สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 23 ตุลาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญยอห์น แห่งกาปิสตราโน พระสงฆ์

วันอังคารที่ 23 ตุลาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญยอห์น แห่งกาปิสตราโน พระสงฆ์

🌹พระเจ้ารู้จักทุกหนทางที่คุณเดิน...
และทรงมีพระประสงค์ให้คุณเดินในทางที่ทรงเลือกให้
เพราะพระประสงค์ของพระองค์นั้นคือ..สิ่งดีที่สุด
และที่จะรู้พระประสงค์ของพระองค์ได้นั้น
… ต้องติดสนิทกับพระองค์

📚บทอ่านประจำวันอังคารที่ 23 ตุลาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญยอห์น แห่งกาปิสตราโน พระสงฆ์
https://youtu.be/_lED6hDmOKw

🍉 พระเจ้าทรงสัมผัสฉันวันนี้
https://youtu.be/9Vi2ZlCyFz8

🍏🍏🍏🍏🍏🍏🍏🍏

วันอังคารที่ 23 ตุลาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญยอห์น แห่งกาปิสตราโน พระสงฆ์
อ่าน
อฟ 2:12-22
ลก 12:35-38 
 
คนที่จะอยู่อย่างมีความสุข ไม่ต้องกังวล คือ…
คนที่ได้ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ที่ตนทำ ทั้งต่อหน้า และลับหลัง
เพราะไม่ต้องระวังว่านายจะมาเจอ  เผลอพลาดเมื่อใด
ในเวลาที่ไม่คาดคิด  และไม่มีสิ่งใดต้องปกปิด
 
เพื่อจะมีสันติ ภายในจิตใจอย่างแท้จริง ไม่หน้าไหว้ หลังหลอก
นักบุญเปาโล บอกให้..มีความหวัง ในพระเยซู
ผู้เป็นพลังเพื่อทำความดี เพราะมีสิ่งเดียวที่เป็นเครื่องหมาย
ของการชนะความขัดแย้งทั้งปวง ด้วยความรัก นั่นคือ
“ไม้กางเขน”

นักบุญยอห์ แห่งกาปิสตราโน 
ผู้ไม่ฝักใฝ่ในทรัพย์สินทางโลก อุทิศตนเพื่อการเทศน์สอน
ตามแบบอย่างความยากจนของนักบุญฟรังซิส 
ได้ช่วยผู้คนจำนวนมาก ให้ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต
เพื่อการติดตามพระคริสตเจ้า
 
หมายเหตุ..
…บางที การทำดีลับหลัง อาจไม่มีใครเห็นคุณค่า
แต่มันดีกว่า ทำดีเอาหน้า ซึ่งลับหลังหาค่าไม่ได้....

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอังคารที่ 23 ตุลาคม 2018

สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“เตรียมพร้อมไว้...” (ลก 12:35-38)

ขาดความพร้อมเมื่อเวลามาถึง

นั่นคือความอับอาย

ฉันใช้เวลาที่ผ่านไปอย่างไร

เมื่อเวลาจะผ่านไปและไม่ผ่านกลับมาอีก

หากฉันพลาดท่า เสียเวลา ขาดความพร้อมในโลกนี้

ฉันคงยังพอมีเวลาในการปรับเปลี่ยนชีวิตเสียใหม่

แต่หากฉันพลาดท่าเสียเวลา และขาดความพร้อมสำหรับนิรันดรภาพ

ฉันคงพลาดพลั้งตลอดนิรันดร...

________________

“เตรียมพร้อมไว้...” ผมเลือกคำสั้นๆ คำนี้จากพระวาจาของพระเจ้ามาไตร่ตรองสำหรับเช้าวันนี้ครับ ซึ่งผมคิดว่ามันมากเกินพอสำหรับการไตร่ตรองของผมในวันเวลาของวันนี้ ที่ดูเหมือนจะไม่ง่ายเลยครับ...แผนการซ่อมแซมบ้าน น้ำที่ไม่มีพอใช้ในวันเหล่านี้ เพราะท่อประปาแตกแบบซ่อมไม่ได้อีกแล้วจากอายุการใช้งานของท่อโลหะกว่าสี่สิบปีแล้ว มันทำอะไรไม่ได้อีก นอกจากเริ่มใหม่ทั้งหมด งานปรับปรุงระบบไฟฟ้าที่ทำให้หน้าแตกพอสมควรเมื่อครั้งฉลองวัดที่ผ่านไป (แต่สิ่งเหล่านี้ทั้งหลายออย่างน่ารักๆ ไว้ให้อบอุ่นไม่น้อย) เอาเถอะ เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ ทั้งหมดทั้งสิ้นที่คิดวางแผนไว้ เป็นอันต้องวางไว้ก่อนครับ ... การอภิบาลสัตบุรุษที่กำลังป่วยที่โรงพยาบาล... งานศพสัตบุรุษที่มาในเวลาที่ไม่ทันตั้งตัว การจัดงานที่ผมต้องเป็นดังส่วนหนึ่งของครอบครัวของลูกๆ ของผม... พี่ชายคนหนึ่ง...ซึ่งเป็น เพื่อนศิษย์เก่าบ้านเณรด้วยกัน ที่เหนื่อยล้าแอบเข้ามาจอดรถนอนในรั้ววัด และก็แกล้งพี่เขา ไม่คิดว่าเขาไม่สบาย แต่ที่สุด เมื่อเห็นสภาพของพี่เขาที่ไม่สบายแล้ว ผมก็ไม่อาจปล่อยให้พี่เขานอนในรถได้หรอก เด็กการโรงแรมอย่างผม ก็จัดห้องพักได้ทันท่วงที แม้ว่าจะไม่ดีนัก เพราะเวลามันแสนจำกัด กับภาระงานในวันเหล่านี้ ที่พ่อของลูกไม่อยากทิ้งสิ่งดีๆ ที่จะสามารถทำเพื่อลูกๆ ได้ แล้วกลับไม่ได้ทำ... สิ่งเหล่านี้คือการเตรียมงานที่ฉุกเฉินพอสมควรเลยในวันเหล่านี้ บ่ายนี้ก็จะมีแขกที่ต้องไปรับ และจัดเตรียมที่พักไว้สำหรับพวกเขาอีก ดูเหมือนตารางเวลาของผมในช่วงนี้แน่นมากทีเดียว แต่ก็โชคดีที่ยังพอทำทุกอย่างได้อย่างลงตัวและพอดีๆ มิฉะนั้น สิ่งเหล่านี้เอง ที่จะทำให้ผมรู้สึกอายสุดๆ หากผมผ่านมันไปแบบพลาดๆ ต้องรับแขกไม่ดี ดูแลกันและกันไม่ดี เพราะการไม่ได้เตรียมพร้อม... แต่เพียงเท่านี้ ก็ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า ผมยังเตรียมไม่พร้อมเท่าที่ควรหรอก... สรุปคือ “ยังต้องปรับปรุงอีกมาก” ครับ

พี่น้องที่รัก หากจะไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้าวันนี้ โดยเฉพาะบทพระวรสาร ที่อาจจะดูไม่ยากนัก เพราะหลายคนอาจจะมองเรื่องของการเตรียมตัวเผชิญหน้ากับความตาย ที่เราต้องถวายรายงานพระเจ้าถึงชีวิตของเราที่ผ่านไป หารจะต้องเทศน์ในคืนมิสซาหน้าศพนี้ คงมีแนวคิดไม่ยากที่จะไตร่ตรอง... แต่ แต่ แต่... คำว่า “เตรียมพร้อม” ที่คงไม่ยากที่จะไตร่ตรองนี้... วันนี้ ผมอยากไตร่ตรองในเรื่องราวของปัจจุบันมากกว่า เรื่องราวของความตายที่ยังมาไม่ถึง แม้ว่าจะมาเมื่อไรไม่ทราบก็ตาม แต่วันนี้ เวลานี้ ปัจจุบันนี้ ผมได้บทสอนมากพอกับสถานการณ์ของวันนี้ ที่หากผมขาดความเตรียมพร้อม อายครับ ผมจะพบกับความอับอายจริงๆ ... มันอาจจะยังไม่ต้องพูดถึงความอับอายนิรันดร แต่ความอับอายวันนี้ที่เกิดจากชีวิตที่ไม่ได้เตรียมพร้อมนั้น มันก็เป็นบทเรียนมากพอสำหรับผมแล้วล่ะครับ

พี่น้องที่รักครับ จินตนาการสักนิดครับ หากพ่อเจ้าวัดอย่างผม ไม่พร้อมที่จะอภิบาลสัตบุรุษ เมื่อสัตบุรุษเข้ามาขอพึ่งในสิ่งที่เขาหวังพึ่งพระสงฆ์เท่านั้น นั่นหมายความว่า หากพวกเขาทำกันเองได้ เขาคงไม่ง้อพวกเราพระสงฆ์หรอก... จินตนาการดูสักนิดนะครับ หากผมต้องเผชิญกับสิ่งนั้น เมื่อนาทีที่สัตบุรุษเข้ามาขอความช่วยเหลือด้านจิตวิญญาณ และผมไม่พร้อมที่จะรับใช้ ในขณะที่เขาหวังพึ่งผมที่สุด พี่น้องครับ มันน่าอับอายสักเพียงใด... ผมอาจจะรู้สึกผิดไปอีกนานไม่ใช่หรือ...

พี่น้องที่รักครับ โลกวันนี้ที่ดูเหมือนเราเรียนรู้ที่จะทำอะไรแบบเร็วๆ รีบๆเร่ง แข่งกับเวลา จนที่สุด เมื่อเราเหนื่อยสุดๆ ความเตรียมพร้อมของเราก็หายไปบ้างไม่ใช่หรือ... เราพร้อมไหม หากลูกๆ ของเราเข้ามาหาเรา บรรดาพ่อแม่ที่รัก ท่านพร้อมไหม หรือว่าท่านกำลังยุ่งอยู่กับเรื่องมากมายเหลือเกิน จนลูกของท่านต้องผิดหวังจากไป แม้เพียงเขามองเห็นท่านยุ่งๆ อยู่กับหลายเรื่อง และเขาก็ไม่อยากจะรบกวนท่าน แม้เรื่องที่เขาหวังพึ่งแต่ท่านเท่านั้น... และเขาก็เดินจากไป...

ไหนๆ ก็มโนกันไปแล้ว ลองอีกสักนิด... วันหนึ่ง เพียงเพราะหน้าที่การงานที่ทำให้เราเหน็ดเหนื่อย หน้าตาบึ้งตึง จนเรายิ้มไม่ออก... เย็นวันนั้น หากลูกของเราประสบปัญหา และเหลือเราเป็นความหวังสุดท้ายของเขา เขาตัดสินใจเดินมาหาเรา “แม่ครับ” “พ่อครับ” แล้วเรากลับตวาดใส่หน้ากันและกัน “มึงไม่เห็นหรือว่ากูกำลังทำอะไร” ... แล้วลูกก็เดินจากไป แบบไม่มีโอกาสกลับมา เขาจากไปเป็นศพที่ตัดสินใจฆ่าตัวตายครับ... พี่น้องครับ พ่อแม่วันนั้นจะรู้สึกอย่างไร... เพียงแค่หน้าตาเราบึ้งตึงนิดเดียว เราอาจจะมองว่านิดเดียวจริงๆ แต่สิ่งนี้ ทำให้ลูกของเราเดินจากไป และเรากับเขาก็ไม่มีวันได้พบกันอีก... การให้เวลากันและกันครับ... การเจริญชีวิตอยู่เพื่อเป็นกำลังใจของกันและกันบ้าง โลกเราวันนี้ร้อน ใจเราก็ร้อนขึ้น เราเรียนรู้ที่จะทุกสิ่งอย่างรีบเร่ง แต่เราไม่รู้จักเรียนรู้ที่จะรอคอย เราเร่งๆ ทำทุกอย่าง จนไม่มีเวลามองหน้ากัน และที่สุด เราก็ไม่พร้อมที่จะเป็นกำลังใจแก่กันและกันแม้เพียงรอยยิ้มสักนิด เราก็ไม่พร้อมที่จะยิ้ม ... นี่แหละ ระวังให้ดี นี่อาจจะเป็นที่มาของความพลาดพลั้งที่ไม่อาจแก้ไข เพียงเพราะเราไม่มีเวลาเตรียมพร้อมไว้บาง เพื่อให้กำลังใจกันและกันบ้างเลย

พี่น้องที่รักครับ งานการที่เราทำนั้น เราอาจจะมีเหตุผลดีๆ เพื่อครอบครัว เพื่อกันและกัน แต่ขอเราอย่างลืมไปนะครับ สิ่งดีๆ ที่เราอาจจะทำได้เพื่อกันและกันไม่ยากนั้น เราอาจจะพลาดพลั้งสิ่งเหล่านั้นไป เพราะเราไม่พร้อมแม้เพียงการให้เวลากัน หันมามองหน้ากันและกันบ้าง เป็นกำลังใจแก่กันและกันบ้าง... พี่น้องครับ ขอเราอย่าให้เวลาที่เหลืออยู่ของเรา บั่นทอนและหักร้างน้ำใจกันและกันเลย แต่ให้เรามีเวลาเพื่อกันและกันบ้าง มองหน้ากันบ้าง ยิ้มให้กันบ้าง เพราะหากเราไม่รู้จักจบงาน ระวังให้ดี งานจะจบเรานะครับ

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ชีวิตของลูกเป็นชีวิตที่พร้อมที่จะหยิบยื่นสิ่งดีๆ แก่กันและกัน เป็นชีวิตที่บรรเทาและเสริมสร้างความดีของกันและกัน เพื่อลูกจะไม่พลาดพลั้งสูญเสียกันและกันไปตลอดนิรันดร ขออย่าเป็นเช่นนั้นเลย แม้ลูกอาจจะสูญเสียอะไร สูญเสียมากสักเท่าใด ขออย่าให้ลูกเสียพระองค์เลย พระเจ้าข้า.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)


วันอังคารที่ 23 ตุลาคม 18 สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน อฟ 2:12-22 / ลก 12:35-38
“ท่านทั้งหลายจงคาดสะเอว” มีความหมายตามพระคัมภีร์ว่า”ท่านจงเตรียมตัวให้พร้อมไว้” เสื้อคลุมใช้เป็นเสื้อชั้นนอก เพื่อคนที่สวมจะได้เคลื่อนไหวตัวให้สะดวก ประชากรอิสราเอลได้รับการเตือนให้เตรียมพร้อมสำหรับวันปัสกา เพื่ออพยพออกจากประเทศอียิปต์ ในลักษณะต้องเตรียมตัวให้พร้อมอยู่ตลอดเวลา ด้วยการสวมรองเท้า และถือไม้เท้าไว้ในมือ (เพียบ อพย 12:11) เช่นเดียวกัน เราแต่ละคนกำลังรอคอยนายของเรา คือ พระเยซูเจ้า เราต้องคาดสะเอวเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อต้อนรับพระองค์ และทำตามคำสั่งของพระองค์ และเช่นเดียวกัน เราต้อง”จุดตะเกียง” เหมือนกับหญิงสาวสิบคนในนิทานเปรียบเทียบ ที่จัดเตรียมตะเกียงสำหรับงานมงคลสมรส ( เทียบ มธ 24:42-51)
ในปี 1920 บิลล์ วิลสัน เป็นผู้โชคดีที่ได้กำไรมหาศาลจากการซื้อหุ้น แต่ทุกสิ่งก็พังทลายลง เมื่อเศรษฐกิจตกต่ำ บิลล์กลายเป็นคนล้มละลาย เขาเริ่มดื่มสุรา และที่สุดได้กลายเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง เขาเข้ารับการบำบัดตลอดระยะเวลาสี่ปี แต่ก็พบกับความผิดหวัง แต่โชคดีที่เขาได้พบกับด๊อกเตอร์ โรเบิร์ต เฮช สมิทธ์ ซึ่งทั้งสองได้ช่วยกันค้นพบวิธีการบำบัดโรคพิษสุราเรื้อรัง และได้ก่อตั้งกลุ่มเพื่อนที่มีชะตาเดียวกัน เพื่อให้กำลังใจกันในการฟื้นฟูชีวิต ให้กลับมาเป็นคนปกติ แน่นอน บิลล์ วิลสันและเพื่อนๆที่เป็นทาสของสุราเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ พวกเขามีโอกาสกลับใจ และสามารถเจริญชีวิตเหมือนคนทั่วไป ในบทอ่านที่หนึ่งของมิสซาในวันนี้ ซึ่งเป็นจดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวเอเฟซัส ท่านได้กล่าวให้กำลังใจคริสตชน ให้มีความหวังในพระคริสตเจ้าเช่นเดียวกันว่า “แต่บัดนี้ในองค์พระคริสตเยซู ท่านทั้งหลายในอดีตที่อยู่ห่างไกล ได้เข้ามาอยู่ใกล้ เดชะพระโลหิตของพระคริสตเจ้า”(อฟ2:13) ท่านเคยได้รับประสบการณ์สัมผัสกับความรักของพระเยซูเจ้า ในชีวิตของท่านหรือไม่? และเช่นเดียวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราแต่ละคน ถ้ามีพระองค์อยู่เคียงข้าง “ล้มแล้วลุกได้คือคนเก่ง ล้มแล้วร้องไห้คือคนไม่เอาไหน ท้อแท้ได้ แต่อย่าล้มเลิก ลุกขึ้นสู้ใหม่ ตราบใด ที่ยังมี “ลมหายใจ” ไม่ว่า จะเจออุปสรรคอะไร ก็ต้อง “อดทน”

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

 

view