สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพุธที่ 3 ตุลาคม 2018 สัปดาห์ที่ 26 เทศกาลธรรมดา

วันพุธที่ 3 ตุลาคม 2018 สัปดาห์ที่ 26 เทศกาลธรรมดา

🍊 ในสถานการณ์ที่ไม่เป็นไปได้ "ดั่งใจ"
ข้าพเจ้าเรียนรู้ว่า …
"ความไว้วางใจในพระเจ้า"
เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ....

📚บทอ่านประจำวันพุธที่ 3 ตุลาคม 2018
สัปดาห์ที่ 26. เทศกาลธรรมดา
https://youtu.be/TTjyHRUcahc

💦How Great Thou Art
https://youtu.be/hnNy0AEG-3A

🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

วันพุธที่ 3 ตุลาคม 2018
สัปดาห์ที่ 26 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
โยบ 9:1-12,14-16
ลก 9:57-62

บนเส้นทางของการเป็นศิษย์ติดตามพระเยซูเจ้า 
พระองค์ทรงเปิดกว้างสำหรับทุกคน แต่ทรงย้ำ
ให้คิดดี ๆ เพราะเส้นทางนี้ ต้องการ
ความเด็ดเดี่ยว ที่หนักแน่น มั่นคง

เมื่อโยบตระหนักถึง ความหนักแน่น
เที่ยงธรรมของพระเจ้า ท่านจึงเริ่มเข้าใจชัดว่า
ถ้าเมื่อใดที่ใจเรา เด็ดเดี่ยว หนักแน่น มั่นคง
ซื่อตรงในความเชื่อ เมื่อนั้นพระเจ้า
ทรงอยู่กับท่านเสมอ

ด้วยหัวใจที่เด็ดเดี่ยว มั่นคง ของนักบุญแวนแชสเลาส์
ในการฟื้นฟูส่งเสิรมชีวิตทางด้านวัฒนธรรม ความเชื่อ 
ให้กับประชาชนที่ตนดูแล แม้จะถูกปองร้าย และต้องตาย
ด้วยมือของน้อยชายตน ท่านยังคงพร้อมที่จะอภัย
ด้วยใจที่ปล่อยวาง

หมายเหตุ..
ไฟ ทำให้เหล็กกล้า
ปัญหา ทำให้คนแกร่ง
เหล็กจะกล้าต้องพร้อมยอมเผา
คนจะแกร่ง ต้องพร้อมเจอทุกปัญหา

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพุธที่ 3 ตุลาคม 2018

สัปดาห์ที่ 26 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ผู้ใดที่จับคันไถแล้วเหลียวดูข้างหลัง ผู้นั้นก็ไม่เหมาะสมกับพระอาณาจักรของพระเจ้า...” (ลก 9:57-62) 

การเป็นคริสตชน

คือการเจริญชีวิตพร้อมกับพระเยซูเจ้า

เดินตามพระเยซูเจ้าบนหนทางที่พระองค์ทรงนำ

 การเดินไปโดยมีพระเยซูเจ้าอยู่ข้างหน้า

นั่นคือความสมบูรณ์ที่สุดของชีวิตที่เดินทางบนโลกนี้

การมีพระองค์เป็นที่หนึ่งในชีวิต

เราจะยังมีเหลืออีกมากมายเพื่อทุกคนที่อยู่ข้างหลัง

แต่การมีทุกสิ่งและไม่มีพระองค์นั้น

แม้สิ่งมีค่าที่สุดที่มีอยู่นั้น

สิ่งที่มีนั้นก็คงไร้ค่าจริงๆ

เป็นคริสตชน หากในสายตาฉัน

มองสิ่งต่างๆ มากมายเหลือเกิน

แต่ไม่มองพระเยซูบ้างเลย

ฉันจะเป็นศิษย์ของพระองค์ได้อย่างไร

วันนี้ฉันมองพระองค์บ้างหรือเปล่า...

________________

พระวาจาของพระเจ้าตอนนี้ หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องของกระแสเรียกการเป็นพระสงฆ์และนักบวชเท่านั้น แต่แท้จริงแล้ว นี่คือเรื่องของกระแสเรียกของการเป็นคริสตชน นี่คือกระแสเรียกของการเป็นศิษย์ติดตามพระคริสตเจ้า ดังกับว่า การเป็นคริสตชนนั้น การเป็นศิษย์ติดตามพระคริสตเจ้านั้น คือการต้องเข้าใจว่า พระองค์ต้องมาก่อนเสมอ แต่เมื่อพระองค์ต้องมาก่อนแล้ว หลายคนจะถามว่า “จะเป็นไปได้อย่างไร” ซึ่งในทางตรงกันข้าม ทุกสิ่งจะสมบูรณ์ได้จริงๆ เมื่อพระเรายอมให้พระองค์เป็นที่หนึ่งในชีวิตเรา

“ความกังวล” อะไรหรือที่จะทำให้การเป็นศิษย์ติดตามพระเยซูเจ้าดูจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้... “จงปล่อยให้คนตายฝังคนตายของตนเองเถิด” นั่นไม่ได้หมายความว่า ให้คนตายลุกขึ้นมาฝังคนตายด้วยกัน แต่นั่นแฝงด้วยถ้อยคำที่ว่า “มนุษย์ผู้รู้ตาย” ครับ นั่นเป็นเหมือนสิ่งที่เตือนเราว่า เวลาของเราแต่ละคนนั้นมีจำกัด เราทุกคนจะจบชีวิตลงด้วยความตายทั้งหมด... แต่พระวาจาที่ว่า จงปล่อยให้คนตาย ฝังคนตายของตนเองเถิด นั่นหมายความว่า มนุษย์ผู้รู้ตาย คนที่อยู่ที่นั่น เขาจะทำหน้าที่นั้น ส่วนท่าน พระเยซูเจ้าท้าทาย จงเจริญชีวิตเดินตามเรามาเถิด... แล้วท่านจะไม่ขาดสิ่งใด

“ผู้ที่รักบิดามารดามากกว่าเรา เขาก็ไม่คู่ควรกับเรา” (มธ 10:37) นั่นไม่ได้หมายความว่าพระเจ้าสอนให้เราไม่รักบิดามารดา แต่สอนให้เราเลือกพระองค์ก่อน และแท้จริงแล้ว ผู้ที่รักพระเจ้า ผู้ที่รักพระเยซูเจ้าก่อน และรักพระองค์จริงๆ ไม่มีใครที่ไม่รักบิดามารดาอย่างที่สุดมิใช่หรือ เขาจะรักได้มากกว่านั้นอีกมากไม่ใช่หรือ เมื่อเขาสามารถรักพระเยซูเจ้าก่อน แต่ในทางตรงกันข้าม คนที่รักบิดามารดามากที่สุด อาจจะกำลังตกอยู่ในหลุมพรางก็ได้ เมื่อเขาอาจจะพลาดที่จะรักองค์ความรักไป

พี่น้องอาจจะคัดค้านว่า เราจะละเลยเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร... หน้าที่ของการดูแลบิดามารดา ความกตัญญูต่อท่าน เราจะไม่ไปร่วมงานศพของท่านหรือ... แต่พระวาจาของพระเจ้าตอนนี้ไม่ได้หมายความถึงการไปร่วมงานศพ แต่หมายความว่า รอให้บิดามารดาสิ้นชีวิตก่อน รอให้ฉันหมดหน้าที่ของการต้องดูแลท่านก่อน... เหมือนถามว่า หากฉันทิ้งบิดามารดาไปแล้ว ใครจะดูแลท่าน... พระวาจาตอนนี้ไม่ได้หมายถึงสิ่งนั้น เมื่อเราพบว่า พระเยซูเจ้าก็เสด็จเข้าไปในบ้านของแม่ยายของซีโมนเปโตร เพื่อประทานพระพรแห่งการรักษาโรคด้วย บรรดาบิดามารดาและญาติพี่น้องของบรรดาศิษย์ของพระองค์ ไม่มีใครถูกพระองค์ทอดทิ้งเลย

ในวันเหล่านี้ ในโอกาสเตรียมฉลองวัดของพวกเรา วัดของเราชื่อ “แม่พระสายประคำ” และเดือนนี้เป็นเดือนของแม่พระสายประคำด้วย ผมได้นำรูปแม่พระเยี่ยมตามบ้าน อวยพรและเสกบ้านของสัตบุรุษ ได้มีโอกาสเยี่ยมบ้านหนึ่งที่เป็นบ้านของสมาชิกนักบวชพี่น้องของผม... พี่น้องท่านหนึ่งถามผมว่า “คุณพ่อ ซิสเตอร์ในอาราม ลูก พี น้อง ของเราป่วยอ่ะ เป็นไงบ้าง” ซิสเตอร์ท่านนี้อยู่ในเขตพรตของสันตะสำนักด้วย... และจากประสบการในวันเหล่านี้ พวกเราสูญเสียซิสเตอร์ท่านหนึ่งไป หลังจากที่ท่านเจ็บป่วยนอนติดเตียงมาสิบปี แต่เป็นชีวิตที่อยู่ท่ามกลางความดูแลที่ดีที่สุด ผมเองมีโอกาสเข้าไปในอาราม เพื่ออวยพร และฟังแก้บาปบ้าง สิ่งที่ผมเห็น ทำให้ผมมั่นใจครับ ว่า นอกจากการรักษาของแพทย์แล้ว หากมองที่การดูแลผู้ป่วย ผมมั่นใจจริงๆ ว่า ไม่มีใครสามารถดูแลผู้ป่วยได้ดีเท่าซิสเตอร์ในอารามแน่นอน... นั่นเป็นการดูแลที่ดีจริงๆ ครับ นั่นเป็นการดูแลที่ดีที่สุด นั่นเป็นการดูแลที่อ่อนหวานที่สุด อ่อนโยนที่สุด และอบอุ่นที่สุดจริง ผมเองยังอดประทับใจภาพที่เห็นไม่ได้ และที่สุด ซิสเตอร์ก็ได้จากไปท่ามกลางพี่น้องในหมู่คณะที่รักซิสเตอร์จริงๆ... สิ่งนี้ เป็นสิ่งที่ผมเทศน์สอนในวันเหล่านั้นพอดี ทำให้ผมบอกกับพี่น้องท่านนั้นว่า “ไม่ต้องกังวลครับ ที่นั่น ซิสเตอร์ที่นั่นดูแลพี่น้องของเราดีกว่าเราแน่ๆ ไม่ต้องกังวลครับ" จากสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ผมสัมผัสได้ว่า เขาเชื่อผมนะครับ เขาบอกว่า “จริงพ่อ ซิสเตอร์ดูแลกันดีจริงๆ ฉันไม่กังวลแล้วล่ะ”... แต่พี่น้องครับ นี่เองครับ นี่คือชีวิตของผู้ที่เลือกติดตามพระคริสตเจ้า ผู้ที่เลือกให้พระองค์มาก่อนในชีวิต เขาไม่มีคำว่าไม่ว่างครับ แต่เขามีเวลาเสมอ เพื่อพี่น้อง เพื่อคนรอบข้าง เพื่อใครๆ อีกมากมาย การติดตามพระเยซูเจ้า และให้พระองค์มาก่อนในชีวิตของพวกเขา กลับเป็นกำไรมากมาย คือสิ่งที่พวกเขาไม่ขาดและไม่ต้องการสิ่งใดอีก แต่กลับมีเหลือเฟือเพื่อทุกคน

พี่น้องที่รักครับ นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผมพูดถึงเฉพาะแต่เรื่องชีวิตนักบวชเท่านั้นนะครับ แต่ผมกำลังพูดถึง ชีวิตคริสตชนครับ ชีวิตที่เลือกให้พระเยซูเจ้าเข้ามาก่อนในหัวใจ เขาไม่มีอะไรต้องกังวลหลังการเลือกนี้จริงๆ เมื่อเขาได้เลือกที่จะอยู่กับพระองค์ เพราะนั่นคือการเลือกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เขาได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดที่ชีวิตต้องการจริงๆ

นั่นหมายความว่า หากเป็นคริสตชน หากต้องการเป็นศิษย์ติดตามพระองค์จริงๆ แล้ว การให้พระองค์เป็นที่หนึ่ง เป็นคนที่มาก่อนชีวิตของเราเสมอ นั่นคือหนทางที่เราไม่มีอะไรต้องกังวล... จริงครับ... 

แต่สิ่งที่ผมไตร่ตรอง และแบ่งปันการไตร่ตรองกับพี่น้องเช้านี้คือ วันนี้ฉันเป็นศิษย์ติดตามพระคริสตเจ้าที่ดีที่สุดมากน้อยเพียงใด ฉันฟังเสียงของพระองค์มากน้อยเพียงใด หรือในทางตรงกันข้าม ฉันเจริญชีวิตเป็นอุปสรรคกับพระองค์

“ผู้ใดที่จับคันไถแล้วเหลียวดูข้างหลัง ผู้นั้นก็ไม่เหมาะสมกับพระอาณาจักรของพระเจ้า...”... เป็นคริสตชนแล้ว ไม่ต้องลังเลครับ พระเยซูเจ้า ไม่มีที่วางศีรษะ แม้สุขัขป่ายังมีโพรง นกยังมีรัง... พระองค์ตรัสให้กำลังใจเราต่างหาก เพราะในท่ามกลางพวกเรา วันนี้ เรายังไม่ถึงขนาดนั้นเลย... คนหนึ่งบอกผมว่า ที่คนจนมีมากในวันนี้ เพราะบางคนกอบโกยสิ่งที่เป็นของคนยากจนไว้... ผมมั่นใจจริงๆ ว่า นี่เป็นความจริงครับ ดังนั้น เมื่อเรากอบโกย และไม่แบ่งปัน เราก็กำลังเบียดเบียนคนยากจน... เพราะไม่ว่าดลกนี้จะใหญ่ขึ้นอีกสักเท่าใด ไม่ว่าโลกนี้จะมีทรัพยากรอีกมากเท่าใด ก็คงไม่พอ หากเราบางคนยังไม่แบ่งปัน แต่กอบโกยไว้เป็นของตนเอง...

วันนี้ ในชีวิตหมู่คณะนักบวช พระสงฆ์ และคริสตชนราวาสด้วย ฉันเจริญชีวิตเพื่อใคร ฉันกำลังติดตามใคร หากฉันเดินตามพระเยซูเจ้าจริงๆ แล้วนั้น ฉันจะมีเวลามากมายเพื่อกันและกัน ฉันจะมีโอกาสทานอาหารร่วมกัน ฉันจะมีโอกาสภาวนาร่วมกัน... พี่น้องครับ อย่าปล่อยให้สื่อไอทีต่างๆ เทคโนโลยีต่างๆ ในวันนี้ อย่าปล่อยให้มันเข้ามาในครอบครัวของเรา ในมู่คณะนักบวชของเรา แล้วขโมยเวลาของเราไป เป็นเวลาที่เราจะอยู่ด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน สวดด้วยกัน ขออย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย... อย่ากังวลถึงสิ่งใดมากเกินไป แล้วเราอาจลืมไปว่า ก่อนที่ฉันจะเกิด ชาวโลกเขาก็ทำงานกันมามากแล้ว และวันหนึ่งเมื่อฉันจากไป งานนั้นก็ยังดำเนินต่อในโลกเราอยู่ดี วันนี้ ฉันมีเวลาเพื่อจิตวิญญาณ เพื่อกันและกันมากน้อยเพียงใด และศิษย์พระเยซู เขาไม่ได้ละทิ้งสิ่งใด แต่เมื่อเขาเลือกพระองค์ เขาจะมีเวลาให้กับพระองค์ และยังมีเวลาเหลืออีกมากมายเพื่อคนมากมายด้วย

ข้าแต่พระเจ้า บนหนทางนี้ช่างท้าทายเหลือเกิน ลูกคงอ่อนแอเกินไปบนหนทางสายนี้ ขอพระองค์ทรงช่วยทวีความเชื่อของลูกด้วยเถิด

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)




วันพุธที่ 3 ตุลาคม 18 สัปดาห์ที่ 26 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน โยบ 9:1-12,14-16 / ลก9:57-62
ในวันนี้ พระวรสารโดยนักบุญลูกาได้เชิญชวนเรา ให้พิจารณาถึงเรื่องที่เป็นจุดศุณย์กลางของชีวิต ด้วยความชัดเจนและจริงจัง:การติดตามพระเยซูเจ้าอย่างแท้จริง “ข้าพเจ้าจะติดตามพระองค์ไป ทุกแห่งที่พระองค์จะเสด็จไป” (ลก 9:57) ด้วยความเรียบง่ายของประโยค ที่สามารถเสนอบางอย่าง ที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนใดคนหนึ่ง อย่างแท้จริง “จงตามเรามาเถิด” (ลก9:59) พระวาจาของพระองค์ ไม่ยอมให้มีการแก้ตัว ความล่าช้า การมีเงื่อนไข หรือการเสแสร้งใดๆ
ชีวิตของคริสตชน คือ การติดตามพระเยซูเจ้าอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงติดตามทางทิศทางของพระวรสารเท่านั้น แต่ตามทุกแง่มุมของชีวิตของเรา ตั้งแต่สิ่งที่ไม่ธรรมดาที่สุดไปถึงสิ่งที่ธรรมดาที่สุด ที่ต้องแสดงถึงพระจิตของพระเยซูคริสตเจ้า ที่มีชีวิตอยู่ในตัวเรา นอกจากนั้น ชีวิตคริสตชนจะเป็นชีวิตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพระคริสตเจ้า เพราะพระคริสตเจ้าต้องปรากฏในตัวเรา จากรากที่ลึกที่สุด นี่คือชีวิต ที่เราถูกเรียกร้องให้เจริญชีวิตตามนั้น
เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จมาในโลกนี้ แม้ว่ามนุษย์ทุกคนจะมีที่ของตัวเอง แต่พระองค์ไม่มี เมื่อเปรียบเทียบกับมนุษย์ทุกคน ยกเว้นในรางหญ้า ที่ตั้งอยู่ในท่ามกลางสัตว์ต่างๆ และในท่ามกลางบุคคลที่ต่ำต้อยที่สุด และไม่มีเหลี่ยมใดๆ และด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงได้ตรัสว่า “สุนัขจิ้งจอกมีโพรง นกในอากาศมีรัง แต่บุตรแห่งมนุษย์ไม่มีที่จะรองศีรษะ” แต่พระองค์จะสามารถพบสถานที่สำหรับพระองค์ ในท่ามกลางพวกเรา เหมือนนักบุญยอห์น บัปติสต์ ที่บอกว่า “พระองค์จะต้องใหญ๋ขึ้น และข้าพเจ้าจะต้องเล็กลง” หรือจะพูดว่า “เราจะปล่อยให้พระองค์ที่อยู่ในตัวเราใหญ่ขึ้น โดยปล่อยให้เราทำตามพระจิตของพระองค์ ที่เป็นแหล่งกำเนิดของความสุภาพถ่อมตนและความไร้เดียงสา”...ความรู้ สอนให้ถ่อมตน แต่ความโง่เขลา สอนให้เย่อหยิ่ง... “การยอมแพ้ไม่ได้หมายความว่าคุณอ่อนแอเสมอไป บางครั้งมันหมายความว่าคุณเข้มแข็ง ที่จะปล่อยให้บางอย่างผ่านไป” “...ทำตามหน้าที่แล้วมีปัญหา ยังดีกว่ามีปัญหาเพราะไม่ทำตามหน้าที่”

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)


view