สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญยอห์นที่ 23 พระสันตะปาปา

วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญยอห์นที่ 23 พระสันตะปาปา

🌻เมื่ออธิษฐาน....
จงรอคอยพระเจ้า
นิ่งสงบและไว้วางใจ

📚บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญยอห์นที่ 23 พระสันตะปาปา
https://youtu.be/Yo9U8QaQfEI

🍊When You Believe
https://youtu.be/qk0kMaSc-yM

🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄

วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญยอห์นที่ 23 พระสันตะปาปา
อ่าน
กท 3:1-5
ลก 11:5-13
 
พระเยซูเจ้าสอนศิษย์ของพระองค์ให้พวกเขาเชื่อ...และมั่นใจว่า …
ต่อหน้า “พระบิดา”..จงขอเถิด แล้วจะได้ แสวงหาเถิดแล้วจะพบ
 
เมื่อชาวกาลาเทียเชื่อ “ข่าวดี”  แสวงหาพระเจ้า
ด้วยการปฎิบัติตามกฎบัญญัติ พระเจ้าทรงบันดาลให้พวกเขาได้พบ
“พระจิตเจ้า” ด้วยผลของอัศจรรย์ต่าง ๆ มากมาย
แต่เมื่อพวกเขายึดติดเพียง “อัศจรรย์ ปรากฎการณ์พิเศษ”
นั่นอาจเป็นสาเหตุให้ของพวกเขาห่างไกลจากพระเจ้า
ผู้ทรงประทับอยู่แล้วภายในจิตใจพวกเขา

ด้วยท่าทีที่สงบ แต่เปี่ยมด้วยความจริงจัง
ความรักที่มั่นคงต่อพระเจ้า และพระศาสนจักร
นำท่านนักบุญยอห์นที่ 23 พระสันตะปาปา
ให้กล้าที่จะฟื้นฟู นำพระศาสนจักรไปสู่
การเปลี่ยนแปลง ผ่านทางการิเริ่ม
สังฆายนาวาติกันที่ 2
 
หมายเหตุ…
มีเพียงพอที่จะเชื่อด้วยหู แล้วหยุดอยู่ที่สมอง
แต่ต้องกรองด้วยใจ แล้วเอาไปปฎิบัติ

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)
 

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม 2018

สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“เพราะเพื่อนของฉันเพิ่งเดินทางมา...” (ลก 11:5-13) 

ทรงประทานพระพรเกินกว่าผู้วิงวอนปรารถนา

และสมจะได้รับ (เทียบบทภาวนาของประธาน)

นี่คือสิ่งที่เรียกว่า

“ความเป็นบิดา”

วันนี้ ฉันต้องการอะไรจริงๆ เคียงข้างชีวิตฉัน

ความเป็นบิดาที่อยู่กับฉันตรงนี้

หรือ สิ่งต่างๆ ที่อาจจะมีมากมาย

แต่พ่อของฉันล่ะ... พ่ออยู่ไหน...

อะไรกันแน่ ที่ฉันต้องการที่สุด ???

________________

พระวรสารนักบุญลูกาที่เราไตร่ตรองในวันนี้ มีหัวข้อที่เป็นชื่อเรื่องในวันนี้ว่า “เพื่อนที่ไม่รู้กาลเทศะ เหมือนว่า มันไม่ใช่ที่ ไม่ใช่เวลาที่จะทำเช่นนั้น แต่เหตุผลของเขาคือ... เพราะเพื่อนของเขาเพิ่งเดินทางมา และเขาไม่มีอะไรต้อนรับเพื่อนของเขาเลย เขาจึงตัดสินใจไปรบกวนเพื่อนอีกคนของเขานั่นเอง...

พี่น้องที่รัก แต่ก่อน คงไม่มี Seven Eleven หรือร้านสะดวกซื้ออย่างที่เรามีในปัจจุบัน หลายปีก่อน ณ เวลานั้นเอง ผมมักต้องเตรียมพร้อมไว้เสมอ เพราะผมไม่รู้ว่าจะมีแขกมาเยี่ยมเวลาใด หรือต้องให้ความช่วยเหลือใครบ้างในเวลาใด ดูเหมือนสิ่งจำเป็นมักถูกเตรียมไว้เสมอ จนหลายๆ ครั้งก็หมดอายุ เสีย และต้องทิ้งไปแบบไม่ได้ใช้... มายุคหลังๆ นี้ ผมก็เปลี่ยนไปบ้างตามยุคสมัยเหมือนกัน เรามีร้านที่พอหาซื้อของได้ไม่ยาก การเก็บสิ่งที่จำเป็นไว้ในบ้านก็ไม่เป็นสิ่งที่ต้องทำมากนัก เมื่อเราหาซื้อเอาเวลาที่ต้องการก็คงไม่ยากนัก...

พระวรสารที่เราอ่านในวันนี้ ต่อเนื่องจากบทข้าแต่พระบิดาเมื่อวานนี้ ที่สอนให้เราภาวนาต่อพระเจ้าในความมั่นใจว่าพระองค์ทรงเป็น “พระบิดา” และบทภาวนาของประธานในสัปดาห์นี้ เป็นคำตอบที่น่ารักจริงๆ ในนิยามของความป็นบิดา... “ทรงแจกจ่ายพระหรรษทาน เกินกว่าที่ผู้วอนขอปรารถนาและสมจะได้รับ” วันนี้ ให้เราไตร่ตรองเรื่องนี้ดีๆ เราได้รับมากมายจริงจากพระเจ้า แต่หลายครั้ง เราอาจจะไม่เห็นค่าสิ่งที่เรามี สิ่งที่เราเป็น และเราก็ต้องการนั่น ต้องการนี่อยู่ร่ำไป

ในเรื่องของความพอเพียงนี้ ในเรื่องของความวางใจในพระเจ้านี้ ยากจริงๆ ครับ ที่ผมจะสอนพี่น้องสัตบุรุษ เพราะดูเหมือนพี่น้องจะมองเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่เราพระสงฆ์ นักบวช เหมือนกับว่าเราไม่มีประสบการณ์ที่ต้องมานะบากบั่น ปากกัดตีนถีบแบบพี่น้องสัตบุรุษ มันยากครับ ยากที่จะอธิบาย แต่ผมอยากแบ่งปันสักหน่อย จากชีวิตจริงของผมที่เป็นอยู่ ใช่ว่าทุกอย่างจะสมบูรณ์ครบครัน แต่มันเป็นอย่างนี้อ่ะครับ...

ความวางใจในพระเจ้า อธิบายยากนะครับ... ผมเริ่มงานหลายอย่างตามแบบอย่างของผู้ใหญ่หลายท่านที่สอนผมไว้ ให้วางใจในพระเจ้า หากเป็นงานของพระ พระองค์จะจัดสรรทุกอย่างที่จำเป็นให้เอง พระคุณเจ้าประพนธ์สอนผมเสมอๆ เมื่อท่านเป็นอธิการครั้งผมเป็นเณร พระคาร์ดินัลไมเกิ้ล มีชัย ผู้ใหญ่อีกหลายๆ ท่านสอนผม... กว่าผมจะเชื่อดังนั้น บางที ต้องยอมรับว่า แม้มีประสบการณ์มากมายหลายครั้งกับพระเจ้ามาแล้ว เป็นสิ่งที่น่าประทับใจ อัศจรรย์ใจ แต่ผมเองยังไม่มั่นใจในทุกครั้ง จนปีที่สามที่ประจวบฯ ที่แหละ ที่มีความรู้สึกแปลก เมื่อได้รับสิ่งที่สัตบุรุษถวายให้ จนบางครั้ง ช่วงเวลาที่ไม่มีใครทำบุญให้ อาจจะเป็นช่วงเวลาที่สงบ และมีความสุขที่สุดอ่ะครับ...

พี่น้องที่รัก หลายครั้ง เมื่อผมต้องทำงานของพระเจ้า ต้องการเงินครับ ต้องการทุน ต้องการหลายอย่าง และผมก็ทำในความเชื่อน้อยๆ ของผม ที่แม้ว่าจะไม่ร้อยเปอร์เซ็น หลายครั้งก็อยู่บนการต่อรองกับพระเจ้า “หากพระองค์ไม่ช่วย พังนะพระองค์...” อะไรทำนองนั้น แต่ว่า ทุกครั้งที่ทำงาน ที่เป็นพระประสงค์ของพระเจ้า สิ่งจำเป็นมักมาทันเวลาเสมอ และแปลก ที่มันมาพอดีๆ ไม่มีอะไรเหลือ ไม่มีอะไรขาด เรียกว่า ทุกอย่างลงตัวพอดีๆ จริงๆ ทั้งเรื่องเงินทอง และสิ่งจำเป็นต่างๆ ที่นำหัวใจผมให้จบลงที่ความวางใจในพระเจ้าสุด... แล้วอะไร ที่มันเป็นความรู้สึกของผมวันนี้ครับ... มันกลับคือความรู้สึกที่มีความสุขครับ เมื่อเวลาไหนไม่มีใครทำบุญ ไม่มีใครขอมิสซาผมเลย โห พี่น้องครับ จริงๆ แล้ว นั่นคือช่วงเวลาที่ผมสบาย และมีความสุขที่สุดจริงๆ มันเป็นช่วงเวลาที่ผมได้มีโอกาสทำความสะอาดบ้านอย่างดี ทำความสะอาดวัดอย่างละเอียด ได้อยู่บ้าน ได้อยู่วัดเต็มๆ วันบ้าง เพื่อทำสิ่งที่ยังไม่มีโอกาสทำและยังทำไม่เสร็จ ช่วงนั้น ไม่มีสัตบุรุษป่วย ไม่มีใครเจ็บ ไม่มีใครเสียชีวิต ไม่ต้องขับรถไปไหน เดินเอาก็มีความสุขแล้ว จอดรถยาวเลย ไม่อยากใช้แล้ว... ช่วงนั้นครับ มันคืออีกความสุขในเวลานั้นครับ จน จน จนที่สุด หลายครั้งจริงๆ ท่ามกลางบรรยากาศแบบนั้น เมื่อได้รับเงินทำบุญ เมื่อมีใครเอาอะไรมาถวาย... พี่น้องครับ ผมมองพระพักตร์พระเจ้าอีกครั้ง ไม่ใช่ขอบคุณนะครับ แต่ในความรู้สึกที่เหมือนจะถามพระองค์ว่า “อะไรอีกเนี่ย พระองค์จะให้ทำอะไรอีกเนี่ย” ยิ่งเงินมาก ยิ่งของทำบุญมาก ผมยิ่งรู้สึกว่า “งานใหญ่” ครับ นั่นหมายความว่า เมื่อเห็นสิ่งเหล่านั้น ที่อาจจะเป็นสิ่งที่เคยวอนขอในความขาดแคลน แต่เมื่ออยู่กับพระเจ้าจริงๆ และได้รับสิ่งที่เคยวอนขอนั้น มันกลับเป็นสิ่งที่ทำให้ผมคิดแบบนั้น นั่นคืองานครับ นั่นคือพระเจ้าจะทรงใช้ผมในงานของพระองค์ครับ และนี่แหละ ที่ผมต้องถามตนเอง เวลาใครให้อะไร... “งานอะไรจะเข้ามาอีกละเนี่ย” และมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ครับ ยิ่งมีคนทำบุญมา แสดงว่า ช่วงนั้น ค่าน้ำมันครับ การเยี่ยมอภิบาลครับ คนยากจน คนเจ็บคนป่วย การช่วยเหลือและการแบ่งปันครับ... เพราะเราได้รับมาเพื่องานของพระองค์จริงๆ ครับ

เอาล่ะครับ ผมไม่มีอะไรต้องไตร่ตรองจริงๆ นอกจากชีวิตจริงในวาระแบบนี้ พระเจ้าผู้ทรงเป็นบิดา ที่ดูแลเราครับ แต่บางที เราเองกลับไม่รู้จักพอต่างหาก และสิ่งนี้เองที่ทำให้เราไม่สามารถสัมผัสสิ่งมากมายที่พระเจ้าทรงประทานให้เรา และเราก็ไม่รู้จักพอเสียที ทั้งที่วันนี้ มากมายจริงๆ ที่ฉันได้รับจากพระเจ้า... แต่ดูเหมือนฉันยังมีมากไม่พอที่จะแบ่งปัน... เอาไว้รวยๆ ก่อน แล้วจะทำบุญ แล้วจะแบ่งปัน... เมื่อไรเล่า...

ในวันเหล่านี้ ผมทำงานกับสัตบุรุษของผมทั้งวัน เราทำงานด้วยกัน 4 คนทำกันมาสักสองอาทิตย์แล้วครับ เพื่อเตรียมฉลองวัดของเราในวันเสาร์อาทิตย์นี้... เราทำงานกันท่ามกลางประชุมต่างๆ แถมงานศพก็เข้าอีก สิ่งจำเป็นที่ต้องทำอีกบางอย่างก็ต้องทำจริงๆ ล่ะ ไม่ใช่มีแต่วัดที่ต้องเตรียมฉลองเท่านั้น... ในบรรยากาศแบบนี้ ผมสอนสัตบุรุษของผมในความพอเพียงจริงๆ ครับ เราเตรียมฉลองวัดกัน 4 คนครับ เพราะลูกวัดของผมอาวุโสมากแล้ว เราพอทำงานกันได้ไม่มากมายนัก กับสถานการณ์ในการเตรียมงานฉลองวัดของเรา มันเป็นไปไม่ง่ายนักจริงๆ แต่เราก็เต็มที่แล้วล่ะครับ... เมื่อวานนี้ เราไปซื้อของที่จำเป็นกันครับ ไปกับสัตบุรุษที่ทำงานด้วยกัน ผมบอกลูกๆ ของผมว่า... ไม่เป็นไรนะ... ขอให้การฉลองวัดของเรา เป็นโอกาสให้เราได้ฟื้นฟูจิตใจของเรา ไม่ใช่ว่าเราจะเป็นมารีย์ หรือมาร์ธาในบรรยากาศเหล่านี้ หรือเราจะเป็นทั้งสองก็เถอะ... แต่สิ่งที่สำคัญคือ เมื่อพระเยซูเจ้าประทับอยู่ตรงนี้ ฉันอยู่ที่ไหน... ผมบอกสัตบุรุษของผมครับ... ให้เราทำเต็มที่ ทำตามสมควร นั่นแหละ พอแล้วครับ ... ลูกๆ ครับ พ่อไม่อายนะครับ และไม่ต้องกลัวว่าพ่อจะอาย ลูกของพ่อที่อยู่กับพ่อตรงนี้ ย่อมสำคัญกว่าสิ่งที่เรียกว่า “ความสำเร็จของงาน” หากฉลองวัดของเราไม่เรียบร้อย ไม่ยิ่งใหญ่ พ่อมีลูกมาช่วยงานพ่อไม่กี่คนเท่านี้ เราทำงานกันหนัก เราทำกันเต็มที่แล้ว พอแล้วครับ พ่อไม่อายจริงๆ บ้านเรามีแค่นี้ เราทำเต็มที่ เรายิ้มได้ เรามีความสุขในการฉลองวัดของเรา เราได้รับพระพรฝ่ายจิต เราไม่เจ็บป่วยเพราะทำงานหนัก แต่เรามีความสุขทั้งกายและใจ ตามอัตภาพ เท่านี้ พ่อพอใจแล้วครับ พ่อไม่อาจหรอก หากงานของเราไม่ยิ่งใหญ่ ไม่สง่างาม แต่หัวใจของลูกๆ ของพ่อต่างหาก ที่พ่อภูมิใจ หัวใจที่งดงามของลูกๆ ต่างหากที่ทำให้พ่อเจ้าวัดมีความสุขที่สุดแล้วครับ

พี่น้องที่รัก พ่อเจ้าวัดธรรมดาๆ อย่างผม มีความสุขใจได้เช่นนี้ ยังคิดได้เช่นนี้ แล้วพระเจ้าที่เป็นพระบิดาล่ะ พระองค์ไม่ได้ยิ่งใหญ่กว่าความเป็นพ่อบ้านอย่างเราๆ หรอกหรือ พระองค์ไม่ได้ยิ่งใหญ่กว่าการเป็นพ่อเจ้าวัดแบบผมหรอกหรือ แต่พระองค์คือพระบิดาที่รู้จักลูกของพระองค์ และรักลูกของพระองค์จริงๆ พระองค์จะไม่ทรงดูแลเรามากกว่านั้นหรือ ว่าแต่เราเถอะ... พอแล้วหรือยัง มีพ่อเช่นนี้ หรือยังจะต้องการอะไรอีก... ยังไม่เพียงพอและพอเพียงอีกหรือ...

พอแล้ว พระเจ้าข้า สำหรับลูก เท่านี้ก็พอแล้ว ลูกมีความสุขที่มีพระองค์ประทับอยู่ที่นี่ ตรงนี้ ทรงอยู่กลับลูก พระองค์ทรงเป็นความพอเพียงของลูก...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันพฤหัสที่ 11 ตุลาคม 18 สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน กท 3:1-5 / ลก 11 :5-13
ชีวิตของเราทั้งหมดมาจากพระเป็นเจ้า และจากพระองค์เราได้รับชีวิตนั้น ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ทั้งในชีวิตนี้และในชีวิตนิรันดร และเป็นชีวิตที่เราวอนขอพระองค์ตลอดเวลา คำสวดภาวนาจะต้องกำหนดการเคลื่อนไหวในความเป็นอยุ่ของเราทุกวัน เวลาที่ไม่มีการสวดภาวนานั้น เปรียบเหมือนชีวิตที่ไม่มีชีวิต พระเป็นเจ้าจะเสด็จมา ในเวลาที่เราร้องหาพระองค์ ในเวลาที่เราวิงวอนขอพระองค์ ตามความต้องการของเรา ตามความสนใจของเรา ตามการสวดภาวนาของเรา ไม่เป็นการเพียงพอที่จะสวดภาวนาอย่างเดียว มีกฎที่เราจะต้องเคารพ และเราจะลืมไม่ได้ มันเป็นความเจ็บปวดที่ไม่สามารถทำให้สำเร็จ และสิ่งที่ตามมา คือ เรายังคงอยู่ในความหิวกระหายของชีวิต และในเรื่องอื่นที่จำเป็น ที่จะเปลี่ยนแปลงความยากจนของเรา ให้กลายเป็นสิ่งที่เติมเต็ม
กฎประการหนึ่งของการสวดภาวนา คือ การสวดภาวนาอย่างไม่หยุดหย่อน พระเยซูเจ้าได้ตรัสถึงการสวดภาวนาด้วยความเร่าร้อน เราเข้าใจสิ่งที่พระองค์ต้องการสอนเรา ให้คิดถึงแม่น้ำที่กว้างใหญ่ ที่ไหลผ่านพื้นดิน บ้านเรือน ถนนหนทาง ลานเมือง และเมืองต่างๆ และดูเหมือนว่า แม่น้ำเป็นแหล่งกำเนิดเดียวสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกสิ่งทุกอย่างไหลและถูกพัดพาไป แม้แต่ภูเขาที่สูง บรรดาต้นไม้ที่ใหญ่โต บ้านที่รโหฐาน ก็สามารถถูกน้ำพาไป ความเร่าร้อนในการสวดภาวนา จะเป็นพลังที่ไม่มีอะไรขัดขวางได้ ทุกสิ่งดูเหมือนเป็นเพียงสะเก็ดฟางเล็กๆ เมื่อเปรียบเทียบกับพลังของมัน เมื่อมันไหลผ่านไป ก็ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทุกชีวิต ทุกสิ่งทุกอย่างถูกทำลายลง และทุกสิ่งทุกอย่างล่มสลาย
การสวดภาวนาของเราจะต้องมีความเร่าร้อน ที่จะจุดไฟในสวรรค์ พระเป็นเจ้าจะฟังเราในการสวดภาวนา เราต้องใช้ชีวิตเหมือนกับไฟ ที่เราได้รับจากพระคัมภีร์ ที่แสดงให้เห็นพลังของความเร่าร้อน...ข้าแต่พระแม่มารีอา พระมารดาของการไถ่บาป ของบรรดาทูตสวรรค์ ของบรรดานักบุญ โปรดช่วยลูกให้มีความเชื่อที่มั่นคงด้วยเทอญ.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)


 

view