สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญโฟสติน่า โควัลสกา

วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญโฟสติน่า โควัลสกา

❤ ความรักมั่นคงขององค์พระผู้เป็นเจ้า
เปี่ยมล้นทั่วแผ่นดิน
พระวาจาขององค์พระผู้เป็นเจ้า
สร้างท้องฟ้า … อัลเลลูยา

📚บทอ่านประจำวันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญโฟสติน่า โควัลสกา
https://youtu.be/AsCOOMv7ADw

🌹พระเจ้าดีต่อฉัน
https://youtu.be/lM6f46h95-4

☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘

วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญโฟสติน่า โควัลสกา
อ่าน
โยบ 38:1,12-21,40:3-5
ลก 10:13-16

พระเยซูเจ้าย้ำเตือน..“วิบัติ”..
กับคนที่ได้รับโอกาสมากมาย
แต่ไม่ยอมใส่ใจ รับไว้ เพื่อการกลับใจที่แท้จริง

ความดื้อรั้นของโยบ เป็นเหตุให้พระเจ้า
ต้องใช้เวลา สอนเขาด้วยการปล่อยให้โยบ
เผชิญความทุกข์ ความเจ็บปวด
เพื่อเปิดโอกาสให้เขากลับใจ ยอมรับในพลัง
ปรีชาญาณ ความยิ่งใหญ่ของพระองค์

ด้วยการเจริญชีวิต จิตตามรมณ์ที่เป็นหนึ่งเดียว
พร้อมกับ ความศรัทธาเป็นพิเศษของท่านต่อพระเยซูเจ้า
พระนางมารีย์ และศีลมหาสนิท ทำให้ชีวิตของ
ท่าน นักบุญโฟสตีนา แม้จะต้องประสบกับความทุกข์ยาก
ท่านยังคงสามารถ เป็นผู้สื่อสารแห่งความเมตตาของพระเจ้า
ต่อผู้ที่วางใจในพระองค์ ได้อย่างซื่อสัตย์

หมายเหตุ..
โอกาสที่อยู่ตรงหน้า ถ้าไม่คว้าไว้..
มันก็จะผ่านมา และผ่านไป

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2018

สัปดาห์ที่ 26 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“อัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในเจ้า...” (ลก 10:13-16) 

อัศจรรย์เกิดขึ้นทุกวันในชีวิตฉัน

ฉันมองเห็นเป็นอัศจรรย์

หรือฉันคิดว่า “นี่คือความสามารถของฉัน”

ข้าพเจ้าจะทูลตอบได้อย่างไน

ข้าพเจ้าไม่ใช่คนสำคัญ...

ฉันจึงควรกลับใจ

และฟังเสียงของพระเจ้ามิใช่หรือ...

________________

มีหลายสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา ดังสิ่งต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้นในชีวิตของโยบ บุรุษผู้ชอบธรรม แต่ต้องรับการทดลองหนักเหลือเกิน ทำให้ผมต้องถามตนเองว่า สิ่งที่ผมประสบ ความยากลำบากบ้างที่ผมได้รับนั้น ผมมีสิทธิ์อะไรที่จะไปต่อปากต่อคำกับพระเจ้า เมื่อในความเป็นจริงแล้ว ทั้งหมดที่มีนี้ คือพระเมตตาของพระเจ้าล้วนๆ ต่อชีวิตของผม

วิบัติจงเกิดแก่ฉัน หากฉันตาบอด และมองไม่เห็นอัศจรรย์แห่งรักของพระเจ้า ที่ฉันไม่อาจเรียกร้องความรักของพระองค์เลย... แต่... ความสุขแท้... โอ้ความสุขครบครัน โอ้ความสุขยิ่งใหญ่ Oh perfect joy… เมื่อฉันเห็นอัศจรรย์แห่งรักของพระองค์ ฉันจึงเข้าใจว่า สำหรับสิ่งที่ฉันมี สิ่งที่ฉันเป็นนั้น มากมายเหลือเกิน มันมากมายเกินไปแล้วในความไม่ครบครัน ที่พระเจ้าทรงเติมเต็มในชีวิตฉันด้วยพระเมตตาของพระองค์

ดังนี้เอง อาจจะเหมาะสมแล้ว ที่วันนี้เราต้องขับร้องบทเพลงจากบทสดุดีที่ 118 นี้... “จงขอบพระคุณพระเป็นเจ้า เพราะพระองค์พระทัยดี”

วันนี้ วันศุกร์ต้นเดือน เราระลึกถึงความรักแห่งดวงพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า ความรักที่มอบให้เราเปล่าๆ รักเราเพราะรักเราเท่านั้น หากใช่เพราะฉันน่ารักไม่... เปล่าเลย... แต่นี่คือพระเมตตาทั้งสิ้นของพระเจ้ามิใช่หรือ...

เจ้ายกตัวถึงฟ้า และจะต่อลองต่อพระเจ้าเชียวหรือ... ในวันที่พระองค์ทรงจัดทุกสิ่งในโลก เจ้าอยู่ที่ใด วิญญาณข้าเอ๋ย จงตอบข้าซิ... หากเจ้าต้องโต้เถียงกับพระองค์พันครั้ง เจ้าก็จะไม่สามารถชนะพระองค์ได้สักครั้ง... มองที่ชีวิตของเจ้า เจ้าเห็นเป็นอัศจรรย์แห่งรักของพระเจ้า หรือนี่คือความสามารถของเจ้ากระนั้นหรือ ที่จะจัดระบบการทำงานของหัวใจ สมอง และร่างกายทั้งหมดให้เป็นเช่นที่เป็นอยู่นี้... ใครกันที่ทำสิ่งเหล่านี้ไว้ในตัวเจ้า วิญญาณข้าเอ๋ย จงไตร่ตรองเถิด...

พี่น้องที่รัก มองเช่นนี้แล้ว ผมเองอาจจะต้องเป็นคนแรกที่ต้องกลับใจ... ในวันเหล่านี้ ผมอยู่ที่โรงพยาบาลทุกๆ วัน ผู้ป่วยมากมายไม่อาจต่อรองกับการมีชีวิตของตนเองเลย แต่ใครเล่าจะยิ้มได้ แม้ในสภาพเช่นนั้น หากพระพรของพระเจ้ามิได้ค้ำจุนไว้... เมื่อวานนี้ ผมอยู่กับเด็กๆ ยากจน ที่ผมทำอาหารไปเลี้ยงพวกเขา เพียงสิ่งเล็กน้อยที่ผมออกแรง ผมรู้สึกเหนื่อย และต้องวิ่งแข่งกับเวลา ในขณะที่มีหลายอย่างต้องทำเมื่อวานนี้ แต่...ผมเห็นพวกเขามีความสุขในวันฉลองนักบุญฟรันซิสฯ สิ่งที่ผมทำนั้น ไม่ใช่สิ่งยิ่งใหญ่อะไรเลย เด็กๆ ก็มีความสุข พวกเขาบอกว่า “วันนี้เป็นวันที่อัศจรรย์จริงๆ”

สิ่งที่ผมไตร่ตรองในเช้าวันนี้คือ... มันเป็นคำถามครับ เป็นคำถามที่ว่า ผมจะขับร้องเพลงบทนี้ด้วยชีวิตได้อย่างไร ... “จงขอบพระคุณพระเป็นเจ้า เพราะพระองค์พระทัยดี”... บทสดุดีที่ 139 ที่เราอ่านในมิสซาวันนี้ น่าจะทำให้เราสัมผัสความยิ่งใหญ่ในรักของพระเจ้าได้บ้างไหม หากเราตระหนักว่า ตัวเรานั้นไม่มีอะไรเลยจริงๆ เราไม่อาจแม้จะตอบคำถามพระองค์ได้สักคำถาม หากเราจะเถียงกับพระเจ้าสักพันครั้ง เราก็ไม่อาจจะชนะพระองค์ได้สักครั้ง เพราะเราไม่อาจจะสั่งการทำงานของหัวใจของเราได้เลย...

หากคนอื่นเขาตระหนักได้ดังนี้แล้ว หากเขาเห็นอัศจรรย์ในชีวิตเช่นนี้ แล้ว เขาคงกลับใจไปนานแล้ว... ฉันล่ะ ปรีชาญาณของพระเจ้ามิใช่หรือ ที่นำให้วิญญาณฉันไตร่ตรองในแต่ละจังหวะการทำงานของหนึ่งชีวิตของฉัน... สัมผัสสิ่งนี้ในความรักของพระเจ้าเถอะ แล้วเจ้าจะพบว่า เจ้าเป็นคนแรกที่ต้องกลับใจ

มองที่การทำงานของหัวใจฉัน มองที่กระแสโลหิตที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย มองระบบการทำงานของร่างกาย มองดูธรรมชาติรอบตัวฉัน หากฉันมอง และทึ่งแต่เพียงเท่านั้น มันก็ไม่ต่างกับฉันจะลุกจากโรงภาพยนตร์และเดินออกไปเมื่อเห็นคำว่า “The End” แต่หากฉันได้อ่านอักษรเลื่อนให้ออก อ่านให้ได้ ฉันจะรู้ว่า อัศจรรย์ในชีวิตของฉัน ยิ่งใหญ่เหลือเกิน เมื่อฉันเห็นว่า ใครหนอ ที่เป็นผู้สร้างสรรค์ชีวิตที่ยิ่งใหญ่กว่าภาพยนตร์มากนัก

ถ้าใครเขาตระหนักถึงสิ่งนี้ หากใครๆ ยอมรับว่านี่คืออัศจรรย์แห่งองค์ความรักแล้ว เขาคงกลับใจไปนานแล้ว... ฉันละ วันนี้ ฉันชมภาพยนตร์แห่งชีวิตฉันนี้ด้วยความรู้สึกใด ชีวิตที่เป็นมากกว่าภาพยนตร์ แต่เป็นความจริงที่แสนอัศจรรย์นี้ วันนี้ ฉันกลับใจแล้วหรือยัง หรือจะต้องอธิบายอะไรอีก ฉันคงไม่มีคำอธิบาย หรือคำตอบใด นอกจาก ขอบคุณพระองค์ พระเจ้าผู้ทรงรักเราเหลือเกิน อัศจรรย์ยิ่งใหญ่คือ ฉันได้สัมผัสความรักของพระองค์ ที่หาใช่สิทธิ์ของฉันในการทำเช่นนั้นไม่...

ดังนี้... ข้าแต่พระเจ้า วิญญาณข้าพเจ้าจึงต้องขับร้องขอบพระคุณพระองค์... จงขอบพระคุณพระเป็นเจ้า เพราะพระองค์พระทัยดี... ความรักมั่นคงของพระองค์ ดำรงนิจนิรันดร์

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 18 สัปดาห์ที่ 26 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน โยบ 38:1,12-21,40:3-5 / ลก 10:13-16
“ดูเถิด ข้าพเจ้าไม่ใช่คนสำคัญ จะทูลตอบพระองค์ได้อย่างไร? ข้าพเจ้าเอามือปิดปาก ข้าพเจ้าได้กราบทูลครั้งหนึ่งแล้ว และจะไม่กราบทูลอีก ข้าพเจ้ากราบทูลสองครั้งแล้ว จะไม่กราบทูลต่อไป” (โยบ 40:5)...เราจะเจริญชีวิตตามพระวาจาตอนนี้ได้อย่างไร? หนังสือโยบได้สรุปการสนทนาระหว่างพระเป็นเจ้ากับโยบ พระองค์ได้ทรงท้าทายเขา และทรงปล่อยให้โยบมีเวลาที่จะตอบ เรื่องปัญหาของความชั่วร้าย ของความทุกข์ และของความชอบธรรม เหนือสิ่งอื่นใด มันได้กระตุ้นให้โยบถามว่าพระเป็นเจ้าเป็นใคร?
ถ้าวันนี้ พระเยซูเจ้าเสด็จมาเยี่ยมท่าน พระองค์จะตรัสอะไรกับท่าน ? พระองค์จะเตือนท่านเหมือนกับที่พระองค์เคยทำกับเมืองโคราซิน และเบธไซดาหรือไม่? และท่านจะตอบพระองค์อย่างไร? เมื่อพระองค์เสด็จไป ณ ที่ใด พระองค์จะกระทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เพื่อแสดงให้ประชาชนเห็นว่า พระองค์ทรงรักพวกเขาอย่างไร เมืองโคราซิน และเบธไซดาได้รับพระพร พวกเขาได้ยินข่าวดี และเห็นผลงานที่น่าพิศวง ที่พระองค์ได้กระทำต่อพวกเขา
ถ้าพระเป็นเจ้าทรงท้าทายโยบให้ตอบปัญหาของความชั่วร้าย ของความทุกข์ และของความชอบธรรม ท่านเองจะตอบพระเยซูเจ้าอย่างไร? ถ้าพระองค์ทรงต้องการให้ท่านเดินในหนทางแห่งความจริง แห่งเสรีภาพ แห่งความยุติธรรม และแห่งความศักดิ์สิทธิ์ แต่ท่านได้ตอบสนองด้วยความเย็นเฉย พระองค์จึงได้ติเตียนท่าน ท่านจำเป็นจะต้องเปลี่ยนการดำเนินชีวิต ถ้าพระเยซูเจ้าทรงโกรธ ก็เพราะว่า ท่านยังไม่ได้ดำเนินชีวิต ในความจริง ในเสรีภาพ ในพระหรรษทาน ในพระเมตตา และในความศักดิ์สิทธิ์.
ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดให้ลูกได้เจริญชีวิตด้วยความซื่อเหมือนเด็กเล็กๆ และด้วยความเชื่อ ที่จะมองพระองค์ด้วยความยินดี และด้วยความไว้วางใจ ในพระเมตตาของพระองค์ โปรดขจัดความสงสัย ความกลัว ความเย่อหยิ่งจองหอง ที่ขัดขวางมิให้รับพระวาจาของพระองค์ ด้วยความไว้วางใจ และด้วยความสุภาพถ่อมตน.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view