สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน 2018 สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา

วันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน 2018 สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา

🌾~ สิ่งที่ต้องทำในวันนี้ ~
ขอบพระคุณพระเจ้า
สรรเสริญพระเจ้า
ถวายเกียรติแด่พระเจ้า
มีความรัก
ให้อภัย
มีรอยยิ้ม
ขอบคุณอยู่เสมอ … 🌾

📚บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน 2018
สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา
https://youtu.be/Y9ULceSi-Bk

🌹My Peace I unto you
http://youtu.be/oP4Yd7a9f5k

😀😀😀😀😀😀

วันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน 2018
สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
ฟป 2:1-4
ลก 14:12-14

สังคมของการเชิญ และรับเชิญนั้น หลายคนมุ่งมั่น
มองหา คิดถึง คนที่มีเกียรติ เพื่อสัญลักษณ์ทางสังคม
แต่เพื่อจะได้รับเกียรติจากพระเจ้านั้น พระเยซูเจ้า
แนะนำให้เชิญคนยากไร้ ที่ไม่มีใครคิดถึง

วิธีที่จะช่วยไม่ให้สาละวน สนใจ มากไป
ในการแสวงหาเกียรติยศ ชื่อเสียง
นักบุญเปาโลแนะนำว่า “อย่า”...
ทำสิ่งใดเพื่อชิงดีกัน หรือโอ้อวด
แต่จงถ่อมตน คิดว่าคนอื่นดีกว่าตน
อย่าเห็นแก่ประโยชน์ของตนฝ่ายเดียว
แต่จงเห็นแก่ประโยชน์ของผู้อื่นด้วย

หมายเหตุ..
คนที่จะได้รับเกียรติจากทุกคน
จำเป็น...ต้องเริ่มจากการ
ให้เกียรติใครก็ตามที่เขาพบเห็น

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน 2018

สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“การตอบแทน...” (ลก 14:12-14) 

การตอบแทน

ไม่ใช่หน้าที่ของคริสตชน

แต่คริสตชน

มีหน้าที่เพื่อรัก รัก และ ก็รัก เท่านั้น

เท่านี้จริงๆ

ที่มีค่ามากกว่าการตอบแทน และการรับการตอบแทนใดๆ

เพราะค่าตอบแทนของฉันอยู่ที่พระเจ้าเท่านั้น.

________________

ผิดไหนหนอ ที่ผมไม่ค่อยสนใจสมุดเล่มหนึ่ง แต่ผมมีสมุดเล่มใหญ่กว่านั้นในใจที่อ่านไม่จบซึ่งสิ่งที่บันทึกไว้... ผมไม่มีจริงๆ ครับ สมุดเล่มนั้นที่หน้างานสำคัญๆ ของผม และในประสบการณ์ของผม มันอาจจะหมายถึงสมุดบันทึก ใครมางานและทำบุญให้ผมบ้าง เขาช่วยเหลือผมเท่าไร และวันหนึ่ง เมื่อผมจะต้องกลับไปในงานของบุคคลเหล่านั้น ผมต้องคิดว่า ผมจะใส่ซองเท่าไร... ผมพูดไม่ออกในเรื่องนี้จริงๆ ครับ และผมไม่รู้จะพูดอย่างไร เมื่อผมปฏิเสธสมุดเล่มนั้น ผมไม่ทำ ไม่บันทึก และไม่มีเจ้าหน้าที่ทำงานนี้ที่หน้างาน มีแต่เพียงนำความรู้สึกเหล่านั้นมาไว้ในคำภาวนา และในบูชามิสซาบนพระแท่นเสมอๆ ผมคงทำได้เท่านี้ แม้มันจะดูเล็กน้อยไปหรือเปล่า แต่มันคือสิ่งที่หนักในหัวใจผมเสมอ และไม่เคยถูกยกออกไปได้เลย... แต่คือสิ่งที่ต้องเป็นและต้องคืนให้พระเจ้าและเพื่อนพี่น้องทุกคนต่อไป...

งานบวชเป็นพระสงฆ์ของผมครั้งสุดท้ายนี้ ผมเริ่มเตรียมงานด้วยเงินไม่ถึงหนึ่งพันบาท แต่สิ่งที่เหลือจากงานเกือบสามแสนบาท ยังไม่คิดเป็นค่าใช้จ่ายในสิ่งที่ได้รับการทำบุญมาอีก อาหารมากกว่าสิบซุ้ม ของถวายในความจำเป็นของชีวิตนักบวช ชีวิตพระสงฆ์... อีกมากมายเลยครับ...  จนสิ่งเหล่านี้ สามารถทำให้เราสามารถเริ่มงานอภิบาลผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV ได้ด้วยความมั่นใจ... และสิ่งนี้เองกลับกลายเป็นแรงบันดาลใจที่ดีในการทำงานอภิบาล... แม้ผมจะมอบเงินให้ผู้ใหญ่ไปทั้งหมดหลังจากงานเพียงวันเดียว แต่สิ่งที่เหลือในห้องทำงานของผม คือรายชื่อ ซองเงินทำบุญ ที่มีชื่อผู้ถวายให้มากมายเหลือเกิน และผมจะตอบแทนอะไรพวกเขาได้ล่ะ หลายคน ผมก็จำไม่ได้ หลายคนผมก็ไม่รู้จัก แต่เขาก็รักและแบ่งปันให้พระสงฆ์ของเขา

ผมบวชเป็นพระสงฆ์มา แบบไม่มีโอกาสตอบแทนอะไรใครที่มาร่วมงานวันนั้นได้เลย นอกจากรัก รัก และก็รัก มีเท่านี้จริงๆ เพราะจากวันนั้นจนวันนี้ ผมบวชแล้วก็เป็นเจ้าอาวาส ผมไม่มีโอกาสไปได้ไปร่วมงานของใครเลย แม้แต่เพื่อนร่วมรุ่น หลายครั้งคิดและตั้งใจจะไป พยายามไป แต่สุดท้าย ก็มีเหตุทำให้ไม่สามารถไป... แล้วผมจะตอบแทนใครได้บ้างเนี่ย...

จากวันนั้นสู่วันนี้ ในงานอภิบาลเล็กๆ ผมได้รับความช่วยเหลือมากมายเหลือเกินจากสัตบุรษ ทั้งที่ผมรู้จักและไม่รู้จัก งานอภิบาลที่ได้ทำ ไม่เคยมีอะไรให้ต้องกังวล ขอให้ทำด้วยหัวใจรักเท่านั้น ก็จะไม่มีอะไรขาดแคลน แม้ว่าจะไม่เคยมีอะไรเหลือไว้ นอกจากความรู้สึกอบอุ่นใจงานที่ได้ทำ

สัตบุรุษมากมายเหลือเกินที่ช่วยเหลือผม... ความไม่สามารถจดจำอะไรได้ทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงผมไม่ได้จำ แต่หมายความว่า ผมไม่อาจบันทึกสิ่งเหล่านั้นได้ทั้งหมดในใจได้เลย เพราะมันมากมายเหลือเกิน... ทุกวันนี้ผมยังรู้สึกเสียใจกับสัตบุรุษท่านหนึ่ง ที่ทำบุญให้ผมมากพอสมควรในการทำงานอภิบาลผู้ประสบภัยน้ำท่วม ผมจำท่านไม่ได้จริงๆ ผมไม่เคยรู้จักท่านมาก่อน แต่ท่านเห็นผมทำงาน และได้ช่วยเหลืองานของผมจนผมทำงานได้มากมายในเวลานั้น แต่เมื่อวันที่ต้องพบท่าน โอ้ ผมอายเหลือเกิน ที่ไม่ได้ตอนรับท่านอย่างดี ในสภาพที่ผมทำงานหนัก เหงื่อท่วมตัว เวลานั้น ผมกังวลเหลือเกิน ว่าผมจะไม่ได้ดูแลท่านอย่างดี แต่เพราะสิ่งนี้กระมัง ที่ผมยังคิดถึงท่านเสมอในมิสซาของผม ในการภาวนาประจำวันของผม บรรดาผู้มีพระคุณเหล่านี้ ที่มากมายเหลือเกิน ที่หล่อหลอมหัวใจผมให้เป็นหัวใจที่เต้นด้วยความรักต่อพระเจ้าและต่อเพื่อนพี่น้องทุกวันตลอดไป... คือสิ่งที่ต้องตระหนักเสมอว่า หน้าที่ของผมไม่ใช่เรื่องการตอบแทนอะไรใคร เพราะผมคงทำไม่สำเร็จแน่ และหน้าที่ของผมก็ไม่ใช่หน้าที่ต้องได้รับการตอบแทนจากใครๆ เพราะสิ่งที่ผมมี สิ่งที่ผมเป็น คือสิ่งมากมายเหลือเกินที่ผมได้รับ แล้วใยคนอื่นจะไม่ได้รับจากการแบ่งปันจากผมบ้างเล่า... ดังนั้น พี่น้องที่รักครับ หน้าที่ของเราคริสตชน ไม่ใช่เรื่องการตอบแทน แต่เหนือกว่านั้น คือ รัก เท่านั้นจริงๆ ครับ

หลายๆ ความรู้สึกจากพระวรสารวันนี้ครับ ที่นำให้ผมไตร่ตรอง และพบคำตอบที่บทอ่านที่หนึ่ง ที่เพราะพระเจ้าทรงรักผมมาก ไม่ใช่เพราะผมมีค่าอะไรกับพระองค์ แต่เพราะพระองค์ทรงพระเมตตาแบ่งปันความรักของพระองค์ในชีวิตผม หน้าที่ของผมจึงไม่มีอะไรอื่นแล้ว หน้าที่ของผมไม่ใช่หน้าที่ที่จะต้องไปตอบแทนใคร เท่าไร อย่างไร... แต่หน้าที่ของผมคือ รัก รัก และรัก เท่านั้น... สิ่งเดียวนี้จริงๆ คือหน้าที่คริสตชน... เหนือกว่าการตอบแทน คือการรัก คือการให้ คือการแบ่งปัน โดยไม่ต้องสนใจว่าต้องตอบแทนใครเท่าไร... ... ...  แต่ จงไตร่ตรองดูเถิด... รักจากพระเจ้าที่ฉันได้รับมา ตอบได้ไหม เท่าไรล่ะ... และฉันจะตอบแทนรักพระองค์ได้อย่างไร... สิ่งเดียวคือ รักและแบ่งปันสิ่งที่ได้รับมาเพื่อกันและกัน ไม่เห็นประโยชน์ส่วนตัวเท่านั้น แต่ต้องเห็นแก่ประโยชน์ของผู้อื่นด้วย (เทียบ บทอ่านที่หนึ่ง ฟบ 2:1-4)

Tip หรือรางวัลตอบแทนบริกร หรือคนที่ช่วยเหลือผม มันจึงมีค่ามากว่าการตอบแทนเสมอ... เพราะหลายครั้ง เมื่อความรู้สึกในหัวใจดังขึ้นเสมอๆ ว่า “เจ้าได้รับมาเท่าไรแล้ว” สิ่งนี้ มันทำให้ผมแบ่งปันสิ่งที่ได้รับ ผมเรียนรู้ที่จะให้ ไม่ใช่เพราะใครช่วยเหลือผมดีอย่างไร เท่าไร แต่ ผมกำลังรู้สึกว่า ... ผมได้รับมาเท่าไรแล้ว มันถึงเวลาที่ผมต้องแบ่งปันบ้างแล้วหรือยังล่ะ และผมจึงมักทำสิ่งเหล่านั้นด้วยความสุขใจ... พี่น้องลองทำดูซิ แล้วพี่น้องจะมีความสุขที่บอกไม่ถูก เมื่อเดินจากไปแบบไม่มีใครตอบแทนอะไรเราได้... หลายครั้งนะ ในชีวิตนักบวช ชีวิตพระสงฆ์ ที่บางวันได้รับมามากเหลือเกิน แล้วผมก็แอบมอบรัก แบ่งปันสิ่งดีๆ ให้ใครบางคนที่ไม่เคยรู้จัก ทำอะไรเพื่อใครบางคนที่อาจจะไม่ได้เคยให้อะไรผม แต่เป็นใครบางคน และผมก็เดินจากไปแบบที่เขาไม่รู้ว่าใครได้ช่วยเหลือเขา และเขาไม่มีโอกาสได้รู้จักและขอบคุณผมเลย และแม้เขาจะไม่ขอบคุณพระเจ้า หรือไม่ขอบคุณใครเลย ในสิ่งที่เขาได้รับการแบ่งปัน... แต่นั่นก็ไม่ใช่หน้าที่ของผมนี่ที่จะต้องคิด สิ่งเดียวที่ผมมีความสุขที่สุด คือ ผมมีความสุขที่ได้แบ่งปัน โดยไม่ต้องรอรับการขอบคุณใดๆ แต่มันคือความสุขที่สุด ที่ได้ทำด้วยเหตุผลของคนที่ได้รับความรักมากมายเหลือเกิน จนมันต้อง และต้องเอ่อล้นไปถึงทุกคน... พี่น้องลองทำแบบนี้ดูบ้างเมื่อมีโอกาสซิครับ แล้วพี่น้องจะรู้ว่ามีความสุขขนาดไหน... นี่แหละครับ คือความสุขแห่งสวรรค์

นี่คือความสุขของผู้เปี่ยมล้นด้วยความสุขบริบูรณ์ แม้เป็นจุดที่ทรมานที่สุดบนไม้กางเขน แต่เพราะความสุขนั้น พระองค์ก็ข้ามผ่านอุปสรรคทุกอย่าง เพื่อทำสิ่งที่เป็นพระประสงค์ของพระเจ้า มิใช่หรือ... นั่นเป็นความสุขที่ไม่ใช่การตอบแทน แต่เป็นความสุขจาก รัก เท่านั้น เป็นความสุขจากหัวใจเปี่ยมรักเท่านั้นเอง แม้ใครจะไม่เห็น และไม่เข้าใจ ก็เถอะ...

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์จารึกไว้ในใจลูกเสมอว่า ไม่ใช่เรื่องการตอบแทนพระองค์ ซึ่งลูกไม่สามารถทำอะไรเลยจริงๆ แต่หน้าที่ของลูกคือ รัก เท่านั้น รักและรับใช้พระองค์ และเพื่อนพี่น้องทุกคน

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน 18 สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ฟป 2:1-4 / ลก 14:12-14
ให้เราให้ความสนใจต่อบทจดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวฟิลิปปี เป็นที่รู้กันว่านักบุญมีความผูกพันเป็นพิเศษกับพระศาสนจักรแห่งนี้ ท่านได้แสดงความรู้สึกที่ละเอียดอ่อนและมีชีวิตชีวา เราสามารถกล่าวว่าสำหรับชาวฟิลิปปีแล้ว ท่านมีหัวใจของเพื่อนรัก มากกว่าการเป็นเพียงผู้ประกาศพระวาจาธรรมดา
และจากความรักที่อบอุ่น ทำให้เกิดคำแนะนำที่เราได้ยินวันนี้ คือ เรื่องความเป็นหนึ่งเดียว สันติสุขและความสุภาพถ่อมตน ในความคิดของนักบุญเปาโล ความเป็นหนึ่งเดียวกัน คือ เงื่อนไขที่สำคัญที่ทำให้รหัสธรรมของพระเยซูเจ้าเกิดขึ้นในหมู่คณะ “ถ้าท่านได้รับกำลังใจจากการเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสตเจ้า ถ้าท่านได้รับกำลังใจจากความรัก ถ้าท่านเป็นหนึ่งเดียวกันในพระจิตเจ้า ถ้าท่านเห็นใจสงสารกันและกัน ท่านจงทำให้ข้าพเจ้ามีความยินดีอย่างเต็มเปี่ยม โดยการเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน” (ฟป 2:1-2)
ท่านยังได้กล่าวว่า “จงอย่าแสวงหาความต้องการส่วนตัว” และให้ต่อสู้ศัตรูของความเป็นหนึ่งเดียวกัน ถ้าแต่ละคนแสวงหาความต้องการส่วนตัวแล้ว ความเป็นหนึ่งเดียวจะถูกทำให้มีบาดแผลของความตาย อย่างไรก็ตามพระเยซูเจ้าต่างหาก คือ เสาหลักของความเป็นหนึ่งเดียวกัน ความเป็นหนึ่งเดียวกันไม่ใช่เกิดจากการมีความเห็นตรงกัน หรือเกิดจากความคิดของคนส่วนใหญ่ แต่เกิดจากพระเยซูคริสตเช้าและไม้กางเขนของพระองค์
ในพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าได้เชื้อเชิญเราให้จัดงานเลี้ยง สำหรับคนที่ไม่สามารถตอบแทนเรา เป็นต้นคนยากจน ที่ได้รับเชิญมานั่งโต๊ะรับประทานอาหารกับเรา พวกเขาจะเตือนให้เราระลึกว่า เราต้องแบ่งปันสิ่งที่พวกเขาไม่มี และนี่คือประตูที่จะนำไปสู่ความสุภาพถ่อมตน ทีจะทำให้เรารู้สึกว่า มีความดีมากมายที่เราไม่สามารถซื้อได้ และเราเป็นเพียงผู้ติดหนี้พระเป็นเจ้า ในร่างของคนยากจน และในศีลมหาสนิทพระเยซูเจ้าทรงซ่อนอยู่ภายใต้รูปปรากฏของปังและเหล้าองุ่น ซึ่งเป็นแหล่งของพระพรต่างๆทั้งบนสวรรค์และแผ่นดิน เป็นต้นพระพรของสันติสุขที่เรามอบให้แก่กันและกันในมิสซา.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view