สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม 2018 สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา

วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม 2018 สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา

🌷เสื้อผ้าเก่าไปฉันใด …
มนุษย์ทั้งหลายก็แก่ลงฉันนั้น
เป็นกฎตลอดไปว่า …
“ทุกคนต้องตาย”
ไม่ว่าจะทำสิ่งใด …
จงระลึกถึงบั้นปลายของชีวิต
แล้วท่านจะไม่ทำบาปเลย …

📚บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม 2018
สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=a400J4B61m0&t=3s

🌷 I'll Sing a Hymn to Mary the Mother of My God
http://youtu.be/KLpIexoF-1A

♥♥♥♥♥♥♥

วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม 2018
สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา
อ่าน ปฐก 2:18-24
ฮบ 2:9-11
มก 10:2-16

ใจที่แข็งกระด้างมักอ้างสารพัด เพื่อผูกมัดคนอื่น
กับสิ่งที่ตนคิดและหวัง พระเยซูเจ้าจำเป็นต้องสอน
ผู้ที่มีความคิดเช่นนี้ ให้เข้าใจว่า...
ผู้รับใช้ ที่จะมีใจเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า และเข้าสู่
อาณาจักรสวรรค์อย่างสมบูรณ์นั้น จำเป็นต้อง
มีท่าทีที่จริงใจ แบบเด็กเล็ก ๆ

ในปฐมกาล พระเจ้ามิได้สร้างมนุษย์ให้อยู่คนเดียว
แต่ให้เขาอยู่ร่วมกับธรรมชาติ และเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
เพื่อให้เขาเรียนรู้จักการสร้างความสัมพันธ์ ในความเป็นหนึ่งเดียว
ความเป็นหนึ่งเดียวของพระเยซูเจ้ากับมนุษย์

ในฐานะผู้นำ ถูกทำให้สมบูรณ์
ด้วยการผ่านความทุกข์ทรมาน
ความตาย และได้รับเกียรติอย่างรุ่งโรจน์
กลับกลายเป็นต้นแบบของการรับใช้

หมายเหตุ..
หากไม่สามารถเรียนรู้ ที่จะอยู่ และรัก เพื่อนมนุษย์
พร้อมกับธรรมชาติที่มองเห็น สัมผัส จับต้องได้
การจะไปรักพระเจ้าที่มองไม่เห็น คงเป็นเรื่องยาก

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม 2018

สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“เมื่อแรกสร้างโลกนั้น...” (มก 10:2-16) 

Back to Origin...

แรกเริ่มเดิมทีนั้นเป็นเช่นใด

แต่วันนี้ เพราะใจหยาบประด้างของท่าน

สถาบันครอบครัวจึงเป็นแบบนี้ไง...

พระเจ้าสร้างมนุษย์มาในสังคม

เพื่อนำพาไปสู่การเป็นบุตรของพระองค์

บนหนทางสู่บ้านของพระองค์

ครอบครัวแห่งสวรรค์นี้

พระองค์ทรงให้แบบอย่างของครอบครัวแห่งสวรรค์

เป็นแรงจูงใจของการเดินทางของครอบครัวในโลกนี้.

________________

วันนี้วันอาทิตย์ วันของพระเจ้า วันที่คริสตชนฉลองให้เป็นวันศักดิ์สิทธิ์ และมากกว่านั้น วันอาทิตย์ไม่ได้หมายถึงการไปร่วมพิธีกรรม พิธีบูชาขอบพระคุณเท่านั้น แต่ยังให้ความหมายมากกว่านั้นที่เราไปร่วมฉลองวันพระเจ้า และวันพระเจ้าที่เราฉลอง พระบัญญัติใช้คำว่าวันพระเจ้า ไม่ได้หมายถึงชั่วโมงของพระเจ้า ไม่ได้หมายถึงเวลา 45 ถึงหนึ่งชั่วโมงที่เราไปร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณนั้น แต่หมายถึงทั้งวันที่เราอุทิศเป็นพิเศษ ถวายแด่พระเจ้า ทำวันนี้ให้เป็นวันสำคัญ เป็นวันศักดิ์สิทธิ์ เป็นวันแห่งครอบครัวของพระองค์ที่กลับไปที่วัด กลับไปเฝ้าพระเจ้า กลับไปในความเป็นลูกของพระเจ้า และเป็นลูกของพระเจ้าหมายความว่าอย่างไร นี่คือการบ้านของเราที่ต้องได้รับการฟื้นฟูในวันอาทิตย์ วันของพระเจ้านั่นเอง ที่เราต้องฉลองต่อให้เป็นวันของครอบครัวแห่งสวรรค์

การกลับไปที่วัดวันอาทิตย์ นอกจากจะหมายถึงการไปร่วมพิธีกรรมในวันอาทิตย์แล้ว คือการฟังพระวาจาของพระเจ้า การรับศีลมหาสนิทแล้ว พิธีบูชาขอบพระคุณไม่เคยจบลงใน 45 นาที หรือหนึ่งชั่วโมง แต่พิธีบูชาขอบพระคุณต้องกำเนินต่อไปในชีวิตของเราเมื่อเรากลับบ้าน “จงทำการนี้ เพื่อระลึกถึงเราเถิด” พระวาจานี้ คือพระดำรัสสั่งของพระคริสตเจ้า ให้เรากลับไปทำการนี้ บูชาแท้จริง ยิ่งกว่าบูชาใด คือบูชาชีวิต ที่เราต้องกลับไปถวาย เพื่อระลึกถึงพระองค์ นั่นคือเราต้องกัลบไปบิชีวิตของเราออก เพื่อกันและกันครับ กลับไปทำให้บูชาที่เราได้ร่วมนั้นเป็นจริงในชีวิตด้วย

ดังนี้เอง หากการไปวัดวันอาทิตย์ คือการทำสิ่งที่พระบัญญัติประการที่สามสั่งให้เราทำ และเราก็ทำให้เสร็จๆ เพื่อจะไม่ตกในบาป เพื่อจะไม่ต้องไปสารภาพบาป เราก็เป็นเพียงคริสตตังแสนธรรมดา เหมือนเป็นลูกของพ่อแบบที่พ่อให้กำเนิดมาเท่านั้นเอง แต่ไม่ได้เคยเป็นหนึ่งเดียวกับพ่อจริงๆ เลย... หากการไปวัด เป็นเพียงการไปฟังมิสซาแบบแต่ก่อนละก็ พี่น้องครับ... บันทึกมิสซาไปฟังที่บ้านก็ได้กระมัง ไม่ต้องฝันฝ่าการจราจรที่ติดขัด และลำบากไปวัดก็ได้กระมังครับ... แต่เพราะการไปร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณของเรานั้นมีค่ามากกว่านั้น นั่นคือการไปฟื้นฟูความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้าที่เป็นหนึ่งเดียวกัน เราจึงมีการบ้านมากมายให้ต้องเอาใจใส่ ในการปฏิบัติหน้าที่ของการเป็นลูกของพระเจ้า

พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ นำให้เรากลับไปทบทวน ไตร่ตรอง เพื่อฟื้นฟูชีวิตของการเป็นลูกของพระเจ้าจริงๆ นำให้เรากลับสู่รากเหง้าของเรา เมื่อพระเจ้าทรงสร้างโลก พระองค์ทรงสร้างมนุษย์มาในสถาบันครอบครับ เพื่อให้พวกเขาเป็นหนึ่งเดียวกัน ร่วมเป็นกำลังใจ รักและเอาใจใส่กันและกัน นี่คือคำตอบของพระเยซูเจ้า ต่อใครที่อยากจะจับผิดพระองค์ ทั้งๆ ที่รู้แล้วว่า พระเจ้าทรงมีพระประสงค์เช่นใด แต่เพราะความดื้อและใจหยาบกระด้างของมนุษย์ หลายครั้งที่เราก็มีข้อกังขา ข้อข้อแก้ตัวมากมายในความสัมพันธ์กับพระเจ้า ในที่ที่พระเจ้าทรงรวมมนุษย์ไว้ในครอบครัวของเขา ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ล่วงหน้าถึงครอบครัวแห่งสวรรค์ 

วันนี้ ผมไตร่ตรองถึงสิ่งนี้จริงๆ ครับ และนี่แหละ คือสิ่งที่ผมอยากแบ่งปันกับพี่น้องในเช้าวันอาทิตย์ วันของพระเจ้านี้... วันที่คริตชนเราไปวัดวันอาทิตย์ ใครๆ เขาเห็น และเขารู้ว่าเราเป็นคริสตชน แต่ความเป็นคริสตชนของเราหลังจากนั้นเป็นเช่นใด นั่นคือผลการไตร่ตรองพระวาจาที่ผมอยากแบ่งปันกับพี่น้องในเช้านี้ครับ... พี่น้องที่รักครับ ความเป็นหนึ่งเดียวกันใครครอบครัวของเราวันนี้เป็นเช่นใด มองก่อนที่จัดนี้เลยก็ได้ ว่าความเป็นหนึ่งเดียวของเรากับพระเจ้าในฐานะที่เราเป็นลูกในครอบครัวของพระองค์เป็นเช่นใด และครอบครัวแห่งสวรรค์ที่เรากำลังมุ่งหน้าไปสู่นั้น วันนี้เริ่มอย่างไรในครอบครัวของเรา... หากการไปวัดวันอาทิตย์ ไม่ได้เป็นภาพลักษณ์ของครอบครัวของสวรรค์ของพระเจ้าแล้ว สิ่งนี้อาจจะให้คุณค่าน้อยไปหน่อยกระมังในการทำเช่นนั้น ที่อาจจะไร้ค่า ไร้ความหมายของการปฏิบัติตามบัญญัติของพระเจ้า

การกลับไปสู่รากเหง้า เมื่อแรกที่พระเจ้าทรงสร้างโลกนั้นเป็นเช่นใด... เราได้คำตอบที่น่าไตร่ตรองทีเดียว เมื่อพระเจ้าทรงรวมชายและหญิงไว้ให้เป็นหนึ่งเดียวกันในสถาบันที่เล็กแต่สำคัญเหลือเกิน นั่นคือ “ครับครัว” พระองค์ทรงรวมเราไว้เพื่อเป็นกำลังใจแก่กัน ช่วยเหลือกัน บรรเทาใจกัน และก้าวเดินไปด้วยกัน วันนี้ ความเป็น “บิดา” “มารดา” “บุตร” นั้นเป็นอย่างเรา เรายังเป็นพ่อแม่ลูกกันจริงๆ หรือเปล่า หรือเราพยายามแยกมันออกจากกันเสีย... พี่น้องที่รัก สิ่งที่พระเจ้าทรงรวมไว้ มนุษยือย่าได้แยกออกจากกันเลย... นี่คือสิ่งที่พระวาจาของพระเจ้านำให้เรากลับบ้านครับ กลับไปดูความเป็นพ่อของพระเจ้า พระบิดาของเรา พระเจ้าผู้ทรงเตรียมและสร้างทุกสิ่งไว้ใน 5 วาระ และในวาระสุดท้ายเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างสมบูรณ์แล้ว พระองค์ก็ทรงสร้างมนุษย์เพื่อนำพวกเขาไปสู่ศักดิ์ศรีแห่งการเป็นบุตรของพระองค์ นี่คือภาพของครอบครัวแห่งสวรรค์มิใช่หรือ ที่เรามีความหวัง และเราเริ่มสร้างสิ่งนี้ในโลกนี้ เพื่อมุ่งไปสู่ความสมบูรณ์ในโลกหน้า

เราเห็นสิ่งที่โมเสสผ่อนผัน ในการเจริญชีวิตเป็นลูกของพระเจ้า แต่วันนี้ พระเยซูเจ้าทรงนำให้เรากลับสู่บ้านของพระเจ้าจริงๆ กลับไปดูที่พระประสงค์ของพระเจ้า แล้วเราต้องกลับมาตอบว่า... วันนี้ฉันที่เป็นพ่อ ฉันเป็นพ่อจริงๆ หรือเปล่า ... ฉันที่เป็นแม่ ฉันเป็นแม่จริงๆ หรือเปล่า ... ฉันที่เป็นลูก ฉันเป็นในความสัมพันธ์กับในครอบครัวจริงๆ หรือเปล่า... ความเป็นแม่คงไม่ได้หมายถึงอาหารเต็มตู้กับข้าว ความเป็นพ่อ คงไม่ได้หมายถึงความสามารถในการให้ลูกมีได้ทุกสิ่งที่ลูกต้องการ ความเป็นลูกคงไม่ได้หมายถึงความสำเร็จในการศึกษาเล่าเรียน ในหน้าที่การงานที่ทำให้พ่อแม่ภูมิใจเท่านั้นไม่ใช่หรือ แต่ความหมายของความเป็นครอบครัว การเป็นพ่อเป็นแม่ เป็นลูกกัน วันนี้เป็นเช่นใด

เสาหลักของครอบครัวคริสตชน เสาหลักสองต้นนี้สำคัญมากด้วยในครอบครัวคริสตชน ที่พระเจ้าทรงรวมไว้เป็นหนึ่งเดียวกันในบ้านแห่งพระพรของพระองค์ วันนี้ เสาสองต้นนี้ยังแข็งแรงอยู่หรือเปล่า นั่นคือสองเวลาที่สำคัญในครอบครัวคริสตชน และหมู่คณะนักบวชครับ สองเวลาที่เป็นเวลาแห่งพระพร นั่นคือ “เวลาของการสวดภาวนา” และ “เวลาของการทานอาหารร่วมกัน” สองเวลานี้ครับ เรามีไว้เพื่อกันและกันมากน้อยเพียงใด สองเวลานี้เป็นดังเสาหลักที่สำคัญมากๆ ในครอบครัวของพระเจ้า ณ โลกนี้จริงๆ วันนี้ เรามีเวลาเพื่อกันและกันจริงๆ หรือ... พี่น้องที่รักครับ พระเจ้าได้ตรัสกับนักบุญฟรันซิส แห่งอัสซีซี “จงไปซ่อมแซมบ้านของเราที่กำลังจะพังทลายลง” พี่น้องครับ บ้านพระเจ้าเป็นอย่างไร วันนี้ อาจจะไม่ต้องมองไปที่พระศาสนจักรก่อนก็ได้ มันไกลเกินไป แต่บ้านของพระเจ้า คือที่ที่พระองค์ทรงประทับอยู่ครับ ครอบครัวของเรานี่แหละครับ วันนี้ เสาหลักสองต้นนี้ในครอบครัวของเราเป็นอย่างไร ครอบครัวของเรามีอะไรที่ต้องซ่อมแซมบ้างหรือเปล่า... กลับบ้านกันเถอะ กลับไปฟื้นฟูครอบครัวของเรากันนะครับ ด้วยแรงบันดาลใจแห่งการเป็นลูกของพระเจ้า จากพระวาจาของพระองค์ จากศีลศักดิ์สิทธิ์ที่ประทานชีวิตพระหรรษทานในชีวิตเรา ให้เรากลับไปเถอะ ไปทำสิ่งที่พระเจ้าทรงบอกเรา “จงทำการนี้เพื่อระลึกถึงเราเถิด”

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงประทานพระพรให้ลูกเป็นลูกที่ดีของพระองค์ ในความสัมพันธ์กับพระองค์ด้วยความรัก ไม่ใช่กฎ เพื่อลูกจะได้ทำให้ภาพล่วงหน้าของครอบครัวแห่งสวรรค์ เป็นกำลังใจของทุกคนที่ดำเนินชีวิตในครอบครัวของโลกนี้ ด้วยการเป็นหน่งเดียวกัน เป็นกำลังใจของกันและกันตลอดไป

สุขสันต์วันพระเจ้า สุขสันต์วันของพระองค์ สุขสันต์วันแห่งครอบครัว

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม 18 สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ปฐก 2:18-24 / ฮบ 2:9-11/ มก 10:2-16
ในพระวรสารวันนี้ พวกฟาริสีต้องต้องที่จะจับผิดพระเยซูเจ้า โดยให้พระองค์แสดงความคิดเห็นเรื่องการหย่าร้าง แทนที่จะให้คำตอบด้านบวก พระองค์ได้ถามเขาว่าพระคัมภีร์ได้กล่าวอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ พระองค์ทรงต้องการให้พวกเขาเข้าใจเรื่องนี้ โดยที่ไม่ได้วิจารณ์กฎหมายของโมเสสแต่อย่างใด และให้เขาเข้าใจคำตอบในด้านบวก การที่โมเสสอนุญาตให้ทำการหย่าร้างได้ “เพราะใจดื้อกระต้างของท่าน โมเสสจึงได้เขียนข้อบัญญัตินี้ไว้ แต่เมื่อแรกสร้างโลกนั้น พระเจ้าได้ทรงสร้างมนุษย์ให้เป็นชายและหญิง “ ( มก 10:6,เทียบ ปฐก 1:27) พระเยซูเจ้าได้ตรัสถึงความเป็นหนึ่งเดียว ในการสร้างมนุษย์ขึ้นมา ชายจะละจากบิดามารดาของตน และจะไปผูกสัมพันธ์กับภรรยา ดังนั้น ในการสร้างนี้ พระองค์ทรงต้องการสร้างมนุษย์ขึ้น และสิ่งนี้เป็นสิ่งใหม่ ทั้งสองจะรวมเป็นคนๆเดียวกัน ไม่ใช่เฉพาะในการเป็นเพื่อนกันเท่านั้น แต่เพื่อเป็นบิดามารดาของมนุษยชาติ การสรุปในเรื่องนี้จึงมีความชัดเจนว่า “มนุษย์อย่าได้แยกสิ่งที่พระเป็นเจ้าทรงรวมไว้ด้วยกัน”
พระสันตะปาปาฟรังซิสได้ตรัสเรื่องการแต่งงาน ในโอกาสที่ได้เสด็จไปเยือนประเทศจอร์เจีย และอาเซอร์ไบจัน มีใจความว่า “การแต่งงานเป็นสิ่งที่สวยงามที่สุด ที่พระเป็นเจ้าได้ทรงสร้าง” เพราะคู่แต่งงานได้สะท้อนให้เห็นถึงความรักของพระเป็นเจ้า และพระฉายาลักษณ์ของพระองค์ เพราะพวกเขาจะกลายเป็นเลือดเนื้อเดียวกัน แต่พระฉายาลักษณ์นี้ได้ถูกทำลาย เพราะการหย่าร้าง ที่บ่อยๆจะทำลายและส่งผลร้ายต่อลูกๆ มากกว่าผู้ใด นอกจากนี้ พระองค์ยังได้ตรัสอีกว่า พระองค์ได้เคยพบคู่แต่งงานคู่หนึ่ง ที่ได้ฉลองครบรอบ 60 ปีของการแต่งงาน พระองค์ได้ถามพวกเขาทั้งสองคนว่า “ท่านมีความสุขหรือไม่?”พวกเขาได้มองหน้ากัน และด้วยหยาดน้ำตาในดวงตา ได้ตอบว่า “พวกเรายังรักกัน”...ผู้เชี่ยวชาญด้านชีวิตคู่ คุณ John Gottman ได้เคยกล่าวว่า “ปัจจัยสำคัญที่สุด สำหรับชีวิตคู่ที่มีความสุขคือ ความใส่ใจ ช่วงเวลาดี ๆ เล็ก ๆ ที่มีให้แก่กัน

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view