเยซูเจ้าว่า ”พระเจ้าข้า พระองค์ทรงพระประสงค์ให้เราเรียกไฟจากฟ้า ลงมาเผาผลาญคนเหล่านี้หรือไม่” (ลก9:54) พระเยซูเจ้าได้หันมามองท่านทั้งสอง และได้แก้ไขความเข้าใจของพวกเขาให้ถูกต้อง
มีเรื่องของคนตักน้ำชาวอินเดียคนหนึ่ง ที่ได้เล่าถึงถังน้ำสองใบ ที่วางอยู่ที่ปลายคานหาม ที่เขากำลังแบกอยู่บนบ่า ใบหนึ่งปกติ ส่วนอีกใบหนึ่งมีรอยรั่ว จึงมีความรุ้สึกว่า มันผิดปรกติ และเกิดความละอายใจ ดังนั้น วันหนึ่งมันได้บอกกับบคนแบกน้ำว่า มันรู้สึกเสียใจ เพราะมันมีรอยรั่ว และสามารถบรรจุน้ำได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ที่คนแบกน้ำจะสามารถเอาไปขายได้ ดังนั้น คบแบกน้ำได้บอกกับมันว่า “ตอนที่เจ้ากลับไปบ้าน จงมองดูดอกไม้ ที่ปลูกอยู่ข้างทาง”และมันก็มองเห็นดอกไม้ที่สวยงาม แต่มันก็รู้สึกว่า มันได้ทำให้น้ำเสียไปอย่างเปล่าประโยชน์ มันจึงได้พูดกับคนแบกน้ำว่า “ฉันรู้ว่า ฉันเป็นสิ่งไร้ค่า เพราะฉันได้ทำทุกสิ่งผิดพลาดไป” คนแบกน้ำจึงได้ตอบว่า “เจ้าไม่เห็นหรือว่า มีดอกไม้ที่สวยงาม เฉพาะด้านข้างของเจ้า ฉันรู้แล้วว่า มีรอยร้าว และฉันต้องการที่จะได้ประโยชน์จากรอยร้าวนั้น ฉันจึงได้หว่านเมล็ดดอกไม้ไว้ ที่ด้านข้าง ที่น้ำจะไหลออกไปจากรอยร้าวของเจ้า เพื่อเจ้าจะได้รดเมล็ดดอกไม้ทุกวัน และข้าจะได้สามารถเด็ดดอกไม้ ไปประดับพระแท่นของพระแม่มารีย์ ถ้าไม่มีเจ้า อย่างที่เจ้าเป็น ข้าก็คงไม่สามารถทำสิ่งที่สวยงามเช่นนั้นได้”
ไม่ด้วยเหตุผลใดก็ตาม เราแต่ละคนล้วนมีรอยรั่วของชีวิต แต่พระเป็นเจ้าทรงรู้จักลูกๆของพระองค์ และรู้ดีถึงประโยชน์ ที่จะมาจากรอยรั่วนั้น จึงได้เปลี่ยนข้อบกพร่อง เพื่อเป็นสิ่งที่ดี เช่นเดียวกับนักบุญยอห์น ซึ่งต้องการที่จะทำลายทุกสิ่ง ได้กลับใจ หลังจากที่ได้ฟังคำติเตียนของพระเยซูเจ้า...ฉันคิดว่า สิ่งที่น่าสนใจในชีวิต คือ รอยร้าว รอยตำหนิ และทุกสิ่งที่ไม่สมบูรณ์แบบ...เป็นบุญของผู้ที่มีรอยร้าวในหัวใจที่แตกสลาย เพราะว่าจะมีแสงสว่างเข้ามา ผ่านรอยร้าวนั้น.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view