สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 16 ตุลาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญเฮดวิดจ์ นักบวช นักบุญมาร์การีตา มารีย์ อาลาก๊อก พรหมจารี

วันอังคารที่ 16 ตุลาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญเฮดวิดจ์ นักบวช นักบุญมาร์การีตา มารีย์ อาลาก๊อก พรหมจารี

💧ณ ความตกต่ำ พระเจ้าทรงเป็นความหวัง
ณ ความอ่อนแอ พระเจ้าเป็นพละกำลัง..
ณ ความโศกเศร้า พระเจ้าเป็นความอบอุ่นใจ

📚บทอ่านประจำวันอังคารที่ 16 ตุลาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญเฮดวิดจ์ นักบวช
นักบุญมาร์การีตา มารีย์ อาลาก๊อก พรหมจารี
https://youtu.be/v6v3gNt7Px4

❤ Change My Heart Oh God
https://youtu.be/akyGUYCn1k4


🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷

วันอังคารที่ 16 ตุลาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญเฮดวิดจ์ นักบวช
นักบุญมาร์การีตา มารีย์ อาลาก๊อก พรหมจารี
อ่าน
กท 5:1-6
ลก 11:37-41
 
ฟาริสีที่อยากให้ภายนอกของตน แลดูใสสะอาด
ด้วยการพูดถึงกฎเกณฑ์สารพัด
แต่ไม่เคยจัดจิตภายในของตนเพื่อที่จะรัก
พระเยซูเจ้า จำเป็นต้องย้ำกับพวกเขา...
“ให้สะอาดจากภายใน” ..ก่อนที่จะไปทำทุกสิ่ง
 
นักบุญเปาโลแนะนำว่า...
ธรรมบัญญัติ กฎเกณฑ์ เป็นสิ่งจำเป็นต้องปฎิบัติก็จริง
แต่สิ่งที่ควรจัดให้ความสำคัญ เป็นอันดับแรก คือ..
ความเชื่อ ที่แสดงออก เป็นการกระทำ อาศัยความรัก
 
ความรักต่อพระเยซูเจ้าในศีลมหาสนิท
ของนักบุญมาร์การีตา มารีย์ อาลาก๊อก
ทำให้ท่านกลับกลายเป็นองค์อุปถัมภ์ของคริสตชน
ผู้มีความรักและศรัทธาต่อดวงพระหฤทัย
อันศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระเยซูเจ้า

หมายเหตุ..
กฎเกณฑ์ มีไว้เพื่อช่วยเหลือมนุษย์....
จึงไม่ควรหยุดที่กฎ.....แล้วไปลดคุณค่ามนุษย์

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอังคารที่ 16 ตุลาคม 2018

สัปดาห์ที่ 28 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“แต่ใจของท่าน...” (ลก 11:37-41)

คริสตชนคนหนึ่งอาจจะดำเนินชีวิตครบถ้วน

ตามพระบัญญัติของพระเจ้าและของพระศาสนจักร

แต่ใจของท่าน...

นี่คือสิ่งที่พระเจ้าทอดพระเนตร

ใจของท่านเป็นเช่นใด

วันนี้ ฉันเป็นคริสตชนที่เทียมแอกแบกหนัก

หรือฉันเป็นคริสตชนที่รับชีวิตพระเจ้าไว้ภายใน

ซึ่งฉันจะไม่รู้สึกหนักเลยเมื่อพระองค์ประทับอยู่...

________________

พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ทั้งสองบทเตือนให้เราเจริญชีวิตคริสตชน ศิษย์ของพระเยซู ที่ไม่ใช่มีธรรมบัญญัติเป็นแอกที่แบกหนัก แต่ชีวิตคริสตชนคือการรับเอาชีวิตของพระคริสตเจ้าเข้าไว้ในตัวเราแต่ละคน ซึ่งสิ่งนี้ ไม่ใช่แอกที่ต้องแบกให้เป็นภาระอีกต่อไป (เทียบ บทอ่านที่หนึ่ง กท 5:1-6)

ถ้าผมจะไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้าวันนี้จริงๆ บางที ผมก็ต้องหันมาทบทวนตนเองมากกว่าพี่น้องสัตบุรุษกระมังครับ... แต่ละเช้า แต่ละวันที่ผมสวมเครื่องแบบนักบวช หรืออาภรณ์ในพิธีกรรม ที่แท้จริงแล้ว อาภรณ์แต่ละชิ้นนั้นมีความหมายมากจริงๆ ในธรรมเนียมเดิม มีการภาวนากำกับการสวมอาภรณ์แต่ละชิ้นด้วย... เครื่องแบบฟรันซิสกัน ที่ผมสวม ที่ให้ความหมายของความยากจน และความพอเพียงในการเจริญที่วางใจในพระญาณเอื้ออาทรของพระเจ้านั้น ได้ทำให้ผมเป็นผู้ยากจนจริงๆ เช่นเดียวกับพระคริสตเจ้าหรือเปล่า... กาสุลา อาภรณ์แห่งความรักและความเมตตานั้นจะมีประโยชน์อะไร หากผมสวมใส่อย่างสง่างามเมื่อถวายบูชาขอบพระคุณบนพระแท่น แล้วผมก็ขาดความรักและความเมตตา อันเป็นคุณธรรมของพระคริสตเจ้าในชีวิตผม อาภรณ์นี้จะมีค่าอะไร เว้นแต่จะทำให้ผมร้อน และต้องเปิดพัดลมแรงๆ แต่แล้วก็ไม่ได้สร้างความงดงามฝ่ายจิตในชีวิตของผมเลย... กาลิกส์ที่ผมเพิ่งซ่อมแซมมา สวยงาม ใช้ในพิธีกรรมบนพระแท่น ภาชนะบรรจุชีวิตพระคริสตเจ้าที่มอบเพื่อเราทุกคน แต่แล้ว หลังจากยกกาลิกส์นั้นและดื่มพระโลหิตจากกาลิกส์นั้น ชีวิตของผมกลับไม่ได้คล้ายคลึงกับพระคริสตเจ้าเลย จะมีประโยชน์อะไรที่ผมจะมีกาลิกส์ทองคำบนพระแท่นสง่างาม ดอกไม้สวยงาม สิ่งต่างๆ มีค่ามากมายในวัดของผม แต่ แต่ แต่ พี่น้องครับ จะมีค่าอะไร หากในเวลาเดียวกันนั้น พระเยซูเจ้ากำลังจะตายด้วยความหิวอยู่ที่หน้าประตูวัด... นั้นเพราะชีวิตของเรา เป็นสิ่งที่เป็นธรรมเนียมเท่านั้น หาใช่ชีวิตที่รับเอาชีวิตของพระเจ้าไว้ในชีวิตของตนไม่

พี่น้องที่รักครับ การกระทำภายนอกที่เป็นเพียงกฎหมายภายนอกนั้น มันไม่ต่างจากแอกที่เราแบกหนัก และสุดท้ายมันก็ไร้ค่า ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลยกับเรา... การมาวัดวันอาทิตย์ของเราเป็นเช่นใด การร่วมพิธีบูชาของพระคุณของเราเป็นเช่นใด หากว่าเราไปวัดและอยู่กับหน้าจอเหลี่ยมๆ ตลอดเวลา ไม่สนใจการตอบรับพระสงฆ์ ไม่ร่วมส่วนในพิธีกรรม เมื่อจบบทเพลงจบพิธี เราก็หยิบกุญแจ กดรีโมทเปิดประตูรถ และขับกลับบ้านไปโดยไม่ทักทายใครสักคน... พี่น้องที่รักครับ นั่นเป็นแอกมากกว่าครับสำหรับชีวิตคริสตชน การมาวัดวันอาทิตย์ของเราก็ไร้ค่า ไร้ความหมาย หากในวัดของเรามีแต่โทรศัพท์มือถือ มีแต่การนินทาว่าร้ายกัน มีแต่การเอาเป็นเอาตายกัน มากกว่าจะเป็นบ้านของพระเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะการประทับอยู่ของพระองค์ บ้านที่เปี่ยมด้วยความรักและความเมตตา ความหวังและกำลังใจ

ศาสนาคาทอลิกของเรา อาจจะเป็นศาสนาที่มีสิ่งที่ทำเป็นเครื่องหมายมากมาย แต่อาจจะไร้ค่าและไร้ความหมาย จนกลายเป็นแอกไป... อาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์มากมายกับชีวิตของผมแทบไปกันไม่ได้เลย ผมรู้สึกร้อน และร้อนมากๆ กับการสวมอาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์มากมาย แต่การสวมอาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์ในการประกอบพิธีกรรมนั้น ยังคงให้ความหมายพิเศษสำหรับผมอยู่เสมอในการถวายบูชาขอบพระคุณแต่ละวัน เป็นสิ่งที่เตือนให้ผมกระทำตนให้ละม้ายคล้ายคลึงกับพิธีกรรมที่กำลังประกอบ (เทียบ พิธีบวชพระสงฆ์)  สิ่งเหล่านี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจผมทุกวัน

พี่น้องล่ะครับ... การจำศีลอดอาหารก็ดี การไปร่วมมิสซาวันอาทิตย์ตามพระบัญญัติของพระเจ้าก็ดี การภาวนาเช้าค่ำ หรือกิจศรัทธาต่างๆ ที่เราแต่ละคนทำนั้น... วันนี้ เราอาจจะต้องทบทวนกันจริงๆ อีกครั้งว่า สิ่งเหล่านี้ให้ความหมายฝ่ายจิตอะไรกับเราบ้างหรือเปล่า มิฉะนั้น ก็ไม่มีคุณค่าอะไรในชีวิตของเราที่จะเทียมแอกแบกหนักเช่นนี้  ... แต่ชีวิตที่รับองค์พระคริสตเจ้าไว้ภายในแล้ว ต้องเป็นชีวิตที่ให้ความหมายกับทุกคน สิ่งที่เราดำเนินตามพระคริสตเจ้านั้นจะไม่ใช่แอกให้ต้องแบกหนักอีกต่อไป แต่ต้องเป็นชีวิต เป็นลมหายใจของเรา

โอ้ วันนี้ พระวาจาของพระเจ้าช่างให้ความหมายกับชีวิตนักบวช ชีวิตสงฆ์ของผมจริงๆ และผมมั่นใจว่า สิ่งนี้ พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ คงให้ความหมายพิเศษสุดกับชีวิตคริสตชนของเราทุกคนด้วย เราไม่ได้เจริญชีวิตที่รับแบกแอกไว้ แต่เป็นชีวิตที่มีพระคริสตเจ้าอยู่ในตัวเรา และดังนี้ แล้ว วันนี้ เราคงต้องไตร่ตรองกันสักหน่อย ชีวิตของฉัน ฉันเจริญชีวิตโดยรับเอาพระคริสตเจ้าไว้ในชีวิต หรือรับเอาแอกแบกหนักไว้ในตัวตน

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงประทานพระหรรษทานที่เพียงพอ เพื่อลูกจะเรียนรู้และเจริญชีวิตโดยมีพระองค์ประทับอยู่ มากกว่าเจริญชีวิตที่เทียมแอกแบกหนักเสมออย่างไรค่าและไร้ความหมาย

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอังคารที่ 16 ตุลาคม 18 สัปดาห์ที่ 28 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน กท 5:1-6 / ลก 11:37-46
วันนี้นักบุญลูกาผู้นิพนธ์พระวรสาร ได้นำเรื่องพระเยซูเจ้าทรงรับประทานอาหาร เมื่อ”ฟาริสีคนหนึ่งได้เชิญพระองค์ไปรับประทานอาหารที่บ้าน” (ลก 11:37) ช่างเป็นความคิดที่ดี เจ้าภาพจะรู้สึกอย่างไร เมื่อแขกที่รับเชิญละเลยจารีตพิธีของการชำระล้าง ที่ไม่ใช่เป็นกฎหมาย แต่เป็นธรรมประเพณีโบราณของบรรดารับบี และยังได้ตัดสินพระองค์ ด้วยมาตรฐานทางสังคม ฟาริสีคนนั้นไม่ได้รับแรงบันดาลใจอะไรอื่นในวันนั้น และการกระทำของพระองค์ก็ไม่ได้ขัดต่อการเมือง
พระวรสารได้แสดงให้เราเห็นว่า มีกรณีน้อยมาก ที่พระเยซูเจ้าจะทรงกระทำ แล้วเราจะพูดอย่างไร? ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม ในฐานะที่เราเป็นคริสตชนคนหนึ่ง เราจะเห็นว่าพระเยซูเจ้าทรงตำหนิการถือศีลธรรมแบบสองมาตราฐาน การเสแสร้งเพื่อสร้างความปรองดองหรือการหลอกลวง “ชาวฟาริสีเอ๋ย ท่านล้างถ้วยชามด้านนอก แต่ใจของท่านเต็มไปด้วยของที่ขโมยมาและความชั่วร้าย” (ลก 11:39) ทุกวัน พระวาจาของพระเป็นเจ้าตั้งคำถามเราทุกวัน ที่เราได้ซ่อนคุณค่าที่แท้จริง แต่แสดงบาป ความอวดดี และความเห็นแก่ตัวออกมา
ให้เราถามตัวเองว่า อะไรสำคัญมากกว่ากันสำหรับพระเป็นเจ้า มือที่สะอาด หรือ ความคิดและหัวใจที่สะอาด? ทำไมพระเยซูเจ้าจึงกระตุ้นให้เราทำทาน? เมื่อเราได้ให้สิ่งใดอย่างอิสระและเต็มไปด้วยความใจกว้าง ต่อคนที่ขัดสน เราได้แสดงออกถึงความรัก ความเมตตา ความใจดี และความกรุณา และถ้าใจเต็มไปด้วยความรักและความเมตตากรุณา ก็ไม่มีที่ว่างสำหรับความอิจฉา สำหรับความโลภ สำหรับความขมขื่น ท่านได้ปล่อยให้ความรักของพระเป็นเจ้า เปลี่ยนแปลงใจของท่าน ความคิดของท่าน และกิจการต่างๆของท่านต่อเพื่อนบ้านของท่านหรือไม่?...ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดทำให้ลูกเต็มเป็นด้วยความรักของพระองค์ และโปรดเพิ่มความกระหายความศักดิ์สิทธิ์ โปรดชำระจิตใจลูกให้สะอาดจากความคิดที่ไม่ดี และให้ลูกได้กระทำด้วยความใจดีและยุติธรรม และพูดด้วยถ้อยคำที่แสดงความรักต่อทุกคน.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view