สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน 2018 สมโภชนักบุญทั้งหลาย

วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน 2018  สมโภชนักบุญทั้งหลาย

♥ทรงคล้ายแสงอรุโณทัยช่วยให้รอด
ส่องตลอดเงามืดมนทั่วคนอยู่
แสงสวรรค์เปิดทางสว่างพรู
นำเราสู่สันติสุขไร้ทุกข์ครอง

📚บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน 2018
สมโภชนักบุญทั้งหลาย
https://www.youtube.com/watch?v=I2UBRxPFo1w

🍒ความสุขแท้จริง
https://youtu.be/vWdrr8H-UoM

🎈🎈🎈🎈🎈🎈🎈🎈🎈🎈

วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน 2018
สมโภชนักบุญทั้งหลาย
อ่าน
วว 7:2-4, 9-14
1 ยน 3:1-3
มธ 5:1-12

พระเยซูเจ้าทรงสอน...
เมื่อถูกดูหมิ่น ข่มเหง ใส่ร้าย 
เราสามารถมีความสุขได้
ด้วยการ ยึดพระไว้ในใจ
แล้วสร้างสันติ ให้เป็นบุคคลมีหัวใจเมตตา
อ่อนโยน บริสุทธิ์ แสวงหาความชอบธรรม
แล้วนนั้น สวรรค์ จะเป็นของเขา

วิวรณ์ นำเสนอภาพล่วงหน้า
ของเมืองสวรรค์ ที่เปิดกว้างต้อนรับทุกคน
เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วย บุคคลที่พบความสุขแท้ 
เปี่ยมไปด้วย คนที่มีจิตบริสุทธิ์

จดหมายนักบุญยอห์น ตอกย้ำ...
เราได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระเจ้าแล้ว ณ เวลานี้
แต่อนาคต จะเป็นอย่างไรนั้นไม่แน่ชัด ดังนั้น
ทุกคนที่หวังในพระองค์ จำเป็นต้อง
ชำระจิตใจของตนให้บริสุทธิ์

หมายเหตุ....
นักบุญทั้งหลาย โปรดเสนอวิงวอนเพื่อเราเทอญ..

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน 2018

สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา

สมโภชนักบุญทั้งหลาย

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ผู้มีใจยากจนย่อมเป็นสุข เพราะอาณาจักรสวรรค์เป็นของเขา...” (มธ 5:1-12ก) 

ลูกของพระเจ้า

ผู้กำลังเดินทางกลับสู่บ้านแท้ของเขา

 

สิ่งเดียวที่จะทำให้เขาบรรลุเป้าหมายคือ

การสำนึกถึงความยากจนฝ่ายจิตของตน

และเข้าพึ่งพระเจ้าผู้ทรงริเริ่มกิจการดีในตัวเรา

นั่นคือชีวิตที่เป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า

และเป็หนหนึ่งเดียวกับเพื่อนพี่น้อง

จับมือกัน ก้าวเดินสู่บ้านแท้ของเรา

ด้วยพระหรรษทานและความช่วยเหลือ

ของพระเจ้าที่ทรงประทานให้

วันนี้ ฉันอยู่ในทางของพระองค์หรือไม่

ฉันอยู่กับพระองค์พร้อมกับพี่น้องของฉันด้วยหรือไม่

เพื่อกลับบ้านที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้เพื่อเรา

และที่นั่นคือบ้านของลูกของพระองค์

________________

วันนี้พระศาสนจักรในประเทศไทยสมโภชนักบุญทั้งหลาย ซึ่งเราเลื่อนการฉลองจากวันที่ 1 เป็นวันนี้ เพราะเป็นวันฉลองสำคัญที่คริสตชนต้องมีส่วนร่วม เราจึงเลื่อนมาฉลองในวันอาทิตย์ และวันนี้เป็นวันฉลองของเราทุกคนครับ ไม่ใช่เราทุกคนที่มีนามนักบุญเท่านั้น แต่วันนนี้ ผมอยากเชิญชวนให้เราฉลองมากกว่านั้นคือ ฉลองความสัมพันธ์อันเป็นหนึ่งเดียวของผู้ศักดิ์สิทธิ์ หรือฉลองสิ่งที่เราเคยเรียกในภาษเดิมว่า “สหพันธ์นักบุญ” ครับ และมากกว่านั้นถึงมากที่สุด คือ ฉลองความรักของพระเจ้าต่อเรานั่นเอง ที่เป็นสิ่งที่เราต้องโมทนาพระคุณพระองค์เสมอ

รักของพระเจ้าต่อเรานั้น ยิ่งใหญ่ที่พระองค์ทรงให้เราได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระเจ้า และเราก็เป็นเช่นนั้นจริง (เทียบ บทอ่านที่สอง 1ยน 3:1-3) นี่คือเหตุผลแรกที่เราต้องฉลอง เพราะพระเจ้าไม่ได้เรียกใครหรือสิ่งใดเลยว่าเป็นบุตรของพระองค์ นอกจากมนุษย์ และมากกว่านั้น หากเราไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้าดีๆ เราก็พบได้ว่า พระเจ้าทรงสร้างเรามาเพื่อการนี้เอง เพื่อให้เราเป็นบุตรของพระองค์ นี่คือศักดิ์ศรีที่แท้จริงของเรา ที่เรามีหวังว่าเราจะเป็นเหมือนพระองค์ และเราจะอยู่กับพระองค์

แต่เพราะบาปได้เข้ามาในโลกของเรา มนุษย์จึงถูกแยกออกจากพระเจ้าชั่วคราว และเราก็ถูกนำกลับมาอีกครั้งด้วยพระโลหิตของพระบุตร เพราะไม่มีอะไรจะพรากเราจากความรักที่พระเจ้าทรงมีต่อเรา เว้นแต่เราจะปฏิเสธความรักนั้นเสียเอง... พระโลหิตของพระคริสตเจ้าได้ชำระเราให้พ้นจากบาป แต่กระนั้นก็ดี หากเราไม่ชำระชีวิตของเราในพระโลหิตของพระองค์ ซึ่งนั่นเป็นการชำระด้วยอิสรภาพของเราเอง หากเราไม่ทำเช่นนั้นด้วยความสมัครใจของเรา พระเจ้าก็ไม่อาจช่วยเราให้รอดได้ เพราะผู้ที่รอดพ้นนั้น เราทราบจากบทอ่านที่หนึ่งว่า “คนเหล่านี้คือคนที่มาจากการเบียดเบียนครั้งใหญ่ เขาซักเสื้อของเขาจนขาวสะอาดในพระโลหิตของพระชุมพาน้อย” (เทียบ บทอ่านที่สอง วว 7:2-4, 9-14) นั่นหมายความว่า เขาได้ผ่านความทุกข์ยากลำบากในโลกนี้มาเช่นเดียวกับพระคริสตเจ้า ด้วยชะตากรรมเดียวกันกับพระองค์ ซึ่งเราได้ยินพระองค์ตรัสสามครั้งสามครา เรื่อง พระทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนชีพของพระองค์ ที่ศิษย์ของพระองค์จำเป็นต้องได้รับการล้างเช่นเดียวกับพระองค์ด้วย เพื่อเราจะได้มีส่วนในการกลับคืนชีพ และร่วมชีวิตกับพระองค์ และนี่แหละ คนจำนวนไม่น้อย นั่นคือมากมายเหลือเกิน หนึ่งแสนสี่หมื่นสี่พันคน คงไม่ได้หมายถึงจำนวนตัวเลขตามนั้นแน่ๆ ครับ มิฉะนั้น สวรรค์คงเต็มแล้วล่ะครับพี่น้อง แต่ 12X12X1000 นั่นมีความหมายครับ นั่นหมายถึงบุคคลในพันธสัญญาเดิมสิบสองตระกูลของอิสราแอล และบุคคลในพันธสัญญาใหม่ที่รวมเราเข้าด้วย หมายถึงบุคคลที่ถูกสร้างขึ้นใหม่บนฐานแห่งอัครสาวกทั้งสิบสอง คูณด้วยหนึ่งพันเท่า นั่นคือเลขที่มากเหลือเกิน... นี่จึงให้ความหมายว่า คนมากมายจากทุกเผ่า ทุกชาติ จะเข้ามารับความรอดพ้นกับพระเจ้า หากเขายอมชำระล้างตัวเขาในพระโลหิตของพระเยซูเจ้า นั่นคือชีวิตที่ต้องผ่านความทุกข์ยากต่างๆ ในโลกนี้ด้วยความมานะบากบั่น อดทนจนถึงที่สุด หรือจะบอกว่า เป็น “มรณสักขี” ก็ได้ นั่นคือชีวิตที่เป็นประจักษ์พยานยืนยันถึงพระคริสตเจ้านั่นเอง

ดังนั้น ชีวิตที่เราอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วคราว จึงเป็นดังการเดินทางชั่วคราว ที่เราต้องผ่านในโลกนี้ สวรรค์ต่างหากที่เป็นบ้านแท้ของเรา ที่ลูกของพระเจ้าจะกลับไป... ผมย้ำเสมอว่า สวรรค์ไม่ใช่รางวัลของคนกระทำดี คริสตชนไม่ได้ทำความดีเพื่อไปสวรรค์ แต่เพราะสวรรค์เป็น “บ้านเกิดเมืองนอนแท้จริงของเรา” (เทียบ บทนำของพระคุณวันนี้) 

แต่สิ่งนี้จะเป็นไปได้อย่างไร พระวาจาของพระเจ้าในวันเตือนเราว่า ลำพังมนุษย์ไม่อาจทำสิ่งเหล่านี้ได้เลย หากปราศจากความช่วยเหลือของพระเจ้าแล้ว สิ่งเหล่านี้ก็ยากเกินกว่าจะเป็นไปได้สำหรับเรามนุษย์... สิ่งนี้เองจึงสะท้อนภาพถึงคำสอนแรก บทเทศน์บนภูเขา ที่พระเยซูเจ้าทรงสอนประชาชนมากมายในพระวรสารวันนี้ ... ความสุขแท้แก่ “ผู้มีใจยากจน” เพราะอาณาจักรสวรรค์เป็นของเขา... นี่เป็นคำสอนที่สวนทางกับคำสอนของโลกทั้งแปดประการ แต่ผมคิดว่า ประการแรก ประการเดียว คงพอแล้วที่จะแบ่งปันการไตร่ตรองให้กับพี่น้องในวันสมโภชนักบุญทั้งหลายนี้

บุคคลที่มีใจยากจน หรือ “คนจนของพระเจ้า” นั้น หมายถึงผู้ที่อยู่ได้โดยพึ่งพระเจ้าเท่านั้น กล่าวคือ หากพระองค์ไม่ยื่นพระหัตถ์เข้าช่วยเหลือ เราก็เป็นดังคนชายขอบ คนยากจนที่สุด ที่ไม่อาจจะมีชีวิตอยู่ได้ หากไม่มีใครยื่นมือเข้าช่วย เราคงต้องตายไปในที่สุด... นั่นหมายความว่า กระแสเรียกของการกลับสู้บ้านของพระเจ้าในฐานะบุตรของพระองค์นั้น เป็นการริเริ่มของพระเจ้าเท่านั้นเอง พลังต่างๆ มาจากการเรียกของพระองค์... ดังนั้น ผู้มีใจยากจน จึงหมายถึงผู้ที่เข้าพึ่งพระเจ้าเท่านั้น มีพระองค์เท่านั้นเป็นความเพียงพอของตน เขาจึงจะสามารถเข้าส่อาณาจักรของพระเจ้าได้...

สวรรค์คือบ้านของเรา สวรรค์ไม่ใช่รางวัลของเราผู้ทำความดี แต่สวรรค์เป็นบ้านของลูกของพระเจ้า ที่พระเจ้าทรงนำเขากลับสู่พระองค์... สวรรค์คือการไปพบกับพระเจ้าหน้าต่อหน้า และอยู่กับพระองค์ตลอดนิรันดร สวรรค์ไม่ใช่เรื่องของสถานที่ แต่เป็นสภาพของวิญญาณที่เปี่ยมสุขในการมองเห็นพระเจ้า ดังนั้น นรกคือสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสิ่งนี้... ส่วนไฟชำระก็เช่นเดียวกัน คือสภาพของวิญญาณที่รู้สึกตนว่า ยังไม่เหมาะสมที่จะเข้าไปพบพระเจ้า อาภรณ์ของเขายังไม่สะอาดพอที่จะไปสวมกอดพระองค์ที่วิญญาณของเขาใฝ่หา แต่เขาจะได้เข้าไปสักวันหนึ่ง... นี่คือสหพันธ์นักบุญ สมาชิกของพระศาสนจักร คือ พระศาสนจักรผู้ประสบชัยชนะ คือบรรดานักบุญในสวรรค์ คือผู้ที่เอาตัวรอดไปสวรรค์ ไม่ได้หมายถึงบรรดานักบุญที่พระศาสนจักรประกาศเท่านั้น แต่คือทุกคนที่เอาตัวรอดไปสวรรค์ได้ ส่วนที่สองคือ พระศาสนจักรที่กำลังทนทุกข์ หรือแดนชำระ คือพี่น้องของเราที่ยังชำระตนเพื่อจะมีความเหมาะสมเข้าชมพระพักตร์พระเจ้า และส่วนที่สาม คือพวกเราเอง คือพระศาสนจักรที่กำลังเดินทาง ที่เราร่วมในกันเป็นหนึ่งเดียวในความรักและเมตตาของพระเจ้า เพื่อมุ่งหน้าสู่บ้านแท้นิรันดรของเราในที่สุดโดยพร้อมหน้ากัน

ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงรักลูกถึงเพียงนี้ ทรงนำลูกกลับสู่พระองค์ วันนี้ ลูกอยากนำคนอื่นๆ กลับสู่หัวใจของลูกด้วย เพื่อลูกและทุกคนจะพร้อมหน้ากันในบ้านของพระองค์อีกครั้ง พระเจ้าข้า ขอให้หัวใจลูกอย่าได้เย็นชาในความรักต่อพระองค์และเพื่อนพี่น้องเลย

สุขสันต์วันพระเจ้า สุขสันต์วันฉลองของเราทุกคน

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)




วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน 18 สมโภชนักบุญทั้งหลาย
บทอ่าน วว 7:2-4, 9-14 /1 ยน 3:1-3 /มธ 5:1-12
วันนี้ เราสมโภชรหัสธรรมเรื่องความรอด ที่เป็นเหมือนความบรรเทาใจอันยิ่งใหญ่ ในการสวดบทแสดงความเชื่อของเรา”เราเชื่อในสหพันธ์นักบุญ” นักบุญทุกองค์ได้ผ่านความตายไปสู่ชีวิตนิรันดร และได้สร้างสหพันธ์นักบุญขึ้น พวกท่านเหล่านั้นเปรียบเหมือนพระศาสนจักรที่ประสบกับชัยชนะแล้ว ดังที่พระเยซูเจ้าได้ตรัสว่า “ผู้มีใจบริสุทธิ์ ย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะได้เห็นพระเจ้า” (มธ 5:8) พวกท่านยังเป็นหนึ่งเดียวกับพวกเรา ความเชื่อและควาหวังยังไม่อาจเชื่อมพวกเราให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เมื่อพวกท่านได้รับความยินดี ที่ได้เห็นพระพักตร์ของพระเป็นเจ้าแล้ว แต่สิ่งที่เชื่อมพวกเราด้วยกัน คือ ความรัก ที่จะไม่มีวันผ่านพ้นไป (1คร 13:13) และด้วยความรักและความเป็นหนึ่งเดียวกับบรรดานักบุญ จะเชื่อมเราให้ผูกพันกับพระบิดา พระบุตร และพระจิต ความรักนี้จะช่วยค้ำชู และทำให้พระองค์ช่วยเหลือเรา เราจึงไม่เคารพนักบุญ เพราะตัวอย่างการดำเนินชีวิตของพวกท่านเท่านั้น แต่เพราะเรารวมเป็นหนึ่งเดียวกับพวกท่านในพระจิตเจ้า กับพระศาสนจักรทั้งหมด ที่จะเข้มแข็งด้วยการแสดงความรักภาษาพี่น้องต่อกัน
บรรดานักบุญที่เป็นอัครสาวก บรรดานักบุญที่เป็นมรณสักขี บรรดานักบุญที่เป็นครูบาอาจารย์ ซึ่งได้มีชีวิตอยู่ตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนาน เป็นพี่น้องและผู้อ้อนวอนแทนเรา และการทำนายของบรรดาประกาศกที่พระเยซูเจ้าได้เคยตรัสไว้ เป็นอันสำเร็จไป คือ “ท่านทั้งหลายย่อมเป็นสุข เมื่อถูกดูหมิ่น ข่มเหง และใส่ร้ายต่างๆนานาเพราะเรา จงชื่นชมยินดีเถิด เพราะบำเหน็จรางวัลของท่านในสวรรค์นั้นยิ่งใหญ่นัก เขาได้เบียดเบียนบรรดาประกาศก ที่อยู่ก่อนท่านดังนี้ด้วยเช่นเดียวกัน”(มธ 5:11-12) ขุมทรัพย์ของความศักดิ์สิทธ์ของพวกท่าน เป็นสมบัติของพระศาสนจักร ที่เราทุกคนมีส่วนได้รับ เป็นขุมทรัพย์ของพระราชัยสวรรค์ ที่พระเยซูเจ้าได้ทรงเชื้อเชิญให้ชาวเรานำมารวมกัน “แต่จงสะสมทรัพย์สมบัติในสวรรค์เถิด ที่นั่นไม่มีสนิมหรือขมวนกัดกิน และขโมยที่เจาะช่องเข้ามาขโมยไปได้”(มธ 6:20) ดังนั้น วันสมโภชนี้จึงนำข่าวดีมาให้เรา เพื่อเราจะได้เฉลิมฉลองด้วยความยินดีพร้อมกัน.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)


view