สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญเทเรซา แห่ง อาวีลา พรหมจารี และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร อ่า

วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญเทเรซา แห่ง อาวีลา พรหมจารี และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร อ่า

🍀 มอบความกระวนกระวายใจของท่าน...
ไว้กับพระเจ้า แล้วพระองค์จะทรงค้ำจุนท่าน
อย่ากังวลใจ....ในเรื่องที่ยังมาไม่ถึง....
เพราะพระเจ้าสัญญาว่าจะอยู่กับเราเสมอไป

📚บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญเทเรซา แห่ง อาวีลา
พรหมจารี และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร
https://youtu.be/B6QcTdHlm5I

🍓ภาวนา
https://youtu.be/6D90Wp1RL9I

🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺

วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญเทเรซา แห่ง อาวีลา
พรหมจารี และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร
อ่าน
กท 4:22-24,26-27,31-5:1
ลก 11:29-32

การไม่เชื่อ ไม่ยอมรับ ทำให้ชาวยิว
ไม่สามารถสนับสนุนพระเยซูเจ้า กลับเรียกร้อง
หาเครื่องหมาย พระเยซูเจ้าทรงยืนยัน
เพื่อจะมีใจอิสระ เครื่องหมายเพียงประการเดียว
ท่ีจำเป็นคือ เครื่องหมายของการกลับใจ

นักบุญเปาโล ย้ำเตือน..เมื่อใดก็ตาม
ที่พระคริสตเจ้าทรงปลดปล่อยเราให้เป็นอิสระแล้วนั้น
จงยืนหยัดมั่นคง และอย่ากลับไปในทางชั่วร้ายอีก

ความเชื่อของนักบุญเทเรซา แห่งอาวีลา
ทำให้เธอสามารถกล่าวได้อย่างมั่นใจว่า
ชีวิตบำเพ็ญภาวนาของคริสตชน คือ
การตอบสนองต่อพระจิตเจ้า ซึ่งพระจิตเจ้าได้นำเธอ
ให้ปฎิรูป ระเบียบวินัย ของชีวิตนักบวช
โดยการใส่ใจในการปฎิบัติ...ความเชื่อของเธอ
แสดงออกมาในชีวิต ด้วยความร่าเริงแจ่มใส
เข้าใจคนอื่น มีความเห็นอกเห็นใจ ไม่ยอมแพ้แก่สิ่งใดง่ายๆ

หมายเหตุ...
การเปลี่ยน...ที่สำคัญ..
มันเร่ิมจากภายในที่ จิตใจ...
อย่าไปคิดเปลี่ยนใคร...ถ้าใจเราเอง
ก็ยังไม่พร้อม ยอมรับ ปรับเปลี่ยน..

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันจัททร์ 15 ตุลาคม 2018

สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา

ระลึกถึงนักบุญเทเรซาแห่งพระเยซู

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“เครื่องหมายสำหรับคนยุคนี้...” (ลก 11:29-32) 

โยนาห์เป็นหมายสำคัญที่ทำให้ชาวนีนะเวห์กลับใจ

พระเยซูเจ้าทรงเป็นเครื่องหมายให้คนมากมายพบพระเมตตา

ฉันล่ะ...

ฉันจะเป็นเครื่องหมายอะไรให้กับโลกวันนี้...

________________

ผ่านมาอีกหนึ่งปีแล้วหรือเนี่ย... วันจันทร์สัปดาห์ที่ 28 วันนี้ กับพระวรสารตอนนี้ มีบางอย่างที่ผมไม่เคยลืมเลยในการไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้าตอนนี้ เมื่อสามปีที่แล้ว มันเป็นวันที่สำคัญวันหนึ่งของผม วันที่ผมเริ่มงานที่ไม่ถนัด และไร้ประสบการณ์ แต่พระวาจาตอนนี้ได้นำทางผมในวันนั้น และจนวันนี้ พระเจ้าสอนผมทุกวัน 

เมื่อสามปีก่อนในวันนี้ เป็นวันที่ผมถวายมิสซาแรกในฐานะพ่อเจ้าวัดประจวบฯ พ่อเจ้าวัดที่ถูกแต่งตั้งหลังจากบวชเป็นพระสงฆ์ได้ไม่นาน เรียกว่า เขายังรู้สึกขาดประสบการณ์ที่จำเป็น สิ่งที่โชคดี คงมีเพียงอย่างเดียวคือ เขาทำงานกับพระสงฆ์มานาน เขาซึมซับความคิดดีๆ ของความเป็นพ่อเจ้าวัดของคุณพ่อบางท่านไว้... แต่สิ่งที่อุ่นใจที่สุด คือพระวาจาตอนนี้นี่แหละครับ... คือพระวาจาที่พระตรัสกับผมในมิสซาแรกของตำแหน่งพ่อเจ้าวัดที่ได้ถวายมิสซา ณ พระแท่นของวัดของผม หลังการฉลองวัดที่ผ่านไป... วันนี้ พระวาจาตอนนี้ หลังการฉลองวัดเมื่อวาน เป็นเรื่องเดียวกันอีกครั้ง... เหมือนพระเจ้าทรงนำผมกลับไป ที่จุดเดิมนั้น ที่พระองค์ได้เริ่มกิจการดีในตัวผม ใน ฐานะผู้อภิบาลของพระองค์เพื่อประชากรของพระองค์... สามปีแล้วหรือนี่... และคงต้องต่อไปอีกสักพัก...

วันนั้น ผมไตร่ตรองเรื่องนี้ และยึดเอาไว้เป็นข้อตั้งใจดีของการเป็นผู้อภิบาล ยกเอาไว้เป็นคำถามและคำตอบของตนเองในการเป็นพ่อเจ้าวัดที่ประจวบฯ ซึ่งวันนี้ พระเจ้าทรงนำผมมาสู่จุดนี้อีกครั้ง... เมื่อชาวนีนะเวห์กลับใจเพราะโยนาห์ที่เป็นเครื่องหมายจากสวรรค์... โยนาห์เป็นเครื่องหมายเพื่อชาวนีนะเวห์... พระเยซูเจ้าก็เป็นเครื่องหมายเพื่อคนมากมายในเวลาของพระองค์... คำถามวันนั้นที่ผมไตร่ตรองคือ ... “แล้วฉันล่ะ ฉันจะเป็นเครื่องหมายอะไรสำหรับลูกๆ ของผมที่ประจวบฯ” ... เวลานั้น เป็นช่วงเวลาก่อนเปิดปีศักดิ์สิทธิ์แห่งเมตตาธรรมครับ สิ่งนี้เข้ามาในใจผม... “ความรักและความเมตตา”... ครับ... ใช่เลยครับ ผมยึดสิ่งนี้ไว้เป็นอุดมการณ์ในการทำงานอภิบาลเลยครับ แม้ว่าจะไม่รู้ว่าจะสามารถทำได้มากน้อยเพียงใด 

มาวันนี้ เหมือนพระวาจาตอนนี้ทำให้ผมต้องประเมินตนเองจริงๆ ในบรรยากาศที่คล้ายกันมากกับสามปีก่อน คือวันจันทร์หลังฉลองวัด... ต้องถามครับ ต้องถามตนเองครับ วันนี้ ผมเป็นดังนั้นมากน้อยเพียงใด... ความคิดประการนี้ ที่นำให้ผมเรียนรู้ที่จะรักและอภิบาลสัตบุรุษเยี่ยงพระบิดา... แต่ผมจะไปได้ถึงไหน หากผมไม่ได้ หรือไม่สามารถเรียนรู้ความรักที่พ่อมีต่อลูกในครอบครัว... นี่แหละ ความคิดของผมที่ว่า พระบิดา พ่อบ้าน และพ่อเจ้าวัด เป็นสามคำที่รวมเป็นหนึ่งเดียวในชีวิตของผู้อภิบาลอย่างผม

เอาล่ะ หากจะเล่าต่อไปจากสิ่งที่ไตร่ตรองเช้านี้ คงจะยาวเกินไป... แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากบอกพี่น้องคือ พระเจ้าอยู่ตรงนี้เสมอครับ พระองค์ตรัสกับเราทุกวัน ตรัสกับผม และตรัสกับพี่น้องด้วย... พระวาจาของพระองค์คือแนวทาง คือแผ่นที่ คือเข็มทิศของชีวิตคริสตชนครับ...

พี่น้องที่รัก วันนี้เราแต่ละคนจะเป็นเครื่องหมายอะไรให้โลกของเรา โลกของเราวันนี้ที่ร้อนขึ้นทุกวัน วันนี้ที่คนเราใจร้อนกันมากขึ้น และมันเป็นความร้อนที่เยือกเย็นเหลือเกิน... เราใจร้อนเพื่อตนเองจะได้สิ่งที่ต้องการ แต่ใจเรากลับเย็นชาในความต้องการและความขาดแคลนต่อเพื่อนพี่น้อง... ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เราจะไตร่ตรองกันอีกครั้ง... วันนี้โลกเราเป็นอย่างนี้ ฉันจะเป็นเครื่องหมายอะไรให้กับโลก...

ข้าแต่พระเจ้า ในชีวิตของโยนาห์ นั่นคือเครื่องหมายที่ทำให้ชาวนีนะเวห์กลับใจ... ในการเสด็จมาของพระบุตรสุดที่รัก พระองค์ทรงเป็นเครื่องหมายให้คนมากมายกลับใจ... พระเจ้าข้า ขอให้ลูกเป็นเครื่องหมายแห่งความรักและความเมตตาในโลกวันนี้เถิด ขอให้ลูกเป็นเครื่องมือของพระองค์เพื่อสร้างสันติภาพและความรักในโลกวันนี้เถิด.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม 18 สัปดาห์ที่ 28 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน กท 6:22-24,26-27,31-5:1 / ลก 11 :29-32
พระเยซูเจ้าทรงเตือนด้วยพระวาจาที่นุ่มนวนแต่จริงใจ สำหรับผู้ที่คิดว่าตัวเองได้มีที่สำหรับเมืองสวรรค์ เพราะพวกเขาได้พูดว่า “ข้าแต่พระเยซูเจ้า พระองค์ทรงเป็นผู้งดงามอย่างยิ่ง!” พระองค์ได้ทรงจ่ายสำหรับความรอดของเรา ด้วยพระโลหิตของพระองค์ โดยไม่ยกเว้นใคร แต่ทรงเติมเต็มด้วยเงื่อนไขบางอย่าง หนึ่งในเงื่อนไข คือ การไม่เสแสร้งว่า พระเยซูเจ้าจะทำทุกสิ่งทุกอย่า โดยเราไม่ต้องทำอะไรเลย ไม่ใช่เฉพาะความโง่เขลาเท่านั้น แต่รวมถึงความจองหองที่ชั่วร้าย ด้วยเหตุนี้เอง ทำไมพระองค์จึงใช้คำว่า “ชั่วร้ายว่า คนยุคนี้เป็นคนชั่วร้ายที่ต้องการเครื่องหมายสำคัญ แต่พวกเขาจะไม่ได้รับเครื่องหมายใด นอกจากเครื่องหมายของประกาศกโยนาห์” ( ลก11:29)
พระเยซูเจ้าไม่ทรงยอมรับการกระทำเช่นนี้ แม้ต่อหน้าเพื่อนบ้านชาวนาซาเร็ธ ที่ต้องการให้พระองค์ให้ความมั่นใจแก่พวกเขา ในการทำพันธกิจของพระองค์ในฐานะเป็นประกาศก และพระเมสสิยาห์ ผ่านการทำอัศจรรย์ของพระองค์ แต่สิ่งนี้เป็นไปไม่ได้ เพราะพระเยซูเจ้าจะมอบความรอด ให้แก่คนที่ยอมนบนอบพระองค์ ที่เกิดจากความเชื่อ ด้วยความหวังในความเงียบ พระองค์ทรงต้องการความเชื่อ ที่เกิดขึ้นภายในใจ อาศัยพระหรรษทานของพระเป็นเจ้า
ความเชื่อแบบจอมปลอมของพระราชินีแห่งชีบา ที่เสด็จมาจากแดนไกล เพื่อฟังปรีชาญาณของกษัตริย์โซโลมอน ในขณะที่ตรงนี้ “มีคนที่มีปรีชาญาณมากกว่ากษัตริย์โซโลมอน” (ลก11:31) ดังที่มีคำพังเพยที่กล่าวว่า”ไม่มีใครหูหนวก มากกว่าคนที่ไม่ยินยอมเปิดหูฟัง” พระเยซูเจ้าผู้ทรงสิ้นพระชนม์ และจะกลับเป็นขึ้นมาในวันที่สามต่อมา พระองค์จะยอมรับและมอบความรอดให้แก่เขา...วิธีการที่ดีที่สุด คือการเรียนรู้วัฒนธรรมของคนอื่นอย่างจริงจัง เพราะมันจะบังคับให้คุณต้องสนใจรายละเอียดของชีวิตของเขา ที่แตกต่างจากชีวิตของคุณ...เราเปรียบเหมือนนักดนตรีหูหนวก ที่เล่นดนตรี แต่ไม่เคยได้ยินดนตรีที่ตัวเองเล่น.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view