สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม 2018 สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา

วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม 2018 สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา

🌸ถ้าแม้นความเจ็บปวด
ทำให้ฉันเหมือนพระคริสต์ยิ่งขึ้น
ฉันก็ยอมที่จะอยู่ในความเจ็บปวด
เพื่อเมื่อฉันทนสู้ได้แล้ว
ฉันจะได้มีชีวิตตามพระทัยของพระคริสต์

📚บทอ่านประจำวันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม 2018
สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา
https://youtu.be/etBjdNgyXX8

🍐 ใจฉันรู้
http://youtu.be/VleeTRY38PY

🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻

วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม 2018
สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
กท 3:22-29
ลก 11:27-28
 
กฎธรรมชาติในโลกนี้ ความสุขบิดา - มารดา ..
มาจากความสำเร็จของบุตรที่ตนได้ให้กำเนิด
พระเยซูเจ้า ทรงเพิ่มเติมให้เห็นว่า ในโลกหน้า
คนที่จะมีความสุขมากกว่านั้น คือ
คนที่ฟังพระวาจาของพระเจ้า และเอาไปปฎิบัติตั้งแต่ในโลกนี้
 
 เปาโล ย้ำเตือนชาวกาลาเทีย เพื่อให้เห็นว่า
ทุกคนที่มีความเชื่อในพระเยซู  โดยอาศัยศีลล้างบาป
ก็เป็นบุตรของพระเจ้า
เมื่อได้เป็นบุตรของพระเจ้า จึงไม่มีการแบ่งแยก
เพราะทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกัน
 
หมายเหตุ…
รักแท้...ไม่ต้องตามหา...
เพราะได้มาตั้งแต่ออกจากท้องแม่ …
แต่รักพระ รักเพื่อน ให้เหมือนรักตัวเอง
ไม่พอแค่อ้างบางสิ่ง แต่ต้องให้เป็นจริง
ด้วยการลงมือทำ นำไปปฎิบัติ

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม 2018

สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“เป็นสุขกว่านั้นอีก...” (ลก 11:27-28) 

ความสุขแท้

อยู่ที่การดำเนินชีวิตตามพระพระวาจาของพระเจ้า

อยู่ที่การน้อมรับพระประสงค์ของพระเจ้า

อยู่ที่ความสามารถในการอยู่กับทุกสถานการณ์ของชีวิต

ด้วยความวางใจว่า พระเจ้าทรงประทับอยู่เสมอ

ทั้งในยามสุขและยามทุกข์

พระองค์ทรงเป็นความสุขที่พอเพียงของชีวิตฉัน

วันนี้ ฉันสัมผัสได้มากน้อยเพียงใด

ว่าพระองค์ทรงประทับอยู่ที่นี่

อยู่กับฉันตรงนี้

เพื่อทำให้ฉันมีพลังมากพอในการเผชิญทุกสิ่ง...

________________

วันนี้วันเสาร์อีกครั้งหนึ่ง วันที่เราคิดถึงแม่พระของเรา วันเสาร์ที่ 13 วันที่เราระลึกถึงเป็นพิเศษถึงแม่พระฟาติมา แม่ที่ประทับอยู่ข้างๆ เราเสมอ แม่ที่เป็นแม่ที่แสนดี ที่พระเยซูเจ้าทรงมอบให้กับเรา แม่พระผู้ที่ไม่ได้รับอภิสิทธิ์พิเศษอะไรเลยในเรื่องของความสุข ความทุกข์ ที่พระแม่ต้องเผชิญเช่นเดียวกับทุกๆ คน การเป็นพระมารดาของพระเจ้า หาได้ทำให้พระแม่หลุดพ้นจากอุปสรรคความยากลำบากในชีวิตไม่ แต่ในความเป็นจริง แม่พระกลับต้องเผชิญกับทุกสถานการณ์ของชีวิตที่แสนเจ็บปวด แม้ว่าจะเป็นพระมารดาของพระเจ้า และในสภาพมนุษย์ที่ต่ำต้อยธรรมดาๆ ของพระแม่ สิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตของพระแม่ หลังจากที่พระแม่ได้รับเอาไว้ในชีวิตซึ่งชีวิตของพระเจ้าแล้ว สิ่งเหล่านั้นดูจะเกินกำลังของพระแม่เสมอ แต่แม่พระก็ได้ผ่านเหตุการณ์ต่างๆ นั้น ด้วยความสุขและวางใจในพระเจ้า

ความสุขที่แท้จริงของชีวิต คือการฟังพระวาจาของพระเจ้า และดำเนินชีวิตตามพระวาจานั้น  ความสุขกลับเป็นสิ่งที่เป็นความสามารถในการน้อมรับทุกสิ่งที่เป็นพระประสงค์ของพระเจ้า ที่พระองค์จะเติมเต็มทุกสิ่งที่จำเป็นให้เรา

สองวันก่อน ผมมองสถานการณ์ และสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมแล้ว ผมเห็นคุณค่ามากครับ แม้ในความเป็นจริง มันน่าจะเป็นความเจ็บปวด ทรมาน แต่ทว่า สิ่งที่เกิดขึ้น มันบันดาลความสุขที่ทำให้ผมเชื่อในสิ่งที่ได้เทศน์สอนในวันเหล่านี้ มันทำให้ความสุขในความเชื่อนั้นในพระเจ้านั้นมีชีวิตชีวาขึ้น เหมือนไม่ใช่ครูพี่เลี้ยงที่กำกับเราอีกต่อไป แต่เป็นชีวิตจริงของเราที่หายใจอย่างมีความสุขในความจริงที่เกิดขึ้น

ขณะทำงาน เตรียมการฉลองวัดของผม กับสัตบุรุษสัก 4 คน มันทำให้เราเรียนรู้ที่จะทำทุกอย่างเท่าที่กำลังเรามี เราพยายาม พยายามที่สุด แล้วเราก็มีความสุขกับสิ่งที่ได้พยายามทำนั้น... วามพลาดพลั้งหรือ มีบ้างเหมือนกันครับ แต่มันไม่อาจทำให้เราประสบความทุกข์ยาก ตรงกันข้ามมันทำให้เราเรียนรู้ชีวิตของลูกของพระเจ้าที่ใช้ชีวิตอยู่เคียงข้างกัน เจริญชีวิตอยู่เพื่อปลอบใจเตือนความเชื่อของกันและกัน... ลำโพงตัวใหญ่ที่ผมติดตั้งเองนั้น ตกลงมาใส่ศีรษะผมอย่างแรง ทำให้ผมมีอาการชา จนไม่รู้สึกบาดเจ็บเลย สัตบุรุษบอกว่า เลือดออกมากเลย จึงมารู้สึกตัวว่า ได้รับบาดแผลที่ใบหน้า เสื้อตัวที่ใส่อยู่นั้นเปื้อนเลือดไปครึ่งตัว ความรู้สึกแรกที่มองย้อนกลับไป คือ ขอบคุณพระเจ้าที่ยังมีแรงเดินกลับเข้าไปในบ้าน เพื่อดูแลตนเอง หายาที่จำเป็นทำแผลก่อน และสิ่งที่ตามมาคือ สัตบุรุษที่ร่วมงานอยู่นั้นเป็นผู้มานั่งทำแผลให้ผม จนเลือดหยุดแล้ว ผมก็ทำหันกลับไปทำสิ่งที่ต้องทำต่อไป คือทำงานที่ค้างอยู่ต่อไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนเสร็จงาน ผมออกไปตลาดนั้น หาอาหาร และเราก็ทานอาหารเย็นด้วยกันครับ  บางคนมองว่า “คุณพ่อทำเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยอ่ะ” ... ใช่ครับ เมื่อวานผมมองดูสิ่งที่ผ่านไปอีกครั้ง หลังจากขับรถกลับจากวัดแห่งหนึ่งกลางดึก และถึงประจวบฯ สักเที่ยงคืนพอดีๆ ยิ่งมองย้อนกลับไป ยิ่งมีความสุข แม้เวลานี้เริ่มเจ็บบ้างนิดหน่อย แต่มันกลับเป็นความเจ็บปวดที่ทำให้ผมรู้สึกตัวในความเชื่ออย่างหนึ่งว่า “พระเจ้าทรงประทับอยู่” และมันแปลกครับ เมื่อความสุขในความเชื่อว่าพระเจ้าทรงประทับอยู่นั้นเป็นสำนึกที่สัมผัสได้เสมอในเวลานั้น มันทำให้ผมไม่กลัว และเชื่อมั่นในสิ่งที่เกิดขึ้น หากผมพยายามอย่างเต็มที่แล้ว สิ่งที่ขาดไปนั้น พระเจ้าจะทรงเติมเต็มให้เอง... ยิ่งมองกลับไปยิ่งอัศจรรย์ใจ เพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้น น่าจะทำให้ผมล้มลง สลบไป หรืออาการหนักมากกว่านี้ แต่เมื่อผมมั่นใจว่า พระเจ้าประทับอยู่ และทรงบรรเทาผมในเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้แล้ว สิ่งที่เหลืออยู่ กลับเป็นความสุขจริงๆ ครับ (แต่หากจะถามว่า เอาอีกไหม ก็คงไม่แล้วล่ะ) นั่นคือความสุขในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และนำมาซึ่งกำลังใจ ความบรรเทาใจ เมื่อเราอยู่ด้วยกัน เราได้มีโอกาสช่วยเหลือกัน และมีโอกาสรับความช่วยเหลือจากกันและกันด้วย มันคือความอบอุ่นที่เข้ามาแทนที่ ตั้งแต่ที่สัตบุรุษทำแผลให้ผม ทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อพ่อเจ้าวัดของเขา นี่คือสิ่งที่ผมเทศน์สอนในวันเหล่านี้จริงๆ ครับ... เสาหลักของความเชื่อในพระศาสนจักร เมื่อคริสตชนอยู่ร่วมกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน มันคือเสาหลักของความวางใจในพระเจ้า ที่ทำให้เราไม่ว่าจะยุ่งวุ่นวายเพียงใด งานการจะมากแค่ไหน เรายังมีเวลาให้กันและกันภายใต้เวลาแห่งพระพรสองเวลา ดังเสาหลักสองต้นที่สำคัญของชีวิตครอบครัวแห่งสวรรค์คือ เวลาแห่งการอธิษฐานภาวนาและร่วมในพิธีกรรม กับเวลาของการทานอาหารร่วมกัน ... คือสองเวลา คือสองเสาหลักที่ทำให้เราไม่เหนื่อยเกินไป และทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ไม่ทำให้อาคารที่ประทับฝ่ายจิตในชีวิตเราต้องพังทลายลง... บ้านแห่งชีวิตของเราที่พระเจ้าทรงขับไล่ปีศาจออกไปในวันที่เรารับศีลล้างบาป และทำให้เราเป็นบ้านที่ประทับของพระเจ้านั้น จะไม่อาจมีปิศาจที่กลับเขามาทำร้ายเราได้อีก เราจะเป็นอาคารที่ประทับของพระเจ้าที่มีความเชื่อ ความวางใจ และความรักของพระเจ้าเป็นฐานของชีวิต และเมื่อเราได้รับความรักที่เปี่ยมล้นจากพระเจ้าในชีวิตเรามากมายเหลือเกิน เราจะมีพลังครับ เราจะมีแรงมากมายที่เพียงพอ ที่จะดำเนินชีวิตเพื่อปลอบใจ เตือนความเชื่อของกันและกัน และนี่แหละ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะทุกข์ยากสักเพียงใด หากเราสัมผัสถึงการประทับอยู่ของพระเจ้าได้ในชิวิตเราแล้ว ... โอ้ ชีวิต... มันช่างเป็นความสุขที่เพียงพอและพอเพียงจริงๆ และพระเจ้าเท่านั้นคือสิ่งนั้นในชีวิตของเรา

หญิงที่ให้กำเนิดและให้นมเสี้ยงท่าน ช่างเป็นสุขจริง... แต่ผู้ที่รับพระวาจาของพระเจ้าไว้ในชีวิต คือผู้ที่สามารถเผชิญหน้ากับความทุกข์ยากต่างๆ ด้วยความสุข เพราะความสุขที่แท้จริงนั้น อยู่ที่ความเชื่อของเรา ความวางใจ และรักในพระเจ้า พระองค์ผู้ทรงประทับอยู่เสมอในชีวิตเรา และเป็นพลังที่เพียงพอในความเป็นอยู่ของเรา เพื่อให้เรามีความสุขในพระองค์

นี่คือบทสรุปที่ดีเลิศจริงๆ ในประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในวันเหล่านี้ของผม สิ่งที่ดูเป็นไปไม่ได้ และเกินกำลังไปนั้น เป็นพระองค์ เป็นพระเจ้าจริงๆ ที่นำให้ทุกสิ่งสำเร็จลงในชีวิตของลูกของพระองค์ และจบลงด้วยความสุขที่สุดแห่งการประทับอยู่ของพระองค์ ที่ไม่เหลืออะไรคั่งค้างในใจ นอกจากความรู้สึกขอบคุณพระเป็นเจ้า เพราะพระองค์พระทัยดี...

จงขอบพระคุณพระเจ้าเป็น เพราะพระองค์พระทัยดี... ความรักมั่นคงของพระองค์ ดำรงนิจนิรันดร์

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม 18 สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน กท 3:22-29 / ลก 11 :27-28
วันนี้ เราได้ยินพระวรสารได้กล่าวถึงการสรรเสริญที่ดีที่สุด ที่พระเยซูเจ้าได้มอบให้แก่พระมารดาของพระองค์ “ หญิงที่ให้กำเนิด และให้นมเลี้ยงท่าน ย่อมเป็นสุขจริง” (ลก 11:28) พร้อมกับคำตอบนี้ พระเยซูคริสตเจ้าไม่ได้ปฏิเสธคำสรรเสริญ ที่มอบให้แก่ผู้หญิงคนนั้น ที่หมายถึงพระมารดาของพระองค์ ตรงกันข้ามนอกจากพระองค์ยะยอมรับแล้ว พระองค์ยังพูดไปไกลกว่านั้น โดยได้อธิบายว่า พระแม่มารีอาผู้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง เป็นผู้ที่มีบุญ เหนือกว่าทุกคน เพราะว่าพระแม่เป็นผู้ทรงความดี และซื่อสัตย์ต่อการปฏิบัติตามพระวาจาของพระเป็นเจ้า
บางครั้ง มีคนถามว่า คริสตชนเชื่อในเรื่องโชคชะตา เหมือนกับผู้นับถือศาสนาอื่นหรือไม่ ไม่ใช่ เราคริสตชนเชื่อว่า พระเป็นเจ้าได้กำหนดให้ชะตาชีวิตของเรา เพื่อได้รับความสุข พระเป็นเจ้าทรงต้องการให้เรา มีความสุข มีโชคดี และมีพระพร ให้เราพิจารณาด้วยความตั้งใจว่า พระวาจานี้ได้รับการตอกย้ำหลายครั้ง ในคำสั่งสอนของพระเยซูเจ้า เป็นบุญ แก่ผู้ที่มีจิตใจยากจน แก่ผู้มีใจอ่อนโยน แก่ผู้ที่หิวกระหายความชอบธรรม และแก่ผู้ที่ไม่เห็นแต่เชื่อ (เทียบ มธ 5:3-12;ยน 20:29) พระเยซูเจ้าทรงต้องการให้เราพบความสุข ที่มีตั้งแต่อยู่ในโลกนี้แล้ว แม้เส้นทางที่จะไปสู่ความสุขนั้น ไม่ใช่เส้นทางแห่งทรัพย์สมบัติหรืออำนาจ หรือความสำเร็จที่ได้มาโดยง่าย ไม่ใช่เกียรติยศชื่อเสียง แต่เป็นความรักในความยากจนและสุภาพ ของผู้ที่กำลังรอคอยอยู่
พระแม่มารีอา เป็นผู้มีบุญ ไม่ใช่เพราะได้นำพระเยซูเจ้ามาในโลกนี้ ไม่ใช่เพราะให้นมและเลี้ยงดูพระองค์ แต่เพราะว่าพระแม่ได้ฟังพระวาจา แต่ได้ปฏิบัติตามพระวาจานั้น:เพราะพระแม่รัก และเป็นที่รักของพระเยซูเจ้า พระบุตรของพระแม่ เหมือนอย่างที่นักประพันธ์คนหนึ่งได้เคยเขียนว่า “การที่สามารถเรียกตัวเองว่าแม่ และสามารถเรียกว่าลูกของฉัน มันเป็นปรากฏการณ์ที่พระเป็นเจ้ายังอิจฉาเรา ของพระแม่มารีอา พระมารดาแห่งความรักมี่สมบูรณ์แบบ จงภาวนาเพื่อเราเทอญ.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

เชิญฟังเสียงคพ.พงศ์เทพ ประมวลพร้อม อธิบายพระคัมภีร์มิสซาวันอาทิตย์นี้ค่ะ

https://youtu.be/X6rVOV6d8bE

view