สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน 2018 สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา

วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน 2018 สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา

🍊 อย่าให้ความกลัวในสิ่งใดๆ...ทำให้ใจเธอหวั่น
อย่าให้อุปสรรคใดๆทำให้เธอขาดความเชื่อ
เพราะพระองค์ทรงตรัสไว้อย่างชัดเจนว่า..
"ถ้าเจ้าเชื่อ เจ้าจะเห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า"

📚บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน 2018
สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?

v=5VU4kWDaHPg

🌈พระเจ้าทรงเลี้ยงดู
https://youtu.be/-PKBgipE7aQ

🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷

วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน 2018
สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
อฟ 6:10-20
ลก 13:31-35

เมื่อมีคนคิดปองร้าย ในความดีที่พระเยซูเจ้ากำลังทำ
พระองค์ไม่ได้หนี แต่ยินดีที่จะทำต่อไป
ด้วยใจที่ตระหนักว่า เป้าหมายจะสำเร็จได้
ก็โดยความหนักแน่น ซื่อสัตย์ มั่นคง
ในความดีที่ทำ
เพื่อจะยืนหยัด ซื่อสัตย์ มั่นคงในความดี

นักบุญเปาโล แนะนำ..
ให้สวมใส่อาวุธครบชุดของพระเจ้า คือ
สวมความชอบธรรม เป็นชุดเกราะ
สวมความกระตือรือร้อน เป็นรองเท้า
คาดสะเอว ด้วยความจริง
ถือความเชื่อ เป็นโล่ ถือพระวาจาเป็นดาบ
ใช้ความรอดพ้น เป็นเกราะป้องกันศีรษะ
และอย่าท้อถอยที่จะอธิษฐานภาวนาเสมอ ๆ

หมายเหตุ..
อย่ากลัวภูเขาสูง ระยะทางที่ยาวไกล
เพราะส่ิงที่น่ากลัวกว่า คือ ..
“หัวใจ”..ที่ไม่มั่นคง..

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพฤหัสบดี 1 พฤศจิกายน 2018

สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา

สมโภชนักบุญทั้งหลาย (เลื่อนไปฉลองวันอาทิตย์)

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ดังแม่ไก่รวบรวมลูกไว้ใต้ปีก...” (ลก 13:31-35) 

ความปรารถนาแสนอ่อนโยนของพระเจ้า

ทุกวันยังคงเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง

แต่เราต่างหาก

ที่หลายครั้ง เราไม่ปรารถนาอยู่ใกล้พระองค์

วันนี้ฉันอยู่ใต้ความคุ้มครองของพระเจ้าหรือเปล่า

หรือฉันเก่งเกินไป เดินไปไกลจากพระองค์

สลัดเสื้อคลุมของพระองค์ทิ้งไป

วันนี้ ฉันเดินไปไกล ปราศจากเสื้อของพระองค์หรือเปล่า

หากเป็นเช่นนั้น 

ฉันคงไปไม่ถึงไหนแน่ๆ...

________________

ชีวิตของพระคริสตเจ้าที่ทำตามพระประสงค์ของพระบิดา กำลังเดินไปสู่เป้าหมาย ฉันใดก็ฉันนั้น ชีวิตของคริสตชน ก็ต้องก้าวเดินต่อไปอย่างไม่เกรงกลัวผู้ใด เพราะเรามาเพื่อปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระองค์

เยรูซาแลมเอ๋ย...กี่ครั้งกี่หนแล้วที่เราต้องการรวบรวมบุตรของเจ้า เหมือนดังแม่ไก่รวบรวมลูกไว้ใต้ปีก แต่เจ้าไม่ต้องการ... “กี่ครั้งกี่หนแล้ว...” คือวาจาที่อ่อนหวานและอ่อนโยนเหลือเกิน คือความรักเยี่ยงมารดาที่เปี่ยมล้นในพระคริสตเจ้า... นี่คือภาพของครอบครัวแห่งสวรรค์ พระเจ้าผู้มีพระทัยเยี่ยงบิดาและมารดา ที่ปกปักรักษาลูกของพระองค์

บทอ่านที่หนึ่ง นำให้เราเห็นถึงอาภรณ์ ของลูกของพระเจ้า ที่จะทำให้เราได้รับการต้อนรับในบ้านของพระองค์ คือผู้ที่คาดสะเอวด้วยความจริง สวมความชอบธรรมเป็นเสื้อเกราะ สวมความกระตือรือร้นที่จะประกาศพระวรสารแห่งสันติเป็นรองเท้า จงถือความเชื่อเป็นโล่ไว้เสมอ... (เทียบบทอ่านที่หนึ่ง อฟ 6:10-20) นี่แหละอาภรณ์ของบุตรแห่งพระเจ้า ที่จะทำให้เราสามารถเข้าไปหลบอยู่ใต้ร่มปีกของพระองค์ เพราะ องค์พระเจ้าทรงเป็นพละกำลังและบทเพลงของข้าพเจ้า พระองค์ทรงเป็นผู้ช่วยข้าพเจ้าให้รอด (เพลงตอบรับพระวาจาวันนี้)

ผมเดินทางกลับบ้าน และถวายมิสซาที่สุสาน วัดบ้านเกิด มันเป็นช่วงเวลาที่ทำให้คิดถึงการรับศีลล้างบาปกับช่วงเวลาสุดท้ายที่ผมจะกลับบ้านของพระเจ้า จากวันวาน ชีวิตที่ผมต้องไม่ผิดหวังที่หน้าประตูบ้านของพระเจ้า พระองค์จะจำผมได้ ประตูจะเปิดรับผม คงต้องสิ่งนี้ครับ ที่ แสดงว่าผมจะได้เข้าบ้านของพ่อ ทุกคนจะจำได้ว่าผมเป็นลูกพ่อ... แต่เพราะ... จากวันนั้น อาภรณ์ท่ีพระเจ้าประทานให้เมื่อพระองค์ทรงให้กำเนิดเราคริสตชนในศีลล้างบาป นั่นคืออาภรณ์ที่ผมต้องสวมกลับบ้านครับ เป็นอาภรณ์เดียวที่จะทำให้ประตูสวรรค์เปิดรับผม ในความเป็นลูกของพระเจ้า คือต้องชุดนี้จริงๆ ไม่เช่นนั้น ที่นั่น ผมจะเป็นคนแปลกหน้าแน่ๆ ครับแต่สิ่งที่ผมต้องไตร่ตรองวันนี้คือ วันนี้ อาภรณ์นั้นอยู่ที่ไหน อยู่ในสภาพใด ผมยังสวมไว้หรือเปล่า หรือผมสวมอาภรณ์ใด อาภรณ์ของใคร

เสื้อตัวนี้ ผมไม่ได้จัดหา แต่เป็นเสื้อที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมและมอบใหั นี่คือเสื้อของพระองค์ที่สวมให้เรา... ภาพนี้ยิ่งทำให้ผมคิดถึงความเป็นเด็กๆ เวลาหน้าหนาวมาถึง พ่อแม่จะเตรียมเสื้อกันหนาวไว้ให้ เพื่อให้เราอบอุ่น สะท้อนภาพแม่ไก่ที่รวมลูกไว้ใต้ปีกที่อบอุ่นและปลอดภัย แต่นั่นซิ หากจะมีลูกไก่บางตัวที่ไม่ปรารถนาจะอยู่ที่นั่น แล้วสภาพของมันจะเป็นเช่นใดเล่า คงอยู่ลำบากแน่ๆ...

พี่น้องที่รัก จริงนะที่เราต้องยอมรับว่า เป็นคริสตชน ศิษย์ของพระเยซูนั้น ไม่ง่ายเลย พระองค์ไม่ได้ทอดทิ้งใคร แต่บางที ใครบางคนอย่างเราท่านต่างหาก ที่เราอยากเก่งด้วยตัวเรา ไม่อยากพึ่งพาพระเจ้า ลูกไก่ระหกระเหินไปไกลแม่ไก่เมื่อใด อันตรายก็เข้ามาสู่มันได้ฉันใด ชีวิตคริสตชน กระแสเรียกที่ไม่ง่ายเลย ย่อมย่อยยับไปฉันนั้น เมื่อเราไม่เข้าพึ่งพระเจ้า เมื่อเราไม่ได้อยู่ภายใต้ร่มปีกของพระเจ้า

พระองค์ทรงสวมทับขีวิตของเราไว้ ด้วยอาภรณ์แห่งความชอบธรรมที่บทอ่านที่หนึ่งได้บรรยาย เราต้องอยู่ในชุดนี้จริงๆ แล้วเราจะไม่พลาดจากการต้อนรับอย่างอบอุ่นในบ้านของพระเจ้า เมื่อเราได้อยู่ใต้ร่มปีกของพระองค์มาโดยตลอด เราจะเดินทางผ่านโลกนี้อย่างปลอดภัยแน่ๆ ครับ

ข้าแต่พระเจ้า ลูกปรารถนาให้ที่จะหลบอยู่ใต้ปีกของพระองค์ เพราะในพระองค์เท่านั้น คือที่หลบภัยที่แท้จริงแห่งวิญญาณของลูก โอบกอดลูกไว้เสมอเถิดพระเจ้า เพื่อลูกจะไม่พรากจากพระองค์เลย ขอความดี ความรักอันศักดิ์สิทธิ์ โปรดตามติดชั่วฤดีชีวิตข้า เข้าพำนักในนิเวศน์มโหฬาร แห่งพระเจ้า จอมราชาตลอดกาล (สดด 23)

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันพฤหัสที่ 1 พฤศจิกายน 18 สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน อฟ 6:10-20 / ลก 13:31-35
ในบทอ่านที่ 1 จากจดหมายถึงชาวเอเฟซัส ทำไมนักบุญเปาโลจึงใช้ศัพท์ทางทหาร ในเรื่องอาวุธและการแต่งเครื่องแบบ เพื่ออธิบายคำสั่งสอนเรื่องความเชื่อ? เพราะท่านต้องการที่จะเตือนใจบรรดาคริสตชนว่า พวกเขากำลังต่อสู้กับศัตรูฝ่ายวิญญาณ จึงจำเป็นจะต้องใช้ยุทธวิธี เพื่อจะได้ไม่เพลี่ยงพล้ำต่อศัตรูในการต่อสู้กัน ก่อนอื่น บรรดาคริสตชนจะต้องต่อต้าน โดยใช้อาวุธที่มีประสิทธิภาพ เช่น ความจริง ความยุติธรรม ความกระตือรือร้น ความเชื่อ การสวดภาวนา และพระวาจาของพระเป็นเจ้า
นักบุญเปาโลได้เตือนเรา ให้ใช้วิธีการเดียวกันในสมัยปัจจุบันนี้ เพราะบรรดาคริสตชนกำลังอยู่ในภาวะสงครามทางด้านจิตใจ เนื่องจากพวกเขาไม่ได้เตรียมตัวเท่าที่ควร ไม่มีอาวุธที่เหมาะสม และไม่ได้รับการฝึกฝนที่ดี นอกจากนี้ พวกเขายังไม่รู้ตัวว่า มีศัตรูฝ่ายวิญญาณกำลังจ้องเล่นงานพวกเขา พวกศัตรูไม่เคยนอนหลับ แต่กำลังวิ่งพล่านอยู่ตลอดเวลา คอยหาโอกาสที่จะฆ่าและทำลายพวกเขา
เนื่องจากศัตรูเหล่านี้ไม่เคยปรากฏตัวให้เห็น มนุษย์จึงคิดว่า พวกมันไม่มีตัวตนอยู่ จึงชะล่าใจ และทำทุกอย่างตามใจตัวเอง และไม่ระมัดระวังตัว พวกมันเป็นศัตรูที่มีเหลี่ยมจัด และขักชวนให้ผู้คนต่อสู้แทนพวกมัน และพวกมันยังหัวเราะ ปรบมือให้ตัวเอง เมื่อพวกมันสามารถหลอกลวง และทำลายล้างวิญญาณ
“จงยืนหยัดมั่นคง จงคาดสะเอวด้วยความจริง จงสวมความชอบธรรมเป็นเสื้อเกราะ จงสวมความกระตือรือร้น ที่จะประกาศข่าวดีแห่งสันติเป็นรองเท้า จงถือความเชื่อเป็นโล่ไว้เสมอ เพื่อใช้ดับธนูไฟของมาร”
ในพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าได้ทรงเตือนเราด้วยความปรารถนา เพื่อป้องกันการโจมตีจากศัตรูฝ่ายวิญญาณ เหมือนแม่ไก่ที่ป้องกันลูกๆ ให้อยู่ภายใต้ปีกของพวกมัน ในโลกที่กำลังทำสงครามกัน เราจำเป็นต้องรู้ว่า ศัตรูฝ่ายวิญญาณของเราเป็นใคร? เราจะต้องใช้อาวุธอะไรต่อสู้? และเราจะต้องอยู่ใต้ร่มปีกของพระเป็นเจ้า เพื่อเราจะได้ต่อสู้จนประสบกับชัยชนะ.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view