สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญเปาโล แห่งไม้กางเขน นักบุญยอห์น แห่งเบรเบิฟ และนักบุญอิสอัค โจกเกอ อ่าน

วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญเปาโล แห่งไม้กางเขน นักบุญยอห์น แห่งเบรเบิฟ และนักบุญอิสอัค โจกเกอ อ่าน

🍀มอบความกระวนกระวายใจของท่าน...
ไว้กับพระเจ้า แล้วพระองค์จะทรงค้ำจุนท่าน
อย่ากังวลใจ....ในเรื่องที่ยังมาไม่ถึง....
เพราะพระเจ้าสัญญาว่าจะอยู่กับเราเสมอไป

📚บทอ่านประจำวันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญเปาโล แห่งไม้กางเขน
นักบุญยอห์น แห่งเบรเบิฟ และนักบุญอิสอัค โจกเกอ
https://youtu.be/Tsy499GmY6U

🌼จงอย่าได้กลัวเลย
https://youtu.be/HrYAnRdNAsg

🍏🍏🍏🍏🍏🍏🍏🍏🍏

วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญเปาโล แห่งไม้กางเขน
นักบุญยอห์น แห่งเบรเบิฟ และนักบุญอิสอัค โจกเกอ
อ่าน
อฟ 1:11-14
ลก 12:1-7

พระเยซูเจ้าเตือนบรรดาศิษย์ให้ระมัดระวัง
บุคลิกลักษณะนิสัย ที่ส่อไปในทาง ที่เรียกว่า
“หน้าซื่อใจคด” เพราะต้องไม่ลืมว่า..
สำหรับพระเจ้าแล้ว ไม่มีส่ิงใดซ่อนเร้น ปิดบังได้

นักบุญเปาโลย้ำเตือน
คนที่มีความหวังในพระคริสตเจ้า
จำเป็นต้องฟัง และยึดพระวาจาแห่งความจริง

แม้จะมีความแตกต่างในพื้นฐานชีวิต สภาพสังคม
แต่ด้วยการจัดการชีวิตที่ดี ซื่อสัตย์ รอบคอบ
ต่อพันธกิในการรับใช้ของท่านนักบุญเปาโล แห่งไม้กางเขน
นักบุญยอห์น แห่งเบรเบิฟ และนักบุญอิสอัค โจกเกอ
ทำให้พวกท่านได้รับการเลือกสรรให้เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า

หมายเหตุ..
ในสังคมที่มีการแข่งขัน..
การเป็นคนตรงไปตรงมา..
อาจทำให้หาเพื่อนได้ไม่มาก...
แต่มั่นใจเถิดว่า เพื่อนเหล่านั้นจริงใจเสมอ

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม 2018

สัปดาห์ที่ 28 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“อย่าเกรงกลัวเลย... อย่าเกรงผู้ที่ฆ่าได้แต่กาย...” (เทียบ ลก 12:1-7)

เป็นคริสตชน ไม่ต้องกลัวอดตาย

เพราะสูญเสียอะไรไม่ว่า

ขอเพียงอย่าพลาดและสูญเสีย

นิรันดรภาพกับพระเจ้า

เท่านี้ก็พอแล้ว

มิใช่หรือ...

________________

เมื่อครั้งที่ผมเป็นพ่อเจ้าวัดประจวบฯ วันแรกๆ ด้วยประสบการณ์น้อยนิดของการไม่เคยเป็นพ่อเจ้าวัดเลย ไม่เคยมีปลัด และไม่เคยเป็นปลัด... มันคือทางตันจริงๆ ของการเริ่มงานการเป็นพ่อเจ้าวัดของผม ซึ่งสุดท้าย ผมก็พบแนวทางที่ยังคงทำงานด้วยอุดมการณ์นี้จวบวันนี้  และมันเป็นสิ่งที่มีคุณค่าจริงๆ ของชีวิตสามปีของการเป็นผู้อภิบาล ผมพบคำตอบได้ทุกคำถามแบบไม่ลังเลจากพระวาจาของพระเจ้าที่พระองค์ตรัสกับผมทุกๆ วัน และบนหนทางของการเดินไปพร้อมกับพระองค์ การฟังพระวาจาของพระองค์ ทำให้ผมมั่นใจว่า สิ่งเดียวที่ผมต้องยึดเอาไว้เป็นสำนึกของผมคือ “ความเป็นบิดาท่ามกลางบุตร” แล้วนี่แหละ คือการเทศน์สอนเรื่องพระบิดาเจ้าผู้ทรงพระทัยดี ที่สัตบุรุษจะเห็นภาพ และเข้าใจในการเทศน์สอนเรื่องนี้

ผมเพิ่งเสร็จการฉลองวัดมาหมาดๆ ไม่ถึงสัปดาห์ หลังการทำบัญชี พวกเราพบว่า ปีนี้เหมือนเราขาดทุนมากมาย เพราะเรามีรายจ่ายมากกว่ารายรับ แต่สิ่งที่พวกเราผู้อภิบาลภูมิใจ... ใครจะทราบได้ว่า บรรยากาศที่พระแท่นบูชาเป็นอย่างไร ท่ามกลางอุปสรรคบางประการที่เกิดขึ้น ไฟฟ้าดับเอากลางครัน นั่นก็เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมากเหมือนกัน ที่เราพระสงฆ์ที่ทำงานเบื้องหลัง เราพยายามทุกอย่างเพื่อกู้ระบบต่างๆ กลับมา เพราะเรามีการถ่ายทอดสดด้วย เมื่อไฟฟ้าดับ คือปัญหาไม่น้อยเลย แต่เรามีความสุขนะครับ เรายังคงยิ้มให้กัน... มาอีกครั้ง เมื่อกำลังจะจบการรับศีล เรามองหน้ากัน นายจารีตกับผมมองหน้ากัน เพราะท่านทักผมแล้วว่าแผ่นปังจะพอไหม ผมมั่นใจว่าพอ เพราะเราเตรียมไว้กว่าสามร้อยแผ่น แต่ แต่ แต่ สุดท้าย เฉียดฉิวครับ เมื่อเกือบจะไม่พอ ความตื่นเต้นกลายเป็นความดีใจ ทำไมหรือ...นั่นแสดงว่า ปีนี้ มีคนมาร่วมฉลองมากกว่าปีที่แล้วครับ และมากกว่านั้นในความภูมิใจ คือ สัตบุรุษเข้ามารับศีลมหาสนิทมากกว่าด้วย ผมเก็บศีลมหาสนิทที่เหลือไม่กี่แผ่นในตู้ศีลด้วยหัวใจสั่นระรัว ยิ้มนิดๆ แบบโล่งใจ ที่ไม่มีใครที่ต้องการรับศีลแล้วไม่ได้รับ...

เอาละ มาถึงเรื่องที่บิดาท่ามกลางบุตรต้องไตร่ตรองและให้คำตอบจริงๆ ครับ ... สัตบุรุษถามครับ ปีนี้เหลือเงินเท่าใด... 555 ความรู้สึกของพ่อแม้ดูจะลำบากใจ เมื่อทีมงานนับเงินเสร็จ และทำบัญชีเสร็จ เราพบว่า รายจ่ายของเรามากกว่ารายรับอย่างมากครับ... นั่นล่ะ ผมตอบสัตบุรุษท่านนั้นไม่ได้ครับ และยังไม่อยากตอบ อยากกลับมาไตร่ตรอง คิด คิด คิด ว่า อาทิตย์นี้ ผมจะแจ้งรายรายละเอียดเรื่องนี้กับสัตบุรุษอย่างไร... สุดท้าย ผมมีคำตอบกับลูกๆ ของผมแล้วครับ ผมไม่กลัวครับ...วันนี้ ผมรู้ว่าผมต้องกลัวผู้ใด...

พ่อคงไม่ตอบ ไม่รายงานลูกหรอกว่า จัดฉลองวัดปีนี้ ได้กำไร หรือขาดทุนเท่าใด พ่อไม่ถนัดจริงๆ ลูกรัก พ่อไม่ใช่นักธุรกิจ พ่อไม่ถนัดเรื่องนี้จริงๆ แต่หากลูกคนไหนอยากดูบัญชี ให้มาขอดูได้ พ่อจะให้ดู... แต่จากใจของพ่อ วันนี้พ่ออยากบอกลูกๆ ว่า... ลูกรัก ไม่ต้องกังวล ขอให้ลูกเป็นคนดี เป็นคนศรัทธา รักพระเจ้า รักกันและกัน มาวัดสม่ำเสมอ อย่าทิ้งพระ เรื่องของวัด เรื่องอื่นๆ ที่ลูกเคยมี ลูกจะไม่ขาดสิ่งใดเลย สิ่งเหล่านี้เป็นหน้าที่ของพ่อ ที่จะต้องเลี้ยงดูจิตวิญญาณของลูกเอง ขอให้ลูกเป็นคนดี ศรัทธาในพระเจ้าเท่านั้น หน้าที่อภิบาลเป็นของพ่อ ลูกจงเป็นลูกแกะที่ดี ลูกจะไม่ขาดสิ่งจำเป็นใดๆ พ่อเอง จะดูแลลูกเอง...

นี่คือสิ่งที่ผมพบคำตอบครับ ผมเองที่ติดหนี้ ไม่ใช่วัด ผมมีหน้าที่ต้องทำครับ ผมติดหนี้ นั่นคือผมต้องทำอย่างไร ผมทราบดี... แต่นี่คือคำตอบของพ่อบ้านด้วยมิใช่หรือ... วันนี้ผมเป็นพ่อของสัตบุรุษ ผมติดหนี้ไม่เท่าไรหรอก แต่พ่อบ้านหลายคน คงมีหนี้สินมากกว่าผม บางคนอยากตายแล้ว ไม่อยากอยู่แล้ว แต่ทุกคนก็อยู่เพื่อลูก เพื่อครอบครัวครับ... ผมเป็นพ่อเจ้าวัด ผมก็ต้องใส่สำนึกเดียวกันในหัวคิดของผมด้วย เพื่อผมจะอยู่ท่ามกลางลูกๆ เพื่อสอนว่า อะไรคือสิ่งที่ต้องกลัว ใครคือผู้ที่ต้องเกรงจริงๆ

ลูกๆ ที่รัก ลูกกำลังกลัวอะไรกัน... ลูกกลัวอดตายหรือ... ลูกทำมาหากินวันนี้ ลูกกลัวไม่มีกินหรือ จนหลายครั้งลูกแทบไม่มีเวลามาวัดกันเลย ลูกรู้สึกต้องออกแรงมากขึ้นเพื่อจัดเวลามาวัดกระนั้นหรือ... พ่อบอกลูกกี่ครั้งแล้ว “เป็นคริสตชน ไม่ต้องกลัวอดตาย” แต่มันน่าอาย หาก “เราอิ่มตาย”  หากเราอิ่มจนเกินไป และเราก็ตายเพราะสิ่งนี้... หากจะตาย เมื่อไรก็ตายได้ นั่งอยู่เฉยๆ ความตายก็มาเยือนได้เสมอ... เป็นคริสตชน ไม่ต้องกลัวอดตายหรอก ขอเพียงเราเป็นลูกที่ดีของพระเจ้า รักและวางใจในพระองค์เท่านั้นก็พอ... เอาเถอะ แล้วลูกจะรู้ว่า “พ่อจะพาวิญญาณลูกเดินผ่านไปเหตุการณ์นี้ไปได้อย่างไร สิ่งที่สำคัญ ของลูกยังคงเดินมาพร้อมกับพ่อเท่านั้น ให้เราเดินตามพระเยซูเจ้าด้วยกันเท่านั้น แล้วลูกจะเข้าใจ”

พี่น้องที่รักครับ วันนี้ภราดาน้อยใช้คำว่า “พ่อลูก” มากหน่อยเพื่อการไตร่ตรองเช้านี้ นักบุญฟรันซิสคงไม่ว่าอะไรนะครับ ฮิฮิ ... แต่นี่คือทุกคำตอบที่ผมตอบกับตนเองว่า ผมควรอยู่อย่างไรกับสัตบุรุษของผม ผมควรกลัวอะไร หรือกลัวใคร... และพระวรสารวันนี้ก็จบลงอย่างสวยงาม เป็นคำอธิบายของบทอ่านที่หนึ่ง (อฟ 1:11-14) ว่า... ในองค์พระคริสตเจ้า เราได้รับการเลือกเป็นพิเศษ เพื่อสรรเสริญพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์ ดังนั้น “อย่าเกรงกลัวเลย ท่านมีค่ามากกว่านกกระจอกจำนวนมาก” (ลก 12:1-7) อย่ากลัวเลย กระแสเศรษฐกิจ กระแสโลกวันนี้ แต่วันนี้ เรารู้แล้วว่า เราควรเกรงกลัวผู้ใด

ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ความรักมั่นคงของพระองค์สถิตอยู่กับข้าพเจ้าทั้งหลาย เพราะข้าพเจ้าทั้งหลายมีความหวังในพระองค์... ( สดด 32:22 ... บทอัลเลลูยาวันนี้)

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม 18 สัปดาห์ที่ 28 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน อฟ 1:11-14 / ลก 12:1-7
เชื้อแป้งคือสารที่ใส่เข้าไปในแป้งหรือของเหลว เพื่อทำให้เกิดการฟูขึ้นมา ทำให้เรามองเห็นภาพว่า มันคือส่วนประกอบสำคัญที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายใน จึงไม่มีอนุญาตให้ชาวอิสราเอลกินขนมปังที่มีเชื้อแป้ง ในระหว่างเทศกาลฉลองปัสกา ประชากรอิสราเอลได้รับประทานขนมปังที่ไม่มีเชื้อ เพราะพวกเขาต้องรีบเร่งออกจากประเทศอียิปต์ เพื่อให้พ้นจากการเป็นทาส (อพย 12:34-39)
แต่เชื้อแป้งสามารถนำมาใช้ในความหมายที่ดี ในนิทานเปรียบเทียบ เมื่อพระเยซูเจ้าทรงต้องการเปรียบเทียบถึงพระราชัยสวรรค์ ที่ค่อยๆเจริญเติบโตอย่างเงียบๆ ในท่ามกลางมวลมนุษย์ (เทียบ ลก 13:20-21) อย่างไรก็ตาม พระธรรมใหม่มักจะใช้เรื่องเชื้อแป้งกับการหมักสิ่งของให้ฟูขึ้น เพื่อทำลายความผิดหลงทางการเมืองและศีลธรรม
บรรดาสานุศิษย์ของพระเยซูเจ้า ได้รับการเตือนให้ระวังเชื้อแป้งของกษัตริย์เฮโรดและพวกฟาริสี สำหรับพระเยซูเจ้า พระองค์ต้องการจะชี้ให้เห็นว่า เชื้อแป้งขอกกษัตริย์เฮโรดและฟาริสี คือ ความหน้าซื่อใจคดของพวกเขา แม้ว่ามันจะถูกซ่อนไว้ แต่ก็มีอำนาจในการให้สิ่งที่เป็นพิษร้าย คือ การให้ผลของการทำลายล้าง ขณะที่พวกฟาริสีซ่อนเร้นความตั้งใจภายในใจ ด้วยการทำกิจการโอ้อวดภายนอก ความหน้าซื่อใจคดจึงเป็นกิจการที่สานุศิษย์ของพระเยซูเจ้าพึงหลีกเลี่ยง เพราะพวกเขาจะไม่สามารถปิดบังความหน้าซื่อใจคดกับพระเป็นเจ้าได้ เพราะ“ไม่มีสิ่งใดที่ปิดบังไว้จะไม่ถูกเปิดเผย ไม่มีสิ่งใดที่ซ่อนเร้นจะไม่มีใครรู้”
“เราทุกคนล้วนเป็นคนหน้าซื่อใจคด เราไม่สามารถมองเห็นหรือตัดสินตัวเอง เหมือนอย่างที่เราเห็นและตัดสินคนอื่น”...”บ่อยๆ คนที่ชอบวิจารณ์คนอื่น แสดงให้เห็นสิ่งที่เขาขาด”...”ฉันหวังว่า คุณจะไม่ดำเนินชีวิตแบบหน้าซื่อใจคด ที่พยายามแสดงตัวเป็นคนดี ขณะที่เป็นคนเลวตลอดเวลา นั่นคือความหน้าซื่อใจคด”…”ความจริงที่ปราศจากความรัก คือ ความโหดร้าย และความรักที่ไม่มีความจริง คือ ความหน้าซื่อใจคด”.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view