สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพุธที่ 31 ตุลาคม 2018 สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา

วันพุธที่ 31 ตุลาคม 2018 สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา

🌷บุคคลที่ละทิ้งทุกสิ่งเพื่อพระเจ้า
ย่อมได้พบทุกสิ่งในพระองค์
(~ แมร์ลาครัวซ์)

📚บทอ่านประจำวันพุธที่ 31 ตุลาคม 2018
สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา
https://youtu.be/h0PbxvQgPQA

🍀 ทุกครั้งที่ฉันเฝ้าภาวนา
http://youtu.be/bYeWeyX1Mo0

🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋

วันพุธที่ 31 ตุลาคม 2018
สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
อฟ 6:1-9
ลก 13:22-30

ในคำสอนของพระเยซูเจ้า...
เมื่อบางคน เริ่มสั่นคลอนในความเชื่อ
พระเยซูเจ้าทรงแนะนำให้เพิ่ม ความพยายาม

นักบุญเปาโล ตอกย้ำ ทำให้เห็นว่า
ถ้าที่ใดก็ตาม ที่ใช้ความพยายาม ในการปรับตัว
เข้าหากัน ที่นั่นจะได้พบกับความสุข สงบ

หมายเหตุ..
ศรัทธา คือ แรงผลักดัน
รางวัล คือ จุดมุ่งหมาย
อุปสรรค เป็นเพียง บททดสอบกาย
เป้าหมาย เป็นจริงได้ ถ้าเรา
“พยายาม”...

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพุธ 31 ตุลาคม 2018

สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“เราไม่รู้ว่าท่านมาจากที่ใด... พวกเราได้กินได้ดื่มอยู่กับท่าน...” (ลก 11:29-32) 

เป็นศิษย์พระเยซู

ไม่ได้มีความหมายเพียงการเข้าวัดทุกอาทิตย์

แก้บาปรับศีลเป็นประจำ

แต่หากว่าทั้งชีวิตที่เดินผ่านมา

ฉันทำทุกอย่างเพื่อตนเองทั้งสิ้น 

แต่ชีวิตที่เหมาะสมจะเข้าประตูสวรรค์คือ

ชีวิตที่มีความละม้ายคล้ายคลึงกับพระเจ้า

คือชีวิตที่เปี่ยมด้วยความอ่อนหวาน และเมตตาสงสาร

บุคคลเช่นนั้นเอง ที่พระองค์จะจดจำเขาได้

คงไม่ใช่นั้นที่ร่วมมิสซาทุกวัน

แต่เป็นปังที่เห็นแก่ตัว ไม่บิออกเพื่อใครๆ

คงไม่ใช่คนที่อดอาหารเสมอ

แต่กินเลือดกินเนื้อกันและกัน

คงไม่ใช่คนที่ทำทานมากมาย 

แต่ไม่เคยให้กำลังใจใครๆ เลย

คงไม่ใช่ด้วย คนที่ภาวนามากมาย

แต่ในความเป็นจริง เขาคุยกับใครไม่รู้เรื่องเลย

วันนี้ ฉันมีอะไรในตัวฉันบ้างไหม 

ที่แสดงให้เห็นว่า ฉันเป็นศิษย์พระเยซู

ฉันเป็นบุตรของพระบิดาเจ้า...

________________

เมื่อวานนี้ พระวาจาของพระเจ้าเตือนและให้กำลังใจพวกเราว่า เราต้องเป็นดังนั้น คือเป็นดังเมล็ดมัสตาร์ด เป็นเชื้อแป้ง แม้ว่ามันจะเล็กน้อย เบาบางจนแทบไม่มีตัวตนในสังคมก็เถอะ แต่พระเยซูเจ้าทรงเน้นให้เราตระหนักจริงจังเลยว่า เราต้องเป็น นั่นเป็นอัตลักษณ์ของเราคริสตชน ศิษย์ของพระองค์ เพราะแท้จริงแล้ว จากเชื้อน้อยนิดนี้ คือการสร้างสันติภาพและความรัก คือการเจริญชีวิตอยู่ท่ามกลางสังคม เพื่อทำให้สังคมฟูขึ้นในความดีของพระเจ้า

เช้านี้ ผมกำลังเดินทางกลับไปบ้านเกิดอีกครั้ง กลับไป ณ ที่ที่ผมรับศีลล้างบาป คือที่วัดพระหฤทัย ขลุง จ.จันทบุรี ครับ...ก็น่าแปลกดีนะครับ ที่ผมไม่เคยมีโอกาสกลับไปเยี่ยมบ้านเลย ตั้งแต่เป็นนักบวชมา มีแค่เพียงโอกาสงานศพหลายๆ ครั้งที่ได้กลับบ้านบ้าง และก็มาถึงการระลึกถึงผู้ล่วงลับในปีนี้นั่นแหละครับ การกลับไปในครั้งนี้ มีสองความหมายที่เหมือนเป็นจุดเริ่มต้น และจุดสุดท้าย ที่ทำให้ผมต้องไตร่ตรองถึงช่วงเวลาปัจจุบันที่กำลังเดินทางอยู่... จุดเริ่มที่น่าไตร่ตรอง คือ ผมเกิดที่นี่ ที่หน้าพระแท่นบูชาของวัดแห่งนี้ และวันนี้ ผมกลับมาที่สุสานของวัดแห่งนี้ ในอ้อมกอดแห่งดวงพระหฤทัยของพระเยซูเจ้าอีกครั้ง... 

ฉากของการรับศีลล้างบาป เป็นฉากของความชื่นชมยินดี ผมจำได้ว่า วัดขลุง เวลานั้น เวลาที่มีคนรับศีลล้างบาป เขาตีระฆังด้วยนะครับ เป็นการต้อนรับสมาชิกใหม่ของวัด ของพระศาสนจักร... และผมก็เติบโตมาในความเชื่อคริสตชน ที่ใช่ว่าจะราบเรียบ เพราะมีวันหนึ่ง ที่ผมถามว่า... “ใครว่ะ เอาผมไปรับศีลล้างบาป ไม่เห็นถามผมสักคำเลย... ผมไม่ได้ตอบ ข้าพเจ้าเชื่อ ผมไม่ได้ตอบอะไรทั้งสิ้น ใครตอบใครก็รับไปทำเองซิ ผมไม่เอาได้ป่ะ...” ใช่ครับ ผมเคยถามคำถามนี้นะครับ เพราะผมไม่ได้สมัครเข้าเป็นคริสตชนเอง แต่พ่อแม่เอาผมไปรับศีลล้างบาปอ่ะครับ... แต่มาถึงวันนี้ ผมจำไม่ได้ ผมไม่รู้จริงๆ อะไรเป็นเหตุให้ผมคลุกคลีกับวัด จนมีวันที่ผมร้องเพลงนี้... “ลูกสัญญาเมื่อคราล้างชำระบาป ท่านก็ทราบว่าผู้อื่นยืนแทนข้าฯ มาวันนี้ลูกถวายใจวาจา ลูกสัญญาโดยมิใช่ใครมาแทน... “ มาถึงวันนี้ได้อย่างไร ผมไม่รู้จริงๆ นะครับ ความเชื่อของผมเป็นเหมือนเมล็ดมัสตาร์ดเล็กๆ ที่เติบโตขึ้นมาจนวันนี้ เป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์... โอ้ ผมต้องอุทานว่า “ข้าพเจ้าเป็นใคร พระองค์จึงทรงนำมาไกลถึงเพียงนี้... นั่นเป็นช่วงเวลาดีๆ ของชีวิตที่ขลุง นานมาแล้วครับ... แต่วันนี้ ผมกลับมาถวายมิสซาที่สุสานครับ เหมือนเป็นปลายทางจากที่หน้าพระแท่นบูชาในวันรับศีลล้างบาป มาจบที่นี่ครับ... หลายปีแล้วที่ได้กลับมาที่ขลุง แต่ทำไมต้องเป็นเรื่องที่สุสานด้วยอ่ะ... แต่คงไม่อะไรที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ พระเจ้ากำลังตรัสอะไรกับผมต่างหาก ยิ่งอ่านพระวาจาวันนี้ ยิ่งต้องนำให้ตนเองต้องไตร่ตรองก่อนใครๆ ก่อนที่จะแบ่งปันกับพี่น้องทางสื่อน้อยๆ นี้

พี่น้องที่รักครับ ผมถามตนเอง และถามพี่น้องด้วย... ณ จุดจบที่นี้ ความรู้สึกของเราจะเป็นอย่างไร หากเรากำลังเคาะประตู “พระเจ้าข้า เปิดประตูให้พวกเราด้วย...พวกเราได้กินได้ดื่มอยู่กับท่าน...” แต่เสียงภายในจะตอบกลับมาว่า “เราไม่รู้ว่าพวกเจ้ามาจากที่ใด ไปให้พ้นจากเราเถิด เจ้าทั้งหลายที่กระทำการชั่วช้า...” 

ผมเป็นพระสงฆ์ ผมถวายบูชาของพระเยซูทุกวัน ผมออกไปทำงานอภิบาล... แต่วันนี้ หากพระองค์จะไม่รู้จักผม ผมคงต้องไตร่ตรองล่ะครับว่า อะไรเป็นเหตุที่ทำให้พระองค์ไม่รู้จักผม... คำถามที่สำคัญคือ ผมมีชีวิตอยู่เพื่อใคร ผมทำสิ่งต่างๆ เหล่านั้น ผมทำเพื่อตนเองหรือเพื่อพระเจ้า... และดังนี้เอง แม้ว่าผมจะถวายบูชาทุกวัน แต่ในความเป็นจริง หากผมทำทุกสิ่งเพื่อตนเองเท่านั้น นั่นแหละที่พระองค์จะไม่รู้จักผมแน่ๆ

“จงทำการนี้เพื่อระลึกถึงเราเถิด...” จากมิสซา สู่ มิสชั่น (พันธกิจ)” สิ่งที่ผมแบ่งปันการไตร่ตรองหลายวันก่อน ฉันทำจริงๆ มากน้อยเพียงใด... นี่คือกายของผม นี่คือชีวิตของผม ที่พร้อมจะมอบเพื่อความรอดพ้นของลูกๆ หรือไม่... หากเป็นเพียงพิธีกรรมที่ประกอบเท่านั้น หากผมไม่ได้ทำสิ่งนี้จริงๆ หลังจากนั้น นี่ใช่ไหม ที่จะทำให้พระเจ้าตรัสกับผมดังนี้ ที่พระองค์จะจำผมไม่ได้... เพราะชีวิตของผมไม่ได้เป็นประดุจปังที่ถูกบิเลย

ยากนะครับ เป็นศิษย์พระเยซู แต่เมื่อพระเจ้าเข้ามามีบทบาท ก็ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้... พระองค์ทรงยืนยัน เราต้องเป็นดังนั้นครับ เป็นดังที่พระองค์สอน เป็นเมล็ดมัสตาร์ด เป็นเชื้อแป้ง เป็นความเบาบางท่ามกลางสังคมวันนี้ แต่เป็นสิ่งเล็กน้อยที่ไม่เล็กน้อยเลย... ดังนั้น เป็นศิษย์พระเยซู ไม่ได้หมายถึงการเข้าวัดวันอาทิตย์ไม่เคยขาด แต่ไม่เคยเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ ไม่ได้หมายถึงการภาวนามากมาย แต่ไม่เคยฟังพระองค์ ผู้กำลังร้องขอกำลังใจเพียงน้อยนิดจากเรา... ไม่ได้หมายถึงผู้ที่ประสบความสำเร็จมากมาย แต่เมื่อพระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำหันกลับมา กลับไม่พบเขากำลังเดินตามพระองค์

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้กลิ่นหอมของพระองค์ ในชีวิตของลูกผู้ได้รับการเจิมจากพระองค์ ได้เป็นกลิ่นไปแห่งสันติภาพและความดี กลิ่นไอของความรักและความเมตตา 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันพุธที่ 31 ตุลาคม 18
สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน อฟ 6:1-9 / ลก 13:22-30

“ประตูกว้างและทางกว้างมักจะนำผู้คนไปสู่การถูกทำลาย” เราจะเข้าใจความหมายขอคำว่า “กว้าง”ได้อย่างไร?

คนที่มีความดื้อรั้นจะไม่ยอมก้มศีรษะ ให้กับการแบกพระบัญญัติของพระเป็นเจ้า ดูเหมือนชีวิตเป็นสิ่งที่ถูกสาปแช่ง และไม่สนใจต่อสิ่งใดๆ การไม่สนใจต่อพระกฏระเบียบ และความไม่ใส่ใจต่อพระบัญญัติอันศักดิ์สิทธิ์

ทรัพย์สมบัติ พยศชั่ว การดูถูก ความเย่อหยิ่งจองหอง ล้วนมาจากประตูกว้างและทางกว้างทั้งนั้น คนที่เดินเข้าไป ทางประตูแคบจะต้องละทิ้งสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมด ต้องชิดสนิทกับพระเยซูเจ้า และต้องร่วมงานฉลองพร้อมกับพระองค์” (การอธิบายเรื่อง”การเข้าไปทางประตูแคบ” โดยนักบุญซีริล แห่งอเล็กซานเดรีย ค.ศ.376-444)

พระเยซูเจ้าทรงเล่าเรื่องการเข้าสู่พระราชัยสวรรค์ เพื่อตอบคำถามว่า ใครบ้างจะเข้าสู่พระราชัยสวรรค์ ที่เป็นพระราชัยแห่งสันติภาพและชีวิตนิรันดร บรรดารับบีได้สอนว่า ประชากรอิสราเอลจะได้รับความรอด และสามารถเข้าสู่พระราชัยสวรรค์ ยกเว้นบรรดาคนบาป ซึ่งแยกตัวเองออกไป
พระองค์ได้ทรงสร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้ฟัง โดยได้ตรัสว่า การที่เราเป็นสมาชิกของประชากรของพระเป็นเจ้า โดยมีพันธสัญญากับพระเป็นเจ้า หาใช่เครื่องหมายว่า เราจะเข้าไปในพระราชัยของพระเป็นเจ้าไม่ นอกจากนี้ พระเยซูเจ้ายังทรงเน้นว่า มีคนต่างศาสนาจำนวนมาก ที่ไม่ใช่ชาวยิว จะเข้าสู่พระราชัยของพระเป็นเจ้า พระเป็นเจ้าทรงเชื้อเชิญทั้งชาวยิวและคนต่างศาสนา

ถ้าเราต้องการเข้าสู่อาณาจักรของพระเป็นเจ้า และได้รับรางวับ ที่จัดเตรียมไว้ในสวรรค์ เราต้องติดตามพระเยซูเจ้า บนเส้นทางแห่งไม้กางเขน โดยยินดีละทิ้งน้ำใจของเรา และทำตามพระประสงค์ของพระองค์ ยอมสละชีวิตของเรา และรับเอาชีวิตของพระองค์ สละเส้นทางของเรา และรับเอาเส้นทางของพระองค์...

ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดอย่าให้ลูกสงสัยในการนำทาง และความรักแห่งพระเมตตาของพระองค์ อาศัยพระพรแห่งพระจิต โปรดให้ลูกมีความกล้าหาญและความเชื่อ ที่จะเชื่อพระองค์ตลอดไป.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view