สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 30 ตุลาคม 2018 สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา

วันอังคารที่ 30 ตุลาคม 2018 สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา

🍐เพียงดวงตาฉายแววแห่งรัก
ดวงใจก็ทายทักรับรักให้
เพียงมีพระองค์อยู่ในใจ
สิ่งอื่นใดใหญ่ยิ่งนั้นไม่มี

📚บทอ่านประจำวันอังคารที่ 30 ตุลาคม 2018
สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา
https://youtu.be/9lAXeuZL1Qc

🍉When No One Else Can Understand Me
https://youtu.be/OpTzC9Mup10

🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁

วันอังคารที่ 30 ตุลาคม 2018
สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
อฟ 5:21-33
ลก 13:18-21

พระเยซูเจ้าเปรียบเทียบ อาณาจักรของพระเจ้า
ให้เห็นว่า ถ้าพลังอำนาจของเชื้อที่ดี แม้น้อยนิด
แต่เติบโต ก็จะให้ผลในชีวิตที่ย่ิงใหญ่ เฟื่องฟู

นักบุญเปาโล ตอกย้ำ..ทำให้เห็นว่า
พลังอำนาจของความดี ที่มีในครอบครัวด้วยความรัก
เช่นเดียวกับที่พระคริสตเจ้า ทรงรักพระศาสนจักรนั้น
นำสู่ความกลมกลืน เป็นหนึ่งเดียวที่มั่นคง

หมายเหตุ..
แค่เรา.. “คิดดี ทำดี”..
ก็ไม่มีใครมา ทำลาย
“ความดี”..ที่มีในตัวเราได้

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอังคาร 30 ตุลาคม 2018

สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“พระอาณาจักรของพระเจ้า...” (ลก 13:18-22)

นี่คือกระแสเรียกของคริสตชน

การปะปนอยู่ในสังคม

ดังเมล็ดมัสตาร์ดและเชื้อแป้ง

คือความดีของลูกของพระเจ้า

ที่รักษาสังคมและเยียวยาสังคม

จนอาณาจักรของพระเจ้า

อยู่ท่ามกลางสังคมของเรา

คือสังคมที่เปี่ยมด้วยสันติภาพและความดี.

________________

อาณาจักรพระเจ้า ครอบครัวของพระเจ้า คือสิ่งที่เกิดแล้วในโลกนี้ คือภาพลางๆ ของครอบครัวแห่งสวรรค์... ที่ใดมีความรัก พระเจ้าประทับอยู่ และนี่แหละคือที่ที่คริสตชนต้องเป็นประจักษ์พยานนั้น

ในวันเหล่านี้ และเมื่อวานนี้เอง ระหว่างที่ผมขับรถออกเยี่ยมอภิบาล เพื่อนำแม่พระไปสวดอวยพรตาม และถวายมิสซาในเขตอภิบาล ในบ้านของสัตบุรุษ... ในวันเหล่านี้ ผมกำลังทำสิ่งที่ไม่ถนัด จนทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้สึกถนัดในธรรมชาติของตน นั่นคือการขับรถครับ มันคือสิ่งที่ไม่ชอบเลย เพราะผมชอบเดินมากกว่าการขับรถ แม้จักรยานยนต์ก็ไม่เคยเป็นที่โปรดปรานของผมตั้งแต่ไหนแต่ไร ยิ่งรถยนต์ด้วยแล้ว มันเป็นสิ่งที่ไม่เคยใฝ่ฝันเลย ยิ่งมองที่ค่าใช้จ่ายด้วยแล้ว หลายครั้งรู้สึกว่ามันเกินกำลังของตนจริงๆ  แต่ทุกสิ่งเหล่านั้น อาศัยการประทับอยู่ของพระเจ้า สิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้หลายๆ สิ่ง ก็สำเร็จลงได้ในการประทับอยู่ของพระองค์... โทรศัพท์อาจจะเป็นสิ่งหนึ่งที่รบกวนผมในเวลาขับรถ ซึ่งส่วนใหญ่ผมจะต้องนำรถลงจอดข้างทาง จอดคุยโทรศัพท์ และในบรรยากาศในวันเหล่านี้ หลายครั้งมันเป็นเรื่องน่าตกใจ บ่อยๆ ครั้งเมื่อมีใครโทรเข้ามา เมื่อผมกำลังอยู่ในบรรยากาศที่มีสัตบุรุษเสียชีวิต เจ็บป่วยขั้นวิกฤติ ความห่วงใยในสัตบุรุษของผม ทำให้ผมต้องนำรถลงจอดข้างทางบ่อยมากๆ เพราะมิฉะนั้นจะไม่สามารถรับโทรศัพท์ได้... แล้ววานนี้เอง ระหว่างที่กำลังเหนื่อยจนแทบไม่มีเวลาคุยโทรศัพท์กับใครเท่าไรนัก... มีโทรศัพท์สายหนึ่งที่ทิ้งคำถามให้ผมตะลึง และครุ่นคิด... เนื่องจากผมหลุดแบ่งปันกับพี่น้องในบทไตร่ตรองแต่ละวันเรื่องการซ่อมแซมวัดกับชีวิตท่ามกลางลูกๆ ที่ผมกำลังอยากทำให้ภาพลางๆ ของครอบครัวแห่งสวรรค์เป็นจริงในโลกนี้ ซึ่งหลายครั้งหน้าที่การงานบางอย่าง อาจจะต้องเป็นสิ่งที่วางไว้เบื้องหลัง เมื่อการเจริญชีวิตอยู่ด้วยกัน เมื่อชีวิตฉันพี่น้อง เป็นเรื่องที่สำคัญกว่า... จึงมีคำถามถามผมไปว่า... “ทำไมคุณพ่อจะย้ายแล้ว ต้องซ่อมแซมวัดด้วยละ??????” งง ครับ ผมงงมากครับ ... ชีวิตผู้มีความใฝ่ฝันอย่างผมที่จะมีห้องเช่าไว้เก็บค่าเช่าใช้ตลอดกาล ต้องจบลงเมื่อครั้งพบชีวิตจริงในโลกวันนี้ ที่ค่าซ่อมแซมห้องหลังจากแขกออกไปนั้น มันไม่คุ้มกับค่าเช่าเลย เมื่อคนเช่าห้องจากไปพร้อมความเสียหายมากมายในห้องที่ทิ้งไว้ให้ซ่อม ไฟฟ้าที่เปิดทิ้งไว้ น้ำที่เปิดจนล้นไปมากมายให้ต้องจ่ายค่าน้ำที่สูญเปล่า... ชีวิตเด็กการโรงแรมอย่างผม ที่ห้องพักที่ผมเข้าพัก มักจะสะอาดกว่าตอนที่ผมเข้าพักเสมอ ห้องน้ำที่ล้างสะอาดก่อนจากโรงแรมไป ผ้าปูที่นอนที่เก็บไว้ในระดับหนึ่ง เพื่อให้น้องๆ บริกรในโรงแรมจะทำงานได้ง่ายขึ้น ถังขยะในห้องที่ผมไม่เคยทิ้งอะไรลงไปเลย แต่จะใส่ถูงและนำไปทิ้งข้างล่าง สิ่งเหล่านี้ มันคือสิ่งที่เพื่อนๆ บอกผมว่า “มึงใช้ห้องพักไม่คุ้มเลยอ่ะ” แต่นี่แหละ ชีวิตผมครับ ผมเป็นแบบนี้ มันทำให้ใครเสียหายหรือ... วานนี้คนหนึ่งถามผมเช่นนี้ครับ “คุณพ่อจะย้ายแล้ว ทำไมต้องซ่อมวัดด้วยล่ะ...” โอ้ ท่ามกลางบรรยากาศที่ยุ่งๆ ไม่ว่างนั้น ผมกำลังคิดว่า คุ้มไหมหนอ ที่ปลีกตัวจากสัตบุรุษเพื่อโทรกลับไปคุยสายนั้น แต่ยังไงก็มีคุณค่าครับ เพราะอย่างน้อยก็ทำให้ผมรู้ว่า ยังมีความคิดแบบนี้ในสังคมหรือเปล่า...

พี่น้องครับ วานนี้ผมคิดคำตอบกับคนที่ถามผมคำเดียวเลยครับ “น้ำใจครับ น้ำใจอ่ะครับ เข้าใจไหม” ผมอยู่ได้เพราะความพอเพียง แต่เมื่อต้องส่งต่อบ้านให้คนอื่น เราจะส่งมอบในสภาพแย่ๆ ที่เขาต้องเข้ามาและซ่อมแซมสิ่งจำเป็นแทบทุกอย่างหรือ มันเป็นเรื่องของสิ่งที่เรียกว่า “น้ำใจ” ครับ เรื่องนี้จริงๆ... เมื่อผมเข้ามาเป็นเณรที่ประจวบฯ ผมใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ เพื่อซ่อมแซมบ้านที่แทบจะไม่สามารถอยู่ได้เลย แต่วันที่ผมจะจากไป ผมและผู้ใหญ่เราตกลงกันแล้ว ว่าเราจะไปแบบไม่เอาอะไรกลับไป แต่จะมอบให้ผู้ที่มาทำงานต่อจากเราครับ (แต่หากสิ่งใดเขาไม่ต้องการ เราจะเก็บไปนะครับ เราจะไม่ให้ทิ้งสูญเปล่าโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์)... พี่น้องครับ... ภาพนี้ครับ ภาพของครอบครัวครับ ภาพนี้เป็นคำตอบได้ดีที่สุด... พ่อแม่ที่กำลังจะจากลูกไป ลองถามท่านซิ ทำไมท่านต้องเตรียมสิ่งดีๆ ไว้มากมายด้วยความมานะบากบั่น จนบางทีตนเองก็แทบจะไม่มีอะไรกินเท่าไรหรอก สิ่งเหล่านั้นท่านทำเพื่อใคร หากไม่ใช่เพื่อลูกๆ ที่อยู่ข้างหลัง... นี่คือคำตอบครับ ผมมั่นใจว่าพี่น้องท่านนั้นคงไม่ได้ถามเพื่อให้ผมหนักใจหรอก แต่คงถามเพราะอยากรู้ใจผมกระมัง และผมก็ตอบครับ... “น้ำใจไงครับ” คริสตชนเราต้องมีน้ำใจ เราต้องคิดถึงคนอื่นๆ ไม่ใช่จะไปแล้วช่างหัวมัน คนที่ตามมาข้างหลังต้องมาตามเก็บสิ่งที่เราทำไว้ไม่เรียบร้อย... หรือแทบจะต้องมาเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด แบบที่เราไม่ได้ทำอะไรดีๆ ทิ้งไว้ให้เขาบ้างเลย... กระนั้นหรือ คริสตชน...

พี่น้องครับ ความคิดเหล่านี้ เราคงต้องปรับนะครับ คริสตชนเราต้องคิดถึงคนอื่นให้มากๆ คิดถึงตนเองก็คือเรื่องจำเป็น แต่ต้องคิดถึงคนอื่นให้มากๆ คิดถึงสิ่งที่เรียกว่า “สังคม” ที่ที่เราอยู่ร่วมกัน และมีความสุขด้วยกันมิใช่หรือ... เข้าพักในโรงแรม ไม่ใช่ใช้มันให้คุ้มเพราะเสียเงินแล้ว... เช่าบ้าน เช่าห้องแล้ว ไม่ใช่คิดว่าเสียเงินแล้วทำอะไรก็ได้... พี่น้องครับ สิทธิบางอย่างก็ไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้นะครับ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิทธิของการมีเงินมากมาย และใช้จ่ายฟุ่มเฟือย โดยไม่คิดถึงคนอื่น... คำว่า “เงินของฉัน” คำว่า “เรื่องของฉัน” คำว่า “เสียเงินแล้ว ใช้ให้คุ้ม” พี่น้องครับ เรากำลังเป็นขโมยในเวลาเดียวกันเลยหรือเปล่า เมื่อเราทำให้บางอย่างเสียหาย เมื่อเราไม่รักษาของของส่วนรวม เมื่อเราใช้ของส่วนรวม โลกนี้ที่เป็นบ้านสวนรวมของทุกคน เมื่อเราใช้แบบไม่ระมัดระวัง เมื่อเราไม่รู้จักแบ่งปัน เมื่อเราไม่เรียนรู้ที่จะคิดถึงผู้อื่นบ้าง

พี่น้องที่รัก นี่คือสิ่งที่คริสตชนต้องเป็นครับ มันอาจจะเป็นสิ่งเล็กๆ เช่น เมล็ดมัสตาร์ด หรือเชื้อแป้ง ท่ามกลางสังคม แต่มันจำเป็นครับ เพื่อทำให้พระอาณาจักรของพระเจ้า ครอบครัวแห่งสวรรค์เป็นภาพลางๆ ที่สัมผัสและมองเห็นได้ของทุกคน เป็นสิ่งที่โลกวันนี้กำลังรอคอย คือประจักษ์พยานชีวิตที่รักและเห็นอกเห็นใจกัน อาจจะเป็นความคิดที่แตกต่างๆ แต่มันต้องเป็นดังเชื้อความดี เชื้อของชีวิตศักดิ์สิทธิ์ของลูกของพระเจ้า ที่พระองค์ทรงเรียกเราให้เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อบันดาลความศักดิ์สิทธิ์แก่โลกและสังคม

ความคิดแบบพระเยซู ความคิดแบบพระวรสาร คือสิ่งนี้แหละครับ คือการสร้างพระอาณาจักรของพระเจ้าบนโลกนี้ เพื่อนำเราไปสู่พระอาณาจักรแห่งสวรรค์ คือสิ่งเล็กๆ ดังเมล็ดมัสตาร์ด และเชื้อแป้งครับ ที่คริสตชนจำเป็นต้องเป็นสิ่งดีๆ นี้ เพื่อให้โลกได้รับผลจากความเล็กน้อยของเราครับ

ข้าแต่พระเจ้า แม้ลูกจะเป็นสิ่งที่เล็กน้อยเช่นนี้ มันอาจจะบางเบาเหลือเกินในสังคมวันนี้  แต่ลูกจะเป็นต่อไป พระเจ้าข้า ขอพระองค์ทรงอยู่ที่นี่ อยู่ตรงนี้ เพื่อลูกจะไม่ท้อถอย ในการเป็นสิ่งดีๆ น้อยๆ นี้ เพื่อนำพระราชัยสู่แผ่นดิน.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอังคารที่ 30 ตุลาคม 18 สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน อฟ 5:21-33 / ลก 13:18-21
ในวันนี้ พระเยซูเจ้าได้ทรงประกาศเรื่องการปรากฏของพระราชัยสวรรค์ ในสมัยของพระองค์นั้น ชาวยิวถือว่า ไม่มีสิ่งใดยิ่งใหญ่ากว่าการปรากฏของพระราชัยสวรรค์ เพราะมันแสดงว่า จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลก ที่จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างสำเร็จบริบูรณ์ไป
แต่สำหรับผู้ที่ฟังพระเยซูเจ้า หรือผู้ที่ติดตามพระองค์ ช่างมีความแตกต่างระหว่างการประกาศพระราชัยสวรรค์ และสถานภาพอันต่ำต้อยของพระเยซูเจ้า พระวาจาและกิริยาท่าทางต่างๆของพระองค์ แสดงให้เห็นถึงการเข้ามามีบทบาทของพระเป็นเจ้า เพื่อจะสรุปประวัติศาสตร์ของจักรวาลหรือไม่? พระองค์ได้ตรัสให้เรามองดู เรื่องคนที่ได้หว่านเมล็ดมัสตารด์ลงบนพื้นดิน และหญิงที่คลุกเคล้าเชื้อแป้งลงในถัง ที่เป็นสิ่งที่ทุกคนจะมองเห็นในทันทีทันใด แต่กิริยาท่าทางที่แสดงออก ต้องดูความหมายตอนสุดท้าย เพราะทุกสิ่งยังซ่อนอยู่และยังมองไม่เห็น นั่นคือ ที่สุดเราจะเห็นต้นไม่ใหญ่ และเชื้อแป้งที่ฟูขึ้น
เปรียบเหมือนกับพระวาจาของพระเป็นเจ้า แม้ปรากฏว่ายังไม่บังเกิดผล แต่ก็ได้เริ่มก่อตัว คือ การปรากฏของพระราชัยของพระเป็นเจ้า เมื่อใดก็ตามที่พระวรสารได้รับการนำไปปฏิบัติ และได้รับการถ่ายทอด แม้จะปรากฏผลเพียงเล็กน้อย ก็จะทำให้ทุกสิ่งเกิดขึ้นได้ เพราะพลังของพระเป็นเจ้าจะทำให้ทุกอย่างปรากฏออกมา
“ถ้าท่านต้องการรับใช้พระเป็นเจ้า จงเตรียมใจของท่านไม่ให้สนใจเรื่องอาหาร เรื่องเครื่องดื่ม เรื่องการพักผ่อน เรื่องความสะดวกสบาย แต่เพื่อความทุกข์ เพื่อว่าท่านจะสามารถต่อสู้กับการถูกทดลอง การเผชิญกับความยุ่งยาก และความเศร้าโศก จงเตรียมเพื่อเผชิญกับความโหดร้าย การทำพลีกรรม การต่อสู้ด้านจิตใจ และความยากลำบากต่างๆ เพราะว่า “โดยอาศัยความยากลำบากต่างๆ เราจะสามารถเข้าสู่พระราชัยของพระเป็นเจ้า (กจ 14:22) พระราชัยสวรรค์ต้องได้มาด้วยการใช้ความพยายาม และใครที่พยายามจะได้รับพระราชัยสวรรค์เป็นของตนเอง” (มธ11:12).

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view