สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพุธที่ 24 ตุลาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญอันตน มารีย์ คลาเรต์ พระสังฆราช

วันพุธที่ 24 ตุลาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญอันตน มารีย์ คลาเรต์ พระสังฆราช

🍉 จงมีความตั้งใจ...
จงมีความพยายาม
จงมีความอดทน...
จงเป็นคนที่อยู่เพื่อพระคริสต์

📚บทอ่านประจำวันพุธที่ 24 ตุลาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญอันตน มารีย์ คลาเรต์ พระสังฆราช
https://youtu.be/49hZf9uw0bs

🍏 เมื่อลูกได้เชื่อ
http://youtu.be/T1jREr72LsU

🎾🎾🎾🎾🎾🎾🎾🎾

วันพุธที่ 24 ตุลาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญอันตน มารีย์ คลาเรต์ พระสังฆราช
อ่าน
อฟ 3:2-12
ลก 12:39-48
 
พระเยซูเจ้าทรงแนะนำศิษย์ …..
ถึงท่าทีที่จำเป็น ในการเป็นผู้นำแบบผู้รับใช้
นั่นคือ ท่าทีของการ  “เชื่อฟัง”
ด้วยการทำตามคำแนะนำ สั่งสอนของผู้เป็นเจ้านายสูงสุด
มิใช่ สนุกกับการทำตามใจตน เมื่อนายไม่อยู่
แม้ว่า..ผู้รับใช้อาจรู้สึกว่าตนไม่เหมาะสม
ทั้งสติปัญญา ความสามารถ

นักบุญเปาโล ยืนยันว่า เมื่อพระเจ้าทรงแต่งตั้งบางคน
ให้ทำหน้าที่เป็นผู้นำ เพื่อรับใช้ผู้อื่น
พระองค์ทรงหยิบยื่นพระหรรษทานเช่นกัน
ดังนั้นท่าทีที่สำคัญของผู้รับใช้ คือ “เชื่อ..ฟัง..และทำตาม”..
ด้วยความวางใจ

การอุทิศตน ด้วยความพร้อมและร้อนรน
ของท่านนักบุญอันตน มารีย์ คลาเรต์ 
นำท่าน ให้เป็นผู้มีส่วนร่วมกับพระศาสนจักร
ในงานแพร่ธรรม กับกลุ่มคนที่อยู่ห่างไกล 
โดยท่านได้ก่อตั้งคณะนักบวชมิชชันนารี
และเตรียมพวกเขาให้พร้อมสำหรับการเป็นผู้แพร่ธรรม
 
หมายเหตุ..
หัวใจของการรับใช้..
อาจไม่ใช่การลงไปยืน ณ จุดที่ต่ำที่สุดเสมอไป
แต่มันคือ การใส่ใจ เพื่อรับใช้ ณ จุดที่ยืน
เพราะชีวิตของการรับใช้...อาจจะไม่ใช่ส่ิงที่คุณคิด......
แต่มันคือสิ่งที่คุณทำ

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพุธที่ 24 ตุลาคม 2018

สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ดูแลผู้รับใช้อื่นๆ...เพื่อปันอาหารให้ตามเวลาที่กำหนด...” (ลก 12:39-48)

ชีวิตเป็นพระพรของพระเจ้า

หาใช่เพราะความดีของเราไม่

แต่คือพระเมตตาของพระเจ้า

คือพระพรของพระเจ้าที่ต้องเกิดผล

เป็นผลของการแบ่งปันความรักที่เอ่อล้นของพระเจ้ามาสู่เรา

และความรักนี้จึงต้องเอ่อล้นไปถึงทุกคน...

วันนี้ ชีวิตของฉันเป็นดังนี้หรือไม่...

เมื่อความซื่อสัตย์รอบคอบ

คือฤทธิ์กุศลของชีวิตที่พระเจ้าประทานให้...

________________

วันนี้ชีวิตของฉันเป็นเช่นใด เพื่อสมจะกลับบ้านของฉัน... สวรรค์ที่ไม่ใช่บ้านของผู้ทำความดี หากแต่สวรรค์เป็นบ้านของเราที่เป็นลูกของพระเจ้า บ้านของเราที่เราต้องกลับไป และมีสิทธิ์กลับไปแน่นอน แต่เราต้องกลับไปในความเป็นลูกของพระเจ้า ไม่ใช่ลูกของโลกนี้ 

และการเป็นลูกของพระเจ้าที่ซื่อสัตย์และรอบคอบ เราพบคำตอบได้ในพระวาจาของพระเจ้าในวันนี้ หลังจากที่เราฟังพระวาจาของพระองค์วันนี้เป็นวันที่สาม ตั้งแต่วันจันทร์ที่พระเจ้าทรงให้เราเห็นว่า ชีวิตที่เราได้รับนั้น หาใช่เพราะความดีของเราไม่ แต่นั่นคือพระพรของพระองค์ที่บังเกิดในชีวิตของเรา... และเมื่อวานนี้ วันอังคาร พระวาจาของพระเจ้าตรัสกับเราเรื่องความพร้อมในการต้อนรับพระองค์ และผมได้แบ่งปันการไตร่ตรองกับพี่น้องว่า นี่คือความพร้อมเพื่อเวลาปัจจุบัน ไม่ใช่เวลาของอนาคต คือเวลาที่เราพร้อมในการทำสิ่งที่พระวาจาวันนี้ได้ตรัสกับเรา... นั่นก็คือ ดูแลคนอื่น และแบ่งปันอาหารให้ตามเวลาที่กำหนด...

นี่คือบรรทัดฐานของชีวิตที่พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ให้ความหมายถึงชีวิตที่ซื่อสัตย์และรอบคอบ ในการรอรับการกลับมาของนาย นี่คือคนใช้ที่เตรียมพร้อมในความซื่อสัตย์และรอบคอบ ที่สมควรได้รับรางวัลจากนาย นั่นหมายความว่า สิ่งที่ตรงกันข้ามกับสิ่งนี้ อาจจะเรียกว่า “วิบัติ” ก็ได้...

พี่น้องที่รัก นี่คือคำตอบของการไตร่ตรองพระวาจาสามวันต่อเนื่องกัน คือวันจันทร์ ถึงวันนี้ นี่คือปรีชาญาณแห่งความรอดพ้นครับ... ซื่อสัตย์ และรอบคอบต่อชีวิตที่เป็นพระพรของพระเจ้าที่ประทานให้กับเรา. เพื่ออะไร... เพื่อดูแลกันและกันครับ เพื่อแบ่งปันซึ่งกันและกัน... ผมพบสองสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากของการไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้าของผมเช้านี้ครับ ผมมั่นใจว่า นี่คือบทสรุป และเป็นดังบรรทัดฐานที่สำคัญทีเดียว เพื่อแสดงให้เห็นว่า เราเป็นลูกของพระเจ้า เพื่อจะกลับไปสู่สวรรค์ บ้านแท้นิรันดรของพระองค์ที่ทรงเตรียมไว้เพื่อเรา...

พี่น้องครับ นี่แหละคือสิ่งที่ผมบอกพี่น้องบ่อยๆ ว่า พระเจ้าคือความดีครบครัน พระองค์คือความดีบริบูรณ์ พระองค์ไม่ต้องการของถวาย การถวายเกียรติอะไรจากเรา คือพระองค์ไม่ขาดสิ่งใดเลย แต่ในพระองค์ผู้ทรงเป็นความรักเปี่ยมล้นนั้น ความรักของพระองค์ไหลหลั่งมาสู่ชีวิตของเราทุกคน และความรักนี้กลายเป็นต้นกำเนิดเรา เพื่อบังเกิดผลเป็นผลแห่งความรักและความเมตตา

ความรักและความเมตตานี้ ชัดเจนอยู่ในสองประเด็นของการไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้าในวันนี้จริงๆ ที่เป็นบทสรุปของสองวันที่ผ่านมา และดูเหมือนวันนี้ พระเยซูเจ้าทิ้งสิ่งที่เป็นคำตอบ แฝงไปด้วยการตัดสินจริงๆ ครับ นั่นคือภาพของคนใช้ที่รู้ใจนาย คนใช้ที่ฟังพระวาจาของพระเจ้า และรู้ว่า พระเจ้าทรงมีพระประสงค์เช่นใด และเขาได้เลือกที่จะดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระองค์หรือไม่ นั่นแหละ คือเครื่องวัดว่า เขาเป็นลูกของพระเจ้ามากน้อยเพียงใด เขาสมควรที่จะได้รับนามว่า บุตรของพระเจ้าหรือไม่ เพื่อจะมีสิทธิ์กลับเข้าไปในบ้านของพระเจ้า และบ้านของเขา คือบ้านที่พระบิดาทรงเตรียมไว้เพื่อลูกของพระองค์

พี่น้องที่รัก ชีวิตของเราในแต่ละวันนั้น เป็นพระพรที่เอ่อล้นจากพระทัยของพระเจ้าจริงๆ และนี่คือพระทัยดีของพระองค์ต่อเราล้วนๆ หาใช่เพราะความดีใดๆ ของเราไม่ แต่เป็นความรักเอ่อล้นของพระเจ้ามาสู่ชาวเราทุกคน คือความรักที่ทรงมอบไว้ให้เราด้วยความวางใจ และสิ่งที่เราต้องตอบรับพระองค์อย่างสัตย์ซื่อและรอบคอบคือ ความรักต่อเพื่อนพี่น้อง ความรักที่พร้อมที่จะแบ่งปัน ไม่ใช่การกอบโกย หาความสุขเข้าตนเท่านั้น แต่เป็นความรัก ที่แบ่งปันเพื่อพี่น้องตามกำหนดเวลา นั่นคือ ด้วยเวลาแห่งความรักและความเมตตา...

ตอบคำถามนี้ซิครับ... วันนี้เป็นเวลาที่พระเจ้ายังทรงรักและเมตตาฉันหรือเปล่า ที่พระองค์ทรงให้ฉันมีชีวิต... นี่แหละ คือสิ่งที่พระเจ้าทรงวางใจว่าชีวิตของเราที่มาจากความรักของพระองค์นั้นต้องบังเกิดผล... และ วันนี้ ชีวิตที่เป็นผลจากความรักและความวางใจ และความหวังของพระเจ้า ได้เกิดผลเพียงใด นั่นคือการแบ่งปันผลแห่งความรักของพระองค์ เพื่อกันและกัน... 

เริ่มเลยครับ จากคนใกล้ตัวเรานี่แหละ สมาชิกในครอบครัวของเรา หมู่คณะนักบวชของเรานี่แหละครับ วันนี้ ฉันยังมีข้ออ้างที่ต้องทำงานมากมายอะไรอีก หากพี่น้องของฉันกำลังรอคอยกำลังใจจากฉัน ข้ออ้างอะไรอีก ที่จะทำให้ฉันไม่มีเวลาเพื่อกันและกัน หากวันนี้ คือเวลาที่พระเจ้าทรงประทานพระเมตตาของพระองค์เพื่อเรา แม้เราไม่สมควรจะได้รับ วันนี้ ฉันพร้อมหรือเปล่า ที่เพียงแค่ยิ้ม เป็นกำลังใจให้กันและกัน สนใจกันและกันบ้าง มองหัวใจ มองตากันและกันด้วยความอ่อนโยน รักและเมตตากันต่อกัน มันจะมีอะไรที่เรายุ่งมากนักหรือ ที่จะทำให้เราไม่มีเวลาดูแลกันและกัน แบ่งปันกันและกัน หากมองที่ชีวิตของเราวันนี้ดีๆ เราเองก็ไม่มีอะไรที่เป็นความเหมาะสม ที่เราจะอ้างสิทธิ์กับพระเจ้าได้เลยว่า ฉันมีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตในวันนี้ หากไม่ใช่พระเมตตาของพระองค์

เราคงต้องจดจำไว้ดีๆ นะครับ นี่แหละคือปรีชาญาณของผู้รับใช้ที่ดีและรอบคอบ นี่คือผู้รับใช้ที่สัตย์ซื่อ ที่สมควรได้กลับไปสวรรค์ดังบ้านของเขา และสวรรค์ไม่ใช่รางวัลของคนทำดี แต่สวรรค์คือบ้านของลูกของพระเจ้า ที่พวกเขามีสิทธิ์กลับไปแน่ๆ แต่เขาจะกลับไปในความเป็นลูกของพระเจ้าหรือไม่เท่านั้นเอง มิฉะนั้น ก็เป็นความสูญเสีย เป็นความอับอายตลอดนิรันดรเท่านั้นเอง และชีวิตที่ผ่านไป จะหาคุณค่าอะไรได้เล่า หากสุดท้าย เราก็ต้องพบกับความอับอายตลอดนิรันดร

ข้าแต่พระเจ้า ขอความดี ความรัก อันศักดิ์สิทธิ์ โปรดตามติดชั่วฤดีชีวิตข้า เข้าพำนักในนิเวศน์มโหฬาร แห่งพระเจ้าจอมราชาตลอดกาล (เพลงสดุดีที่ 23)

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันพุธที่ 24 ตุลาคม 18 สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา วันระลึกถึงนักบุญ อันตน มารีอา คลาเร็ต
พระสังฆราช
บทอ่าน อฟ 3:2-12 / ลก 12:39-48
ในสมัยพระเยซูเจ้า ผู้เป็นเจ้าของที่ดีอาจจะต้องเดินทางไปต่างแดน และเขาจะมอบให้คนใช้หรือ
ผู้จัดการเป็นคนดูแลกิจการต่างๆของเขา และจะช่วยดูแลคนใช้อื่นของนาย ให้ทำงานที่ได้รับมอบหมาย
จากนาย และคอยอำนวยความสะดวกต่างๆ ตามความต้องการของพวกเขา คนใช้ที่ซื่อสัตย์จะตอบแทน
นายด้วยการแสดงความจงรักภักดี และคอยดูแลเพื่อนคนใช้อื่น
พระเยซูเจ้าได้เล่าเรื่อง เพื่อชี้ให้เห็นถึงการตัดสินครั้งสุดท้าย เมื่อพระองค์จะเสด็จมาในฐานะเป็น
บุตรแห่งมนุษย์ ผู้จะเสด็จมาพร้อมกับเกียรติมงคล พระองค์ทรงเตือนว่า การเสด็จมาของพระองค์นั้น จะ
เกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด อย่างไม่ได้คาดคิดมาก่อน เปรียบเหมือนกับขโมย ที่จะมาในเวลากลางคืน พระองค์
จึงเรียกร้อง ให้มีการเตรียมพร้อมอยู่เสมอ ด้วยการทำหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ
นักบุญ อันตน มารีอา คลาเร็ตเกิดที่เมืองซัลแลนท์ ประเทศสเปน ในปี 1807 หลังจากได้รับศีลบวช
เป็นพระสงฆ์แล้ว ท่านได้เทศนาทั่วเมืองกาทาโลญา เป็นเวลาหลายปี เป็นผู้ตั้งคณะนักบวชมิสชันนารี
“บรรดาบุตรแห่งดวงหทัยอันนิรมลของพระนางมารีอา” และต่อมาได้รับการอภิเษกเป็นพระสังฆราชที่เกาะ
คิวบา ต่อมาเดินทางกลับประเทศสเปน และได้รับการทรมานมากมาย และที่สุดท่านได้ เสียชีวิตที่ประเทศ
ฝรั่งเศสในปี 1870 ในงานเขียนของท่านตอนหนึ่งท่านได้บอกว่า “ข้าพเจ้าได้บอกตัวเอง เสมอว่า มนุษย์เป็น
บุตรของดวง หทัยอันนิรมลของพระแม่มารีอา ซึ่งได้ออกไปประกาศข่าวดี ด้วยความรัก ไม่ว่าเขาจะเดินทาง
ไปไหน เขามีความปรารถนาจะนำทรัพยากรทุกอย่างที่มี เพื่อใช้ให้เกิดผลมากที่สุด ในการทำให้มนุษย์ทุก
คน ให้เต็มเปี่ยมด้วยความรักต่อพระเป็นเจ้า”...”ถ้าท่านทั้งหลายเป็นฝ่ายโลก โลกก็คงรักสิ่งที่เป็นของตน
แต่เพราะท่านมิได้เป็นฝ่ายโลก และเราเลือกท่านมาจากโลก โลกจึงเกลียดชังท่าน” (ยน15:19) ขอให้เรา
เลียนแบบท่าน ที่ทำตัวเป็นคนใช้ที่ซื่อสัตย์ของพระเยซูเจ้า ที่ทำหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ เพื่อรอรับการ
เสด็จมาของพระองค์.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view