สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญบรูโน พระสงฆ์

วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญบรูโน พระสงฆ์

💧ขอพระคุณแห่งปรีชาญาณ
โปรดประทานแก่ดวงใจลูกเถิด
ให้แสงแห่งธรรมจงบังเกิด
ส่องสว่างทางประเสริฐของพระองค์

📚บทอ่านประจำวันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญบรูโน พระสงฆ์
https://youtu.be/72f_Ue5gEcM

🍓Hallelujah
https://youtu.be/7jGCQ0nKrOA

🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺

วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญบรูโน พระสงฆ์
อ่าน
โยบ 42:1-3,5-6,12-17
ลก 10:17-24
 
มิใช่ความสำเร็จมากมายของศิษย์ ที่คิดทำเพื่อพระเจ้า
แล้วทำให้พระเยซูชื่นชมยินดี
แต่เป็นเพราะความสำเร็จในกิจการที่ศิษย์ทำ  
นำพวกเขาเข้าใกล้อาณาจักรแห่งความรัก  
ทำลายปีศาจ อำนาจชั่วร้าย
เมื่อประสบความสำเร็จแล้ว พระองค์ทรงสอนศิษย์
ให้คิดถึงพระเจ้าก่อนสิ่งอื่นใด
เพราะพระองค์เป็นผู้บันดาลทุกสิ่ง
 
เมื่อโยบเข้าใจ และยอมรับว่า …
พระเจ้าทรงกระทำได้ทุกสิ่ง
ไม่มีใครขัดขวางพระประสงค์ของพระเจ้าได้
โยบพบกับชีวิตใหม่ที่เปี่ยมด้วยความสุข
ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

ด้วยการใช้ความพยายาม อย่างไม่ท้อถอย
ทำให้ท่านนักบุญบรูโน สามารถใช้พระพร
ที่ท่านมีจากพระจิตเจ้า ในการทำหน้าที่เทศน์สอน
ให้ความรู้ทางเทววิทยา จนสามารถตั้งคณะนักบวช
เพื่อรับใช้พระศาสนจักร

หมายเหตุ…
ความสำเร็จ ที่ควรค่าแก่การจดจำ...
ต้องมาพร้อมกับ คุณธรรม
และความดีงามในชีวิตจิตใจ

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2018

สัปดาห์ที่ 26 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ทรงเปิดเผยแก่บรรดาผู้ต่ำต้อย...” (ลก 10:17-24) 

และนี่คือความสุขแท้จริงที่วางไว้ตรงหน้า

เมื่อฉันพบว่า พระเจ้าทรงประทับอยู่เคียงข้างฉันเสมอ

ไม่ว่าสถานการณ์ของชีวิตจะเป็นเช่นใด

เมื่อหัวใจฉันสุภาพถ่อมตนลง

ฉันก็พบปรีชาญาณนี้กลางใจฉัน

ณ ที่ที่พระจิตของพระเจ้าทรงประทับอยู่.

________________

วันนี้วันเสาร์ วันสุดท้ายของสัปดาห์นี้ เราจบบทอ่านจากหนังสือปรีชาญาณ คือหนักงสือโยบ เรื่องราวของโยบให้บทสรุปกับเราอย่างชัดเจน ตั้งแต่ต้นจนจบ แม้เมื่อโยบไม่เข้าใจอะไรเลยเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเอง ความคิดสารพัดที่เข้ามา จนทำให้เขาท้อถอย ท้อแท้ และจนที่สุด เมื่อหัวใจของเขาเรียนรู้ความสุภาพ เขากลับพบว่า นั่นคือความสุขที่แท้จริง ในการอยู่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และสิ่งที่เป็นความสุขยิ่งนักคือ สิ่งที่ทำให้เขามั่นใจว่า ในทุกห้วงเวลาของชีวิต ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเข้าใจอะไรหรือไม่ก็ตาม จุดจบของปรีชาญาณนี้คือ พระเจ้าทรงประทับอยู่กับเขาตลอดเวลา พระเจ้าทรงทอดพระเนตรเขาอยู่ตลอดเวลา... 

สถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตคริสตชนเล่า... เหนือคำถาม เหนือความยุติธรรม คือพระเจ้าทรงอยู่กับเรา พระองค์ทรงเป็นความชอบธรรม และทรงเป็นความสุขที่แท้จริงของเรา แต่ใครเล่าจะพบกับปรีชาญาณนั้น ที่ทำให้หัวใจของเขาอิ่มสุขไปตลอดเวลา ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็ไม่มีสิ่งใดพรากเขาจากความรักของพระเจ้าได้เลย

เดือนตุลาคมนี้ เป็นเดือนที่เรารณรงค์การภาวนาสายประคำ และวันนี้เป็นวันเสาร์ เราระลึกถึงแม่พระด้วย ผมจึงอยากแบ่งปันประสบการณ์ในวันเหล่านี้ หากพี่น้องจะลองเอาไปใช้ในการภาวนาสายประคำของพี่น้องบ้าง พวกเราก็ยินดีนะครับ ไม่สงวนสิทธิ์อะไร พวกเราทั้งเจ็ดคนมีความสุขมาก จากการไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้า และก่อสวดสายประคำชีวิตของพวกเราคนละข้อนั้น... เมื่ออ่านพระวาจาของพระเจ้าในวันนี้แล้ว ผมคิดถึงสิ่งที่เพิ่งผ่านไปไม่กี่วันนี้กับสัตบุรุษของผมไม่กี่วันก่อนจริงๆ ครับ ที่ผมอยากแบ่งปันกับพี่น้อง... เย็นวันหนึ่ง ผมมีโอกาสภาวนาสายประคำกับสัตบุรุษกลุ่มหนึ่ง ที่เป็นการภาวนาที่อาจจะแปลกกว่าใครๆ ที่ผมริเริ่มและเชื้อเชิญให้แต่ละคนหาข้อรำพึงเอาเอง แต่งกันแบบสดๆ นั่นแหละ... พวกเรา 7 คน ก็คนละข้อครับ จากสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต และฉันมองสิ่งนั้นอย่างไร ฉันสรรเสริญพระเจ้า ฉันขอบคุณพระเจ้า ฉันขอโทษพระเจ้า หรือฉันขอสิ่งใดจากพระองค์ในบรรยากาศชีวิตที่ฉันเผชิญอยู่ อย่างไร พวกเราแต่งออกมาเป็นบทไตร่ตรองในแต่ละข้อ ที่กลายมาเป็นสาบประคำที่เราไตร่ตรอง รำพึงถึงการประทับอยู่ของพระเจ้าในทุกสถานการณ์ของชีวิต แบบไม่ต้องถามว่าพระองค์อยู่ไหน แต่มั่นใจว่า พระองค์อยู่ตรงนี้... สายประคำที่ปกติป็นการไตร่ตรองพระธรรมล้ำลึกของพระคริสตเจ้าในชีวิตของแม่พระครับ บัดนี้กลับกลายเป็นการไตร่ตรองสิ่งที่กิดขึ้นกับฉัน ที่ฉันมองสิ่งเหล่านั้นด้วยสายตาแห่งความเชื่อ แบบแม่พระ

คนหนึ่งในพวกเราก่อสวดน่ารักมากครับ... ข้อรำพึงที่ 4 ฉันเดินสะดุดเท้าจนเอง และล้มลง... ข้าแต่พระเจ้า สิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกในวันนั้นคือ ลูกรู้สึกอึดอัด รู้สึกลำบากใจ รู้สึกสะดุดกับการกระทำของเพื่อนร่วมงานของลูกคนหนึ่ง ลูกเครียด ลูกไม่อยากเห็นหน้าเขา ลูกกินข้าวไม่อร่อย ลูกเซ็งไปหมด... แต่ครั้งเมื่อลูกกลับมานั่งลงกลางใจของตนเอง คุยกับหัวใจของตนเองว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นกับลูก พระเจ้าข้า ลูกต้องยอมรับว่า ลูกพลาดเอง ลูกเองที่สะดุดล้ม และมันเป็นการสะดุดล้มที่น่าอายจริงๆ เพราะลูกหาได้ล้มเพราะเพื่อนร่วมงานคนนั้นไม่ แต่เพราะลูกสะดุดเท้าตนเองและล้มลง... ข้าแต่พระองค์ น่าอายจริงๆ เพราะลูกเดินไม่ดีเอง ลูกไม่ได้เรียนรู้ที่จะยกเท้าสูงๆ ลูกไม่ยอมยกใจลูกให้สูงๆ สุดท้าย ลูกล้มลงเพราะสะดุดเท้าตนเอง... ข้าแต่พระเจ้า ลูกขอบคุณพระองค์ ในสถานการณ์ชีวิตที่พระองค์ทรงเดินมาพร้อมกับลูก ลูกจึงพบปรีชาญาณนี้ ลูกขอบคุณพระองค์... ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย...

พี่น้องครับ มันอาจจะเป็นการภาวนาสายประคำที่แปลกๆ ไปนิด แต่วันนี้ ผมอยากเชื้อเชิญพี่น้องลองทำดูซิครับ จากบทเรียนในชีวิตของโยบ ที่เป็นจริงในชีวิตของแม่พระที่เราระลึกถึงทุกวันเสาร์ เมื่อวานผมแบ่งปันเรื่องแบบนี้กับผู้ที่ผมไปมอบศีลมหาสนิทให้ด้วยครับ... การรับศีลมหาสนิทของเรา การรับชีวิตพระเจ้าเข้ามาสนิทกับชีวิตของเรา ใช่ว่าจะทำให้เราร่ำรวยขึ้น ใช่ว่าจะทำให้เราไม่ต้องเจ็บป่วยและต้องเข้าพบแพทย์ หรือทำให้เรามีชีวิตที่สุข สนุกสะดวกสบาย... เปล่าเลย... แม่พระเมื่อรับชีวิตของพระเจ้าไว้ในชีวิตของพระแม่ พระแม่มีแต่ความยุ่งยาก สารพัดความทุกข์ยากที่ไม่เข้าใจเข้ามาในชีวิตของพระแม่ แต่เราพบว่า แม่พระไม่เคยบ่นอะไรเลย ไม่เคยต่อว่าตัดพ้อพระเจ้าเลย... เป็นมารดาพระเจ้า ต้องเป็นแบบนี้หรือ... แต่นี่แหละ ที่ปรีชาญาณของพระเจ้า ทำให้พระแม่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง สมกับเป็นพระมารดาของพระเจ้าจริงๆ... ในการไตร่ตรอง ในการรำพึงถึงพระธรรมล้ำลึกของพระคริสตเจ้าในการภาวนาสายประคำ ซึ่งเป็นการภาวนาพร้อมกับแม่พระนั้น... พี่น้องครับ ลองเอาแบบอย่างของแม่พระ แบบอย่างของโยบ เขามาใช้ในการรำพึงของเราในการภาวนาสายประคำบ้างซิครับ ไตร่ตรองถึงสถานการณ์ต่างๆ ที่เราเดินมา ไม่ใช่เดินตามลำพัง แต่พระเจ้าประทับอยู่ และทรงพระดำเนินมาพร้อมกับเราด้วย... เราเรียนรู้อะไรจากสิ่งที่เกิดขึ้น...

นี่คือสิ่งที่ผมไตร่ตรองในวันนี้ และอยากแบ่งปันกับพี่น้อง... “แต่ทรงเปิดเผยแก่บรรดาผู้ต่ำต้อย...” ... พี่น้องที่รักครับ หัวใจที่สุภาพถ่อมตนเท่านั้นครับ ที่จะพบคำตอบแห่งปรีชาญาณนี้ เพราะเมื่อเราต้องประสบ เมื่อเราต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตของเรา เวลานั้น พระเจ้าไม่ได้ทอดทิ้งเราไปไหน เราเองต่างหาก อย่าด่วนตัดสินพระองค์ เพราะแท้จริงแล้ว หากเราจะเถียงกับพระองค์สักพันครั้ง เราก็ไม่อาจจะชนะพระองค์ได้สักครั้ง... แต่ใอใจเราเมื่อสงบลง และเราสามารถนั่งลงกลางใจของเราเองได้แล้วนั้น เราจะภาวนาแบบพระเยซูด้วยความปลาบปลื้มใจเดชะพระจิตเจ้าที่ประทับในชีวิตเราว่า...

ข้าแต่พระบิดาเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ข้าพเจ้าสรรเสริญพระองค์ ที่พระองค์ทรงปิดปังเรื่องเหล่านี้แก่บรรดาผู้ปรีชาและรอบรู้ แต่ทรงเปิดเผยแก่บรรดาผู้ต่ำต้อย... (เทียบ ลก 10:21) ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ของพระองค์โปรดประทานความเข้าใจแก่ข้าพเจ้าเถิด แล้วข้าพเจ้าจะรู้จักกฤษฎีกาของพระองค์ การเปิดเผยของพระวาจาให้ความสว่าง ประทานปัญญาแก่ผู้รู้น้อย (เทียบ สดด 119:129-130 ที่เราอ่านในมิสซาวันนี้)

ข้าแต่พระเจ้า โปรดประทานหัวใจที่สุภาพถ่อมตนเช่นพระนางมารีย์ให้แก่ลูกด้วยเถิด เพื่อลูกจะสดุดีพระปรีชาญาณของพระองค์ตลอดไปในทุกสถานการณ์ของชีวิตที่ลูกต้องเผชิญ ลูกจะพบว่า พระองค์ประทับอยู่เสมอ และไม่เคยห่างไปไหน

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 18 สัปดาห์ที่ 26 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน โยบ 42:1-3,5-6,12-17 / ลก 10:17-24
ท่านเคยรู้และมีประสบการณ์เรื่องความยินดี ในชีวิตส่วนตัวของท่านหรือไม่? พระคัมภีร์ได้บอกเราว่า”ความยินดีของพระเป็นเจ้า คือ พลังของเรา” (นหม 8:10) ทำไมพระเยซูเจ้าจึงได้บอกกับบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ ไม่ให้มีความยินดีในความสำเร็จของพวกเขา แม้เป็นความสำเร็จด้านจิตใจก็ตาม? พระองค์ได้ให้ความชัดเจนว่า แหล่งที่มาของความยินดีของเรานั้น คือ พระเป็นเจ้าเอง และพระองค์แต่ผู้เดียว โดยไม่ต้องมองดูสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าในเวลาที่ดีหรือไม่ดี ในความสำเร็จและในการสูญเสีย พระเป็นเจ้าให้ความมั่นใจแก่เราว่า เราจะประสบกับชัยชนะในองค์พระเยซูเจ้า
พระเยซูเจ้าให้ความมั่นใจแก่บรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ว่า พระองค์มีอำนาจเหนือความชั่วร้าย รวมทั้งอำนาจของซาตาน และจิตชั่วร้าย คือ เทวดาที่เคยต่อกบฏต่อพระเป็นเจ้า และที่เกลียดคนทั้งชายหญิง ซึ่งได้ถูกสร้างตามพระฉายาลักษณ์ของพระเป็นเจ้า (ปฐก 1:29) พระองค์ยังได้บอกกับบรรดาสานุศิษย์ว่า พระองค์เสด็จมาในโลกนี้ เพื่อขจัดสิ่งชั่วร้าย (ยน 12:31) และด้วยเหตุนี้เอง พระเยซูเจ้าได้ประทานอำนาจเหนือซาตาน และพรรคพวกเของมัน.เราก็เช่นเดียวกัน เหมือนกับบรรดาสานุศิษย์ของพระเยซูเจ้า ที่ได้รับอำนาจทางจิตใจและอำนาจ เพื่อจะชนะงานของความมึดและความชั่วร้าย (1ยน 2:13-14)...”ข้าแต่พระเป็นเจ้าผู้สูงส่งและรุ่งเรือง โปรดส่องสว่างความมืดของใจของเรา และถูกมอบให้แก่เรา ให้มีความเชื่อที่แท้จริง ความหวังที่แน่นอน และความรักที่สมบูรณ์ โปรดประทานให้พวกเรามีความรู้ต่อตัวท่านเอง เพื่อว่าเราอาจที่จะทำทุกสิ่ง เพื่อทำให้พระประสงค์อันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ ได้สำเร็จไป อาศัยพระเยซูคริสตเจ้า พระเจ้าของเรา” (บทภาวนาของนักบุญฟรังซิส อัสซีซี 1182-1226)...อำนาจที่ผู้นำคริสตชนมี ไม่ใช่อำนาจแต่เป็นความรัก ไม่ใช่การใช้กำลัง แต่เป็นการเชิญชวนอย่างมีเหตุผล บรรดาผู้นำมีอำนาจ แต่อำนาจจะมีความปลอดภัย ก็ต่อเมื่อมันอยู่ในมือของผู้ที่รับใช้ ด้วยความสุภาพถ่อมตน.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

เชิญฟังเสียงคพ.พงศ์เทพ ประมวลพร้อม อธิบายพระคัมภีร์มิสซาวันอาทิตย์นี้ค่ะ

https://youtu.be/PiQavIN2EyU

view